เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 347 ตะขาบแดนสวรรค์

ตอนที่ 347 ตะขาบแดนสวรรค์

ตอนที่ 347 ตะขาบแดนสวรรค์


อสูรปีศาจไม่ได้มาจากทวีปมังกรทะยาน พวกมันเป็นอสูรที่อยู่ในหอทงเทียนชั้นสูงๆ ขึ้นไป

อสูรปีศาจโดยทั่วไปจะอยู่ในดินแดนของเผ่าปีศาจบูรพาอาศัยดินแดนร่วมกัน

อสูรปีศาจจะมีสติปัญญาอาจพัฒนาเป็นมนุษย์เผ่าปีศาจบูรพาระดับต่ำได้หลังจากผ่านเวลาไปชั่วระยะหนึ่ง ตัวอย่างเช่น ปีศาจเสือดาวและปีศาจหมีดำที่ต่อสู้กับเย่ว์หยางระหว่างการแข่งขันในตอนนั้น

พวกเขาวิวัฒนาการมาจากอสูรปีศาจ แน่นอนว่า ใช่ว่าอสูรปีศาจทั้งหมดจะมีโอกาสวิวัฒนาการไปเป็นเผ่าปีศาจบูรพา เพื่อให้เกิดวิวัฒนาการ อสูรปีศาจต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขอย่างต่อเนื่องเคร่งครัด ความยากลำบากในการวิวัฒนาการเป็นชาวอสูรเผ่าบูรพาก็เหมือนกับอสูรธรรมดาวิวัฒนาการเป็นจ้าวอสูรทอง

หลังจากได้รับสืบทอดความรู้ของมารดาสหายผู้น่าสงสาร เย่ว์หยางได้รู้ความลับอย่างหนึ่ง

อสูรปีศาจเหล่านั้นที่แม้แต่นักสู้ปราณก่อกำเนิดก็ยังกลัวไม่ใช่อสูรปีศาจธรรมดา แต่เป็นอสูรปีศาจที่มาจากดินแดนระดับสูง เช่นหอทงเทียนชั้นที่สิบหรือแดนสวรรค์ อสูรปีศาจจากแดนสวรรค์มีอยู่แต่ในตำนาน ตามความรู้สึกจากบันทึกของมารดาสหายผู้น่าสงสาร อสูรปีศาจเหล่านี้อาจไม่มีปัญญาเทียบเท่ามนุษย์

แต่อสูรปีศาจของแดนสวรรค์มีร่างกายที่ใหญ่โตและแข็งแกร่ง พวกมันไม่ใช่สิ่งที่จะเอามาเปรียบเทียบกับอสูรปีศาจธรรมดาหรือปีศาจในระดับทั่วไป อาจกล่าวได้ว่าไม่ว่าจะเป็นอสูรปีศาจแดนสวรรค์ตัวใดๆ ก็ตาม ก็มีความสามารถฆ่านักสู้ปราณก่อกำเนิดระดับต่ำได้

อสูรปีศาจแดนสวรรค์คือฝันร้ายสำหรับนักสู้ปราณก่อกำเนิด

โชคดีที่พวกมันมีชีวิตอยู่ในหอทงเทียนระดับชั้นสูงๆ ดังนั้นพวกมันจึงไม่แสดงอาการคุกคามใดๆ ต่อเผ่าพันธุ์มนุษย์

ทันทีที่เขาได้ยินผู้เฒ่าเต่ามังกรพูดถึงอสูรปีศาจ เย่ว์หยางก็ตระหนักได้ทันทีว่าอสูรปีศาจเหล่านี้เทวทูตสายลมคงปล่อยออกมาขัดขวางเขา

“ทุกคน, อยู่ที่นี่ก่อน, ข้าจะออกไปดูข้างนอก”

เย่ว์หยางชักดาบวิเศษฮุยจินแล้วรีบเหินออกไปจากพื้นที่มิติผนึก

ที่ปลายทางมิติผนึกก็คือโถงวิหารที่สอง เมื่อเย่ว์หยางออกมา เขาถึงกับตะลึงอย่างหนัก เมื่อเห็นตะขาบยักษ์สองตัวมีความยาวมากกว่าร้อยเมตร พวกมันบุกจู่โจมใส่บริวารของหนีกั่วผู้มีพลังนักสู้ปราณก่อกำเนิดระดับ 6 และนักรบแดนสวรรค์อีกสองคนซึ่งเป็นนักสู้ปราณก่อกำเนิดระดับ 5 ที่ยังคงต่อสู้อย่างเต็มกลืน มีพวกของเขามากกว่าสิบคนถูกฆ่าทันทีไม่มีโอกาสหลบหนี

