เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 20 : ข้าจะเผด็จศึกเจ้าในสามกระบวนท่า! ฟรี วันที่ 2020/11/02

ตอนที่ 20 : ข้าจะเผด็จศึกเจ้าในสามกระบวนท่า! ฟรี วันที่ 2020/11/02

ตอนที่ 20 : ข้าจะเผด็จศึกเจ้าในสามกระบวนท่า! ฟรี วันที่ 2020/11/02


“ข้าเพิ่งจะรู้ว่าเซี่ยงเส้าหยุนนั้นหล่อเหลาถึงเพียงนี้! ข้าไม่แปลกใจเลยที่ท่านลู่เสี่ยวฉิงจะสนใจ!”

“เขาหล่อเหลาจริง ๆ นั่นละ! ดูเหมือนจะเป็นสุภาพบุรุษและยังดูมีน้ำใจอีกด้วย เป็นแบบที่ข้าชอบเลย!”

“ข้าหวังจริง ๆ ว่าเขาจะมีหนทางเอาชนะได้! เขาช่างรูปงามกว่าเจ้าอู่หมิงเหลียงตัวเหม็นนั่นเสียอีก”

“เขาอาจจะหล่อเหลานะ แต่ช่างไร้ประโยชน์อย่างสิ้นเชิง! ข้าเกรงว่าเขาจะถูกอู่หมิงเหลียงจัดการแน่!”

เหล่าศิษย์หญิงมากมายในลานประลองเริ่มหลงใหลในตัวเซี่ยงเส้าหยุนมากขึ้น บางคนถึงกับจ้องมองเขาอย่างไม่ละสายตา ทำให้เซี่ยงเส้าหยุนรู้สึกพอใจเป็นอย่างมาก เพราะไม่ได้รับความชื่นชมจากฝูงชนมาอย่างยาวนาน น่าเสียดายที่อารมณ์ดีเมื่อครู่ต้องถูกทำลายย่อยยับด้วยน้ำมือของสหาย

“ลูกพี่ ท่านยอดเยี่ยมที่สุด! สายตาข้าจะจดจ่อเพียงท่าน เช่นนั่นแล้วอย่าแพ้ซะละ เข้าใจ๋?” เซี่ยหลิวฮุยกล่าวขณะที่มีผ้าขนหนูพันรอบหน้าผากและโบกธงสีขาวเพื่อให้กำลังใจ สหายผู้นี้แต่งตัวราวกับกำลังจะยอมแพ้และหลังจากที่ได้ยินคำเหล่านั้น เซี่ยงเส้าหยุนแทบจะกระอักเลือด

“เจ้าโง่งี่เง่าเอ้ย” เซี่ยงเส้าหยุนด่ากับตนเองก่อนจะเดินไปยังลานประลอง โดยที่ไม่หันไปมองเหล่าผู้ชม

ในขณะนั้นเซี่ยงเส้าหยุนแบกกระบี่ยักษ์ไว้บนหลัง กิริยาท่าทางแปรเปลี่ยนนับตั้งแต่เข้ามายังตำหนักยุทธ์ ตัวเขาไม่ได้ดูราวกับบัณฑิตอีกต่อไป แต่เป็นผู้ถือกระบี่ที่ยืนหยัด

“เซี่ยงเส้าหยุน เจ้ามาจริงด้วย! คุณชายอู่จะสอนบทเรียนแก่เจ้าเอง!” เสียงที่เต็มไปด้วยความขุ่นเคืองดังมาจากด้านล่างของลานประลอง ผู้พูดนั้นเป็นใครไปไม่ได้นอกจากลิ่วล้อผู้หนึ่งของอู่หมิงเหลียง ‘โกวจื่อ’ แม้อาการบาดเจ็บจะยังไม่หายดีและหัวยังพันผ้าราวกับเกี๊ยวที่ถูกห่อ สร้างความตลกขบขันอย่างมาก

เซี่ยงเส้าหยุนมองไปยังด้านล่างและหัวเราะเสียงดัง “ช่างน่าเสียดาย ที่นี่ไม่มีก้อนอิฐ มิเช่นนั้นข้าคงจะทำเช่นเดียวกันนั้นกับคุณชายอู่อย่างแน่นอน!”

