เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 22: ดีนะที่คุณชายผู้นี้นึกออก! ฟรี วันที่ 2020/11/06

ตอนที่ 22: ดีนะที่คุณชายผู้นี้นึกออก! ฟรี วันที่ 2020/11/06

ตอนที่ 22: ดีนะที่คุณชายผู้นี้นึกออก! ฟรี วันที่ 2020/11/06


เมื่อการประลองจบลงระหว่างเซี่ยงเส้าหยุนและอู่หมิงเหลียง ชัยชนะของเซี่ยงเส้าหยุนทำให้ดวงตาของเหล่าผู้ชมนั้นเบิกกว้างและหนุนชื่อเสียงที่มีอยู่แล้วให้มากขึ้นอีก จากที่กล่าวมาทำให้ความลับที่ตนได้บรรลุถึงระดับพื้นฐานขั้นเจ็ดเผยออก ทว่าสิ่งนี้ไม่ได้ส่งผลต่อผู้อื่นเท่าใดนัก ความสามารถในการเอาชนะผู้ฝึกยุทธ์ขั้นเก้าในขณะที่อยู่เพียงขั้นเจ็ดนั้นพิสูจน์แล้วว่าเขานั้นมีความสามารถเพียงพอ

“ลูกพี่ ท่านช่างยอดเยี่ยม! ท่านกล่าวแล้ว ว่าจะดูแลข้า! นับจากนี้ข้าจะเป็นคนของท่านตลอดไป!” เซี่ยหลิวฮุยกล่าวขณะจับมือกับเซี่ยงเส้าหยุน

เซี่ยงเส้าหยุนเตะไปยังสีข้างของเซี่ยหลิวฮุยก่อนจะตะโกนด่าทอ “บิดาเจ้าสิ อย่ามาแตะตัวข้า! ข้าไม่อยากเหม็นเหมือนอึ!”

เซี่ยหลิวฮุยแสดงความรู้สึกผิดก่อนจะกล่าวอย่างอ่อนโยน “ข้าเป็นคนเถรตรงมาตลอด ท่านพี่! ข้าเพียงตื่นเต้นนิดหน่อยเท่านั้นเอง”

ขณะเดียวกันได้มีเสียงตัดผ่านอากาศมาอย่างชัดเจน “ขอแสดงความยินดีกับชัยชนะของเจ้าด้วย เซี่ยงเส้าหยุน!”

เมื่อหันไปมองเซี่ยงเส้าหยุนก็ได้พบกับลู่เสี่ยวฉิงผู้น่ารักกำลังยืนใกล้กับตน ใบหน้าอันบอบบางของนางถูกแต้มด้วยสีชมพูอ่อน เขาหัวเราะก่อนจะตอบ “ขอบคุณเจ้ามาก แต่นี่เป็นเพียงการประลองกับลูกปลาตัวกระจ้อย มิใช่เรื่องที่เจ้าจะต้องกล่าวถึงเลยสักนิด”

แม้คำเหล่านั้นจะดูถ่อมตน แต่ก็มิอาจปกปิดความภาคภูมิที่ฉายบนใบหน้าได้เลย การได้รับความเยินยอจากผู้ที่งดงามเช่นนี้ช่างน่าอัศจรรย์เสียจริง

“ดูเหมือนผิวหนังของเจ้าจะหนามากเป็นพิเศษสิท่า?” ลู่เสี่ยวฉิงหัวเราะคิกคักเบา ๆ

“จะเป็นอย่างนั้นได้อย่างไร?” เซี่ยงเส้าหยุนตอบกลับอย่างจริงใจก่อนจะกล่าวกับนาง “ตามข้ามาเถิด แม่นางคนงาม ข้าจะเลี้ยงอาหารเจ้าที่เหลาอาหารเอง”

“หากเจ้ายังเรียกข้าเช่นนี้อีก ข้าจะโกรธแล้วนะ!” ลู่เสี่ยวฉิงค่อนข้างไม่พอใจกับวิธีที่เซี่ยงเส้าหยุนพูดกับนาง

“ก็ได้ ก็ได้ แม่นางเสี่ยวฉิง ข้าขอเชิญเจ้าไปทานอาหาร จะตอบรับข้าหรือไม่?” เซี่ยงเส้าหยุนยังคงเหย้าแหย่นาง

ใบหน้าเล็กน่ารักของลู่เสี่ยวฉิงอาบด้วยสีแดงเข้มเพราะความโกรธ “เรียกข้าว่าลู่เสี่ยวฉิงซะ!”

