เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Ep.45 - ผู้ชักใยเบื้องหลัง

Ep.45 - ผู้ชักใยเบื้องหลัง

Ep.45 - ผู้ชักใยเบื้องหลัง


โคตรพยัคฆ์โลกาวินาศ Ep.45 - ผู้ชักใยเบื้องหลัง

เมื่อคิดได้ดังนั้น นักวิจัยก็พ่นคำออกมาอย่างรวดเร็ว “งานของพวกเราก็คือ การค้นหาวิธีการที่จะทำให้มนุษย์กลายเป็นผู้ใช้อบิลิตี้ และหลังจากทดลองมาหลายวิธี พวกเราก็สามารถค้นพบวิธีการถ่ายโอนแก่นอบิลิตี้ในขณะที่ยังมีชีวิตอยู่ได้สำเร็จ อย่างไรก็ตาม แก่นอบิลิตี้ที่โตเต็มวัยแล้วมันจะมีขนาดใหญ่มากเกินไป และพลังของมันจะลดทอนลงหลังถูกดึงออกจากร่างของสัตว์ร้าย ดังนั้น …”

“ดังนั้นพวกแกเลยออกตามหาแก่นอบิลิตี้เล็กจากผู้ใช้อบิลิตี้ที่เพิ่งสามารถปลุกพลังให้ตื่นขึ้นมาได้!

ฉินเฟิงชิงเอ่ยปาก เมื่อมาถึงจุดนี้ เขาก็เหมือนจะเข้าใจถึงสถานการณ์ในชีวิตก่อนหน้าของตัวเอง

เข้าใจว่าตนแท้จริงเป็นคนที่โคตรจะโชคร้าย!

เรื่องราวที่เกิดขึ้น กลับกลายเป็นส่วนหนึ่งในงานวิจัยของพวกมัน

“ใช่ … ใช่แล้ว …” นักธุรกิจอีกคนไม่กล้ายั่วยุให้ฉินเฟิงโกรธ รีบตอบกลับตะกุกตะกัก

ทว่าความโกรธของฉินเฟิงยิ่งนานก็ยิ่งปะทุขึ้นเรื่อยๆ

แต่เขาก็พยายามข่มมันไว้ และเค้นถามคำถามที่สอง

“แกยังไม่ตอบอีกคำถามของฉันเลย!” ฉินเฟิงแสยะยิ้มเย็น “ก่อนหน้านี้พวกที่บุกชิงตัวเพื่อนฉันสวมหน้ากากแมงมุมดำ แต่ฉันรู้นะ ว่าแกไม่ใช่คนจากกลุ่มแมงมุมดำ จริงๆแล้วแกรับใช้องค์กรใดกันแน่!”

เมื่อได้ยินคำถามนี้ สองชายแขนด้วนก็บังเกิดความลังเลขึ้นทันที

ฉินเฟิงไม่รอช้า ยกมีดขึ้นอีกครั้ง เตรียมตัดแขนอีกข้างของชายในชุดสูท

“อ๊า! บอกแล้ว ฉันยอมบอกแล้ว!”

เฉินเฟิงราวกับคนบ้า ไม่พอใจก็คิดจะสับแขนทิ้ง อีกฝ่ายจึงไม่กล้าต่อต้านใดๆ

“องค์กรของเราไม่ใช่แมงุมุมดำหรือแม้แต่องค์กรต่อต้านมนุษยชาติ แต่มันเป็นความลับมาก ที่พวกเรารู้ มีแค่ว่ารหัสองค์กรคือ ‘Z’ เท่านั้น”

“บอกรายละเอียดเพิ่มเติมมาอีก!” ฉินเฟิงตะคอกดุร้าย

“ฉัน ฉันเองก็ไม่รู้อะไรมากไปกว่านี้แล้ว แต่องค์กรของพวกเรามีอำนาจมาก ไม่ว่าจะสัตว์ทดลองหรือห้องปฏิบัติการพวกนี้ ล้วนได้รับมาจากพวกเขา!”

