เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Ep.108 - เสี่ยวไป๋ลงมือ

Ep.108 - เสี่ยวไป๋ลงมือ

Ep.108 - เสี่ยวไป๋ลงมือ


2/4

โคตรพยัคฆ์โลกาวินาศ Ep.108 - เสี่ยวไป๋ลงมือ

“นี่ …” หลิวเซินซานตกใจจนพูดไม่ออกเมื่อเห็นถึงความแข็งแกร่งของฉินเฟิง

ก่อนหน้านี้ในโถงอาหาร เพราะการยั่วยุของใครบางคน ฉินเฟิงเลยเผยถึงความแข็งแกร่งของผู้ใช้วรุยทธโบราณในเลเวล F ออกมา แต่ตอนนี้หลิวเซินซานทราบแล้วว่าเรื่องทั้งหมดเขาได้ยินมาผิด!

ฉินเฟิงเป็นผู้ใช้อบิลิตี้ต่างหาก!

อย่างไรก็ตาม ดูจากสีของอบิลิตี้ที่ปลดปล่อยออกมาแล้ว หลิวเซินซานก็บังเกิดความรู้สึกสับสนเล็กน้อย ---มันเป็นสีดำไปได้อย่างไร?

ยังไงก็ตาม เนื่องจากฉินเฟิงปลดปล่อยเพลิงโลกันต์ตามมาอีกระลอก หลิวเซินซานเลยพาลคิดไปว่า พลังก่อนหน้านี้คงจะเป็นการโจมตีที่เกิดจากการกลายพันธ์ของรูนไฟ เลยละความสงสัย เลิกคิดอะไรมากเกี่ยวกับมัน

เขาเร่งเดินเข้าไป และเริ่มเปิดใช้งานระบบทำความเย็น เมื่อน้ำเย็นไหลลงมา อุณหภูมิก็ลดหลั่นลง จากนั้นภายในก็เผยให้เห็นถึงวัตถุดิบที่หลอมคืนเสร็จสิ้นแล้ว

“น้องชายฉิน นี่คือทั้งหมดที่หลอมได้” หลิวเซินซานส่งมอบสินค้าให้ฉินเฟิง ในเวลานี้ มันถูกย่อยจนแบ่งออกเป็นแหล่งพลังงานสามประเภท ทั้งหมดก่อตัวเป็นบล็อก หนึ่งในนั้นมีขนาดเท่ากับอิฐสามก้อน และยังมีน้ำหนักกว่าร้อยจิน!

“นี่เป็นของชั้นดี! มันคือทรัพยากรแร่ธาตุจากอีกโลกหนึ่งที่ถูกเรียกกันว่าศิลาลึกลับ  มันหนักมาก แต่ก็มีความแข็งที่สูงมากเช่นกัน -หากใช้ทำเป็นโล่ก็จะมีพลังป้องกันที่ทรงพลัง แต่มันจะดีกว่าถ้าใช้เป็นอาวุธ เพราะมันจะทนทานยากต่อการถูกทำลาย!”

ฉินเฟิงพยักหน้าเห็นด้วย

นี่มันเป็นของดีอย่างที่ว่าจริงๆ

“ลุงหลิว ผมโอนเงินให้ลุงแล้วนะ แต่ถ้าผมจะขอให้ลุงอัพเกรดอุปกรณ์รูนตอนนี้เลย ลุงจะใช้เวลาประมาณเท่าไหรหรือครับ?” ฉินเฟิงถาม

“ตอนนี้?” หลิวเซินซานไม่คิดว่าฉินเฟิงยังต้องการให้เขาอัพเกรดอุปกรณ์อีก เดิมที ที่ตนมา เพราะคำใบ้เรื่อง ‘ช่วงชิงอาณาเขต’ ต่างหาก ไม่ใช่ว่านี่คือโอกาสที่สมควรจะหนีหรอกหรือ?

ฉินเฟิงพยักหน้า “ลุงหลิว ร้านของลุงตั้งอยู่ใจกลางเมือง ตอนนี้พวกแมลงกำลังอาละวาด หรือพูดอีกอย่างก็คือลุงอยู่กลางวงล้อม ฉะนั้น ถ้าตัดสินใจหนีออกไปทันทีตอนนี้ แม้จะมีโอกาสรอด แต่มีแนวโน้มเป็นไปได้สูงว่าจะตายมากกว่า!”

