เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Ep.69 - กองทัพซากศพ

Ep.69 - กองทัพซากศพ

Ep.69 - กองทัพซากศพ


3/4

โคตรพยัคฆ์โลกาวินาศ Ep.69 - กองทัพซากศพ

เห็นได้ชัดว่าภาพวิดีโอนี้ถูกถ่ายโดยอากาศยานไร้คนขับ(โดรน) มันเป็นภูเขาขนาดใหญ่หลายแห่ง ซึ่งเดิมที ในช่วงปลายฤดูร้อนและต้นฤดูใบไม้ร่วง มันสมควรมีพืชพรรณหนาแน่น อย่างไรก็ตาม ในช่วงกลางของภูเขาเหล่านั้น สภาพแวดล้อมในปัจจุบันกลับกลายเป็นมืดมน ผืนดินแห้งแล้งสีดำสนิท ต้นไม้เหี่ยวเฉา ต้นหญ้ากลายเป็นสีน้ำตาลเข้ม

นอกจากนี้ ทัศนียภาพบนภูเขาดังกล่าว ยังน่าสยดสยองเป็นอย่างยิ่ง!

-มันเต็มไปด้วยซากศพเน่าเปื่อย

ไม่เพียงแค่นั้น แต่ดูเหมือนว่าซากศพเน่าเปื่อยเหล่านี้ยังคงสามารถเคลื่อนไหวได้ และกำลังปฏิบัติหน้าที่อย่างขมักเขม้น ก่อร้างสร้างเมืองขึ้นอย่างกระทันหัน!

เมื่อโดรนเข้าไปใกล้ใจกลางของภูเขา ในวิดีโอของมัน ก็ปรากฏร่างของอัศวินดำบนหลังม้าโครงกระดูกยืนอยู่บนยอดเขา กะโหลกของมันยกเสยขึ้น เผยให้เห็นถึงเพลิงวิญญาณที่ลุกโชนอยู่ในแววตา

จังหวะต่อมา หอกในมือของมันก็ถูกเหวี่ยงออก ปลายแหลมพุ่งทะลวงใส่กล้องวิดีโอ แทงเข้ามาประชิดสายตาของทุกผู้คนที่กำลังรับชม

และแล้ว ภาพวิดีโอทั้งหมดก็กลายเป็นสีดำ

“กรี๊ด!”

บางคนที่มีจิตใจไม่มั่นคง เผลอกรีดร้องออกมาด้วยความตกใจ และจำต้องใช้เวลาสักพักหนึ่งเลย ถึงจะตระหนักได้ว่าหอกเมื่อครู่มิใช่จ้วงใส่ตนเอง หากแต่ทิ่มแทงเข้าใส่โดรน!

นักเรียนใหม่ในหอประชุมต่างถอนหายใจโล่งอก รู้สึกว่าตนได้รับชีวิตกลับคืนมาอีกครั้ง

เบื้องหน้าพวกเขาเมื่อครู่นี้ คือการดำรงอยู่ชนิดใดกันหนอ? เหตุใดถึงได้ดูแข็งแกร่งมากมายถึงเพียงนี้

ระหว่างที่หลายคนกำลังตกใจ สีหน้าของฉินเฟิงกลับหม่นทะมึนลง

นั่นเพราะเขาพบว่า ภูเขาที่เต็มไปด้วยซากศพเคลื่อนไหวในภาพ มันคือสถานที่ซึ่งศิลานรกเคยร่วงตกลงมา!

ไม่น่าแปลกใจเลย ว่าทำไมเด็กๆในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าถึงติดเชื้อจากรูนมืดเมื่อเร็วๆนี้

ถึงแม้ว่าจะไม่มีศิลานรกอยู่แล้ว แต่สถานที่ชุมชนก็ยังคงถูกภัยพิบัติคุกคามเช่นเดียวกับในชีวิตก่อนหน้า แต่คราวนี้มันมิใช่ซากสัตว์ร้ายเน่าเปื่อย หากแต่เป็นกองทัพซากศพที่ดูมีระเบียบและทำงานกันเป็นระบบอย่างสมบูรณ์!

‘อัศวินโครงกระดูกในภาพ แน่นอนว่ามันมีความแข็งแกร่งในเลเวล F แถมยังมีความแข็งแกร่งถึงระดับราชันย์สัตว์ร้าย!’

