- หน้าแรก
- ท่านเต๋า อย่าแกล้งซื่อ เรารู้ว่าท่านมีเวทย์เซียน
- บทที่ 13 ชีวิตก็เหมือนกำแพงอิฐ
บทที่ 13 ชีวิตก็เหมือนกำแพงอิฐ
บทที่ 13 ชีวิตก็เหมือนกำแพงอิฐ
แสงอาทิตย์ยามเย็นสาดแสงอบอุ่นไล้ปลายฟ้า กลุ่มเมฆบนท้องนภาถูกแต่งแต้มด้วยสีแดงเพลิง ลุกโชติราวผืนผ้าลายเพลิงที่ถูกวาดขึ้นโดยจิตรกรสวรรค์ งดงามประหนึ่งภาพวาดที่มีชีวิต
ผู้ชมในห้องถ่ายทอดสดพากันเคลิบเคลิ้มไปกับทัศนียภาพนั้น ราวกับใจล่องลอยไปกลางภูเขา
"ถ้าได้อยู่ในสถานที่แบบนี้ทุกวันล่ะก็... จิตใจก็คงแจ่มใสไปด้วยแน่นอน ผม...เริ่มอิจฉาท่านเซียนแล้วสิ"
"อิจฉา +1"
"ถ้าไม่ติดว่าต้องหาเงินเลี้ยงชีพล่ะก็ ฉันก็อยากกลับไปอยู่บ้านนอกเหมือนกัน อย่างน้อยก็มีภูเขา มีน้ำ มีลมเย็นและทิวทัศน์ให้มองบ้าง..."
"อยู่ห้องเช่ากระจิ๋วหลิวในเมืองใหญ่ กินมาม่าทุกวัน ฉันยอมแล้ว ใจฉันพังสลายหมดแล้วจริงๆ"
...
ผู้ชมส่วนใหญ่ในไลฟ์ต่างเป็นเหล่าคนทำงานในเมืองใหญ่ทั้งสิ้น
ผู้คนเหล่านี้ใช้ชีวิตท่ามกลางเมืองที่เต็มไปด้วยตึกสูงเสียดฟ้า กำแพงปูนและถนนซีเมนต์ เมื่อได้เห็นภาพธรรมชาติที่แท้จริงเช่นนี้ จึงไม่อาจหักห้ามความรู้สึกอิจฉาขึ้นมาได้
"ชีวิต... ก็เหมือนกำแพงอิฐ กำแพงด้านหนึ่งมีคนอยากปีนเข้า อีกด้านก็มีคนอยากปีนออก"
ซูหานกล่าวพร้อมรอยยิ้มอ่อนโยน
"พวกคุณชื่นชมว่าอากาศในหุบเขาดี ทิวทัศน์งดงาม น่าอยู่... แต่พวกคุณรู้หรือไม่ ว่ามีเด็กมากมายในหุบเขาเหล่านี้ที่พยายามอย่างสุดชีวิต เพียงเพื่อจะได้ก้าวข้ามภูเขาลูกนี้ออกไปให้ได้สักครั้งในชีวิต"
เวลาผ่านไปช้าๆแสงสุดท้ายของอาทิตย์อัสดงค่อยๆลาลับจากขอบฟ้า ทิวเขาและหุบเหวเริ่มถูกม่านราตรีกลืนกิน กลับคืนสู่ความสงบเงียบของยามค่ำคืน
"วันนี้... ขอจบการถ่ายทอดสดไว้เพียงเท่านี้นะ"
ซูหานเงยหน้ามองฟ้าแล้วกล่าวเสียงนุ่ม "จนถึงเวลานี้ ฉันควรจะไปเตรียมอาหารเย็นแล้วละ ไม่อย่างนั้นท้องคงร้องแน่"
ในตอนนั้นเอง ผู้ชมในไลฟ์พุ่งทะยานถึงกว่าเจ็ดพันคนแล้ว ทุกคนต่างรู้สึกเสียดายที่การถ่ายทอดสดกำลังจะจบลง