“เจ้ามันก็เหมือนพวกที่พูดจาใหญ่โตทั้งที่พึ่งพาบารมีของผู้อื่นมาโอ้อวด! มิหนำซ้ำยังกล้ายืนต่อหน้าข้าอีก ผู้ฝึกยุทธ์ระดับพื้นฐานขั้นเก้าเช่นข้ากับผู้ฝึกยุทธ์ที่น่าสมเพชเช่นเจ้างั้นรึ? ช่างไร้เดียงสา!” อู่หมิงเหลียงตะโกนดูหมิ่นเซี่ยงเส้าหยุนอย่างที่สุด

“จบการประลองแล้วพวกเราค่อยทราบว่าผู้ใดกันแน่ที่ไร้เดียงสา!” เซี่ยงเส้าหยุนตอบกลับด้วยความมั่นใจ เมื่อคิดย้อนกลับไปไม่กี่วันที่ผ่านมานี้ตั้งแต่ที่ถูกทำให้อับอายที่โรงอาหาร หัวใจก็ลุกโชนขึ้นด้วยความโกรธ ทั้งที่เคยเป็นถึงคุณชายผู้สูงศักดิ์และมีอิทธิพล กลับร่วงหล่นไปอยู่จุดที่เป็นเพียงผู้ฝึกยุทธ์ระดับพื้นฐาน เขาจะต้องชำระหนี้แค้นให้สาสม

ขณะนั้นผู้ดูแลที่ยืนอยู่บนลานประลองเป็นเวลานานได้กล่าวขึ้น “ข้าไม่สนว่าเจ้ามีความขุ่นเคืองอันใดกัน แต่เจ้าต้องจัดการอีกฝ่ายบนลานประลองในวันนี้! แต่ข้าจะพูดให้ชัดเจนที่สุด ไม่ว่าผู้ใดจะแพ้หรือจะชนะ เจ้าทั้งคู่จะต้องไม่เอาชีวิตอีกฝ่าย ผู้ที่ถูกจับได้ว่าคิดกระทำเช่นนั้นจะถูกไล่ออกจากตำหนักยุทธ์! เข้าใจที่ข้าพูดหรือไม่?”

“ขอรับ!” อู่หมิงเหลียงและเซี่ยงเส้าหยุนตอบอย่างพร้อมเพรียงกัน

“ดี งั้นข้าจะเริ่มการประลองเลยแล้วกัน!” ผู้ดูแลตำหนักประกาศ

“เซี่ยงเส้าหยุน หากเจ้าจะสำนึกผิดในตอนนี้และสาบานจะกราบขอขมาต่อข้า ข้าจะช่วยให้เจ้าไปสบายเอง นอกจากนี้ข้ายังสามารถให้แหล่งข้อมูลเพื่อช่วยให้เจ้าเติบโตได้อย่างเต็มที่ด้วย! เจ้าคิดว่าอย่างไร?” อู่หมิงเหลียงมอบข้อเสนอก่อนการประลองจะเริ่มขึ้น

“เจ้างั้นรึ? เหอะ เหอะ! นี่เป็นเรื่องตลกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดบนสรวงสวรรค์! เข้ามาและยอมรับความพ่ายแพ้ซะ เจ้าขี้โม้! ข้าจะจัดการเจ้าภายในสามกระบวนท่า!” เซี่ยงเส้าหยุนโยกหัวไปด้านหลังและคำรามด้วยเสียงหัวเราะ

“เจ้าช่างโง่เง่าซ้ำซ้อน นี่เจ้าฝันไปหรืออย่างไรที่จะเอาชนะข้าด้วยเพียงสามกระบวนท่า คุณชายผู้นี่จะทำให้เจ้าต้องก้มหัวด้วยหนึ่งกระบวนท่าเท่านั้น!” อู่หมิงเหลียงเผยเสียงดังส่เซี่ยงเส้าหยุนเสียงดัง เพื่อไม่ให้เสียเวลาเขาจึงพุ่งไปยังเซี่ยงเส้าหยุน

หมัดพลังปราณ!

