เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Ep.88 - ได้แค่ขับไล่

Ep.88 - ได้แค่ขับไล่

Ep.88 - ได้แค่ขับไล่


3/5

โคตรพยัคฆ์โลกาวินาศ Ep.88 - ได้แค่ขับไล่

ในเวลานี้ ราชันย์อัศวินไล่ค้นหาบางสิ่งบางอย่างท่ามกลางภูเขาแม่อย่างบ้าคลั่ง แต่มันก็ไม่ค้นพบอะไรเลย

ด้วยความโกรธ ราชันย์อัศวินตัดสินใจวิ่งฝุ่นตลบด้วยความสิ้นหวัง ตรงไปยังทิศทางค่ายของมนุษย์

ในขณะที่มันใกล้เข้ามา อุปกรณ์สื่อสารของทุกคนในตำแหน่งดังกล่าวก็เกิดการสั่นไหวอย่างรุนแรง

“อพยพ! โปรดทำการอพยพโดยด่วน!”

“ขอให้ผู้ใช้พลังระดับต่ำรีบหนีไปโดยเร็วที่สุด!”

“ระดับราชันย์ … สัตว์ร้ายระดับราชันย์กำลังบุกเข้ามา!”

บังเกิดความโกลาหลขึ้นภายในค่าย

ในจังหวะเดียวกันนั้นเอง แสงไสวก็พลันพุ่งทะยานขึ้นจากท่ามกลางความมืดมิด

“มาได้จังหวะจริงๆ!”

เสียงนี้แม้ชราภาพ แต่ก็เปี่ยมไปด้วยพลัง รูนนับไม่ถ้วนพรั่งพรูออกมา สาดแสงจนเปลี่ยนกลางคืนให้ราวกับกลายเป็นกลางวัน

ร่างที่แก่ชรา แต่แข็งแกร่งปรากฏตัวขึ้นหน้าค่าย ห่างออกไปราวๆ 100 เมตร

“นั่นมันผู้อำนวยการของสถาบันระดับสูง! ผู้ใช้อบิลิตี้แสงเติ้งเหนียน!”

เติ้งเหนียนเป็นผู้ใช้อบิลิตี้แสง เขาทรงพลัง แต่ก็มีอายุมากแล้วเช่นกัน

ยิ่งไปกว่านั้น เขายังกล่าวได้ว่าเป็นสมบัติของสถานที่ชุมชนทางตอนเหนือ และยังไม่เคยเข้าร่วมปฏิบัติการปิดล้อมมาก่อน ฉากนี้เลยพลอยทำให้ผู้คนเขตเฉิงเป่ยกลัวว่าเขาจะพลาดท่า และไม่อาจถอนตัวออกมาได้

เพราะท้ายที่สุดแล้ว ในกองทัพซากศพน่ะมีการดำรงอยู่ของนักฆ่าในเงามืดอย่างซากศพแห้งกรัง ดังนั้นจึงมีแนวโน้มว่าเติ้งเหนียนอาจถูกลอบสังหารเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ราชันย์อัศวินได้บุกมาถึงที่แล้ว ทางฝั่งเติ้งเหนียนเองก็แลดูจะมีความสุขมาก  ทั้งคนทั้งร่างโถมปะทะเข้าใส่มันโดยตรง

แสงสว่างแปรเปลี่ยนเป็นลำแสง พุ่งเข้าหาราชันย์อัศวิน

“ฮ่าฮ่าฮ่า มาได้จังหวะจริงๆ จงอยู่เป็นเพื่อนเล่นกับฉันที่นี่ซะดีๆ!”

-ผู้ใช้อบิลิตี้เลเวล E ก้าวเข้าสู่สมรภูมิ เข้าเผชิญหน้ากับราชันย์อัศวินแล้ว!

หึ่งงงงง!

อุปกรณ์สื่อสารของฉินเฟิงสั่นไหวอย่างแรง

เป็นโจวฮ่าวที่โทรมา

ฉินเฟิงกดรับสาย

“เจ้าบ้าเอ๊ย นายไปมุดหัวอยู่ที่ไหนเนี่ย?”

“แค่ออกมาวิ่งเล่นตอนกลางคืนน่ะ!” ฉินเฟิงได้รับหอกเหล็กดารามาในครอบครอง ดังนั้นเขาจึงอารมณ์ดีเป็นอย่างยิ่ง และกล่าวติดตลกออกไป

“ถ้าอย่างนั้นนายไม่ต้องกลับมาที่ค่ายนะ ตอนนี้ไอ้ราชันย์อัศวินมันกำลังวิ่งลงเขามา ทางฉันจะช่วยลากรถนายออกไปเองสบายใจได้ ขอให้มุ่งสมาธิไปกับความปลอดภัยของตัวเองซะ!”

