เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 25 : เขาเป็นเจ้าชายผู้ทรงเสน่ห์ของข้า! ฟรี วันที่ 2020/11/09

ตอนที่ 25 : เขาเป็นเจ้าชายผู้ทรงเสน่ห์ของข้า! ฟรี วันที่ 2020/11/09

ตอนที่ 25 : เขาเป็นเจ้าชายผู้ทรงเสน่ห์ของข้า! ฟรี วันที่ 2020/11/09


สองวันนับจากเอาชนะหอคอยแห่งขีดจำกัด บาดแผลบนร่างกายของเซี่ยงเส้าหยุนส่วนใหญ่หายดีแล้ว การเคลื่อนไหวแทบไม่ได้มีปัญหาอะไร ทั้งหมดนี่เป็นผลมาจากร่างกายอันน่าทึ่งของเขาเอง

“ครั้งนี้ได้ผลลัพธ์เพียงน้อยนิด เราจะต้องฝึกฝนที่ห้องที่สองทุกครั้งหากมีเวลา” เซี่ยงเส้าหยุนกล่าวคำเบากับตนเอง

ความท้าทายที่จะต้องเผชิญแต่ละห้องนั้นล้วนต่างกันออกไป อย่างห้องที่หนึ่งนั้นจะมุ่งเน้นในการใช้พลังกายของผู้ท้าทาย บังคับให้ก้าวข้ามศักยภาพทางกายของผู้เข้าร่วมและทำให้ความแข็งแกร่งเพิ่มมากขึ้นเป็นพิเศษ ที่ห้องสองเป็นห้องที่เต็มไปด้วยหิน ผู้ท้าทายจะต้องหลบเลี่ยงหินจำนวนมากที่จะบดขยี้และมีพื้นที่ให้หายใจในห้องเพียงน้อยนิด สภาพแวดล้อมเช่นนี้มุ่งเน้นในการฝึกฝนท่างทางและทักษะวิทยายุทธ์เป็นหลัก

การหลีกเลี่ยงก้อนหินเหล่านั้นจะต้องอาศัยความรู้สึกที่เฉียบคมกับการก้าวเท้าอันชาญฉลาด การทำลายก้อนหินจะต้องใช้ความแข็งแกร่งเพื่อระเบิดให้เป็นผุยผง ไม่ว่าจะเลือกวิธีใดในการเอาชนะ ห้องนี้จะเพิ่มความแข็งแกร่งทุกด้าน สำหรับผู้มีเป้าหมายเช่นเดียวกับเซี่ยงเส้าหยุนที่ต้องการจะให้วิทยายุทธ์เติบโตอย่างรวดเร็วและเยี่ยมยอด การเผชิญหน้ากับก้อนหินมากมายดูจะเป็นสถานที่เหมาะที่สุดเพื่อฝึกฝน

อย่างไรเสียเซี่ยงเส้าหยุนยังไม่คิดที่จะกลับเข้าไปในห้องที่สองในตอนนี้ เพราะจะต้องรักษาสัญญาที่จะพาเหล่าสหายไปเลี้ยงอาหาร เมื่อมาถึงสวนชั้นนอกที่เหล่าศิษย์ต่างฝึกฝนยุทธ์ เหล่านั้นหันมองเขาด้วยตาเป็นประกาย บางคนถึงกับกล่าวชื่นชม

เนื่องด้วยสามารถเอาชนะอู่หมิงเหลียงได้โดยง่าย เซี่ยงเส้าหยุนได้ก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในสิบอันดับแรกของศิษย์ชั้นนอก ศิษย์เหล่านี้อดไม่ได้ที่จะชื่นชมในตัวเขา เหล่าศิษย์หญิงทั้งหลายต่างก็เรียกเขาว่า “ศิษย์พี่เซี่ยง!” บางคนที่โดดเด่นก็จ้องมองอย่างเย้ายวน สิ่งนี้ทำให้เซี่ยงเส้าหยุนภาคภูมิใจเกินกว่าจะเปรียบกับสิ่งใดได้

