เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Ep.82 - กวาดล้างค้างคาวยักษ์

Ep.82 - กวาดล้างค้างคาวยักษ์

Ep.82 - กวาดล้างค้างคาวยักษ์


4/4

โคตรพยัคฆ์โลกาวินาศ Ep.82 - กวาดล้างค้างคาวยักษ์

อย่างไรก็ตาม พลังสมาธิของฉินเฟิงยังคงมีขีดจำกัด หลังจากปลดปล่อยบอลทมิฬไปกว่าสิบดวง พละกำลังของเขาก็อ่อนโทรมลง

ฉินเฟิงไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาสังหารค้างคาวยักษ์ไปแล้วกี่ตัว แต่ในเวลานี้ กลุ่มค้างคาวยักษ์ดูเหมือนจะกำลังหวาดกลัว หลายตัวเลือกที่จะละความสนใจจากโจวฮ่าว หันหลังกลับมา ตัดสินใจวิ่งแหวกฝ่าฉินเฟิง

“รีบหนีกันเร็ว!” สีหน้าของฉินเฟิงแปรเปลี่ยนกลับกลาย เวลานี้เขาหมดเรี่ยวแรง ใบหน้าของเขาซีดเซียว ไม่อาจเป็นคู่ต่อกรกับค้างคาวยักษ์กลุ่มนี้ได้

ไป๋หลีไม่รอช้า เทเลพอร์ตทั้งตัวเองและฉินเฟิงกลับมายังปากทางเข้าถ้ำที่เพิ่งพังทลายลงทันที

ทางฝั่งโจวฮ่าว มือที่กำลังกวัดแกว่งมีดสั้นก็ดูจะด้านชาไปเล็กน้อย

จ้องมองนาฬิกา ค้นพบว่ามันเป็นเวลาตี 3

ในช่วงไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา ผลงานสังหารของโจวฮ่าวก้าวกระโดดเป็นอย่างมาก เขาสามารถสังหารค้างคาวยักษ์ไปได้มากกว่า 800 ตัว!

“โถ่ หมดแล้วงั้นหรอ?” โจวฮ่าวกล่าวด้วยแขนที่สั่นสะท้าน

“พอแค่นั้นแหละ นายทิ้งศพพวกนี้เอาไว้ แล้วไปพักผ่อนในรถก่อนเถอะ” ฉินเฟิงกล่าว

“โอเค งั้นฉันขอตัวโทรไปรายงานพ่อแม่ก่อนนะว่ายังปลอดภัยดี” โจวฮ่าวเห็นข้อความบนอุปกรณ์สื่อสาร จึงรีบโทรกลับ และอธิบายเพิ่มเติมว่าเขาน่าจะไม่สามารถกลับไปได้ในคืนนี้

“ผลไม้เสมหะเลือดที่ให้ไปก็กินมันด้วยล่ะ จากนั้นก็พักซะ พักที่ฉันหมายถึงคือให้ไปนั่งสมาธิ อย่าเผลอหลับไปเชียว!”

“เข้าใจแล้วน่า”

โจวฮ่าวกลับไปยังรถออฟโรดของเขา ในเวลานี้ ขนาดใหญ่ของตัวรถได้เผยให้เห็นถึงประโยชน์ของมันออกมา โจวฮ่าวเข้าไปปรับเบาะหลัง ที่สามารถเคลื่อนย้ายตำแหน่งได้ ส่งผลให้ในรถมีพื้นที่ว่างพอสมควร เขาขึ้นไปนั่งสมาธิ และเริ่มฝึกฝนกำลังภายใน

สองชั่วโมงผ่านพ้นไปในพริบตา โจวฮ่าวที่กำลังฝึกฝนกำลังภายในพลันถอนหายใจยาวเหยียด ในแววตาของเขาเปล่งประกาย ความเหนื่อยล้าหายไปเป็นปลิดทิ้ง เห็นได้ชัดว่าตนได้รับผลประโยชน์อย่างมหาศาล

“ฮะฮ่า! ดูเหมือนว่าฉันจะสามารถยกระดับไปได้อีกขั้นแล้ว!”

ด้วยพลังจากฟ้าดิน ก็เพียงพอที่จะช่วยส่งเสริมให้เขาแกร่งขึ้นอย่างก้าวกระโดด ปัจจุบัน โจวฮ่าวมีความแข็งแกร่งอยู่ในเลเวล G4 แล้ว!