“แย่หน่อยนะ แต่พอดีว่าฉันกลับมาแล้ว”

ฉินเฟิงไม่คาดคิดเลยว่าโจวฮ่าวจะเชื่อคำพูดของเขา เจ้าตัวอดไม่ได้ที่จะรู้สึกขบขัน

ถ้าเขาเอ่ยประโยคนี้กับคนอื่น ทั้งหมดคงคิดว่าฉินเฟิงชิงหลบหนีจากแนวหน้าไปแล้ว!

ฉินเฟิงเดินไปยังทิศทางเต็นท์ของทั้งสอง เขาพบว่าโจวฮ่าวใช้เชือกเกี่ยวกับรถของฉินเฟิงเรียบร้อยแล้ว ขณะเดียวกันก็หันไปมองรอบๆ พอเห็นฉินเฟิงเขาก็โบกมือให้

“เร็วเข้า เร่งมือหน่อย ถ้าหนีไม่ทันพวกเราจะรอดรึเปล่าก็ไม่รู้!” โจวฮ่าวสตาร์ทรถ

ฉินเฟิงพาไป๋หลีเข้าไปในรถล่องเวหา ไป๋หลีในปัจจุบันยังไม่ได้เปลี่ยนกลับร่างเดิม ก็ขึ้นไปบนรถด้วยทั้งๆแบบนั้น

แม้ฉินเฟิงจะสามารถลวงราชันย์อัศวินลงมาจากภูเขาได้ แต่ก็ทำให้เกิดความโกลาหลขึ้นภายในค่าย แต่สถานการณ์โดยรวมนับว่าเป็นสิ่งที่ดี เพราะที่นี่คือแหล่งรวมตัวของผู้ใช้พลังในเลเวล E พวกเขาน่าจะร่วมมือกันกดดัน และสามารถสังหารมันลงได้

การต่อสู้เริ่มขึ้นในเวลาตี 3 ลากยาวมาจนถึงช่วงเช้า ตำแหน่งที่ตั้งค่ายในปัจจุบัน ได้กลายสภาพเป็นซากปรักหักพังไปแล้ว

“ฟังดูเหมือนเสียงต่อสู้จะหายไปแล้วนะ”

“มันจบแล้วงั้นหรอ?”

“ข้างหน้าเป็นยังไงบ้าง?”

คนกลุ่มหนึ่งอดไม่ไหวต้องเอ่ยออกมา

ฉินเฟิงยังคงอยู่ในรถล่องเวหา แม้ความแข็งแกร่งของเขาจะเพิ่มพูนขึ้นเป็นอย่างมากในค่ำคืนเดียว แต่ฉินเฟิงก็ยังไม่ลืมที่จะฝึกฝน เพราะน่ากลัวว่าตอนนี้จะไม่มีผู้ใช้วรยุทธโบราณให้เขาสังหารเล่นเพื่อช่วงชิงกำลังภายในอีกแล้ว ดังนั้นจึงเป็นธรรมดาที่เขาจะต้องหันมาขยันฝึกฝนกำลังภายใน เพื่อไม่ให้คุณภาพของมันตกลง

ในช่วงเวลานั้นเอง กระจกรถของฉินเฟิงก็ถูกเคาะ

“ฉินเฟิง ออกมาหน่อยสิ!” ในน้ำเสียงของโจวฮ่าวปนไปด้วยความตื่นเต้น

ฉินเฟิงไม่ทราบว่าทำไม แต่เขาก็เปิดประตูออกมาโดยดี

“มีอะไรงั้นหรอ?”

“ฮะฮ่าฮ่า นายเห็นรึเปล่า ว่าฉันพบพวกเดียวกันแล้ว!”