"อะไรกัน ท่านเซียน กำลังมีคนดูเยอะเชียว จะหยุดไลฟ์แบบนี้ไม่ได้สิ"
"จริงด้วย เปิดกล้องทำอาหารเลย พวกเราจะดูท่านเซียนเข้าครัว"
"ท่านอยู่คนเดียวในป่าเขา ก็คงต้องทำกับข้าวกินเองอยู่แล้วสินะ ฝีมือน่าจะไม่ธรรมดาแน่นอน"
"หล่อก็หล่อ ทำอาหารก็เก่ง แถมยังรู้วิชาอีก... แบบนี้จะให้พวกฉันไปหาผู้ชายแบบท่านจากที่ไหนได้อีกเล่า"
แม้จะปิดการถ่ายทอดสดไปแล้ว แต่ภายในห้องถ่ายทอดสดยังคงคึกคัก บรรดาผู้ชมต่างยังคงส่งข้อความกันอย่างไม่ขาดสาย
บางคนยังไม่ลืมที่จะส่งของขวัญมาให้เป็นระยะ
หากเป็นสตรีมเมอร์ทั่วไป คงไม่มีใครยอมปิดไลฟ์ในช่วงที่ความนิยมกำลังพุ่งสูงเช่นนี้
แต่ซูหานไม่ได้ใส่ใจเรื่องนั้นเลยแม้แต่น้อย
สำหรับเขา จุดประสงค์หลักของการเปิดไลฟ์มีเพียงอย่างเดียว เพื่อทำภารกิจสามคำทำนายให้ครบในแต่ละวัน
ตอนนี้ เมื่อคำทำนายทั้งสามเสร็จสิ้นแล้ว ชื่อเสียงก็แพร่กระจายออกไปพอสมควร
จากนี้ไป ต่อให้ไม่เปิดไลฟ์ทุกวัน ก็ไม่ต้องกังวลเรื่องภารกิจอีก
“พบกันพรุ่งนี้นะทุกท่าน ยังเป็นบัญชีนี้เช่นเคย”
ซูหานยิ้มกล่าว “หากใครต้องการให้ฉันทำนาย ก็อย่าลืมกดติดตามไว้ก่อนล่ะ”
เมื่อพูดจบ เขาก็กดปิดไลฟ์ลงทันที
บรรดาผู้ชมแม้จะเสียดาย แต่ก็ทำได้เพียงแยกย้ายออกจากห้องถ่ายทอดสดไปตามระเบียบ
แต่ก่อนจากกัน ต่างพากันกดติดตามเพื่อจะได้ไม่พลาดการแจ้งเตือนในวันพรุ่งนี้
....
ยามค่ำคืนมืดมิด แสงจันทร์เลือนรางปกคลุมผืนป่า
ท่ามกลางความเงียบสงัด ร่างหนึ่งในชุดเต๋ากําลังเรืองแสงทองคำทั่วร่าง ยืนอยู่กลางป่า
“คาถาเทพแสงทองคำ”
เสียงท่องบทคาถาดังขึ้น แสงทองพลันระเบิดออกจากร่างเล็กของรูปปั้นทองคำ
ในพริบตา มันเงื้อมมือฟาดออกด้วยพลังอันมหาศาล
ต้นไม้ใหญ่ขนาดเส้นรอบวงเท่าขาของผู้ใหญ่ถึงกับถูกซัดจนหักสะบั้นกลางลำ
เสียงระเบิดดังกึกก้อง ปลุกฝูงนกที่หลับใหลให้แตกตื่นบินหนีอลหม่าน
“พลังรุนแรงนัก”
ซูหานคลายคาถา ถอนพลังทองคำที่โอบล้อมร่าง ก่อนหันไปมองต้นไม้ที่ล้มฟุบอยู่ตรงหน้า ดวงตาเปล่งแสงยินดี
