เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Ep.57 - การประลองใต้ดิน

Ep.57 - การประลองใต้ดิน

Ep.57 - การประลองใต้ดิน


3/4

โคตรพยัคฆ์โลกาวินาศ Ep.57 - การประลองใต้ดิน

จางฮั่วหยางมองการกระทำของฉินเฟิง เขาไม่ได้โต้แย้งใดๆเลย แต่กลับกล่าวอย่างจริงใจว่า “มันสมควรแล้วที่จะเป็นของเธอ!”

ถ้าวันนี้ไม่ใช่เพราะฉินเฟิงมาช่วย ไม่ต้องกล่าวถึงเรื่องจับตัวไวเปอร์ แต่พวกเขาคงจะกลายเป็นศพอยู่ที่นี่แทน

ฉินเฟิงเก็บแก่นพลังงาน แต่ไม่ได้แตะต้องตัวศพ

จางฮั่วหยางส่งภารกิจ ซึ่งรวมชื่อของฉินเฟิงเข้าไปด้วย ทำให้ฉินเฟิงได้แต้มนักล่าเงินรางวัลเพิ่มขึ้นอีก 100 แต้ม

ยิ่งไปกว่านั้น รางวัลนำจับของไวเปอร์ยังสูงค่ายิ่ง

เนื่องจากอีกฝ่ายเป็นสมาชิกขององค์กรมืด ไวเปอร์มีชื่อเสียงค่อนข้างสูง ดังนั้นรางวัลนำจับของเขาจึงเต็มเม็ดเต็มหน่วย มากถึง 8 ล้านเหรียญ!

ฉินเฟิงได้ส่วนแบ่ง 1 ใน 4 ดังนั้นเป็นเงิน 2 ล้านเหรียญ

“เอาล่ะ ที่เหลือคุณจัดการต่อก็แล้วกัน ผมขอตัวก่อน” ฉินเฟิงเอ่ยปาก

“ตกลง ขอบคุณสำหรับการร่วมมือในครั้งนี้ ในอนาคต ถ้าเธอต้องการความช่วยเหลืออะไร จงอย่าลังเลที่จะบอกมันกับฉัน!” จางฮั่วหยางกล่าว

“แน่นอนครับ”

ฉินเฟิงไม่ได้ปฏิเสธน้ำใจในครั้งนี้

ระหว่างที่กำลังเกิดการต่อสู้ โจวฮ่าวกระโดดลงจากเบาะข้างคนขับ แต่ก็คอยตามไปห่างๆในระยะ100 เมตร

เพราะท้ายที่สุดแล้ว เขาก็ยังเกรงกลัวว่าจะได้รับผลกระทบจากการต่อสู้

เมื่อการต่อสู้สิ้นสุดลง โจวฮ่าวก็กลับขึ้นมาบนรถอีกครั้ง

ฉินเฟิงอุ้มเสี่ยวไป๋ไว้ในอ้อมแขน เปิดประตูรถ โจวฮ่าวตื่นเต้นจนแทบจะคุมอารมณ์ตัวเองเอาไว้ไม่อยู่

เพราะยังไงซะ ความแข็งแกร่งของฉินเฟิงก็ได้ถูกเปิดเผยสู่สายตาของโจวฮ่าวแล้วอย่างแท้จริง

“นายห้ามลืมเชียวนะ! ที่บอกว่าหลังจากกลับไป จะส่งทักษะฝึกกำลังภายในของนายให้กับฉัน  พอได้เห็นนายสู้ บอกตรงๆเลยว่าฉันแทบจะทนรอไม่ไหวแล้ว!”

โจวฮ่าวประหลาดใจมากกับความแข็งแกร่งของฉินเฟิง ในช่วงระยะเวลาเพียงหนึ่งเดือน เขารู้สึกเหมือนกับว่าได้พบกับฉินเฟิงคนใหม่!