โจวฮ่าวกล่าวแบบนั้น ฉินเฟิงก็สังเกตเห็นว่าคนที่ยืนอยู่ข้างๆโจวฮ่าวคือหลี่เหยาเหยากับลู่เหมิง

ไม่เพียงแค่นั้น แต่ลู่เหมิงยังติดโลโก้เลเวล G อยู่ตรงหน้าอกอีกด้วย ดูเหมือนว่าเธอจะได้รับสถานะผู้ใช้พลังเป็นที่เรียบร้อย

“อ๊า! ฉินเฟิง นายก็มาด้วยงั้นหรอ!” ลู่เหมิงมีความสุขอย่างเห็นได้ชัด “คราวก่อนเหยาเหยาบอกว่าเห็นนายที่โรงเรียน แต่ฉันกลับไม่เจอนายเลยในช่วงสองสามวันที่ผ่านมา”

“เหมิงเหมิง!” หลี่เหยาเหยาอุทานที่เพื่อนแฉเรื่องตัวเอง แม้ว่าเธอจะมีชอบฉินเฟิงมาก แต่ยังไงซะ เธอก็ยังเป็นหญิงสาวที่ขี้อายอยู่ดี

“พอดีว่าฉันไม่ค่อยจะได้ไปเรียนสักเท่าไหร่น่ะ” ฉินเฟิงตอบอย่างเฉยเมย

“แต่มันก็สมเหตุสมผลอยู่นะ เพราะด้วยความสามารถของนาย นายไม่จำเป็นต้องเข้าชั้นเรียนเลยด้วยซ้ำ ขนาดกระทั่งเพื่อนนาย ก็พลอยได้รับอานิสงส์จนกลายเป็นผู้ใช้พลังไปด้วยเลย!” ลู่เหมิงกล่าวพลางมองไปทางโจวฮ่าวด้วยความอิจฉาเล็กน้อย

เห็นได้ชัดว่าเด็กชายตัวน้อยคนนี้อายุน้อยกว่าเธอถึงหนึ่งปี แถมยังเป็นรุ่นน้องอีก แต่เขากลับได้รับสถานะผู้ใช้พลังเลเวล G มาในครอบครองซะแล้ว

ทราบกันหรือไม่ ว่าลู่เหมิงต้องจ่ายออกไปด้วยเงินจำนวนมหาศาล เพื่อจ้างวานคนมาช่วยเหลือเธอเป็นเวลากว่า 3 วัน จึงสามารถล่าสัตว์ร้ายครบทั้ง 200 ตัว และผ่านการทดสอบมาได้

โจวฮ่าวกล่าวด้วยความไม่พอใจเล็กน้อย “ผมผ่านการประเมินเลเวล G ด้วยฝีมือตัวเองนะ! ระหว่างทดสอบ พวกสัตว์ร้ายถูกฆ่าไปจนนับกันไม่ไหวด้วยซ้ำ!”

“นายกำลังจะด่าว่าฉันต่างหากที่โกงใช่ไหม? รุ่นน้องเอ๋ย ถอนคำพูดเดี๋ยวนี้เลยนา ถ้านายยังอยากเดินท่องไปทั่วโรงเรียนอย่างสะดวกใจ นายรู้รึเปล่าว่าพี่สาวเหมิงเหมิงคนนี้ ในโรงเรียนมีชื่อเสียงน่าหวาดกลัวขนาดไหน?” ลู่เหมิงจิ้มๆเอวเขาและกล่าว

แม้จะถูกจั๊กจี้ แต่โจวฮ่าวก็ไม่หัวเราะออกมา ตอนนี้เขามีความสูงถึง 1.8 เมตร ขณะที่ลู่เหมิงสูงเพียง 1.5 เมตร ฉะนั้นหากมองเพียงภาพตรงหน้า มันจะดูเหมือนลู่เหมิงเป็นน้องสาวที่น่ารักของโจวฮ่าวซะมากกว่า

ทั้งสองคนดูเหมือนจะทะเลาะกัน ฉินเฟิงเลยชิงเอ่ยถามว่า “ทางแนวหน้าเป็นยังไงบ้าง? ผลลัพธ์เป็นใครที่ชนะ?”

ทันทีที่ฉินเฟิงเอ่ยถาม ทั้งคู่ก็หยุดเถียงกัน หลี่เหยาเหยาเลยมีโอกาสพูดแทรกเสียที

“การต่อสู้ได้สิ้นสุดลงแล้ว ผลคือเลเวล E ทางฝั่งเราสามารถขับไล่ราชันย์อัศวินไปได้”

ฉินเฟิงขมวดคิ้ว “ขับไล่? ไม่ใช่ฆ่าหรอกหรอ?”