ที่จงใจเอ่ยออกมาเช่นนี้ ก็เพื่อหมายจะข่มขู่ฉินเฟิง

“องค์กร์ Z …” รหัสนี้ตีได้หลายความหมายมากเกินไป แม้แต่ฉินเฟิงเอง ถ้าให้ย้อนคิดแบบเฉพาะเจาะจง เขาก็ไม่เคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อน

แต่เมื่อเขามองไปในแววตาของนักธุรกิจพุงพลุ้ยที่ฟุ้งไปด้วยความหวาดกลัว เจ้าตัวก็ทราบดีว่าอีกฝ่ายไม่น่าจะโกหก

ฉินเฟิงไม่เก็บมาคิดอีกต่อไป เขาเตรียมฟันใส่คู่แค้นอีกครั้ง

“ในเมื่อรู้แค่นี้ ก็จงตายซะ!”

ฉินเฟิงง้างมีดกษัตริย์ครามในมือ ชูขึ้นเหนือหัวของเขา

“อย่า! ได้โปรดอย่าฆ่าฉัน ถึงจะไม่ใช่เรื่องขององค์กร แต่ฉันยังมีอีกความลับหนึ่งที่สามารถบอกได้!” เม็ดเหงื่อผุดขึ้นเต็มใบหน้าชายชุดสูท เขากลัวว่าฉินเฟิงจะลงมีดใส่จริงๆ

สองตาของฉินเฟิงหรี่แคบลง มีดในมือหยุดกลางอากาศ

“ถ้าความลับนี้มันไร้ประโยชน์ ฉันจะไม่ปล่อยให้แกมีลมหายใจอยู่อีกต่อไป!”

“ไม่ ไม่ไร้ประโยชน์แน่นอน!” ชายวัยกลางคนในชุดสูทกล่าวอย่างเร่งรีบ ในความเป็นจริงแล้วเขารู้ความลับค่อนข้างน้อย แต่ตอนนี้ ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องคายบางอย่างให้แก่ฉินเฟิง

“ถึงแม้ว่าพวกเราจะเป็นแค่ส่วนเล็กๆขององค์กร Z แต่พวกเราก็มีกำลังในการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่ทรงประสิทธิภาพมาก ดังนั้นเราจึงมีฐานที่มั่นอยู่ในทุกสถานที่ชุมชนหรือเมือง และทางเรามักจะแลกเปลี่ยนบางสิ่งบางอย่างกับผู้นำของสถานที่เหล่านั้น การบุกโจมตีเพื่อนร่วมชั้นของเธอเดิมทีไม่ได้เป็นเป้าหมายของทางเรา แต่เป็นอีกฝ่ายที่ผลักดันให้เกิดขึ้น”

ในหัวใจของฉินเฟิงกระตุกไหว

“อีกฝ่ายที่แกกำลังพูดถึงคือใคร?”

ภายใต้แรงกดดันจากมีดกษัตริย์คราม ชายวัยกลางคนกลืนน้ำลายอึกใหญ่และกล่าว “เป็นรองผู้ว่าการเขตเฉิงเป่ย!”

คิ้วของฉินเฟิงขมวดเข้าหากันอย่างรุนแรง

ทันใดนั้น ภาพของอีกฝ่ายก็วาบผ่านเข้ามาในจิตใจของเขา

“ที่แท้ก็เป็นมัน!”

ความชิงชังอันน่าหวาดกลัวปรากฏขึ้นในดวงตาของฉินเฟิง

สถานที่ชุมชนทางตอนเหนือเป็นชุมชนขนาดใหญ่ แต่สำหรับเมืองเฉิงหยาง มันมีอีกชื่อหนึ่ง เรียกว่า : เขตเฉิงเป่ย

ซึ่งผู้ที่ครอบครองสถานะสูงสุดของเขตเฉิงเป่ยก็จะมีสองผู้ว่าการ , สามนายพล และสองสมาชิกสภา

แต่โดยสิ้นเชิงแล้ว ผู้ที่มีอำนาจสูงสุดในเขตเฉิงเป่ย จะมีทั้งสิ้น 10 คน

และหนึ่งในนั้นคือรองผู้ว่าการหลินเซิง เป็นตัวตนทรงพลังในเลเวล E

นอกจากนี้เขายังมีลูกชายชื่อว่าหลินไค

“สรุปง่ายๆก็คือ หลินเซิงต้องการให้ลูกชายตัวเองกลายเป็นผู้ใช้อบิลิตี้อย่างงั้นสินะ?”