อสูรที่พวกเขาเรียกออกมาสู้กับตะขาบยักษ์ทั้งสองตัวถูกตายทันที

ไม่ว่าจะยาวขนาดไหนก็ตาม ขนาดตัวที่มโหฬารทำให้พวกมันน่ากลัว

มดมีขนาดเล็กและอ่อนแอ แต่เมื่อพวกมันกลายเป็นมดแดงไฟยักษ์ พวกมันกลายเป็นฝันร้ายของนักผจญภัย

ตะขาบโดยทั่วไปไม่มีอะไรน่ากลัวมาก พวกมันอาจถูกฆ่าตายง่ายๆ เมื่อคนธรรมดาเหยียบย่ำพวกมัน อย่างไรก็ตาม ถ้าเป็นสัตว์ประหลาดตะขาบยักษ์ พวกมันน่ากลัวกันทั้งหมด ตะขาบอสูรที่แข็งแกร่งที่สุดบางทีอาจเป็นตัวที่มีหัวแดงเป็นราชาตะขาบก็ได้ มันเป็นราชาของตะขาบทั้งหมดและตัวมันยาวมากกว่าสามสิบเมตร

เปลือกภายนอกของมันแข็งเหมือนแผ่นเหล็ก มีดดาบไม่อาจสร้างความระคายเคืองให้มันได้ ขามากมายของมันเหมือนกับหอกแหลมคม และพิษที่อยู่ในเขี้ยวของพวกมันสามารถฆ่าศัตรูได้ทันที

ราชาตะขาบสามารถฆ่าราชสีห์เพลิง, โคโดศึก, แมมม็อธยักษ์และอสูรแข็งแกร่งอื่นๆ ได้

อย่างไรก็ตาม มันไม่ได้มีอยู่ในทวีปมังกรทะยาน

ผู้ที่จำเป็นต้องไปที่หอทงเทียนชั้นที่หก อย่างน้อยที่สุดก็ตั้งใจเพื่อไปหาดูพวกมัน

ราชันย์ตะขาบพออายุได้ที่จะกลายเป็นหนึ่งในห้าราชาอสูรสายแมลง, รวมทั้งตั๊กแตนมัจจุราช, แมงมุมปีศาจ, แมงป่องมหาสงครามและผึ้งพิษจ้าวเวหา ในห้าจ้าวอสูรสายแมลงนี้ราชันย์ตะขาบกับตั๊กแตนมัจจุราชจะแข็งแกร่งที่สุดในแง่การต่อสู้

ถ้าตั๊กแตนมัจจุราชไม่สามารถบินได้ ราชันย์ตะขาบอาจจะแข็งแกร่งกว่ามันมาก

ราชันย์ตะขาบยาวเพียงสามสิบเมตร มันยังสามารถเอาตัวรอดอยู่ได้ในหอทงเทียนชั้นที่หก ตอนนี้ ตะขาบยักษ์แดนสวรรค์จะน่ากลัวแค่ไหน ตัวมันยาวเกินกว่าร้อยเมตรใหญ่กว่าราชันย์ตะขาบสามถึงห้าเท่าเชียวหรือ? เย่ว์หยางตระหนักว่าเขาไม่สามารถเห็นพลังของตะขาบยักษ์ที่แท้จริงแม้จะด้วยสัมผัสที่แหลมคมของเขา แม้ว่าพวกมันจะไม่ได้แข็งแกร่งเท่ากับหมิงรี่ฮ่าวหรือหวงซา เทียบขนาดกับมนุษย์ ร่างของตะขาบยักษ์แดนสวรรค์พวกนี้ทรงพลังเกินไป..