“ฆ่าเฆ่ออะไรกัน! ไอ้ตัวอัศวินมันมีโล่นะ! แถมโล่นั่นน่าจะเทียบเท่าได้เลยกับอุปกรณ์รูนสีทอง มันกระทั่งสามารถต้านทานพลังแสงของผู้อำนวยการได้ แต่สภาพมันก็ยังถูกทุกคนรุมยำเหมือนเต่าในไหอยู่ดีน่ะแหละ”

ฉินเฟิงพอได้ยินแบบนั้น ก็ไม่รู้จะเอ่ยอะไรออกมาดี

ประสานงานกันถึงขนาดนั้น แต่ก็ยังฆ่าไม่ได้ คนพวกนี้มันจะกากเกินไปแล้ว!

ยังไงก็ตาม เมื่อคิดว่าความสามารถในการต่อสู้หลักของราชันย์อัศวินในตอนนี้คือการป้องกัน ฉินเฟิงก็นึกขึ้นได้ว่าในมิติของเสี่ยวไป๋มันมีหอกเหล็กดาราอยู่นี่นา!

ฉันเฟิงแทบจะรอไม่ไหวแล้ว ที่จะเปลี่ยนมันให้กลายเป็นของตัวเอง!

“ฉินเฟิง! วันนี้นายเองก็มาเข้าร่วมปฏิบัติการกับพวกเราสิ!” หลี่เหยาเหยาเชื้อเชิญ

ความคิดของฉินเฟิงถูกขัดจังหวะ แต่เขาก็ส่ายหัวอย่างเด็ดขาด

“วันนี้พวกเธอได้ลองอัปเดตแผนที่สมรภูมิกันรึยัง?” ฉินเฟิงถาม

เมื่อวานนี้ จู่ๆก็มีซากศพเลเวล F โผล่ออกมามากมาย ไหนจะซากศพนักฆ่าแห้งกรัง แล้วก็ซากศพสีแดงเพลิงนั่นอีก ฉินเฟิงตระหนักดีว่าหากเขายังคงเก็บซ่อนความแข็งแกร่งของตัวเองต่อไป เขาคงไม่สามารถสังหารพวกมันได้

และถ้าเขาไม่สามารถสังหารพวกมันได้ รูนแห่งความมืดบนร่างกายของพวกมันก็จะยังคงแพร่กระจายต่อไป

ในเวลานี้ รุ่งเช้าได้มาเยือนแล้ว แต่เมื่อมองไปยังทิศทางภูเขาแม่ คุณก็จะเห็นว่ายังคงมีเมฆทะมึนลอยปกคลุม ไม่มีทีท่าว่าจะจางหาย

ผู้ใช้พลังทุกคนในที่นี้สามารถรอได้ แต่เด็กกำพร้าที่อ่อนแอในสถานเลี้ยงเด็กไม่สามารถรอได้!

“ยังไม่ได้อัปเดตเลย!” โจวฮ่าวกล่าว

ระหว่างที่พวกเขากำลังคุยกัน บางคนก็เห็นว่ามีโดรนบินกลับมา จากนั้นอุปกรณ์สื่อสารของทุกคนก็ดังขึ้น

แผนที่ได้รับการอัปเดตใหม่แล้ว

เมื่อฉินเฟิงมองไป ก็พบว่าสีหน้าของทุกคนดูจะไม่สู้ดีเท่าใดนัก

แน่นอน เพราะวิกฤติครั้งใหญ่ได้เกิดขึ้นแล้วนั่นเอง!

เมื่อคืนนี้ ที่ช่องว่างมิติถูกเปิดออก ในช่วงแรกๆที่ยังมีราชันย์อัศวินคอยขัดขวางอยู่ ช่องว่างดังกล่าวได้นำพาซากศพเน่าเปื่อยเลเวล F จำนวนกว่า 2,000 ตัวเข้ามา และปัจจุบันซากศพที่ว่าก็กำลังรุกคืบ ตรงมายังซากปรักหักพังของค่ายที่เพิ่งถูกทำลายไป เกรงว่าพวกเขาและเธอจะต้องถอนทัพจากค่ายนี้ซะแล้ว!

“โจวฮ่าว วันนี้นายไปลุยกับคนในโรงเรียนนะ ส่วนฉันจะไปขัดขวางทางโซนเลเวล F!” ฉินเฟิงกล่าว

“อ่า เข้าใจแล้ว” โจวฮ่าวพยักหน้า เขาทราบดีถึงความแข็งแกร่งของฉินเฟิง หากฉินเฟิงเอ่ยปากว่าจะไปโซน F นั่นหมายความว่าเขามั่นใจว่าตัวเองไหว

จบบทที่ Ep.88 - ได้แค่ขับไล่

คัดลอกลิงก์แล้ว