หลังจากยกระดับไปถึง 2 ขั้นในคืนเดียว โจวฮ่าวก็เหมือนจะตระหนักได้ว่า เขาค้นพบถึงความลับของความแข็งแกร่งของฉินเฟิงเข้าให้แล้ว

มันก็แค่ต้องต่อสู้อย่างต่อเนื่อง และฝึกฝนตน ทำสมาธิซึมซับพลังจากธรรมชาติ ก็จะสามารถยกระดับขึ้นได้อย่างรวดเร็ว

ฉินเฟิงเองก็พักผ่อนเสร็จแล้วเหมือนกัน ทั้งสองผุดลุกขึ้น และเริ่มเก็บรวบรวมสินสงครามทั้งหมดในครั้งนี้ กล่าวได้ว่าเป็นอีกครั้งที่พวกเขารับทรัพย์ก้อนใหญ่

ฉินเฟิงขอให้เสี่ยวไป๋พาตัวเองกลับไปยังส่วนลึกของถ้ำอีกครั้ง และเริ่มเก็บกวาดศพของสัตว์ร้าย

ปรากฏว่าปริมาณซากศพเป็นจำนวนที่เหนือจินตนาการ

ฉินเฟิงไม่ละทิ้งชิ้นส่วนใดๆ  เขาแยกมันออกเป็นแต่ละประเภท และในตอนท้าย เขาก็พบกันซากของราชันย์สัตว์ร้ายที่ตายลง

“เมื่อวานฉันเผลอฆ่าราชันย์สัตว์ร้ายไปโดยไม่รู้ตัวเลยหรือนี่?” ฉินเฟิงประหลาดใจเป็นอย่างยิ่ง

เพราะความแข็งแกร่งของราชันย์ค้างคาวยักษ์ก่อนตาย ก็เหมือนกันกับราชันย์หนูยักษ์กินพืช จะอย่างไรมันก็เป็นถึงราชันย์สัตว์ร้าย ทว่าช่างน่าสงสาร ที่มันถูกพรากชีวิตน้อยๆไปอย่างเงียบเชียบ ด้วยพลังพิเศษธาตุมืดของฉินเฟิง จบชีวิตลงอย่างน่าสังเวชที่นี่

“ไม่น่าแปลกใจเลย ที่จู่ๆเมื่อวาน พวกค้างคาวก็ตัดสินใจที่จะหลบหนีไปอย่างกระทันหัน” ฉินเฟิงนึกถึงฉากวันก่อน ก็ค้นพบถึงเหตุผล

ในความเป็นจริง ราชันย์สัตว์ร้ายตัวนี้นับว่าตายอย่างไม่ยุติธรรม!

มันพาลูกหลานบุกออกมาเป็นจำนวนมาก แต่กลับติดแหง็กอยู่หน้าปากทางเข้าถ้ำ และพยายามกระตุ้นค้างคาวเหล่านั้นด้วยคลื่นเสียงให้มุดแหวกรอยแยกออกไป แต่เนื่องจากมีพื้นที่จำกัด มันจึงล้มเหลว และถูกหยุดเอาไว้ในที่สุด

อันที่จริง ในตอนที่ถูกฉินเฟิงโจมตีด้วยพลังพิเศษธาตุมืด มันก็ต้องการจะหลบหนีเช่นกัน ยังไงก็ตาม ทางเดินในเหมืองนั้นมีเพียงเส้นเดียว ข้างหน้าถูกปิดด้วยหิน ข้างหลังถูกดักไว้โดยฉินเฟิง มันเลยไม่สามารถหลบหนีดั่งใจปรารถนาได้ สุดท้ายถูกสังหารไปในที่สุด

“อบิลิตี้ธาตุมืดช่างเป็นอะไรที่ทรงพลังจริงๆ!”

ฉินเฟิงขบคิดด้วยอารมณ์เปี่ยมสุข

ฉินเฟิงเริ่มเก็บกวาดศพบนพื้นดิน ไม่เพียงแต่ศพของราชันย์ค้างคาวยักษ์ แต่ยังรวมไปถึงนายพลค้างคาวอีก 6 ศพ รวมๆแล้วอาจมากกว่า 3000 ศพ!

ยิ่งเมื่อนับรวมกันกับที่โจวฮ่าวสังหารลงไปแล้ว น่ากลัวว่านี่คงจะเป็นการสูญเสียครั้งใหญ่ของค้างคาวยักษ์ในเหมืองฉิงซาน!