ตะขาบจากแดนสวรรค์นี้ไม่เพียงแต่มีร่างกายมหึมาเท่านั้น พวกมันยังว่องไวคล่องแคล่วถึงขนาดไม่อาจอธิบายได้

ในโถงใหญ่ยังมีงูหลามป่าอีกตัวหนึ่ง

มันเพิ่งจะถูกเจ้านายเรียกออกมา น่าเสียดาย มันยังไม่ทันได้โจมตีก่อนที่ตะขาบแดนสวรรค์จะพุ่งเข้ามากัดหัวของงูอย่างรวดเร็ว

พอฉีดพิษลึกลงไปในหัวของศัตรูแล้ว มันใช้ขาที่คมและมีพิษแทงไปตามลำตัวของงูหลามป่าซึ่งมีความยาวมากกว่าสามสิบเมตร งูหลามป่ายักษ์เป็นอสูรทองระดับ 8 ถูกโจมตีทำร้ายเหมือนกับเป็นเหยื่อที่อ่อนแอ เลือดไหลออกมาตามรูนับสิบๆ รูที่ถูกเจาะอยู่บนร่างกายมัน

งูหลามป่าไม่มีโอกาสได้ดิ้นรน มันทรุดตัวลงกับพื้นทันที

ก่อน 10 วินาทีจะผ่านพ้นไป งูหลามป่าที่ยิ่งใหญ่สามารถฆ่าทุกอย่างที่ขวางทางมันได้กลับถูกฆ่าทันทีโดยไม่มีโอกาสดิ้นรน หางของมันกระดิกเล็กน้อยก่อนที่มันจะตาย

สำหรับตะขาบยักษ์แดนสวรรค์ มันไม่สนใจว่ามีศัตรูรายล้อมพร้อมจะโจมตีมันอยู่ มันกินงูหลามยักษ์ทันที

เป็นกระบวนการที่โหดร้ายอำมหิต

เสวี่ยอู๋เสียและองค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนติดตามเย่ว์หยางออกมาด้านนอก เมื่อพวกนางเห็นภาพที่น่ากลัวนั้นต่อหน้าต่อตา สีหน้าพวกนางขาวซีดทันที

พอเห็นตะขาบยักษ์ยาวเป็นร้อยเมตรกำลังกินงูหลามป่ายักษ์ไม่ห่างจากพวกเขา เป็นฉากภาพที่น่าสะพรึงกลัว ที่คนธรรมดาไม่สามารถรับมือได้

ที่ล้อมรอบตะขาบยักษ์แดนสวรรค์ เป็นผนึกมิติ ขณะที่ตรงศูนย์กลางมีตาพายุจุดหนึ่ง, กระแสหมุนวนของสายลมวนเวียนอยู่รอบโถงวิหารที่สอง กำแพงวายุที่เย็นยิ่งกว่าพายุหมุนน้ำแข็งป้องกันไม่ให้ผู้ใดเข้าออกได้ ทุกคนติดอยู่ภายในกระแสลมหมุนจนกว่าจะพบจุดจบกลายเป็นอาหารของตะขาบยักษ์แดนสวรรค์ ทั้งนี้ไม่ใช่แค่ใช้กับเย่ว์หยางเท่านั้น แต่หนีกั่วและบริวารของเขาก็เช่นกัน

เพื่อป้องกันไม่ให้เย่ว์หยางหนีจากไป เทวทูตสายลมวางเครื่องมือขัดขวางไว้ในโถงวิหารที่สอง เขาเรียกใช้หนึ่งในคาถาที่มีชื่อเสียงที่สุดในแดนสวรรค์นามว่า “เวทพายุโหยหวน”

สิ่งมีชีวิตทุกอย่างจะไม่สามารถบินผ่านเขตเวทพายุโหยหวนได้

ต่อให้พวกเขาสามารถเดินได้ แต่ความเร็วในการเคลื่อนไหวของพวกเขาจะลดลงอย่างมาก

เย่ว์หยางไม่คิดจะทดสอบพลังของเวทพายุโหยหวน ในเมื่อบริวารของหนีกั่วยังพบจุดจบที่น่าอนาถ

เวทพายุโหยหวนรวมกับอสูรปีศาจสองตัวผลก็คือจุดจบที่น่าอนาถ

ตะขาบยักษ์แดนสวรรค์ที่กำลังหิวโหยจะฆ่าสิ่งมีชีวิตใดๆ ก็ตามที่เข้ามาปรากฏในสายตาพวกมัน

“ตะขาบกลัวอะไรมากที่สุด?”

เย่ว์หยางคิดว่าเป็นเรื่องยากแน่นอนหากจะใช้พลังโจมตีทางกายธรรมดาจะฆ่าพวกมัน พวกเขาต้องหาจุดอ่อนของตะขาบให้พบเสียก่อนและใช้ประโยชน์จากจุดอ่อนของมันสร้างบาดแผลหนักให้กับพวกมัน มิฉะนั้น แม้ว่าตะขาบยักษ์เหล่านั้นไม่ได้เคลื่อนไหวเลยแม้แต่น้อย แม้ว่าเขาจะสะดวกเข้าโจมตีพวกมันได้เท่าที่เขาต้องการ แต่บางทีต้องใช้เวลาอย่างน้อยครึ่งวันถึงจะฆ่าได้หนึ่งตัว

“พวกตะขาบจะกลัวไก่...”