“ช่างเป็นความรู้สึกที่เยี่ยมยอด! มันเป็นความรู้สึกเช่นเดียวกับเมื่อครั้งที่เรายังอยู่บ้าน!” เซี่ยงเส้าหยุนกล่าวกับตนเองอย่างยินดี อย่างไรก็ตามเมื่อเขาคิดเช่นนี้ท่าทีเริ่มขุ่นมัว สถานที่ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเรียกว่าบ้านในเวลานี้กลับเป็นบ้านของผู้อื่นไปเสียแล้ว ทำให้เขากลายเป็นสุนัขจรจัดไร้ซึ่งที่พักพิง

“ลูกพี่ อาการบาดเจ็บเป็นเช่นไรบ้าง?” เซี่ยหลิวฮุยตะโกนสียงดัง ราวกับกลัวผู้อื่นจะไม่รู้ว่าเซี่ยงเส้าหยุนเป็นลูกพี่ของตน

ดึงสติได้เซี่ยงเส้าหยุนจึงตอบคำ “ข้าจะหายเร็วเช่นนั้นได้อย่างไร? แม้ข้าจะรู้สึกดีขึ้นมากแล้วก็ตาม” เขาชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะกล่าวเสริม “ไปหาลู่เสี่ยวฉิง โม่ปูหุยและเหม่ยเหลียนฮวาแล้วเรียกพวกเขามา ข้าสัญญาว่าจะเลี้ยงอาหารแล้ว! ข้าจะไม่คืนคำอย่างแน่นอน”

“ข้ารู้ว่าคำของลูกพี่นั้นมีค่าดั่งทองคำ!” เซี่ยหลิวฮุยกล่าวอย่างยินดีก่อนจะยกนิ้วโป้งขวาขึ้นและกล่าวเสริม “พวกเขาอยู่ตรงนั้น เดี๋ยวข้าจะไปรับพวกเขาเอง!”

โม่ปูหุยกับเหม่ยเหลียนฮวา และรวมถึงลู่เสี่ยวฉิง พวกเขาได้รับแรงกระตุ้นจากเซี่ยงเส้าหยุนและเริ่มฝึกฝนอย่างบ้าคลั่งเอาเป็นเอาตาย เพราะต้องการเอาชนะห้องที่สองได้โดยเร็ว เพื่อไม่ให้ล้าหลังเซี่ยงเส้าหยุนจนเกินไป

“เส้าหยุน บาดแผลหายดีแล้วหรือ?” เหม่ยเหลียนฮวาถามด้วยความรู้สึกห่วงใยเมื่อเห็นเซี่ยงเส้าหยุน เรื่องนี้ทำให้ลู่เสี่ยวฉิงกังวลไม่แพ้กัน นางหยุดชะงักและกลับคำที่กำลังจะเอื้อนเอ่ย

เซี่ยหลิวฮุยแสดงสีหน้ามืดมน หัวใจเต็มไปด้วยความเศร้าโศกเพราะสนใจเหม่ยเหลียนฮวา อย่างไรเสียนางไม่เคยมองเห็นเขาในสายตา หัวใจของนางตั้งมั่นไปที่ลูกพี่ของเขา

“ขอบคุณสำหรับความห่วงใย ข้าใกล้จะหายดีแล้ว และมาเพื่อเชื้อเชิญพวกเจ้าไปกินอาหาร! เราไปกันเถอะ!” เซี่ยงเส้าหยุนตอบอย่างยิ้มแย้ม

“เยี่ยมเลย! เรากำลังรู้สึกหิวอยู่พอดี” เหม่ยเหลียนฮวาหัวเราะคิดคักเบา ๆ ก่อนที่จะเข้าใกล้เซี่ยงเส้าหยุน

ท่าทีของนางทำให้โม่ปูหุยรู้สึกเยือกเย็น ดวงตาเต็มไปด้วยความไม่ยินดี ก่อนที่เซี่ยงเส้าหยุนจะปรากฏตัวขึ้น เหม่ยเหลียนฮวาเป็นของเขาผู้เดียว แม้ทั้งสองเหมือนใกล้ชิดมาก นางกลับไม่เคยตอบสนองกับเขาอย่างที่ทำกับเซี่ยงเส้าหยุนในตอนนี้แม้สักครา สิ่งนี้สร้างความไม่มั่นคงในตัวของเขา

แม้จะไม่ยินดีนัก แต่โม่ปูหุยสงบสติอารมณ์ก่อนจะกล่าว “เนื่องจากศิษย์น้องเซี่ยงมอบน้ำใจเช่นนี้ให้ ข้าจะขอน้อมรับมันไว้”