“ลูกพี่ ข้าไปด้วย! พาข้าไปด้วยนะ!” เซี่ยหลิวฮุยกระโดดมายังเท้าของเซี่ยงเส้าหยุนพร้อมวิงวอน

เซี่ยงเส้าหยุนจ้องมองเซี่ยหลิวฮุยด้วยสายตาเชือดเฉือนก่อนก่นด่าอยู่เงียบ ๆ “เจ้าบ้านี่อ่านบรรยากาศไม่เป็นหรืออย่างไร?” เขานั้นต้องการอยู่เพียงลำพังกับลู่เสี่ยวฉิง แต่เจ้าบ้านี่ตามติดตลอดเวลา ขณะที่ทั้งสามกำลังเดินไปยังเหลาอาหารนั้น ได้มีสองคนปรากฎตรงหน้าพวกเขาอย่างเป็นธรรมชาติ

“เป็นศิษย์พี่โม่ปูหุยกับศิษย์พี่เหม่ยเหลียนฮวานี่!” เซี่ยหลิวฮุยดึงเซี่ยงเส้าหยุนออกมา

“ท่านทั้งสองมีธุระอันใดกับข้าหรือ?” เซี่ยงเส้าหยุนถามอย่างอ่อนน้อม เขานั้นรู้มาก่อนจากเซี่ยหลิวฮุยแล้วว่าทั้งสองเป็นถึงอันดับสองและสามของสวนชั้นนอก

“ฮ่า ๆ ข้าได้ยินศิษย์น้องเซี่ยงกำลังเชิญชวนไปทานอาหาร ถ้าเช่นนั้นขอไปด้วยได้หรือไม่ ข้าสงสัยว่าศิษย์น้องเซี่ยงจะมีน้ำใจต่อเราทั้งสองหรือไม่?” โม่ปูหุยหัวเราะอย่างเริงร่า

“ข้าเชื่อว่าศิษย์น้องเส้าหยุนมิได้ต้องการความเป็นส่วนตัว คงจะไม่รังเกียจหรือไม่?” เหม่ยเหลียนฮวามองยั่วยวนไปยังเซี่ยงเส้าหยุน หากทั้งสองดูถูกเซี่ยงเส้าหยุนก่อนหน้านี้ ทัศนิคติที่มีต่อพวกตนจะต้องพลิกจากดีกลายเป็นร้ายแน่นอน

ไม่เพียงแต่ตอนนี้มีชื่อเสียงเทียบเท่าพวกตนแล้ว เขายังเป็นผู้มีห้าดวงดาวสถิตอีกด้วย  ความสำเร็จของเขานั้นจะก่อให้เกิดจันทรคราส ด้วยเหตุนี้การผูกไมตรีต่อกันจึงนับเป็นสิ่งที่ดีกว่าการมุ่งร้าย

ด้วยเซี่ยงเส้าหยุนเป็นกันเองโดยธรรมชาติ เขากวักมือก่อนจะกล่าวอย่างภูมิใจ “ไม่มีปัญหา หากพวกท่านทั้งสองเต็มใจที่จะมาร่วมกับพวกข้า ดังนั้นย่อมต้องเป็นเจ้าภาพที่ดี”

ดังนั้น เซี่ยงเส้าหยุนและพรรคพวกจึงมุ่งไปยังเหลาอาหาร เซี่ยหลิวฮุยอึ้งกับรูปโฉมอันสง่างามของเหม่ยเหลียนฮวาและจ้องมองนางตลอดเวลา ใบหน้าแดงเป็นครั้งคราว เขานั้นเป็นเพียงผู้เยาว์ที่บริสุทธิ์โดยสมบูรณ์ เซี่ยงเส้าหยุนสังเกตเห็นสหายผู้ไร้ประโยชน์ของตนและเริ่มเสียใจที่รับเขามาดูแล เจ้านี่จะทำลายชื่อเสียงอันหาญกล้าของตนเป็นแน่

ขณะที่เดินไปได้เพียงครึ่งทาง ทันใดนั้นความคิดของเซี่ยงเส้าหยุนก็ผุดขึ้นก่อนจะร้องออกมา “บ้าเอ้ย!”