ฉินเฟิงคิดในจิตใจของเขา

เสียงของเติ้งเหนียนดังขึ้นอีกครั้ง “ตอนนี้ทางสถานที่ชุมชนทางตอนเหนือของเราต้องการกองกำลังทั้งหมดเพื่อร่วมมือกันต่อสู้กับศัตรูในภาพนี้ นักเรียนทุกคนในชั้นปีที่สองและสามที่ได้รับการรับรองว่าเป็นผู้ใช้พลังในเลเวล G หรือสูงกว่า ทั้งหมดจะต้องร่วมปฏิบัติการในครั้งนี้ ..”

“เอาล่ะ หมดเรื่องแล้ว การประชุมประจำปีของสถาบันระดับสูงที่หกสิบเก้าก็จบลงเพียงเท่านี้ เลิกประชุมได้!”

นักเรียนทุกคนที่แต่เดิมตื่นเต้น ใบหน้าฟุ้งไปด้วยรอยยิ้มของความสุขในวันแรกที่ได้เริ่มเรียน ในเวลานี้ สีหน้าของทุกคนกลับมืดหม่นและเห็นถึงร่องรอยของความหวาดกลัว

เฉิงเฉาส่ายหัวอย่างหมดหนทาง “ดูเหมือนว่าพวกเขาทุกคนกำลังหวาดกลัว ว่าแต่ทำไมผู้อำนวยการถึงไม่ฉายสารคดีเหมือนปีที่แล้วกันนะ?”

ถึงแม้สารคดีจะน่ากลัว แต่ไม่ก็น่าสยองขวัญเท่ากับภาพวิดีโอจากโดรนในครั้งนี้

นี่มันคือการบ่งบอกกลายๆว่า : อย่าคิดเชียวล่ะ ว่าต่อให้พวกเธอเข้าสู่สถาบันระดับสูง แล้วพวกเธอจะยังสามารถใช้ชีวิตอย่างปกติสุขในสถานที่ชุมชนได้ เพราะนั่นไม่แตกต่างไปจากคนมีความสามารถ แต่กลับหัวหด หมกตัวไม่กล้าออกไปไหนตลอดชีวิต

ตรงกันข้าม สถาบันระดับสูงยิ่งสนับสนุนให้มีการต่อสู้ ชนิดที่เรียกได้เลยว่าอาจถึงขั้นล้างสมองนักเรียน!

มิฉะนั้นแล้ว มันจะเป็นไปได้อย่างไรที่หลี่เหยาเหยากับคนอื่นๆจะร่วมทีมกัน และออกไปสู้ในทุ่งล่า?

ระหว่างกำลังขบคิด รู้สึกตัวอีกที เฉิงเฉาก็พบว่าฉินเฟิงได้มาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าเขาแล้ว

“อาจารย์เฉิง ผมต้องการเข้าร่วมปฏิบัติการในครั้งนี้ด้วยครับ!” ฉินเฟิงกล่าว

เฉิงเฉาชะงักไป เขาคิดว่าตัวเองหูฝาด

“ฉินเฟิง ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะหุนหันพลันแล่นนะ เธอต้องตั้งใจเรียนอย่างหนัก ถึงจะสามารถเข้าร่วมปฏิบัติการนี้ได้ในภายหลัง นอกจากนี้ เธอเองก็ไม่ใช่หน่วยแพทย์ ดังนั้นไม่มีทางเข้าร่วมได้หรอก!”

ฉินเฟิงคิดอยู่พักหนึ่ง แล้วกล่าวว่า “แต่ฟังจากที่ผู้อำนวยการพูด ขอแค่มีโลโกผู้ใช้พลังเลเวล G ก็น่าจะเพียงพอแล้วใช่ไหมครับ?”

เฉิงเฉาที่ถูกถามนิ่งงันไปทันที

“ในทางทฤษฏีก็ใช่ แต่ด้วยความแข็งแกร่งในปัจจุบันของเธอ เห็นได้ชัดว่ามันเป็นเรื่องยาก!”

ฉินเฟิงไม่ได้กล่าวอะไรเพิ่มเติมอีก เขาถอยหลังกลับไป เพื่อนร่วมชั้นคนอื่นๆของเขา มองฉินเฟิงราวกับเป็นคนโง่

จู่ๆก็จะเข้าร่วมปฏิบัติการปราบปรามกองทัพซากศพอย่างกระทันหัน? อาศัยเพียงความแข็งแกร่งของเขาเนี่ยนะ? ช่างเป็นคนที่ดื่มด่ำ เพ้อฝันอยู่แต่กับจินตนาการซะจริงๆ

อย่างไรก็ตาม ในเวลานี้ฉินเฟิงไม่ใส่ใจสายตารอบข้าง เขาก้มหน้าลง และเปิดอุปกรณ์สื่อสารโทรหาโจวฮ่าว

“นายอยากจะเข้าร่วมปฏิบัตการบุกโจมตีกองทัพซากศพรึเปล่า?”