“แล้วจะรออะไรกันเล่า? กินกันให้พุงแตกเลยเถอะ!” เซี่ยงเส้าหยุนหัวเราะอย่างร่าเริง

ด้วยสองพันแต้มที่มี คงจะสามารถใช้จ่ายฟุ่มเฟือยได้อย่างที่ใจต้องการในเหลาอาหาร เมื่อมาถึงเหลาอาหารเซี่ยงเส้าหยุนสั่งอาหารต่าง ๆ และไวน์ในทันที สั่งอาหารจานแล้วจานเล่าอย่างฟุ่มเฟือย เพราะเหตุนี้จึงทำให้เหม่ยเหลียนฮวาซึ่งหลงระเริงอยู่ก่อนแล้วตื่นเต้นยิ่งกว่าเดิม

‘เส้าหยุนจะต้องเป็นองค์ชายผู้ทรงเสน่ห์ของเราอย่างแน่นอน!’ เหม่ยเหลียนฮวาคิดกับตนเองขณะจ้องมองเซี่ยงเส้าหยุนด้วยความเสน่หา

ลู่เสี่ยวฉิงนั่งอีกด้านหนึ่งมีการแสดงสีหน้าที่ซับซ้อนฉาบไปทั่วใบหน้า หัวใจระส่ำระส่ายขณะที่นางครุ่นคิด เหตุใดกันข้าถึงรู้สึกไม่สบายใจที่ศิษย์พี่เหม่ยอยู่ใกล้เซี่ยงเส้าหยุนกัน? เราตกหลุมรักเขาเช่นกันงั้นรึ? เป็นไปไม่ได้!

“มา มา! วันนี้พวกเรามาดื่มกันจนกว่าจะพอใจ!” เซี่ยงเส้าหยุนประกาศขณะที่ยกแก้วขึ้น

“ขอให้เจ้าควบแน่นพลังดวงดาวและปลุกห้าดวงดาวให้ตื่นขึ้นในเร็ววัน!” เหม่ยเหลียนฮวารีบพูดคนแรก

เช่นนี้ผู้อื่นจึงยกขนมปิ้งก่อนจะดื่มหมดแก้วในคราวเดียว บางทีอาจเป็นเพราะไวน์บรรยากาศในโต๊ะจึงคึกคักถึงเพียงนี้

“เส้าหยุน เรามีบางสิ่งที่จะแบ่งปันกับเจ้า บางทีสิ่งนี้อาจจะช่วยให้เจ้าบรรลุระดับดวงดาวได้เร็วขึ้น!” เหม่ยเหลียนฮวากล่าว ดวงตาที่งดงามของนางจ้องมองไปยังเขา

“เหลียนฮวา!” โม่ปูหุยกล่าวอย่างจริงจัง

“เป็นอะไรไป? มิใช่ว่าเรามาที่นี่ในวันนี้เพื่อพูดคุยเรื่องนี้กับเซี่ยงเส้าหยุนงั้นหรือ? แล้วถ้าหากเซี่ยหลิวฮุยและลู่เสี่ยวฉิง ถ้าเข้าร่วมด้วยล่ะ?เราจำเป็นต้องมีกำลังคนให้มากอยู่ดี!” เหม่ยเหลียนฮวาตอบปฏิเสธที่จะหลีกทาง

เมื่อเห็นว่าเหม่ยเหลียนฮวาขัดแย้งกับตนในที่สาธารณะ ท่าทีของโม่ปูหุยก็ทรุดลงไปอีก เขากล่าว “ข้าแค่อยากจะเตือนเจ้าว่าเรายังอยู่ในเหลาอาหาร ซึ่งเป็นสถานที่ไม่เหมาะแก่การพูดคุยเรื่องนี้”

เหม่ยเหลียนฮวาตระหนักถึงความโง่เขลา นางขอโทษและกล่าว “ข้าคงรีบร้อนเกินไปสำหรับเรื่องนี้ รีบกินอาหารให้เสร็จแล้วไปหาสักที่พูดคุยถึงเรื่องนี้กันเถอะ”

เซี่ยงเส้าหยุนพยายามรวบรวมข้อมูลจากการสนทนาของพวกเขาและครุ่นคิดกับตนเอง ‘บางสิ่งที่จะทำให้เราบรรลุระดับดวงดาวได้รวดเร็วขึ้นงั้นรึ? ดูเหมือนพวกเขาจะมีข้อมูลเกี่ยวกับการถือกำเนิดวัตถุวิญญาณ!’