‘ไม่เสียแรงที่เป็นหนึ่งในแปดคาถาศักดิ์สิทธิ์ของเต๋า คาถาเทพแสงทองคำนี้ สมคำร่ำลือจริงๆ"
ไม่เพียงเพิ่มพลังป้องกันให้สูงยิ่ง แม้แต่พลังโจมตีก็แข็งแกร่งเกินคาด
เมื่อครู่เขาเพียงใช้แรงกำลังดิบ ยังสามารถฟาดต้นไม้ใหญ่จนหักได้ นับว่า...ตอนนี้มีพลังปกป้องตัวเองอย่างแท้จริงแล้ว
หลังจากข้ามภพมา แม้ความรู้ด้านโหราศาสตร์และฮวงจุ้ยยังคงอยู่ครบ
แต่ปราณในร่างนั้นกลับเลือนหายไปสิ้น ต้องเริ่มฝึกฝนใหม่ตั้งแต่ต้น
หากเจอปีศาจหรือภูตผีเข้า คงไม่อาจรอดเพียงแค่พูดว่า
“พี่ผี ผมช่วยท่านดูดวงได้นะ ปล่อยผม ไว้ชีวิตผมด้วยเถิด”
โชคดีนัก ที่ระบบประทานคาถาเทพแสงทองนี้มาให้
ไม่ใช่แค่ให้บทคาถาแต่ยังมอบพลังไปถึงขั้น เข้าสู่ประตูสู่เต๋าเรียบร้อยแล้ว
หากเป็นภูตผีปีศาจทั่วไป เจอหมัดเดียวก็คงไม่รอด
“ดีจริงๆ”
ซูหานหัวเราะเบาๆในลำคอ ดวงหน้าเปื้อนรอยยิ้ม
หัวใจพลันคาดหวังขึ้นมา ไม่รู้ว่ารางวัลพรุ่งนี้จะเป็นอะไรอีก
....
ยามค่ำคืนคลี่คลุมทั่วแผ่นฟ้า
แสงไฟในสนามบินต้าซันยังคงเจิดจ้า ผู้คนสัญจรไปมาไม่ขาดสาย
ในห้องรับรองของสนามบิน
เฉินปิ่นนั่งอยู่ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ข้างกายมีสหายสองคนร่วมทางด้วย
“อย่ากังวลไปเลย”
เพื่อนคนหนึ่งตบไหล่เขาเบาๆพลางกล่าวว่า
“ฉันตั้งใจดูไลฟ์ของอาจารย์เต๋าผู้นั้นแล้ว ขอบอกว่าแม่นยำจนน่าขนลุก”
“เขากล้าบอกพิกัดน้องสาวของแกตรงๆเช่นนั้นแสดงว่าต้องมีความมั่นใจแน่นอน ครั้งนี้ต้องตามหาจนเจอแน่”
อีกคนเอ่ยขึ้นว่า “เรื่องนี้ แกจะไม่บอกคุณลุงคุณป้าก่อนเหรอ”
เฉินปิ่นส่ายหัวช้าๆ
“ยังไม่บอกตอนนี้ดีกว่า...ฉันไม่อยากให้พ่อแม่ดีใจเก้อ”
“รอให้เจอตัวน้องก่อน ค่อยเล่าให้พวกท่านฟัง”
เมื่อได้ข้อมูลจากท่านนักพรต เขาก็รีบจองตั๋วเครื่องบินรอบที่เร็วที่สุด
และชวนเพื่อนทั้งสองไปด้วยในทันที
ที่ที่ท่านนักพรตระบุนั้นอยู่กลางทุรกันดาร
หากมีชาวบ้านขวางทางขึ้นมาอย่างในละครโทรทัศน์ ก็ยังมีเพื่อนทั้งสองช่วยกันรับมือได้
คนหนึ่งเคยเป็นทหารผ่านศึกอีกคนเรียนศิลปะป้องกันตัวมา
พาไปด้วย ย่อมอุ่นใจกว่าไปคนเดียว
....