“เกิดอะไรขึ้น?” ลู่เสี่ยวฉิงถาม นางไม่รู้ว่าเหตุใดเซี่ยงเส้าหยุนจึงอุทานออกมา

“ท่านถูกตีจนเลอะเลือนรึ? ลูกพี่อย่าทำให้ข้าตกใจสิ!” เซี่ยหลิวฮุยรีบถาม

“รอข้าสักครู่นะ ข้ามีเรื่องต้องทำที่หอคอยแห่งขีดจำกัด เมื่อเสร็จสิ้นแล้วข้าจะเลี้ยงพวกเจ้าทั้งหมดอย่างที่ไม่คิดไม่ฝันเลย ข้าสัญญา!” เซี่ยงเส้าหยุนกล่าวอย่างมั่นใจก่อนจะวิ่งไปยังหอคอยแห่งขีดจำกัด

“บ้าเอ้ย ข้าเกือบลืมไปว่าไม่มีแต้มเหลือแล้ว! ดีนะที่คุณชายผู้นี้นึกออก!” เซี่ยงเส้าหยุนถอนหายใจอย่างโล่งอก หากรู้สึกตัวตอนที่ไปถึงเหลาอาหารแล้วจะต้องพบว่าตนนั้นถังแตกอย่างสมบูรณ์ มันจะต้องสร้างความลำบากใจอย่างมาก เขาจะต้องไปท้าทายห้องที่สองของหอคอยแห่งขีดจำกัดเพื่อเพิ่มแต้มเสียก่อน

“มีเรื่องต้องทำที่หอคอยแห่งขีดจำกัดงั้นรึ? คงไม่ใช่ว่าไปท้าทายห้องแรกกระมัง?” เหม่ยเหลียนฮวาคาดเดา

“อาจเป็นไปได้! ด้วยความแข็งแกร่งของเขาในยามนี้ มันควรจะเหมาะแล้วที่เขาจะท้าทายห้องแรก เหตุใดเราไม่ตามไปดูล่ะ?” โม่ปูหุยเสนอกับคนในกลุ่ม

“ลูกพี่จะไม่ท้าทายห้องแรกอีกแน่นอน เขาจะต้องไปห้องที่สองแน่ ๆ!” เซี่ยหลิวฮุยตอบกลับด้วยความมั่นใจ

“จริงหรือนี่?!” ลู่เสี่ยวฉิงถามด้วยความประหลาดใจ

“เป็นความจริง! ลูกพี่บอกกับข้าก่อนหน้านี้ว่าเขานั้นผ่านห้องแรกเรียบร้อยแล้ว” เซี่ยหลิวฮุยตอบอย่างภูมิใจ

“เช่นนั้นแล้วพวกเราควรจะต้องไปดูด้วยตาตนเองนะ! ข้าเองก็อยากลองท้าทายห้องที่สองมานานแล้วเช่นกัน!” โม่ปูหุยกล่าวอย่างร่าเริง

เช่นนั้นแล้วพวกเขาจึงตามไปติด ๆ ในตอนนี้ได้มาถึงหอคอยแห่งขีดจำกัดเรียบร้อยแล้ว เซี่ยงเส้าหยุนกำลังเข้าไปยังห้องที่สอง

“ท่านผู้ดูแลที่เคารพ เซี่ยงเส้าหยุนเข้าไปท้าทายห้องที่สองงั้นหรือ?” เหม่ยเหลียนฮวาถามกับผู้ดูแล

ผู้ดูแลพยักหน้าก่อนจะตอบ “ถูกต้อง เขาเข้าไปด้านในแล้ว”

“ข้าบอกแล้วว่าลูกพี่กำลังมุ่งหน้าไปยังห้องที่สอง” เซี่ยหลิวฮุยอุทานก่อนจะขยับเล็กน้อย

