เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 11 คนมันหล่อทำอะไรก็ไม่ผิด

บทที่ 11 คนมันหล่อทำอะไรก็ไม่ผิด

บทที่ 11 คนมันหล่อทำอะไรก็ไม่ผิด


หลังจากภารกิจแรกเสร็จสิ้น รางวัลที่ซูหานได้รับก็คือคาถาเทพแสงทอง

สิ่งนี้ทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะเฝ้ารอคอยว่า ต่อไปเขาจะได้รับอะไรอีกบ้าง

เมื่อร่ายคาถาในใจ เส้นแสงสีทองศักดิ์สิทธิ์ก็แผ่ซ่านออกมาจากร่างของซูหาน ปกคลุมทั่วทั้งตัวก่อนจะค่อยๆจางหายไปอย่างเงียบงัน

คาถาเทพแสงทองที่เขาได้รับนั้น ไม่จำเป็นต้องฝึกฝนเลยด้วยซ้ำ กลับสามารถใช้งานได้ในระดับผู้เชี่ยวชาญขั้นต้นทันที

ต้องเข้าใจก่อนว่า คาถาเทพแสงทองนั้นหาใช่ของที่ใครจะสามารถร่ายได้ด้วยการท่องคาถาเพียงไม่กี่คำไม่ มันต้องอาศัยความเข้าใจอย่างลึกซึ้งต่อแก่นแท้ของคาถานี้

ผู้ใช้ที่มีพลังและระดับต่างกัน ย่อมใช้คาถานี้ได้ด้วยพลังและประสิทธิภาพที่ต่างกันออกไปเช่นกัน

ซูหานสามารถเข้าสู่ระดับผู้เชี่ยวชาญขั้นต้น ได้ทันทีโดยไม่ต้องฝึกฝน ขั้นต่อไปหากอยากพัฒนายิ่งกว่านี้ เขาจำเป็นต้องฝึกฝนด้วยตัวเอง

แต่ถึงอย่างนั้น มันก็ช่วยย่นระยะเวลาไปได้อย่างมหาศาล หากเป็นผู้ฝึกตนในลัทธิเต๋าทั่วไป แค่ฝึกจนเข้าสู่ขั้นต้นก็ต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่าสองถึงสามปี ยังไม่ต้องพูดถึงขั้นผู้เชี่ยวชาญเช่นที่ซูหานเป็น

ด้วยพลังของคาถาเทพแสงทองที่เขาครอบครองอยู่ในยามนี้ แค่ใช้สั่งสอนภูตผีน้อยๆก็ถือว่าสบายยิ่งกว่าปอกกล้วยเข้าปากเสียอีก

ซูหานกำลังจมอยู่ในห้วงความปลาบปลื้มของตนเอง และเขาก็เกือบลืมไปว่า นี่คือ การถ่ายทอดสดแบบเรียลไทม์

ผู้ชมมากมายในหน้าจอต่างเบิกตากว้าง รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังฝันไป

【หม้อเหล็กตุ๋นห่านใหญ่】: “ฉันไม่ได้ตาฝาดใช่ไหม เมื่อครู่เหมือนจะมีแสงทองศักดิ์สิทธิ์เปล่งออกมาจากตัวท่านนักพรตถึงแม้จะเกิดขึ้นเพียงชั่วครู่ก็ตาม”

【ผู้กล้าหาญเช่นเสือ】: “ใช่ ฉันก็เห็นเหมือนกัน นั่นมันต้องเป็นวิชาเวทแน่ๆ”

【ศิษย์น้อยเขาชิงเวย】: “คล้ายกับคาถาคุ้มกันร่างเลย ผมเคยเห็นอาจารย์ของผมใช้ครั้งหนึ่ง แสงที่ปรากฏก็เป็นเช่นนี้ แต่ก็ไม่เจิดจ้าเท่าท่านนักพรตที่กําลังถ่ายทอดสดเลย”

【ตุ้มน้ำหนักเหล็ก】: “เวรเอ๊ย คนในลัทธิเต๋าพวกเจ้าฝึกฝนเซียนกันจริงๆด้วย พรุ่งนี้ฉันจะออกเดินทาง ไปขอเป็นศิษย์ที่สำนักทันที”

【กุหลาบมีหนาม】: “ไม่รู้ว่าแสงทองคุ้มกันร่างนี่ จะเพิ่มพลังต่อสู้ด้านอื่นๆได้ด้วยรึเปล่านะ”

【นักรบพกดาบ】: “คุณพระ ในโลกแบบนี้ก็ยังมีคนฝึกคาถาได้ด้วยเหรอ สมแล้วที่เป็น...ท่านนักพรต”

บรรยากาศในห้องไลฟ์สดกลับมาคึกคักอีกครั้ง

เหล่าผู้ชมต่างตั้งข้อสงสัยถึงแสงสีทองที่เปล่งประกายออกจากร่างของซูหานเมื่อครู่ มันทำให้เขาดูทั้งลึกลับและทรงพลังขึ้นอีกระดับ