“ใช่ ใช่แล้ว!” ชายในชุดสูทเร่งตอบ “การทดลองทั้งหมดของพวกเรา ล้วนดำเนินการกับสัตว์ร้าย แต่เวลาที่พลังของพวกสัตว์ร้ายจะตื่นขึ้นมันไม่แน่ไม่นอน ในขณะเดียวกัน นี่ก็เป็นช่วงที่พวกเด็กๆกำลังฉีดยากระตุ้นพลังพอดี พวกเราเลยตัดสินใจ เบนทิศไปจับตัวเด็กที่สามารถปลุกพลังพิเศษได้แทน”

“ทุกคำที่ฉันพูดเป็นความจริง ถ้าไม่ใช่เพราะมีคนให้การสนับสนุน พวกเราจะสามารถเปิดห้องทดลองใกล้กับชุมชนทางตอนเหนือได้อย่างไร? พวกเราได้รับอำนาจถึงขั้นที่ว่าถ้าถูกใครบางคนค้นพบ ก็สามารถบอกออกไปได้ว่าพวกเราทำธุรกิจถูกกฏหมาย!”

“เป็นแบบนี้ เป็นแบบนี้นี่เอง!” ฉินเฟิงกัดกรามจนแน่น เปล่งเสียงเล็ดลอดผ่านไรฟัน

หรืออีกความหมายนึงก็คือ ในชีวิตก่อนหน้า อบิลิตี้ของฉินเฟิง มันถูกส่งมอบไปให้กับหลินไคนั่นเอง!

หลินไคแต่เดิมเป็นแค่เพลย์บอย แต่จู่ๆก็สามารถปลุกพลังพิเศษขึ้นมาได้อย่างกระทันหัน แถมยังเป็นธาตุมืดที่แสนจะหายาก

หลังจากนั้นหลินไคก็กลายเป็นผู้ใช้อบิลิตี้ที่ทรงพลัง ความแข็งแกร่งของเขาก้าวกระโดดอย่างรวดเร็ว มันเปี่ยมไปด้วยประสิทธิภาพ แต่สิ่งที่เขาทำนั้นช่างโหดเหี้ยม เปลี่ยนทั้งสถานที่ชุมชนทางตอนเหนือให้ฟุ้งไปด้วยควันไฟแห่งความโกลาหล

และต้นทุนทั้งหมดของมัน ก็ปล้นชิงมาจากฉินเฟิง!

“นี่สินะคือสิ่งที่เป็น!” ฉินเฟิงตอนนี้เกลียดชังสุดแสน เขาต้องการจะฉีกกระชากอีกฝ่ายออกเป็นชิ้นๆ

แต่ในเวลานั้นเอง ช่างน่าแปลกใจ จู่ๆใบหน้าของชายชุดสูทก็ผุดรอยยิ้มขึ้นมา

“แอ๊!”

เสี่ยวไป๋ผู้นั่งยองๆบนไหล่ของฉินเฟิงตลอดมา จู่ๆก็เปล่งเสียงร้องอย่างฉับพลัน จากนั้นรังสีแสงสีเงินก็กระพริบไหว ทั้งสองหายวับ และปรากฏตัวขึ้นตรงมุมห้อง

“โครม!”

อีกหนึ่งเสียงอึกทึกดังตามมา

ประตูถูกกระแทกเปิดออก แรงปะทะส่งเข้าใส่ตำแหน่งเดิมที่ฉินเฟิงยืนอยู่ คละคลุ้งไปด้วยเศษชิ้นส่วนประตูห้องทดลอง ส่งผลให้ชายสองคนที่อยู่ใกล้ๆถูกเป่าปลิวกระเด็นราวกับเศษผ้า

น่ากลัวว่าชายทั้งสองคงไม่คาดคิดถึงสิ่งที่เกิดขึ้น พวกเขานึกไม่ถึงเลยว่าคนที่ตนคิดหมายจะให้มาช่วยชีวิต กลับไม่สนใจชีวิตน้อยๆของพวกตน แต่ทำการระเบิดโจมตีห้องทดลอง ให้ตกตายกันไปทุกคนเลยในคราวเดียว