หลิวเซินซานเห็นได้ชัดว่าเริ่มลังเล

ฉินเฟิงกล่าวไม่ผิด เพราะช่วงแรกที่พวกแมลงออกจากรอยแยกมิติ มันจะทำการออกล่าตามสัญชาตญาณ สภาพบนท้องถนนเลยเละเทะอย่างที่ปรากฏในปัจจุบัน บางทีเขาอาจจะหนีพวกแมลงธรรมดาๆได้ แต่หากบังเอิญไปเจอตัวระดับราชันย์เข้าก็เป็นอันจบ

เรื่องแบบนี้ ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ที่จะเกิดขึ้น

อย่างไรก็ตาม มันก็ยังมีช่องว่างให้หลบหนีอยู่ ตัวอย่างเช่น ยอมเสี่ยงย่องไปตามอาณาเขตของแมลงที่ทรงพลัง เพราะแมลงที่อ่อนแอจะไม่กล้าก้าวเข้ามาในอาณาเขตของแมลงที่แข็งแกร่ง โอกาสเกิดเสียงดังจึงน้อยกว่า หรือไม่ก็ใช้ประโยชน์จากสัญชาตญาณของพวกแมลง อาศัยช่องว่างในจังหวะที่พวกมันกำลังแย่งชิงอาณาเขตกัน หลบหนีไปตามเส้นแบ่งเขตที่ไม่มีฝ่ายใดรุกล้ำ ความปลอดภัยก็จะสูงกว่า

ที่กล่าวมาข้างต้น ล้วนเป็นความรู้จากในตำราหนังสือ

แต่วิธีที่ว่า คงมีไม่กี่คนหรอกมั้งที่สามารถทำได้

ฉินเฟิงเอ่ยปาก “ยิ่งไปกว่านั้น ตอนนี้เมืองหานล่มสลายแล้ว รอยแยกมิติก็ยังเปิดขึ้นต่อเนื่อง ดังนั้นมันจะเป็นการดีกว่า หากรอคอยการช่วยเหลืออยู่ที่นี่ ไหนจะคนอีกกว่า 20 ชีวิตในห้องใต้ดินที่ยังซ่อนตัวอยู่ ดังนั้น ควรใช้โรงแรมเป็นสถานที่หลบภัย จะได้มีพื้นที่ให้ทุกคนสะดวกสบายมากขึ้น แต่อาวุธของผมในตอนนี้มันไม่คมพอ ที่จะล้างบางพวกแมลงหรือใช้ปกป้องโรงแรมจากศัตรู และไหนๆก็ได้แก่นพลังงานของสัตว์ร้ายเกราะคริสตัลมาแล้ว ผมเลยคิดว่าอัพเกรดมันซะที่นี่ ตอนนี้เลยจะดีกว่า!”

แต่เหตุผลสำคัญที่สุดที่ฉินเฟิงตัดสินใจตั้งรกรากอยู่ที่นี่ก็คือ เพราะเขาตระหนักดีว่า ด้วยทัศนคติพิสดารของหลิวซู เธอย่อมไม่ยินยอมพาแค่ตัวเองกับครอบครัวหนีไปด้วยอย่างแน่นอน แต่คงหอบเอา ‘ภาระ’ อีกกว่า 20 ชีวิตติดตัวไปด้วย

ในกรณีนี้ ใครจะรู้ว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นระหว่างทาง?

และในสถานการณ์คับขัน ก็มักจะมีหลายสิ่งไม่คาดฝันเกิดขึ้น อย่างเช่นสหายร่วมทางที่ติดตามและเชื่อฟังกันมาเป็นอย่างดีในช่วงแรก ( ณ ที่นี้หมายถึงพวกภาระ) พอถึงเวลาจริงๆ อาจจะผลักดันเราเข้าสู่ความตายก็เป็นได้

และฉินเฟิงไม่ต้องการให้เหตุการณ์แบบนั้นเกิดขึ้นกับลุงหลิว เขาจะไม่ยอมให้ลุงหลิวได้รับบาดเจ็บ!

