เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 11 : เจ้านี่มันช่างอวดดีนัก! ฟรี วันที่ 2020/10/21

ตอนที่ 11 : เจ้านี่มันช่างอวดดีนัก! ฟรี วันที่ 2020/10/21

ตอนที่ 11 : เจ้านี่มันช่างอวดดีนัก! ฟรี วันที่ 2020/10/21


เหลาอาหารของตำหนักยุทธ์ ตั้งอยู่ใจกลางระหว่างชั้นนอกและชั้นใน เป็นเหลาอาหารเพียงแห่งเดียวของตำหนักยุทธ์ซึ่งครอบคลุมพื้นที่กว่าสี่พันตารางเมตร มีห้าชั้นซึ่งรองรับผู้คนหลากหลายประเภท

ชั้นที่หนึ่งถึงสามนั้นจะรองรับเหล่าศิษย์ชั้นนอก เหล่าศิษย์ชั้นในและผู้ดูแลทั่วไป ชั้นสี่และห้าจะรองรับศิษย์ส่วนตัว ผู้ดูแลระดับสูงและผู้อาวุโส จากจุดนี้จะเห็นได้ว่าสถานะของศิษย์ส่วนตัวนั้นเกินกว่าผู้ใดจะจินตนาการถึง

หลังจากโค่นโกวจื่อและเหล่าสมุนของเขาลงแล้ว เซี่ยงเส้าหยุนวิ่งตรงไปยังเหลาอาหาร ตรงไปยังตำแหน่งของผู้ดูแลเหลาอาหารและกล่าวเสียงดัง “ผู้ดูแลร้าน ข้าขอไวน์หนึ่งเหยือก เนื้อสัตว์สามชนิด ข้าวสี่ถ้วยและเครื่องเคียงห้าอย่างเป็นการด่วน นายน้อยผู้นี้กำลังจะอดตายแล้ว!”

ผู้ดูแลเหลาอาหารหัวเราะและตอบกลับ “ตกลง! นั่งก่อนเถิด อาหารจะมาในอีกชั่วครู่”

เซี่ยงเส้าหยุนได้นั่งลงบนเก้าอี้ที่นั่งสบายภายในเหลาอาหารที่กว้างขวาง ในเวลานี้ มีผู้คนไม่มากภายในเหลาอาหารคงจะเป็นเพราะยังไม่ถึงเวลาอาหารเย็น สักครู่บริกรจึงได้นำจานและไวน์มาวางอย่างรวดเร็ว

“ขอคุณลูกค้า จงสำราญกับมื้ออาหารขอรับ” บริกรกล่าวอย่างสุภาพขณะที่วางอาหารลงบนโต๊ะ

ด้วยไม่คิดตอบสนองใดต่อบริกร เซี่ยงเส้าหยุนกลืนอาหารลงราวกับสิงโตที่หิวโหย ประหนึ่งภูตผีหิวโซเสียจริง การกินอาหารของเขารวดเร็วมากจนทำให้ผู้ที่พบเห็นต้องหวาดหวั่น

ภายในพริบตาเดียว ข้าวเต็มจานสี่จาน เครื่องเคียงสามอย่างและเนื้อสัตว์ทั้งสามได้ลงไปอยู่ในกระเพาะของเซี่ยงเส้าหยุนเรียบร้อย หลังจากนั้นเขาถือเหยือกไวน์ขึ้นและกระดก โดยตรง ความรู้สึกยินดีอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อนเติมเต็มความเป็นอยู่ ทำให้เขารู้สึกสบายใจอย่างมาก

“เยี่ยมยอด นี่สิชีวิตที่แท้จริง” เซี่ยงเส้าหยุนกล่าวอย่างไม่อาจควบคุมตนเอง ตั้งแต่ที่เขาเกิดจนกระทั่งวันนี้ นี่เป็นครั้งแรกที่เขาต้องประสบกับความอดอยากถึงเพียงนี้ แม้เป็นช่วงเวลาหลายเดือนที่เขาหลบหนีก็มิอาจเทียบวันนี้

เซี่ยงเส้าหยุนเริ่มนึกถึงเวลาที่เขาได้สวมอาภรณ์หรูหราและกินอาหารเลิศรสซึ่งเหมาะกับผู้ที่เป็นเซียนซึ่งดีกว่าอาหารที่นี่เป็นสิบเท่า! ไม่ว่าเขาจะกินอะไรเขาก็จะตอบแทนคนรับใช้ของเขาเสมอ ตอนนั้นช่างเป็นเวลาที่สุขสันต์เสียจริง!