เมื่อเห็นกระแสคอมเมนต์ในไลฟ์สดที่กำลังพูดถึงเรื่องนี้กันอย่างออกรส ซูหานก็หัวเราะเบาๆ

"แสงเมื่อครู่ก็แค่เอฟเฟกต์ในไลฟ์สดเท่านั้นเอง อย่าได้ตกอกตกใจไปเลย" เขาพูดด้วยรอยยิ้มสงบนิ่ง "จนถึงตอนนี้ ผมก็ยังเป็นเพียงนักพรตธรรมดาผู้หนึ่งเท่านั้น"

แน่นอนว่าไม่มีใครเชื่อคำพูดนี้

“ถ้าท่านยังเรียกตัวเองว่านักพรตธรรมดา งั้นบนโลกนี้คงไม่มีใครคู่ควรจะเป็นอาจารย์ได้อีกแล้ว”

“ถ้าผมส่งของขวัญในไลฟ์ให้ท่าน ท่านจะยอมเผยเคล็ดวิชาบินด้วยกระบี่ไหม ผมอยากเหาะได้บ้าง”

“ไม่เคยเห็นเอฟเฟกต์ในแอพไหนที่จะสมจริงขนาดนี้ ท่านนักพรตให้เหตุผลได้ห่วยเกินไปแล้ว”

“ใช่เลย ฉันเองก็เป็นสตรีมเมอร์ ฉันรับประกันได้เลยว่ามันไม่ใช่เอฟเฟกต์แน่นอน เอฟเฟกต์จริงๆมันไม่ใช่แบบนี้”

“นักพรตมีนามว่าอะไร มีใบรับรองหรือเปล่า ผมได้ยินมาว่าตอนนี้จะบวชเป็นนักพรตยังต้องมีวุฒิการศึกษาเลยนะ จะบวชเป็นพระนี่หนักกว่าเรียนจบปริญญาโทด้วยซ้ำ”

...

“ผมนามว่า ซูหาน นามนักพรตคือหานซาน”

ซูหานส่ายหน้าเบาๆพลางหัวเราะ “ส่วนใบรับรองนักพรตนั้น ผมไม่มีหรอก”

“ทุกคนจะมองว่าผมเป็นนักพรตเถื่อนก็ได้ ไม่ว่ากัน”

เขากล่าวติดตลก พร้อมกับหมุนกล้องในมือถือให้เห็นภาพรอบๆ เผยให้เห็นภาพของอารามเก่าแก่ที่ชำรุดทรุดโทรม

“นี่คือไป๋อวิ๋นกวาน อารามที่ผมอาศัยอยู่”

【นักรบพกดาบ】: “หานซาน ชื่อเท่มาก แค่ได้ยินนามก็รู้แล้วว่าท่านต้องไม่ธรรมดาแน่ๆ”

【สายลมยากหยุด】: “ท่านนักพรต อารามของท่านดูเหมือนจะมีแค่ท่านคนเดียว…คงเหงาน่าดู ขาดแม่บ้านหรือเปล่า ฉันยินดีอาสา”

【เสี้ยวเวลาหนึ่ง】: “สาวข้างบนนั่น อย่าหลอกตัวเองเลย เจ้าก็แค่หลงรูปลักษณ์ของท่านนักพรตเท่านั้นแหละ”

【ปลาตัวน้อย】: “ท่านนักพรตคงจะกล่าวว่า…สตรีจะทำให้ฉันบำเพ็ญเพียรช้าลง”

【ฉันสายหน้า】: “ถ้าท่านนักพรตยอมเป็นแฟนของฉัน ถึงจะตบหน้าฉัน ฉันก็ยังชมว่าเขาหล่ออยู่ดี”

...

“แค่กๆ...”

ซูหานกระแอมเบาๆ “ขอให้พวกสตรีผู้มีศรัทธาทั้งหลายจงสงบใจไว้ด้วย ผมเป็นเพียงผู้บำเพ็ญเพียรในหนทางแห่งเต๋า”

ทว่าคำพูดของเขากลับยิ่งกระตุ้นความคลั่งไคล้ของแฟนคลับสาวๆในไลฟ์สด

ชายหนุ่มที่มีพลังแฝงเร้นในรูปลักษณ์อันลึกลับ แถมยังสวมอาภรณ์นักพรต นี่มันพระเอกสายเย็นยะเยือกในนิยายโรแมนซ์ชัดๆ"

【ดอกไม้แดงแสนบริสุทธิ์】: “นักพรตต้องห้ามแต่งงานและมีลูกใช่ไหม แถมยังต้องปฏิบัติตามกฎเคร่งครัดทุกวัน…น่าสงสารไปหน่อยไหมเนี่ย”