เสวี่ยอู๋เสียตอบได้ถูก

“อย่างนั้น เห็นทีว่าจะต้องหาไก่ที่สูงอย่างน้อยร้อยเมตร มิฉะนั้นมันคงไม่สามารถกินตะขาบแดนสวรรค์ได้”

เย่ว์หยางพูดไม่ออกอีกครั้ง ไก่กินตะขาบ เรื่องนี้เขาก็รู้เช่นกัน ปัญหาก็คือจะไปหาไก่ที่โตร้อยเมตรเพื่อให้มากินตะขาบจากที่ไหน ยิ่งกว่านั้น นี่เป็นตะขาบแดนสวรรค์ เป็นอสูรปีศาจ มันอาจไม่กลัวไก่แม้แต่น้อยก็ได้ พวกเขาเลิกคิดใช้ไก่เป็นกลยุทธโต้ตอบตะขาบยักษ์

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทำให้เย่ว์หยางลำบากกลับไม่ใช่ตะขาบแดนสวรรค์เหล่านี้ แม้ว่าพวกมันดูเหมือนกำลังหิวโซ แต่พวกมันก็ยังไม่มีท่าทีคุกคามเขา

ปัญหาที่แท้จริงก็คือ จะฝ่าออกจากเวทพายุโหยหวลได้อย่างไร

สองผู้ยิ่งใหญ่แดนสวรรค์จะคืนชีพในอีกหนึ่งชั่วโมง

ถ้าพวกเขาไม่หยุดพิธีคืนชีพ ผลที่ตามมาจะต้องยุ่งยากแน่นอน

เขาจะหลบตะขาบแดนสวรรค์และผ่านกำแพงเวทพายุโหยหวนและหยุดเทวทูตสายลมจากการคืนชีพสองผู้ยิ่งใหญ่แดนสวรรค์ได้อย่างไร ?

ขณะที่เย่ว์หยางกำลังคิด นักรบแดนวรรค์ผู้มาถึงโถงวิหารที่สองและตายจากการต่อสู้

พวกเขากลายเป็นอาหาร

หนีกั่วและสหายผู้แข็งแกร่งทั้งสองหน้าซีดขาวเหมือนคนตาย พวกเขาใช้คาถาล่องหนโบราณและซ่อนตัวอยู่ที่มุมโถงวิหารที่สอง แม้ว่าสหายของพวกเขาจะถูกสังหารทีละคนๆ และมีเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดอย่างต่อเนื่อง แต่พวกเขาก็ไม่กล้าไปช่วยสหาย เพราะกลัวว่าตนเองจะพลอยติดร่างแหไปด้วย

นักรบแดนสวรรค์ที่รอดชีวิตอยู่เหลือเพียงไม่กี่คน

บางพวกผสานตัวเข้ากับอสูรของพวกเขาและกลายร่างเป็นสัตว์ประหลาดยักษ์สูงยี่สิบเมตร

แน่นอนว่าร่างยักษ์ของพวกเขาไม่มีทางเทียบได้กับตะขาบยักษ์แดนสวรรค์

อยู่ต่อหน้าตะขาบยักษ์ยาวร้อยเมตร ร่างมหึมาของพวกเขาถือว่ายังเล็กมาก แม้ว่าตะขาบยักษ์แดนสวรรค์แค่กระแทกใส่พวกเขาเพียงเบาๆ แต่ก็มีแรงกระแทกจนพวกเขาล้มกลิ้งลงไปกับพื้น

ไม่มีใครกล้าสู้กับอสูรปีศาจที่น่ากลัวทั้งสองนี้ตรงๆ ได้ นักรบบางพวกยิงบอลแสงจากระยะห่างเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของตะขาบยักษ์ ขณะที่บางพวกเรียกเปลวเพลิงออกมาป้องกันตนเอง

นอกจากนี้ยังมีบางคนควงมีดยักษ์เข้าโจมตีใส่ร่างของตะขาบยักษ์

อย่างไรก็ตาม การกระทำเช่นนี้มีแต่จะแสดงให้เห็นว่าไร้ประโยชน์

ไม่ว่าจะใช้พลังโจมตีที่ร่างของตะขาบยักษ์แดนสวรรค์ยังไง มันก็จะสร้างประกายไฟออกมาป้องกันได้ อย่าว่าแต่สับฟันให้เป็นแผลเลย เปลือกด้านนอกของตะขาบเหล่านั้นแข็งพอๆ กับแผ่นเหล็ก