“ได้อยู่แล้ว ฉันจะส่งให้นายเองหลังจากฉันกลับไป”

ฉินเฟิงนั่งลงบนเบาะคนขับ ส่วนเสี่ยวไป๋ก็อดใจไม่ไหวไม่แตกต่างจากโจวฮ่าว มันดิ้นไปมา และฉกแก่นพลังงานจากมือเขา

“ก็ได้ๆ แกเอาไปเลย”

ฉินเฟิงหมดหนทาง จริงอยู่ที่เขารู้ว่าหากตนดูดกลืนแก่นพลังงาน ความเร็วในการพัฒนาของตัวเองจะเพิ่มพูนขึ้นเป็นอย่างมาก

อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่ที่มีเสี่ยวไป๋ แก่นพลังงานเกือบทั้งหมดที่ฉินเฟิงได้รับมา เขาก็ล้วนมอบให้กับมัน!

แต่เขาไม่ได้เสียใจเลย!

เสี่ยวไป๋เริ่มดูดซับพลังจากแก่นพลังงาน ไม่นานมันก็จมลงสู่ห้วงนิทราอย่างรวดเร็ว เพราะยังไงซะ พลังงานจากแก่นสัตว์ร้ายเลเวล F ก็เป็นอะไรที่มหาศาลเกินกว่าจะรับไหวหากไม่ทำการปรับสมดุล

หลังจากกลับมาถึงบ้าน ฉินเฟิงก็เริ่มเขียนวิธีฝึกฝนกำลังภายใน ‘ทักษะน่องวายุ’ เลเวล B จากความทรงจำอย่างเงียบๆ

ในชีวิตก่อนหน้า เขาทุ่มเทอย่างหนักกว่าจะได้ทักษะนี้มา ต้องจ่ายไปด้วยเกือบทุกอย่างที่ตนเองมี และมันก็เป็นเพราะผลจากทักษะนี้เอง ที่ทำให้ฉินเฟิงสามารถก้าวขึ้นไปสู่เลเวล A ได้

แม้ว่าจะไม่สามารถเทียบเท่าได้กับทักษะลับกลืนดารา แต่มันก็ยังถือว่าช่วยฉินเฟิงเอาไว้ได้มาก

ตอนนี้ เนื่องจากฉินเฟิงครอบครองทักษะลับกลืนดาราแล้ว จึงเป็นธรรมดาที่เขาไม่ต้องฝึกฝนทักษะน่องวายุอีก แต่มันเหมาะสมสำหรับโจวฮ่าว

และเป็นเพราะฉินเฟิงฝึกฝนมันมาเป็นระยะเวลาหลายปี เขาเลยมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับมันเป็นอย่างมาก จึงเขียนประสบการณ์เหล่านั้นลงไปให้โจวฮ่าวด้วย

ซึ่งปัจจุบัน โจวฮ่าวคงกำลังตื่นเต้นจนแทบจะคลั่งตายแล้ว

ยังไงก็ตาม ฉินเฟิงเองก็ไม่ได้อยู่เฉย พลังพิเศษดูดกลืนกำลังช่วยเสริมสร้างร่างกายของเขาอยู่เช่นกัน แต่น่าเสียดาย ที่ทักษะลับกลืนดารามิได้ถูกใช้ออกไป ฉินเฟิงเลยไม่ได้รับกำลังภายในของไวเปอร์มา แต่นั่นก็เพราะมีเวลาไม่เพียงพอ ไวเปอร์ดันฉวยโอกาสฉีดยายีนส์มนุษย์ดัดแปลงซะก่อน

“เสียดายจัง!”

ฉินเฟิงค่อนข้างเสียดาย แต่พอคิดถึงเรื่องที่พลังกายของตนยกระดับไปถึง G9 เขาก็ไม่เก็บมาใส่ใจ

“ช่างเถอะ เพราะยังเหลืออีกสถานที่หนึ่ง ที่สามารถเผชิญหน้ากับผู้ใช้วรยุทธโบราณ และขโมยเอากำลังภายในของพวกเขามาแบบไม่ต้องลำบากใจใดๆ!”

กล่าวถึงจุดนี้ ดวงตาของฉินเฟิงก็หรี่แคบลง

สำหรับสถานที่ดังกล่าว ฉินเฟิงเองก็ไม่รู้พิกัดที่แน่ชัดของมัน แต่เขาแน่ใจว่ามันคือสถานที่ที่ทุกชุมชนจะต้องมี

‘เวทีประลองใต้ดิน!’

เป็นสถานที่สำหรับระบายความรุนแรง และประกาศความดุร้าย

นอกจากนี้ มันยังเป็นเวทีต่อสู้ที่โหดเหี้ยมที่สุดในสถานที่ชุมชน!