การต่อสู้ใช้เวลาไม่นานนัก แต่ตอนเก็บกวาดนี่สิ มันปาเข้าไปกว่า 3 ชั่วโมง

ทางฝั่งโจวฮ่าวเอง ก็เก็บเกี่ยววัตถุดิบมาได้เต็มพื้นที่ข้างในรถ ขณะที่วัตถุดิบของฉินเฟิง ถูกมัดไว้เหนือรถของโจวฮ่าว มันพองโตจนเป็นจำนวนที่น่าหวาดกลัว

เมื่อทั้งสองคนกลับมาถึงภายในเมือง มันก็เป็นเวลากว่า 8 โมงเช้าแล้ว เนื่องจากบรรทุกวัตถุดิบเป็นจำนวนมาก พวกเขาจึงตัดสินใจนำพวกมันไปขายที่ร้านของกลุ่มหวันซ่งก่อน

เพราะเกรงว่าน่าจะมีเพียงร้านของกลุ่มหวันซ่งที่เดียว ที่จะสามารถรับซื้อสินค้าชุดนี้ได้

“เชิญทางคุณนับวัตถุดิบพวกนี้ไปก่อน ส่วนพวกเรามีบางอย่างต้องไปทำ พอเสร็จธุระแล้วพวกเราจะมารับเงินในภายหลัง!” ฉินเฟิงกล่าว

ซุนเชี่ยนพยักหน้าด้วยความตื่นเต้น แม้ก่อนหน้านี้เขาจะคิดว่าสินค้าที่ฉินเฟิงนำมาขายมันมีคุณภาพต่ำเกินไปหน่อย แต่ตอนนี้ หากเทียบกับปริมาณมหาศาล ก็นับว่าชดเชยกันได้

ไม่เพียงแค่นั้น แต่ฉินเฟิงยังทิ้งวัตถุดิบของราชันย์ค้างคาวยักษ์เอาไว้อีกด้วย โดยบอกเงื่อนไขว่า ให้ช่วยปรับแต่งมันเป็นเสื้อเกราะและมีดสั้น

เป็นที่ทราบกันดีว่าราชันย์ค้างคาวยักษ์นั้นซ่อนตัวอยู่ในความมืด และอุปกรณ์รูนที่ทำจากปีกของมันก็มีความสามารถบางอย่างซ่อนอยู่ แม้มันจะไม่จำเป็นสำหรับฉินเฟิง แต่น่าจะเป็นสิ่งที่โจวฮ่าวต้องการ

สิ่งนี้จะช่วยเพิ่มโอกาสในการรอดชีวิตของโจวฮ่าว ควบคู่ไปกับความสามารถในการหลบหนีอย่างทักษะลับน่องวายุของเขา แค่สองอย่างก็น่าจะเพียงพอให้คนธรรมดาไม่สามารถเอาชีวิตโจวฮ่าวได้

หลังจากนั้นฉินเฟิงก็กล่าวคำอำลากับซุนเชี่ยน และกลับไปยังโถงรับรองผู้ใช้พลัง

ช่วงเวลา 8 โมงเช้า โถงรับรองเพิ่งเปิดก็จริง แต่ก็มีคนเข้ามาเรื่อยๆ คึกคักมีชีวิตชีวาไม่น้อย

เพราะท้ายที่สุดแล้ว โถงรับรองผู้ใช้พลังยังมีหน้าที่คอยปล่อยภารกิจพิเศษนอกพื้นที่ อย่างเช่นพวกให้สังหารมนุษย์กบ หรือหมาป่าตาแดงที่ฉินเฟงเคยล่าไปในตอนแรกเริ่ม โถงแห่งนี้เป็นจุดรับแลกคะแนนจากพวกมัน และคะแนนที่ได้มาอาจนำไปใช้ซื้อบางสิ่งที่ไม่มีขายตามปกติได้

เมื่อฉินเฟิงกับโจวฮ่าวปรากฏตัวขึ้น ทั้งสองก็ดึงดูดความสนใจจากหัวหน้านักล่าภายในโถงทันที

โจวฮ่าวมาที่นี่พร้อมกับฉินเฟิงเมื่อช่วงเย็นวานนี้ และมันยากนักที่คนอายุน้อยจะมา ดังนั้นหลายๆคนจึงยังไม่ลืมเลือนพวกเขา แต่ทั้งหมดต่างก็สงสัยว่าทำไมทั้งสองถึงกลับมาที่นี่อีกครั้งในเวลาอันสั้น

ไม่เพียงแค่นั้น แต่ทั้งสองยังแบกกระเป๋าต่อสู้คนละสองใบมาอีกด้วย

“อย่าบอกนะว่าจะเป็นอย่างที่ฉันคิด!”