“ข้าก็ต้องการเข้าไป” โม่ปูหุยกล่าวอย่างไร้ความลังเล

“เจ้าแน่ใจแล้วรึ?” ผู้ดูแลถาม

“ข้าแน่ใจ” โม่ปูหุยตอบกลับอย่างมั่นใจ

“ก็ได้ เช่นนั้นเข้าไปยังห้องที่เจ้าต้องการ หากเจ้าสามารถอยู่ข้างในได้ถึงหนึ่งชั่วโมง เจ้าก็จะผ่าน” ผู้ดูแลให้คำแนะนำ

“ข้าก็ต้องการจะเข้าไปเช่นกัน!” ลู่เสี่ยวฉิงกล่าวขึ้น

“ศิษย์น้องเสี่ยวฉิงช่างกล้าหาญนัก ข้า เหม่ยเหลียนฮวาก็จะไม่อยู่เฉยเช่นกัน!” เหม่ยเหลียนฮวากล่าวเสริม

“ยอดเยี่ยม พวกเจ้าช่างเป็นผู้เยาว์ที่กล้าหาญนัก! ไม่ว่าพวกเจ้าจะผ่านการทดสอบหรือไม่ก็ควรได้รับคำชม!” ผู้ดูแลหัวเราะ สายตามองทางเซี่ยงเส้าหยุนที่กำลังยืนอยู่ด้านข้าง เขาถาม “พวกเขาทั้งหมดจะเข้าไป แล้วเจ้าล่ะ?”

“เรื่องนี้…ท่านผู้ดูแล ข้ายังไม่เคยท้าทายห้องแรกมาก่อนเลย อย่าได้กล่าวถึง” เซี่ยหลิวฮุยพยายามหลีกเลี่ยง

“งั้นก็ท้าทายห้องแรกเสีย! เจ้าอยู่จุดสูงสุดของระดับพื้นฐานขั้นเจ็ดแล้ว มิได้อ่อนแอขนาดนั้นหรอก!” ผู้ดูแลสนับสนุนเซี่ยหลิวฮุยก่อนที่จะกล่าวเสริมในภายหลัง “หากเจ้าสามารถอยู่ได้จนครบชั่วโมง เจ้าจะผ่าน คิดว่าอย่างไรเล่า? เจ้าอยากจะลองสักหน่อยไหม?”

เซี่ยหลิวฮุยแสดงสีหน้าหนักใจ อย่างไรก็ตามเมื่อได้เห็นสายตาของเหม่ยเหลียนฮวาที่จ้องมองอย่างดูถูกเหยียดหยาม จึงกัดฟันและประกาศเสียงดังว่า “ข้าจะลอง! ข้า เซี่ยหลิวฮุย ไม่เกรงกลัวสิ่งใดทั้งนั้น!”

ดังนั้นพวกเขาแต่ละคนจึงเข้าไปยังหอคอยแห่งขีดจำกัด ภายในห้องที่สองของหอคอยนั้น เซี่ยงเส้าหยุนได้เริ่มสัมผัสกับบททดสอบในห้องแล้ว

ห้องนี้เป็นการก่อตัวของก้อนหินจำนวนมากที่มีน้ำหนักถึงห้าร้อยกิโลกรัม ซึ่งเป็นน้ำหนักที่เทียบเท่ากับขีดจำกัดของผู้ฝึกยุทธ์ระดับพื้นฐานขั้นเก้าโดยทั่วไป ก้อนหินบินไปมาอย่างไม่หยุดหย่อนภายในห้อง หากประมาทเพียงเล็กน้อยก็จะโดนก้อนหินที่ลอยอยู่ทับในทันทีซึ่งอาจนำไปสู่ความตายได้

ผู้ฝึกยุทธ์ระดับพื้นฐานขั้นเก้านั้นพบว่ามันเป็นเรื่องยากที่จะอยู่ในห้องจนครบหนึ่งชั่วโมง หอคอยแห่งขีดจำกัดนั้นจะมอบบททดสอบ และหากพวกเขาเหล่านั้นประสบความสำเร็จก็จะได้รับรางวัลพิเศษตอบแทนด้วย

จบบทที่ ตอนที่ 22: ดีนะที่คุณชายผู้นี้นึกออก! ฟรี วันที่ 2020/11/06

คัดลอกลิงก์แล้ว