ฉินเฟิงเริ่มค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับเวทีประลองใต้ดิน เนื่องจากมันเป็นสถานที่กึ่งสาธารณะ ฉินเฟิงเลยสามารถรู้ที่ตั้งของมันได้อย่างง่ายดาย

ช่วงกลางดึก ความมืดปกคลุมผืนฟ้าในสถานชุมชนทางตอนเหนือ

ทว่าสิ่งที่ความมืดปกคลุมไม่มิด คือความร้อนแรงและเสียงโห่ร้องจากภายในสถานที่แห่งหนึ่ง

สลัมคือส่วนวุ่นวายที่สุดในสถานชุมชนทางตอนเหนือ มันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะอธิบายถึงสภาพแวดล้อมของที่นี่ บางครั้งถึงขั้นมีบางศพที่หนอนชอนไช ถูกทิ้งไว้อย่างโดดเดี่ยวในมุมมืดที่ไม่รู้จัก

ฉินเฟิงไม่ได้สวมชุดต่อสู้ เขาใส่เพียงเสื้อผ้าสบายๆ ดูเหมือนกับพวกนายน้อย แต่ก็พอเผยให้เห็นถึงคมเขี้ยวที่ตนมี

“บอส มีแกะอ้วนกำลังมาทางนี้!”

“โอ้? แกแน่ใจนะ? ดูดีๆรึยังว่าไม่มีพวกบอดี้การ์ดอยู่รอบๆตัวมันน่ะ!”

“ไม่มีหรอก ดูเหมือนว่าเขาจะมาหาความสนุกที่นี่คนเดียว แถมในข้อมือเขายังสวมอุปกรณ์สื่อสารราคาตั้ง 100,000 แน่ะ!”

“งั้นยังมัวรออะไรอยู่ ไปจับตัวมันกัน!”

ว่าจบ คนกลุ่มหนึ่งก็วิ่งมาล้อมหน้าล้อมหลังฉินเฟิง

“เจ้าหนู ถ้าฉลาดพอ ก็จงเอาเงินออกมา 1 ล้านเหรียญซะดีๆ ไม่อย่างงั้นหน้าของแกจะลงไปจูบกับพื้น!” ชายหนุ่มที่ดูเหมือนจะเป็นหัวหน้ากลุ่มข่มขู่

เสียงฝีเท้าของฉินเฟิงหยุดลง กวาดตามองกลุ่มคนเหล่านั้น บนหน้าอกไม่มีซักคนที่มีโลโก้ผู้ใช้พลัง และเนื่องจากพลังสมาธิของฉินเฟิงแข็งแกร่งขึ้นถึงระดับหนึ่งแล้ว ตอนนี้เขาเลยสามารถรับรู้ได้ถึงความแข็งแกร่งของอีกฝ่าย ว่ามันอยู่ในระดับ G2 G3 เท่านั้น

ไม่เพียงแค่นั้น กำลังภายในของพวกมันยังอ่อนด้อย ในตันเถียนแต่ละคนมีคนละเส้นสองเส้น สั้นๆเท่านั้น

“ก็ยังดีกว่าไม่ได้อะไรเลย ถึงจะเล็กน้อย แต่เอาไว้ควบรวมมันให้กลายเป็นเส้นเดียวที่แข็งแกร่งในภายหลังก็น่าจะพอได้!”

ฉินเฟิงยิ้มเย็นชา ในวินาทีต่อมา เขาก็ระเบิดกลืนดาราโดยตรง

แรงดึงดูดขนาดใหญ่ได้ปรากฏขึ้น เหล่าอันธพาลถูกสนามพลังของฉินเฟิงควบคุมเอาไว้โดยสิ้นเชิง ร่างกายทั้งหมดซวนเซอย่างมิอาจสั่งการ

เพียงไม่กี่วินาที แรงดึงดูดก็หายไป ทว่ากลับปรากฏแรงผลักดันมหาศาลขึ้นแทนที่อย่างกระทันหัน

“ปัง ปัง ปัง!”

“โอ๊ย!”