กระบวนท่าแรกที่อู่หมิงเหลียงใช้เป็นวิชาของตำหนักยุทธ์ระดับหนึ่งที่ทุกผู้สามารถฝึกฝนได้ หมัดที่มีพลังมากมายอยู่ภายใน ดูเหมือนบรรลุเพียงเจ็ดในสิบ นั่นหมายความว่าหมัดพลังปราณของอู่หมิงเหลียงนั้นขาดไปถึงสามในสิบจึงจะสมบูรณ์ นอกจากนี้ความแข็งแกร่งและความสามารถของอู่หมิงเหลียงก็ได้เพิ่มขึ้น ส่งผลให้หมัดพลังปราณเกิดเสียงฟู่ขึ้นบนลานประลอง

หมัดพุ่งทะยานมาด้วยแรงถึงห้าร้อยกิโลกรัม! นับเป็นความแข็งแกร่งอย่างมากสำหรับผู้ที่อยู่ระดับพื้นฐานขั้นเก้า แม้สำหรับผู้ชม เหล่าศิษย์ชั้นนอกก็รู้สึกถึงแรงกดดันมหาศาลที่ปล่อยออกมา พวกเขาต่างเริ่มสงสัยว่าเซี่ยงเส้าหยุนจะทนต่อหมัดเหล่านี้ได้อย่างไร

“ข้าจะขึ้นไปแทนที่ระดับของเจ้าในวันนี้!” เซี่ยงเส้าหยุนเย้ยหยันโดยปราศจากการหลบหลีกและก้าวไปข้างหน้าราวกับม้า ปล่อยหมัดออกไปราวกับสายลม นี่เป็นวิทยายุทธ์แบบเดียวกัน หมัดพลังปราณ

โครม!

ก่อให้เกิดความประหลาดใจต่อฝูงชน ไม่มีผู้ใดคาดคิดว่าผู้ฝึกฝนระดับพื้นฐานขั้นต่ำเช่นเซี่ยงเส้าหยุน จะกล้าปะทะกับผู้ฝึกฝนระดับพื้นฐานที่อยู่อันดับต้น ๆ เช่นนี้

เมื่อพวกเขาคิดว่ากระดูกของเซี่ยงเส้าหยุนนั้นจะต้องแตกละเอียดและต้องถูกบังคับให้ออกจากลานประลอง แต่ที่พบคือยังยืนมั่นคงอยู่จุดเดิม แต่เป็นอู่หมิงเหลียงถูกผลักถอยหลังไปหลายก้าวและกำหมัดของตนด้วยความเจ็บปวดอย่างมาก ในขณะนี้เหล่าศิษย์ชั้นนอกต่างพูดคุยกันอย่างวุ่นวาย

“มะ มันเกิดขึ้นได้อย่างไรกัน?! เซี่ยงเส้าหยุนมีความแข็งแกร่งมากถึงขนาดผลักอู่หมิงเหลียงให้ถอยหลังได้เลยรึ”

“นี่จะต้องไม่ใช่ความจริง? ถ้าหากเซี่ยงเส้าหยุนซ่อนความแข็งแกร่งทั้งหมดและเพิ่งจะเผยออกมาในวันนี้งั้นรึ?”

“นี่มันน่าเหลือเชื่อเกินไปกระมัง? จำวันแรกที่เขาพยายามแย่งอาหารที่โรงอาหารได้ไหม? แม้แต่ข้าก็สามารถตีเขาได้! เจ้าคิดว่าเขาแกล้งทำด้วยงั้นรึ?!”

“บางทีอาจเป็นฝีมือท่านผู้อาวุโสที่สิบเก้า! ถ้าหากเขามอบยาวิญญาณให้กับเซี่ยงเส้าหยุนล่ะ ซึ่งมันจะอธิบายความแข็งแกร่งว่าเขาจะก้าวมาถึงระดับนี้”

“รับชมให้ดี นี่เป็นกระบวนท่าที่สองของข้า!” เซี่ยงเส้าหยุนเยาะเย้ย เมื่อเริ่มการโจมตีร่างกายของเขาจึงพุ่งไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วแหมือนดังสัตว์อสูรที่กำลังวิ่งอยู่โดยท่วงท่าชวนสะพรึง

มันเป็นความเร็วที่แท้จริงของหมัดปลังปราณ ขั้นต่อไปคือการสะสมแรงจากการวิ่งเพื่อปล่อยออกมาในเวลาที่เหมาะสม เซี่ยงเส้าหยุนเริ่มปล่อยหมัดพลังปราณอีกครั้ง ซึ่งตอนนี้มันสมบูรณ์ถึงเก้าในสิบแล้ว ซึ่งจะเพิ่มน้ำหนักให้กับหมัดมากกว่าห้าสิบกิโลกรัม