“มันจะเป็นไปได้ยังไง พวกเขาเพิ่งจะสมัครการทดสอบเมื่อบ่ายวานนี้เองไม่ใช่หรอ? ถ้าดูจากเวลามันผ่านไปแค่สองวันเท่านั้นเอง!”

“ไม่ ไม่ใช่สองวัน แต่แค่ 40 ชั่วโมงเท่านั้น!”

เกิดข้อถกเถียงกันในฝูงชน แต่ในไม่ช้า พวกเขาก็พบว่าฉินเฟิงกับโจวฮ่าวผ่านการรับรองจริงๆ

โจวฮ่าวหยิบเอาหางค้างคาวออกมา 200 เส้น และมอบวิดีโอไปพร้อมๆกัน

【ติ๊ง! ผ่านการรับรอง! ขอแสดงความยินดีกับคุณที่ผ่านการประเมิน ได้รับตราสัญลักษณ์ โลโก้ผู้ใช้พลังเลเวล G!】

ทางด้านฉินเฟิง ก็ผ่านเช่นเดียวกัน

“ฉินเฟิง นายจะขอวัดพลังโจมตีอีกรอบรึเปล่า? ถ้ามันผ่านเกณฑ์ นายจะสามารถยกระดับโลโก้ผู้ใช้พลังได้นะ” โจวฮ่าวกล่าวด้วยความตื่นเต้น

หลังจากได้รับตราโลโก้เลเวล G แล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องออกไปล่าสัตว์ร้ายอีก ขอเพียงแค่ตราบใดที่สามารถยกระดับได้มากพอตามเงื่อนไขข้อมูลที่กำหนด ก็จะสามารถยกระดับเลเวลโลโก้ได้

โจวฮ่าวคิดจะเพิ่มเลเวลโลโก้ตนเองขึ้นเป็น G4 ให้เท่ากับความแข็งแกร่งของเขาในปัจจุบัน -หากต่อยออกไป มันคงจะทำให้ทุกคนที่นี่ต้องตาค้าง!

ยิ่งไปกว่านั้น ระดับยิ่งสูง ผลประโยชน์ที่ได้รับก็จะยิ่งดีขึ้น

“ตอนนี้ยังไม่จำเป็น!” เพราะฉินเฟิงทราบดี ว่ายิ่งเลเวลโลโก้สูงมากเท่าไหร่ ความรับผิดชอบก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น

โจวฮ่าวอาจมีความแข็งแกร่งอยู่ในกลุ่มของเลเวล G4 หากแต่เขายังไม่มีประสบการณ์ของเลเวล G4 ฉะนั้น น่ากลัวว่าหลังจากขอทำการรับรองแล้ว โจวฮ่าวอาจจะถูกย้ายไปยังสถานที่อันตรายบางแห่งที่เขายังไม่พร้อมจะรับมือก็เป็นได้

แน่นอน ว่าเหตุผลข้างต้น ไม่สามารถเอ่ยอธิบายออกไป

“ถ้านายขอทดสอบไปเลเวล G4 เลย มันจะไม่เป็นการข้ามหน้าข้ามตาพวกรุ่นพี่ในโรงเรียนรึไง ทำแบบนั้นหลังจากนี้พวกเขาส่วนใหญ่ก็ต้องเป็นฝ่ายโค้งหัวทักทายนายน่ะสิ?” ฉินเฟิงกล่าวติดตลก

“ฮ่าฮ่าฮ่า เป็นอย่างที่นายว่าจริงๆ แบบนั้นฉันคงปวดหัวน่าดู” พอได้ยินคำพูดของฉินเฟิง โจวฮ่าวก็ยิ่งรู้สึกภาคภูมิใจในตัวเองมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ความคิดในเรื่องขอทดสอบยกระดับเลเวลโลโก้ มันได้หายไปแล้ว

เมื่อทั้งสองเดินออกมา พวกเขาก็ถูกรุมล้อมไปด้วยฝูงชนอีกครั้ง บรรดาองค์กรและกลุ่มใหญ่ต่างพากันยื่นข้อเสนอให้วัยรุ่นทั้งสองอย่างกระตือรือร้น

จบบทที่ Ep.82 - กวาดล้างค้างคาวยักษ์

คัดลอกลิงก์แล้ว