ทางฝั่งหลิวเซินซานเอง เห็นได้ชัดว่าถูกชักจูงโดยคำพูดของฉินเฟิง

“เธอพูดถูกนะ ฉันเห็นด้วย มันใช้เวลาไม่นานหรอกในการหลอมอาวุธ ซัก3-5ชั่วโมงก็พอแล้ว”

ประเด็นสำคัญที่สุดก็คือ หลิวเซินซานตระหนักดีว่าฉินเฟิงนั้นแข็งแกร่งเพียงใด เขาน่าจะแกร่งกว่าหลิวซูซะด้วยซ้ำ ดังนั้นการมีฉินเฟิงคอยคุ้มกันภัย ย่อมดีกว่าไม่มีอะไรเลย

อีกอย่าง หลิวเซินซานยังกลัวว่าฉินเฟิงจะหนีไป แล้วทิ้งครอบครัวเขาไว้เพียงลำพัง!

ฉินเฟิงพยักหน้าพึงพอใจ และกล่าว “แต่ผมยังมีวัตถุดิบบางอย่างที่อยากจะใช้ในการอัพเกรด ลุงรอก่อนนะ ผมจะขอให้แฟนเอามันมาให้”

ฉินเฟิงเปิดอุปกรณ์สื่อสาร และขอให้ไป๋หลีนำของบางอย่างมา ซึ่งเป็นอะไรไปไม่ได้ นอกจากหอกของราชันย์อัศวิน

ไป๋หลีเมื่อได้รับสายสนทนาของฉินเฟิง เธอก็เดินออกจากห้องใต้ดินทันที

แม้เธอไม่ทราบเส้นทางแบบเฉพาะเจาะจง แต่ก็ยังสามารถรับรู้ถึงสถานที่อยู่ของฉินเฟิงได้ ดังนั้นเธอจึงหาสถานที่เหมาะๆในลานจอดรถใต้ดิน ก่อนจะใช้พลังมิติเทเลพอร์ตขึ้นบนข้างบน

ในเวลาเดียวกันนั้นเอง กลุ่มผู้ใช้พลังที่กำลังถูกไล่ล่าโดยฝูงแมลงก็พากันถอยหนีเข้ามาในโรงแรมพอดี

“มารดามันเถอะ ไอ้พวกแมลงสารเลว!”

“ไอ้ลูกสำส่อนตัวไหนกันที่มันเป็นคนทำลายอุปกรณ์รักษาเสถียรภาพมิติ!”

“เวลานี้ พูดเรื่องนั้นไปมันจะได้ประโยชน์อะไร?”

“เออ! ไม่พูดก็ไม่พูด แต่ตอนนี้ข้างนอกมันโกลาหลเกินไป ปล่อยให้พวกแมลงกินคนให้เต็มที่ก่อน และพอพวกมันอิ่มแล้ว ไม่ขยับเขยื้อนไปไหน ถึงเวลานั้นพวกเราค่อยออกไปกัน! ระหว่างนี้ก็ปกป้องทางเข้าโรงแรมให้ดี!”

“มัวชักช้าอะไรอยู่? รีบๆหาอะไรมาขวางประตู กับปิดกั้นหน้าต่างทั้งหมดที่นี่ซะ!”

พวกเขาเหล่านี้ล้วนเป็นผู้ใช้พลังเลเวล F เลยครอบครองประสบการณ์เอาชีวิตรอดมากมาย ทั้งหมดจึงสามารถค้นหาสถานที่หลบภัยอันเหมาะสมอย่างโรงแรม และหาวิธีปกป้องมันได้อย่างรวดเร็ว

ระหว่างที่พวกเขากำลังวุ่น ไป๋หลีที่กำลังฮัมเพลงด้วยความสุขก็ปรากฏตัวขึ้นอย่างกระทันหัน

เป็นธรรมดาที่ไป๋หลีจะไม่สนใจพวกเขา แต่ในหมู่คนเหล่านั้น มีบางคนเกิดความสนใจต่อไป๋หลี

คนที่ว่าไม่ใช่ใครอื่น หากแต่เป็นผู้ใช้วรยุทธโบราณที่เพิ่งถูกฉินเฟิงเฉาะฟันออกเมื่อวันก่อน

หลังจากที่เขาเห็นไป๋หลี ดวงตาก็หรี่แคบลงทันที

“แหม แหม นี่มันเด็กของไอ้หนุ่มนั่นไม่ใช่หรอ?” ชายคนนั้นก้าวไปข้างหน้า ขวางทางไป๋หลี