ประตูถูกทำลาย กลายเป็นหลุมขนาดใหญ่ ภายใต้กลุ่มควันคละคลุ้ง ฉินเฟิงสามารถมองเห็นถึงร่างของอีกฟากฝั่งหนึ่ง

-เป็นคนหนุ่มที่มีอายุราวๆ25 - 26 ปี ในชุดต่อสู้สีเขียวเข้ม และมีสัญลักษณ์ F1 บนหน้าอกของเขา

โดยในมือคนหนุ่ม ถือไว้ด้วยปืนใหญ่พลังงาน ที่สามารถระเบิดอานุภาพรุนแรงออกมาได้ และคงจะเป็นปืนใหญ่นี้เอง ที่เพิ่งถูกใช้โจมตีออกไป

ศัตรูคือมือปืน!

คนหนุ่มเอื้อมมือออกไป ปรับตำแหน่งปืนใหญ่พลังงาน เล็งใจกลางเป้ามายังทิศทางของฉินเฟิง

“เปรี้ยง!”

ปากกระบอกปืนระเบิดการโจมตีดุเดือดโหดร้ายอีกครั้ง

“แอ๊!”

เสี่ยวไป๋ร้องตะโกนตื่นตัว เทเลพอร์ตฉินเฟิงไปปรากฏอีกที่หนึ่ง

“โครม!”

แรงปะทะก่อให้เกิดเสียงอึกทึกกึกก้อง

“ให้ตายสิ ไอ้พลังสมาธิเพิ่มการรับรู้นี่มันน่ารำคาญจริง!”

แม้ผู้ที่จะกลายเป็นมือปืนจะมีข้อกำหนดไม่สูงมากจนเกินไป แต่ในระหว่างที่พวกเขากลายเป็นมือปืน ก็ต้องผ่านกระบวนการเสริมความสามารถในการรับรู้สิ่งรอบตัว ให้ดีมากขึ้นเป็นพิเศษเสียก่อน

ด้วยเหตุนี้เอง ที่ทำให้แม้ตอนนี้ฉินเฟิงจะซ่อนตัวอยู่ในมุมอับที่ควันฟุ้งอยู่รอบตัว อีกฝ่ายก็ยังสาดโจมตีได้อย่างแม่นยำและไร้ความปราณี

การรับรู้ของมือปืนเลเวล F ไม่ใช่สิ่งที่จะสามารถหลบเลี่ยงได้โดยง่าย ในสายตาของอีกฝ่าย ฉินเฟิงอยู่ในห้องปิดตาย อย่างไรก็ไม่สามารถหลบหนี

“โห? น่าสนใจดีนี่” มือปืนหัวเราะเบาๆ เขาคิดไม่ถึงเหมือนกันว่าฉินเฟิงจะหลบพ้น แต่เมื่อก้าวเข้ามาอีกก้าว สีหน้าของเขาก็พลันแข็งทื่อ

“นี่มันเป็นไปได้ยังไงกัน?”

ในการรับรู้ของเขา ร่างของฉินเฟิงจู่ๆก็มาโผล่ตรงระเบียงทางเดิน แต่ทางออกเดียวจากห้องทดลองมีเขาขวางกั้นประตูอยู่ แล้วฉินเฟิงสามารถผ่านมันไปได้อย่างไร?

เป็นไปได้ไหมว่าอีกฝ่ายสามารถทะลุกำแพงได้?

ในเวลาเดียวกัน ฉินเฟิงเองก็ตกใจเหมือนกับมือปืน เขาก้มลงมองพื้นด้วยความฉงน

-นั่นเพราะมีคนตายนอนกองอยู่ตรงนี้

แถมยังสวมชุดกาวน์ เห็นได้ชัดว่าคือบุคลากรของห้องทดลอง แต่ตอนนี้ดันถูกสังหารลง

ถ้าอย่างงั้นใครเป็นคนฆ่าเขา? มือปืนคนเมื่อกี้อย่างงั้นหรอ?

แต่ทำไมกัน? หรือว่ามือปืนคนนั้นไม่ได้เป็นพวกเดียวกันกับคนจากห้องทดลอง!?

จบบทที่ Ep.45 - ผู้ชักใยเบื้องหลัง

คัดลอกลิงก์แล้ว