“เพ้ย! แน่นอนอยู่แล้วว่าฉันต้องการ!” เมื่อถูกถาม โจวฮ่าวก็ไม่มีทีท่าว่าจะตื่นกลัวเลย เขาตอบกลับทันที นั่นเพราะวัตถุประสงค์ของการฝึกหนักคืออะไร? มันคือการออกไปต่อสู้จริงๆไม่ใช่หรอกหรือ?

ฉินเฟิงเองก็ต้องการที่จะเข้าร่วม แต่ในเวลานี้ มันมีอุปสรรคมากเกินไป ทว่าในตอนนั้นเอง เขาก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้

“หือ? นายมีความคิดดีๆแล้วงั้นหรอ?”

“ใช่ ฟังนะ ฉันขอไปเตรียมตัวก่อน แล้วเดี๋ยววันพรุ่งนี้ตอนเย็นค่อยว่ากัน!”

“ตกลง”

โจวฮ่าวตื่นเต้นเป็นอย่างมาก

หลังจากสิ้นสุดการประชุม วันแรกของการศึกษาก็จบลงด้วยเช่นกัน ฉินเฟิงกลับไปที่บ้าน รีบกินข้าวเย็น แล้วกระโจนลงทิ้งตัวบนที่นอน ผล็อยหลับไป

เพราะท้ายที่สุดแล้ว ฉินเฟิงจำเป็นต้องพักผ่อน เนื่องจากในค่ำคืนนี้ ยังมีการต่อสู้ที่ยากลำบากรอคอยเขาอยู่

เมื่อถึงเวลา 4 ทุ่มตรง ฉินเฟิงก็ปรากฏกายขึ้นอีกครั้งในคลับอินทรี ไม่เพียงแค่นั้น แต่คราวนี้ไป๋หลีก็ยังตามมาด้วยในรูปลักษณ์ของมนุษย์

ไม่ว่าไป๋หลีจะไปที่ใด สรรพเสียงรอบข้างจะกลายเป็นเงียบงัน ทุกผู้คนต่างจ้องมองใบหน้าของเธอด้วยความตกตะลึงจนสูญสิ้นน้ำเสียง

ฉินเฟิงอดไม่ได้ที่จะเอ่ยขอ “ใส่แว่นกันแดดเถอะ!”

“นี่มันกลางคืนนะ ไม่ใช่ว่าแว่นกันแดด มีไว้กันแสงหรอกหรอ?” ไป๋หลีกล่าวด้วยความงุนงง

ฉินเฟิงเงียบไป นี่เขาต้องการจะบอกมันว่าเขาไม่ชอบให้คนอื่นมองมาที่มันอย่างงั้นหรอ?

“เชื่อฉันเถอะน่า!”

ฉินเฟิงแตะหัวของไป๋หลี ไป๋หลีจือปากเล็กน้อย สุดท้ายยอมทำตามเขา สวมแว่นกันแดดแต่โดยดี

ทว่าในเวลานั้นเอง ทั้งสองไม่ทราบเลย ว่าได้มีใครคนหนึ่งเฝ้ามองดูพวกเขาอยู่ก่อนหน้านั้นแล้ว

บุคคลที่ว่าไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นเจียงเส้าหยาง ที่นั่งอยู่ในห้องผู้จัดการทั่วไป

ในตอนแรกที่ฉินเฟิงเข้ามายังคลับอินทรี ใครบางคนได้แจ้งต่อเจียงเส้าหยาง และในตึกของคลับอินทรีก็เต็มไปด้วยกล้องวงจรปิด เพียงแค่สั่งการ ก็สามารถมองเห็นได้ทุกตำแหน่ง พริบตาที่เห็นใบหน้าของไป๋หลี ทั้งคนทั้งร่างของเจียงเส้าหยางก็สั่นสะท้าน ตะลึงงันจนสติแทบจะหลุดลอยไป!