ไป๋หลีขมวดคิ้ว เกิดความรู้สึกสะอิดสะเอียนต่อสายตาที่อีกฝ่ายจ้องมองมา

“ฮ่าฮ่าฮ่า สาวน้อย ตอนนี้แฟนเธอคงจะกลายเป็นอาหารแมลงข้างนอกไปแล้ว ดังนั้นเธอหันมาติดตามฉันดีกว่า ฉันจะปกป้องเธอเอง แต่ถ้าปฏิเสธล่ะก็ …. ฉันจะโยนเธอออกไปให้เป็นอาหารพวกแมลงซะ!”

ไป๋หลีมองตาอีกฝ่าย ใบหน้าที่กำลังเผยรอยยิ้มเยาะของฉินเฟิงวาบผ่านเข้ามาในหัวเธอ

“ที่รักของฉันอยู่ในสวนหลังบ้าน ทำไมถึงพูดว่าเขาถูกแมลงกินไปแล้ว ไร้สาระ!”

ชายคนนั้นตกใจ เขาไม่คิดเลยว่าฉินเฟิงจะยังไม่ตาย

อย่างไรก็ตาม ท่าทีที่แสดงออกมาของไป๋หลีก็ทำให้ผู้ใช้วรยุทธโบราณรู้สึกเดือดดาล “ในเมื่อมันอยู่ในสวนหลังบ้าน ก็คงไม่มีทางรับรู้ถึงสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นในตอนนี้! มาเถอะสาวน้อย ฉันจะเล่นกับเธอเอง ก่อนตาย บิดาขอใช้ชีวิตให้คุ้มค่าหน่อยเถอะ!”

ระหว่างกล่าววาจาหยาบโลน ชายคนนั้นก็ยื่นมือข้างหนึ่งออกไป พยายามปิดปากไป๋หลี ในสมองกำลังจินตนาการถึงท่าทีกรีดร้องอ้อนวอนของอีกฝ่าย

ไป๋หลีก้าวถอยหลังและขมวดคิ้ว “ที่รักของฉันยังไม่เคยทำร้ายฉันเลย! แล้วแกเป็นใครถึงกล้าทำแบบนี้!”

“ฮ่าฮ่า ก็ถ้าในเมื่อมันยังไม่เคยทำ งั้นฉันนี่แหละจะทำให้เธอเอง!”

ดวงตาของไป๋หลีสว่างวาบขึ้นทันใด รอยยิ้มจิ้งจอกทรงเสน่ห์ปรากฏขึ้นบนใบหน้าเธอ “แกเป็นคนเลือกเองนะ!”

สิ้นเสียง ไป๋หลีก็ไม่ลังเลอีกต่อไป แขนเรียวเล็กยกขึ้น และตบฉาดดด! เข้าเต็มกระพุ้งแก้มของชายที่คิดล่วงเกินเธอ

หากกล่าวว่าในตอนที่ฉินเฟิงเคยต่อยเขา ช่วงเวลานั้นฉินเฟิงยั้งมือ ทว่าเวลานี้ไป๋หลีไม่ได้ยั้งมือแต่อย่างใด

ฝ่ามือนี้ตบเข้าใส่อีกฝ่ายโดยตรง ไม่เพียงเท่านั้น แต่หน้าต่างที่เพิ่งปิดกั้น พลันพังทลายลงทันที ผู้ใช้วรยุทธโบราณปลิวตกไปด้านนอกของโรงแรม แมลงหลายสิบตัวที่เดินเตร่อยู่บริเวณภายนอกโถมเข้ากรุ้มรุมเขาทันที และเริ่มกัดแทะอย่างบ้าคลั่ง

ไป๋หลีเผยรอยยิ้มจางๆ

“จะโยนฉันออกไปเป็นอาหารแมลง? กล้าเอาความคิดแบบนั้นมาจากที่ไหนกัน!”

ว่าจบ ไป๋หลีก็เริ่มก้าวต่อ เหลือทิ้งไว้เพียงเสียงรองเท้าส้นสูงสะท้อนไปตามทางเดิน

จบบทที่ Ep.108 - เสี่ยวไป๋ลงมือ

คัดลอกลิงก์แล้ว