เซี่ยงเส้าหยุนต้องการจะใช้อู่หมิงเหลียงเพื่อแสดงความแข็งแกร่งให้ทุกผู้ประจักษ์ เขาตั้งใจจะเผด็จศึกการประลองนี้ด้วยสามกระบวนท่าเท่านั้น และไม่คิดให้อีกฝ่ายสวนกลับจนเกินไป

อู่หมิงเหลียงเป็นถึงหนึ่งในสิบอันดับของศิษย์ชั้นนอกและมันไม่ได้มีไว้อวด เขาเปลี่ยนรูปแบบของกำปั้นและตะโกนอย่างโหดเหี้ยม “ข้าจะให้เจ้าเห็นถึงพลังที่แท้จริงของคุณชายผู้นี้!”

วิทยายุทธ์ระดับสอง ‘หมัดเกลียวคลื่น’ ชั่วขณะที่ส่งหมัดไปด้านหน้าก่อให้เกิดระลอกคลื่นในอากาศ หมัดนี้มีพลังทำลายล้างเทียบเท่าหมัดพลังปราณ แต่ความแตกต่างที่แท้จริงระหว่างทักษะของหมัดระดับสองและทักษะหมัดระดับหนึ่งนั้น วิทยายุทธ์นี้ไม่ได้เป็นส่วนที่ตำหนักยุทธ์บันทึกภาพไว้ในศิลาแต่เป็นหนึ่งในวิชาที่สืบทอดกันในตระกูลอู่

หมัดทั้งสองประสานกันในอากาศ นักสู้ทั้งสองสามารถยืนหยัดต่อสู้ได้ในครั้งนี้โดยที่ไม่มีผู้ใดถอย

“เป็นไปได้อย่างไรกัน?! หมัดเกลียวคลื่นน่าจะช่วยให้ข้าปลดปล่อยพลังได้มาถึงหกร้อยห้าสิบกิโลกรัม แม้ว่าข้าจะบรรลุวิชาเพียงสองในสิบก็ตาม! แต่เจ้าเด็กเหลือขอนี่สามารถป้องกันมันได้งั้นรึ?” อู่หมิงเหลียงไม่เชื่อในสายตาตนเอง

ต่างทราบกันดีว่าผู้ฝึกยุทธ์ระดับพื้นฐานขั้นเก้าส่วนใหญ่ไม่สามารถรับหมัดนี้ได้โดยตรง แต่นี่เซี่ยงเส้าหยุนไปถึงระดับพื้นฐานขั้นเก้าแล้วอย่างนั้นรึ?

ขณะที่อู่หมิงเหลียงกำลังงุนงง เซี่ยงเส้าหยุนได้เปลี่ยนกระบวนท่า คราวนี้เขาเลือกที่จะไม่ชก แต่ปล่อยลูกเตะวายุหมุนใส่อู่หมิงเหลียงแทน ลูกเตะวายุหมุนไม่ได้เพิ่มความแข็งแกร่งเหมือนหมัดพลังปราณ ความพิเศษของมันคือการปล่อยลูกเตะติดต่อกันได้อย่างรวดเร็วทำให้ยากต่อการป้องการให้ได้ทุกครั้ง

เซี่ยงเส้าหยุนเตะใส่อู่หมิงเหลียงห้าถึงหกครั้งติดต่อกัน ลูกเตะเหล่านี้มีน้ำหนักถึงห้าร้อยกิโลกรัม

ตึง ตึง!

ในตอนที่เริ่มการประลองนั้นอู่หมิงเหลียงประเมินคู่ต่อสู้ของตนต่ำเกิน และก็ได้เข้าสู่ช่วงสุดท้ายของการประลอง ตอนนี้เขาฟุ้งซ่าน เพราะไม่คาดคิดมาก่อนว่าเซี่ยงเส้าหยุนจะเปลี่ยนแปลงทักษะทั้งหมดของตนได้ในทันที ด้วยไม่ทันเตรียมตัว ลูกเตะจึงปะทะกับหน้าท้องส่งผลให้ร่างต้องกระเด็นออกนอกลานประลอง

โครม!

จบบทที่ ตอนที่ 20 : ข้าจะเผด็จศึกเจ้าในสามกระบวนท่า! ฟรี วันที่ 2020/11/02

คัดลอกลิงก์แล้ว