“อ๊าาาาา”

ฝูงชนกระเด็นไปคนละทิศละทาง กรีดร้องโหยหวน

แต่ในไม่ช้า พวกเขาก็พบว่านั่นไม่ใช่สิ่งเลวร้ายที่สุดที่เกิดขึ้น

-กำลังภายในที่พวกเขามักเอามาใช้โอ้อวดเป็นประจำ ที่มาจากการฝึกอย่างเกียจคร้าน ปัจจุบันทั้งหมดได้หายไป นี่เปรียบดั่งการให้พวกเขาต้องกลับไปยังจุดเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง กลับไปใช้เวลาอีกหลายปีอย่างเหนื่อยยาก ถึงจะสามารถมายืนอยู่ในจุดเดิม

“บิดาจะฆ่าแก!”

อันธพาลคนหนึ่งผุดลุกจากพื้น ชักมืดขึ้นมาในมือ เดินโซซัดโซเซ หมายจะเข้าไปแทงฉินเฟิง

ฉินเฟิงขยับเบี่ยงตัวเพียงก้าวเดียวก็หลบพ้น และในวินาทีต่อมา ก็สับฝ่ามือลงตรงข้อมือของอีกฝ่าย

เป๊าะ!

บังเกิดเสียงกระดูกแตกลั่นดังฟังชัด

เคร้ง

มีดร่วงลงกับพื้น อันธพาลส่งเสียงโหยหวนฟังดูน่าสังเวช

“ยังไงต่อ? ตอนนี้แกยังอยากจะฆ่าฉันอีกรึเปล่า?” ฉินเฟิงเยาะหยัน ผลักมือเบาๆใส่อันธพาล ให้หน้ามันฟาดลงไปจูบกับพื้นเหมือนที่เคยขู่เขา

“ไม่ ไม่กล้าแล้วพี่ชาย ฉันผิดเอง ฉันผิดเอง!”

ในที่สุดพวกอันธพาลก็หวาดกลัว ความโกรธภายในจิตใจถูกทำลายหายไปสิ้นภายใต้การโจมตีที่รุนแรงของฉินเฟิง

“พวกแกมักจะหาเหยื่ออยู่บริเวณนี้ใช่ไหม? งั้นคงรู้จักแถบนี้เป็นอย่างดีน่ะสิ ช่วยนำทางฉันไปเวทีประลองใต้ดินหน่อย … จะได้ไหม?”

แม้ฉินเฟิงจะอาศัยอยู่ในชุมชนทางตอนเหนือจนกระทั่งเขาอายุได้ 16 ปี แต่มันก็มีบางสถานที่เหมือนกันที่เขาไม่กล้าเข้ามา อย่างเช่นสลัมแห่งนี้

แม้จะค้นหาตำแหน่งคร่าวๆไว้ล่วงหน้า แต่พอมาถึง เจ้าตัวก็พบว่าถนนมันช่างซับซ้อน ตอนนี้เขาเลยเลือกที่จะหาคนนำทาง

“ขอรับ พี่ชาย ผมจะนำทางไปเอง”

ชายคนนั้นกล่าวอย่างรีบร้อน และเริ่มนำทางไป ส่วนอันธพาลคนอื่นๆก็กระจัดกระจาย ไม่กล้าเข้าใก้ลฉินเฟิงอีกเลย

ไม่นานนัก อันธพาลก็พาฉินเฟิงมาถึงเบื้องหน้าประตูสีทองงดงาม สีทองที่สลักสลับไปกับหยกเขียว

ตรงทางเข้าเจิดจ้า อลังการไปด้วยแสงสี และมีรถหรูมากมายจอดอยู่ในลานจอดรถ

ตรงหน้าทางเข้า มีอักษรสีทองไม่กี่ตัวขีดเขียนเอาไว้ว่า - คลับอินทรี

คลับอินทรี ไม่เพียงแต่เป็นผู้จัดเวทีประลองใต้ดิน แต่ยังรวมไปถึงการพนัน , อาบอบนวด , สิ่งบันเทิงต่างๆ หรืออาจจะเรียกได้เลยว่ามันเป็นถ้ำทองคำของสถานที่ชุมชนทางตอนเหนือ!

ยามหน้าประตูแปะโลโก้ G9 บนหน้าอก หนึ่งคนเป็นผู้ใช้วรยุทธโบราณ อีกคนถืออาวุธจักรกล เห็นได้ชัดว่าเป็นมือปืน

จบบทที่ Ep.57 - การประลองใต้ดิน

คัดลอกลิงก์แล้ว