แม้แต่จะฟันขาข้างหนึ่งของพวกมันให้ขาดยังเป็นเรื่องยาก การโจมตีด้วยไฟ, และน้ำแข็งและพลังเฉพาะธาตุอื่นๆ ไม่ได้มีผลพิเศษโดยตรงต่อตะขาบยักษ์แม้แต่น้อย เมื่อเย่ว์หยางเห็นเช่นนี้ เขาลอบตกใจ พลังป้องกันของตะขาบแดนสวรรค์นี้แข็งแกร่งมากจริงๆ

การโจมตีธรรมดาไร้ประโยชน์โดยสิ้นเชิง

การโจมตีทางกายภาพก็เท่ากับนักผจญภัยธรรมดาพยายามโจมตีใส่ด้วงจอมพลัง

ตะขาบแดนสวรรค์ทั้งสองตัวล้อมนักรบแดนสวรรค์เกินกว่าสิบคนไว้ภายใน

ถ้านักรบแดนสวรรค์ไม่หลบหนีโดยเร็ว พวกเขาจะถูกฆ่าตายทันที อย่างไรก็ตาม เมื่อใดก็ตามที่มีบางคนพยายามผ่านกำแพงลมพายุออกจากโถงวิหารที่สอง ตะขาบยักษ์ก็จะใช้ความเร็วสูงสุดไล่ตามและฆ่าผู้หลบหนีทันที มันกัดพวกเขาจนตาย ก่อนที่พวกเขาจะออกไปได้

แม้แต่นักสู้แดนสวรรค์ผู้สูงยี่สิบเมตรจากการหลอมรวมร่างกายกับอสูรที่เขาเรียกออกมาก็ยังต้านทานได้ไม่ถึงหนึ่งนาทีก่อนจะกลายเป็นอาหารของพวกมัน

นอกจากหนีกั่วและสหายทั้งสองคนที่มีความสามารถแข็งแกร่งแล้ว นักรบจากแดนสวรรค์คนอื่นๆหลบหนีจากการโจมตีของตะขาบยักษ์และเวทพายุโหยหวลไม่ได้

ตะขาบยักษ์ทั้งสองตัวเจ้าเล่ห์มาก พวกมันฆ่าและกินอสูรอัญเชิญของนักรบแดนสวรรค์จนเต็มท้องก่อน

นี่สร้างความหวังให้กับนักรบแดนสวรรค์เล็กน้อย พวกมันทำให้นักรบแดนสวรรค์รู้สึกเมื่อถึงจุดหนึ่งว่า อสูรปีศาจเหล่านี้อาจจะอิ่มแล้วและปล่อยพวกเขาไปก็ได้ อย่างไรก็ตามจากมุมมองของเย่ว์หยาง อย่าว่าแต่มนุษย์ไม่กี่คนและสัตว์อสูรที่อยู่ต่อหน้าตะขาบยักษ์เหล่านี้

ต่อให้มีนักรบแดนสวรรค์และอสูรอัญเชิญเป็นร้อย พวกมันจะไม่หยุดกินพวกเขาทุกคน ตะขาบยักษ์สองตัวที่อยู่ต่อหน้าพวกเขาเป็นสัตว์ประหลาดที่มีความฉลาดพอที่จะวางแผนเจ้าเล่ห์ได้ มันเป็นความสามารถแต่กำเนิดใช้กดดันศัตรูของพวกมัน พวกมันจะยอมให้ศัตรูมีชีวิตยืนยาวได้อีกเล็กน้อย จากนั้นค่อยๆ ทรมานพวกเขาช้าๆ

ยิ่งกว่านั้น เหยื่อผู้หวาดกลัวจะไม่สามารถต่อสู้ด้วยพลังเต็มร้อยเช่นกัน

“ฉวยโอกาสก่อนที่ตะขาบเหล่านั้นจะจับเจ้านั่นกิน ข้าคิดว่าเราควรจะเคลื่อนไหวกันเอง มิฉะนั้นอาจจะสายเกินไป”

องค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนจับดาบเทพจักรพรรดิอวี้ในมือแน่น นางไม่แน่ใจว่านางจะทำร้ายตะขาบยักษ์แดนสวรรค์ทั้งสองตัวได้สำเร็จหรือไม่