แต่ความตกตะลึงก็ถูกความริษยาและโกรธแค้นเข้ามาแทนที่อย่างรวดเร็ว เมื่อเห็นว่าฉินเฟิงสัมผัสมือลงบนหัวของไป๋หลี ในหัวใจคล้ายกับรู้สึกราวกับว่าทรัพย์สินของตนกำลังถูกรุกราน

ท่านอ่านไม่ผิด ถูกต้องแล้ว ในเวลานี้ เจียงเส้าหยางได้เห็นว่าไป๋หลีกลายเป็นผู้หญิงของเขาไปเป็นที่เรียบร้อย เนื่องจากในวันนี้ อย่างไรฉินเฟิงก็ต้องตาย!

“เตรียมการทุกอย่างพร้อมแล้วรึยัง?” เสียงของเจียงเส้าหยางที่เปล่งออกมาราวกับปีศาจร้าย เพียงขยับปากก็คล้ายเห็นถึงคมเขี้ยว

“ทุกอย่างถูกจัดเตรียมเอาไว้เรียบร้อยแล้ว ตราบใดที่จิ้งจอกคลั่งขึ้นไปบนเวที เขาจะไม่มีทางรอดชีวิตลงมาได้อีกต่อไป!”

ชายอีกคนกล่าวย้ำด้วยความั่นใจ

ณ เวลา 5 ทุ่มตรง ในที่สุดฉินเฟิงก็ได้ก้าวขึ้นสู่เวทีประลอง

คลับอินทรีมักจะจัดการประลองขึ้นหลายครั้งในค่ำคืนเดียว ดังนั้นเลยเป็นธรรมดาที่ฉินเฟิงจะไม่ได้ขึ้นเวทีในทันที

หลายคนที่นี่ยังคงเป็นผู้ชมของเมื่อวาน เกือบทั้งหมดเลือกที่จะมาในวันนี้ เพราะฉินเฟิงสัญญาว่าจะกลับมา ดังนั้นหลายคนเลยไม่ยินยอมที่จะพลาดรับชมการต่อสู้ของเขา

สามารถคว้าชัยชนะติดต่อกันได้ถึงห้าครั้ง มันเป็นอะไรที่ยากมาก และหลายคนก็เลือกที่จะยอมแพ้กันในรอบที่หก

ทว่าฉินเฟิงกลับโค่นจอมหักกระดูกที่สามารถคว้าชัยชนะมากว่าเจ็ดครั้งลงได้ ทำให้พวกเขารู้สึกว่าการต่อสู้ในครั้งนี้ต้องน่าตื่นเต้นอย่างแน่นอน

ไม่นานนัก เสียงของพิธีกรก็ดังขึ้น

【บุคคลต่อไปที่จะปรากฏกายเป็นหน้าใหม่ของพวกเรา แต่บางท่านน่าจะคุ้นเคยกับเขาเป็นอย่างดี มิใช่ใครอื่น!! เขาคนนั้นคือจิ้งจอกคลั่ง ผู้ที่สามารถชนะติดต่อไปถึงห้ารอบ!! และในวันนี้ เขาจะสามารถคว้าชัยชนะนัดที่หกติดต่อกันได้อีกหรือไม่? พวกเรามาดูไปพร้อมกันเถอะ!】

คู่ต่อสู้คราวนี้ของฉินเฟิง คือผู้ใช้วรยุทธโบราณในเลเวล G7

อัตราเดิมพันระหว่างทั้งสองอยู่ที่ครึ่งต่อครึ่ง มันไม่ได้สูงมากนัก แต่ในความเป็นจริง ภายใต้การกระตุ้นของพิธีกร จึงมีคนจำนวนมากเดิมพันว่าผู้ท้าชิงจะสามารถคว้าชัยชนะ และคลับอินทรีก็สามารถทำเงินจากมันได้อีกครั้ง

ส่วนฉินเฟิงก็สามารถโค่นฝ่ายตรงข้ามลงได้อย่างง่ายดาย

หลังจากนั้นศัตรูก็เป็นเลเวล G8 และG9 อีกสองคน

แม้จะคว้าชัยชนะมาได้อย่างต่อเนื่อง แต่ยิ่งนาน คิ้วของฉินเฟิงยิ่งบังเกิดรอยยับย่น

‘นี่มันง่ายเกินไป!’

ความรู้สึกว่าจะต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากล ฟุ้งไปทั่วจิตใจของฉินเฟิง

จบบทที่ Ep.69 - กองทัพซากศพ

คัดลอกลิงก์แล้ว