ขณะเดียวกัน ท่ามกลางขุนเขาเงียบสงัด เสียงนกเสียงแมลงขับขานดังก้อง
ภายในอารามร้างเล็กๆเพียงแห่งเดียวกลับมีแสงไฟส่องสว่างอยู่
ทั้งหมดต้องขอบคุณหลอดไฟพลังงานแสงอาทิตย์เพียงไม่กี่ดวง
เพราะบริเวณรอบยี่สิบลี้แทบไม่มีผู้คน
ทางการย่อมไม่คิดจะขึงสายไฟฟ้ามาให้โดยไม่มีผลตอบแทน
ซูหานใช้พลังงานแสงอาทิตย์ทั้งชาร์จโทรศัพท์และให้แสงสว่าง
เขานั่งลงมองยอดเงินในบัญชีของตนในระบบหลังบ้านของโตอิน(แอพต๊อกติ๊ก)
“สามหมื่นหยวน...”
สายตาเขาเป็นประกาย ก่อนจะจิ๊ปากเบาๆ
ไม่น่าแปลกใจที่สตรีมเมอร์บางคนมีรายได้ปีละหลายสิบล้าน…
เหล่ามหาเศรษฐีแจกของขวัญกันอย่างกับไม่ใช่เงินของตัวเอง
สามหมื่นนี่เป็นยอดหลังหักค่าธรรมเนียมของแพลตฟอร์มแล้วนะ
เขาหันไปดูจำนวนผู้ติดตามอีกครั้ง
แต่พอเห็นตัวเลขกลับต้องขมวดคิ้ว จ้องตาแทบถลน
“อะไรกันนี่”
“เพิ่มเป็นแสนแล้วเหรอ”
ซูหานถึงกับอุทานออกมาเสียงดัง
เกือบคิดว่าตัวเองตาฝาดไป
....
แม้จะปิดไลฟ์ไปแล้วแต่คลื่นกระเพื่อมที่เขาสร้างไว้ยังไม่จางหาย
คืนนั้นเอง ชื่อของซูหานก็พุ่งขึ้นติดทั้งกระแสดังในโตอินและเว่ยป๋อ
หัวข้อสองหัวข้อกลายเป็นคำค้นหายอดนิยมทันที
#อาจารย์เต๋าสุดหล่อ แม่นดั่งจับวาง
#ท่านนักพรตสุดเจ๋ง ทั้งแม่นทั้งรอบรู้
เมื่อกดเข้าไปชม จะเห็นคลิปจากไลฟ์สั้นๆที่ถูกตัดมาเผยแพร่
ความแม่นยำจนเกินจริงทำให้ผู้คนตั้งข้อสงสัยว่านี่เป็นเพียงการแสดงตามบทเท่านั้น
【ใบไม้ปลิดปลิว】: “หล่อขนาดนี้ ยังเป็นนักพรตอีกเหรอ เหอะๆเห็นๆอยู่ว่าเป็นเน็ตไอดอลที่องค์กรปั้นขึ้นมาแน่ๆ”
【เมาไม่ขับ】: “ใช่เลย มันชัดมากว่ามีบท คนสมัยนี้ยังเชื่อง่ายแบบนี้อีกเหรอ”
【หัวเหล็กไม่กลัวค้อน】: “พวกที่ไม่ได้ดูไลฟ์ช่วงบ่ายอย่าพูดมาก ฉันเห็นกับตา ฉันยินดีเชื่อในตัวท่านนักพรต”
【วานิลลาจัสมิน】: “ใช่แล้ว พวกแกอย่าพูดพลอยๆว่าเป็นสคริปต์ อย่าดูถูกอาจารย์เต๋าของฉันนะ”
【ไม่กินกระเทียม】: “ดีเลย พวกแกทั้งหมดคิดว่าเป็นสคริปต์ งั้นพรุ่งนี้คงไม่มีใครมาแย่งซองแดงกับฉันสินะ ฮ่าฮ่า”
....
ในพื้นที่แสดงความคิดเห็น กลายเป็นสนามรบย่อมๆ
ฝั่งหนึ่งมั่นใจว่านี่คือการจัดฉากล้วนๆ
อีกฝั่งคือแฟนคลับที่ดูไลฟ์มากับตาและศรัทธาในตัวซูหานอย่างแน่นแฟ้น