“อย่าเพิ่ง, รออีกสักครู่เถอะ”

เย่ว์หยางรู้ว่าถ้าพวกเขาร่วมมือกับนักสู้แดนสวรรค์ที่ถูกตรึงอยู่นั้น พลังต่อสู้ที่รวมกันนั้นจะยิ่งใหญ่มาก

อย่างไรก็ตาม เขาไม่คิดว่าพวกเขาจะสามารถฆ่าตะขาบยักษ์ทั้งสองได้ราบรื่นด้วยการเพิ่มนักรบขึ้นมาอีกไม่กี่คน

ถ้าตะขาบยักษ์ถูกฆ่าได้ง่ายๆ เทวทูตสายลมคงไม่ปล่อยพวกมันมาง่ายๆ แน่

เย่ว์หยางคิดถึงจุดนี้และสั่นศีรษะคัดค้านความเห็นขององค์หญิงเชี่ยนเชี่ยน เขาตอบนางด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“พวกเจ้าอยู่ตรงนี้ อย่าก้าวออกไปข้างนอก ข้าจะไปขัดขวางการชุบชีวิตด้วยตัวข้าเอง”

องค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนปฏิเสธทันที

“ไม่ได้, เจ้าจะทิ้งเราไม่ได้ ยิ่งกว่านั้น เจ้ายิ่งไม่มีทางเอาชนะเทวทูตสายลมได้ตามลำพังแน่”

นางเข้าใจความหมายที่เย่ว์หยางพูด เขาไม่ต้องการให้คนอื่นต้องเสี่ยงชีวิต

จากทักษะหกรับรู้ของนาง นางรับรู้ได้ลางๆ ถึงเรื่องที่ไม่ดีได้ นางรู้สึกเหมือนเย่ว์หยางจะตกอยู่ในอันตรายร้ายแรงถ้าเขาไป เพียงแต่นางไม่สามารถรู้ได้ชัดเจนว่าแหล่งอันตรายนั้นอยู่ตรงไหนกันแน่

พวกเขาจะสามารถหยุดการปลุกสองผู้ยิ่งใหญ่แดนสวรรค์ได้หรือไม่

พวกเขาจะทำได้ทันเวลาไหม?

หัวใจขององค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนว้าวุ่น นางไม่แน่ใจอะไรสักอย่าง

ดังนั้น นางยืนกรานปฏิเสธความคิดที่เย่ว์หยางจะบุกไปคนเดียว

แม้ว่าพวกนางไม่มีความสามารถช่วยเหลือเขาได้ แม้พวกนางจะช่วยเหลือเขาได้ไม่มาก แต่ก็ยังดีกว่าปล่อยให้เขาไปที่นั่นคนเดียว

เสวี่ยอู๋เสียกับตรงกันข้าม มีปฏิกิริยาที่ตรงกันข้ามกับองค์หญิงเชี่ยนเชี่ยน โดยทั่วไป นางจะไม่เห็นด้วยกับความเห็นของเย่ว์หยาง ทว่าในช่วงวิกฤติที่สำคัญนี้ นางให้การสนับสนุนเขาอย่างไม่มีเงื่อนไข นางรู้ว่าเย่ว์หยางต้องมีเหตุผลของตนเองที่จะทำเช่นนั้น แม้ว่าเขาจะไม่บอกเหตุผลของเขา แต่นี่ต้องเป็นวิธีที่ดีที่สุดแน่นอน ถ้านี่ไม่ใช่วิธีเลือกที่ดีที่สุด เขาจะไม่เลือกทำเช่นนั้น

ดังนั้น เสวี่ยอู๋เสียตัดสินใจสนับสนุนเขาเต็มที่ ยิ่งกว่านั้นนางจะช่วยโน้มน้าวคนอื่นให้สนับสนุนความคิดของเขา

สิ่งที่เขาต้องการในตอนนี้ก็คือ การสนับสนุนของทุกคน

ทันใดนั้นนางยื่นมือมาโอบกอดเย่ว์หยาง กระซิบบอกเขาแผ่วเบาว่า

“ข้าเข้าใจแล้ว เราจะรอเจ้าอยู่ที่นี่!”

ที่มา : https://writer.dek-d.com/tanay2507/story/viewlongc.php?id=1429532&chapter=368

จบบทที่ ตอนที่ 347 ตะขาบแดนสวรรค์

คัดลอกลิงก์แล้ว