【เมิ่งเต๋อคือไอดอลของข้า】: “พวกเธอๆ อย่าก่อกวนท่านนักพรตนักสิ ถ้าอยากแสดงความรักก็ส่งมาที่ผมก็ได้นะ ผมยังหนุ่มยังแน่น รับมือไหว”

【เหล็กในมือข้า】: “เท่าที่ฉันรู้ นักพรตมีทั้งแบบบวชและไม่บวชนะ คล้ายๆกับชาวพุทธที่มีฆราวาสนั่นแหละ แบบไม่บวชก็แต่งงานกินเนื้อได้”

【ลมกรดสายฟ้า】: “หึ วัดแถวบ้านฉัน พระแต่ละรูปตัวกลมๆขับเบนซ์บีเอ็ม กินเนื้อดื่มเหล้าสบายใจเฉิบ ตอนกลางคืนยังรวมตัวไปเล่นวิดพื้นกันอีก”

【คาปูชิโน่】: “ฟังแบบนี้ก็พอเข้าใจได้ พระส่วนใหญ่ดูอ้วน แต่พอนึกถึงนักพรต…ล้วนผอมเพรียวเกือบทั้งนั้น”

...

เมื่อเห็นคอมเมนต์มากมายในไลฟ์ ซูหานก็ตระหนักว่าผู้คนยังเข้าใจผิดเรื่องลัทธิเต๋าอยู่มาก

หากเทียบกับพุทธศาสนาแล้ว ลัทธิเต๋าดูเงียบขรึมและไม่ค่อยโปรโมตตัวเองเท่าไหร่ เพราะหลักสำคัญของเต๋าคือไม่แย่งชิงและดำเนินตามธรรมชาติ

ซูหานจึงตัดสินใจกล่าวความรู้เล็กน้อยให้เหล่าผู้ชมเข้าใจ

“จริงๆแล้วลัทธิเต๋ามีหลายนิกายทีเดียว”

เขากล่าวพร้อมรอยยิ้ม “แต่ถ้าจะแบ่งคร่าวๆ ก็แบ่งเป็นฉวนเจินและเจิ้งอี”

" ฉวนเจินคือพวกที่บวชเต็มตัว ต้องครองพรหมจรรย์และถือศีลอย่างเคร่งครัด ไม่กินเนื้อ ไม่แต่งงาน”

“ส่วนเจิ้งอี นั้นไม่ใช่นักพรตที่บวชอย่างเป็นทางการ จึงไม่ถูกจำกัดมากนัก จะกินเนื้อหรือแต่งงานก็ได้”

คำอธิบายของเขาเรียบง่ายแต่ชัดเจน ทำให้ผู้ชมในไลฟ์สดเข้าใจได้ทันที

ไม่นานก็มีคนเริ่มถามว่าซูหานสังกัดนิกายใด

"ผมเป็นสายเจิ้งอี“เขายิ้มตอบ”ฉะนั้นหากวันไหนเห็นผมดื่มเหล้ากินเนื้อ ก็อย่าเพิ่งด่าว่าผมผิดธรรมวินัยเลย นั่นเป็นเรื่องปกติ"

เพราะดังคำโบราณกล่าวไว้ "สุราและเนื้อเพียงผ่านลำไส้ แต่เต๋าอยู่ในใจ"

หากห้ามแม้กระทั่งเหล้าและเนื้อ แล้วจะเรียกว่าทางแห่งเต๋าได้อย่างไร

แน่นอนว่าความคิดเห็นนี้เป็นของซูหานเพียงผู้เดียว หาได้หมายถึงการดูแคลนนิกายฉวนเจินไม่

“เข้าใจแล้วแปลว่านักพรตแต่งงานได้ งั้นฉันยังมีหวังอยู่ใช่ไหมเนี้ย”

“อย่าแย่งฉันนะ ท่านนักพรตต้องเป็นของฉัน”

“นักพรตเจ้าขา ฉันอายุ 24 เป็นคนเมืองหลวงโดยกำเนิด สัดส่วน36 หน้าตาก็ไม่เลว บ้านมีสามตึกให้เช่า ฉันขอเชิญท่านมาใช้ชีวิตกับฉันอย่างหรูหราร่ำรวยในวันข้างหน้าเถอะค่ะ”

“น่าอับอายจริงๆ เจ้าคนข้างบนหยุดความเพ้อเจ้อซะเถอะ ท่านนักพรตเป็นบุรุษที่แม้แต่เงินก็ซื้อใจไม่ได้หรอก”

...

ขณะที่คอมเมนต์ไหลพุ่งอย่างดุเดือด เหล่าชายหนุ่มผู้ชมไลฟ์สดก็รู้สึกเจ็บปวดจนแทบกระอักเลือด

บัดซบ...หน้าตาดีถึงขนาดนี้ จะทำอะไรก็ได้เลยสินะ

ดูเหมือนว่า... มันจะเป็นเรื่องจริงซะด้วย

จบบทที่ บทที่ 11 คนมันหล่อทำอะไรก็ไม่ผิด

คัดลอกลิงก์แล้ว