ไม่นานหลังจากนั้น พวกเขาทั้งห้าก็กินอาหารจนหมด ไม่เหลือเศษอาหารแม้แต่นิดเดียวจากนั้นเซี่ยงเส้าหยุนก็ไปชำระเงิน ก่อนพวกเขาจะออกจากเหลาอาหารไป

“เส้าหยุน ไปทางด้านนั้นและพูดคุยกัน! หากได้ทราบเรื่องขอรับรองว่าเจ้าต้องตื่นเต้นเป็นแน่!” เหม่ยเหลียนฮวากล่าวอย่างเขินอาย ร่างกายของนางแนบชิดกับเซี่ยงเส้าหยุน

แม้ว่าเหม่ยเหลียนฮวาจะดูไม่บริสุทธิ์และน่ารักแบบลู่เสี่ยวฉิง แต่นางชนะได้ด้วยสัดส่วนดินระเบิดของร่างกาย ทำให้เหล่าศิษย์ชายส่วนใหญ่ไม่สามารถต้านทานเสน่ห์อันรัญจวนของนางได้ ที่ถูกกล่าวมาเนื่องจากเซี่ยงเส้าหยุนเกิดมาไม่ธรรมดา ดังนั้นจึงได้เห็นสตรีงดงามมากมายที่บ้าน เขาไม่ได้ชายตามองเหม่ยเหลียนฮวาเลยแม้แต่น้อย นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมถึงได้สามารถสงบสติอารมณ์ได้เป็นพิเศษแม้เหม่ยเหลียนฮวาจะตัวติดกับเขา

“ข่าวคราวนี้เป็นของศิษย์พี่โม่และตัวเจ้า เหตุใดถึงได้ลืมเรื่องนี้กันเล่า?” เซี่ยงเส้าหยุนตอบกลับ เขาพอสรุปได้ว่าโม่ปูหุยไม่เต็มใจจะแบ่งปันข้อมูลแก่ตน บางทีหากเป็นผู้อื่นการได้ทราบเรื่องที่สามารถทำให้ก้าวสู่ระดับดวงดาวได้นั้นคือความยอดเยี่ยม

ทว่าเรื่องนี้เซี่ยงเส้าหยุนไม่ได้สนใจเท่าใดนัก เขามาถึงจุดที่สามารถปลดปล่อยพลังดวงดาวออกมาภายนอกได้แล้ว ตราบใดที่สามารถรวบรวมพละกำลังได้มากพอ การจะเข้าใกล้ระดับดวงดาวจึงไม่ใช่เรื่องยากแต่อย่างใด เขาจึงไม่แยแสกับทางลัดเล็ก ๆ นี้เท่าใดนัก

เหม่ยเหลียนฮวารู้สึกประหลาดใจเกินจะเชื่อและถาม “เส้าหยุน สิ่งนี่เกี่ยงข้องกับระดับดวงดาวนะ! มันอาจจะทำให้เจ้าบรรลุได้ในเวลาอันสั้น! เจ้าไม่หวังที่จะ—”

ก่อนที่นางจะกล่าวจบ เซี่ยงเส้าหยุนตัดบทและถามกลับสั้นห้วน “เจ้าคิดว่าการบรรลุถึงระดับดวงดาวจะเป็นปัญหาต่อข้าผู้นี้รึ?”

เหม่ยเหลียนฮวาทำได้เพียงยืนและไม่กล่าวอันใด ด้วยร่างกายที่มีห้าดวงดาวสถิตของเซี่ยงเส้าหยุน การจะบรรลุระดับดวงดาวจึงหาใช่เรื่องท้าทายของเขาไม่ โดยเฉพาะเขาเป็นคนบ้าที่สามารถทำลายสถิติของหอคอยแห่งขีดจำกัดได้

“หลังจากได้ยินคำของศิษย์น้องเซี่ยง ข้า โม่ปูหุยผู้นี้ยินดีแบ่งปันข้อมูลกับเจ้า!” โม่ปูหุยกล่าว

จบบทที่ ตอนที่ 25 : เขาเป็นเจ้าชายผู้ทรงเสน่ห์ของข้า! ฟรี วันที่ 2020/11/09

คัดลอกลิงก์แล้ว