ตอนนี้แม้เซี่ยงเส้าหยุนจะไม่สามารถย้อนเวลากลับไปยังเวลาเหล่านั้นได้อีก แต่มันก็ทำให้เขาเข้าใจอย่างถ่องแท้ว่าอาหารนั้นสำคัญสำหรับผู้ฝึกยุทธ์ระดับต่ำถึงเพียงใด ผู้ที่ตรากตรำทำงานอย่างหนักนั้นย่อมหวงแหนข้าวทุกเมล็ด

“จากนี้ไป เราจะหวงแหนทุกสิ่งที่มี คงมิอาจใช้จ่ายสิ้นเปลืองได้อีกต่อไป” เซี่ยงเส้าหยุนพึมพำกับตนเอง หลังจากวันนี้เขาได้เข้าใจอย่างลึกซึ้งถึงด้านที่โสมมของผู้คน ในขณะเดียวกันเขาก็ได้รับบทเรียนมากมายจากวันนี้

“เจ้าเด็กนี่เป็นใครกัน? ดูความเร็วที่เขากินนั่นสิ ไม่แปลกใจเลยถ้าหากเขาเป็นร่างสถิตของภูตผีที่หิวโหย!” ผู้คนที่นั่งใกล้ ๆ เขาอ้าปากค้างเมื่อเห็นภาพที่เส้าหยุนเขมือบอาหารอย่างรวดเร็ว

“ไม่อยากจะเชื่อ ข้าเคยเห็นเขามาก่อน เขาอาจจะเป็นหนึ่งในศิษย์จากตำหนักชั้นนอกที่กำลังหิวโหยและมาเพื่อกินอาหารฟรีที่นี่งั้นรึ?” เขาตอบกับผู้ร่วมโต๊ะอาหาร

“เหอะเหอะ เป็นไปได้ สงสัยนักว่าจะเกิดเรื่องขึ้นหรือไม่? หากลงมือ เช่นนั้นเจ้าหนูนี่คงจะถึงคราวเคราะห์” บุคคลแรกที่เริ่มการสนทนาได้กล่าวออก

“แน่นอน นับตั้งแต่ที่เขากินแล้วไม่คิดจะจ่าย เจ้านั่นต้องอยู่ที่นี่และช่วยเหลาอาหารล้างจานไปเป็นเดือน ๆ! แม้ว่าหนึ่งเดือนอาจจะดูเหมือนว่าไม่ได้ยาวนานนักแต่เขาจะพลาดสิ่งต่าง ๆ ของผู้ฝึกยุทธ์ระหว่างนั้น มันจะยิ่งเพิ่มช่องว่างระหว่างเขาและสหายร่วมรุ่น!” พวกเขายังคงพูด

พิจารณาจากเครื่องแต่งกาย เหล่านี้สมควรเป็นศิษย์ชั้นใน พวกเขาหาได้เกรงกลัวคำกล่าวที่เอ่ยออกไปไม่ ทั้งยังเผยน้ำเสียงเหยียดหยัน วันก่อนแม้เซี่ยงเส้าหยุนสั่นสะท้านทั้งตำหนักยุทธ์ ทว่าก็ไม่ใช่ทุกคนจะรู้จักเขา

อย่างไรแล้ว ศิษย์ชั้นในมักจะออกไปศึกษายังสถานที่อื่นที่อยู่ภายนอก หรือไม่ก็เก็บตัวทำสมาธิ มีเพียงไม่กี่คนที่ได้ยินเรื่องราวที่เซี่ยงเส้าหยุนสร้างปรากฏการณ์ห้าดวงดาวส่องสว่างบนท้องฟ้า มิเช่นนั้นพวกเขาคงไม่มานั่งดูถูกเซี่ยงเส้าหยุนแบบนี้เป็นแน่

เซี่ยงเส้าหยุนได้ยินทุกคำที่พวกเขากล่าวออกมาอย่างทว่า เขาไม่เก็บพูดผู้อื่นมาใส่ใจ เขาเร่งรีบดื่มไวน์ให้หมดก่อนจะเรียกบริกรมาเพื่อชำระเงิน

“เรียนคุณลูกค้า ราคาที่ท่านต้องจ่ายคือสิบแต้ม โปรดแสดงแผ่นหยกของท่านเพื่อใช้จ่ายด้วยขอรับ” บริกรกล่าวอย่างสุภาพ แม้ว่าดวงตาของเขาจะทรยศต่อความสงสัยที่มี แม้แต่บริกรเองก็ยังคิดว่าเด็กหนุ่มเป็นเพียงผู้ที่มาจากสวนชั้นนอกเพื่อมากินโดยที่ไม่จ่ายเงิน เมื่อสังเกตถึงสายตาที่บริกรมองเขา เซี่ยงเส้าหยุนจึงหยิบแผ่นหยกออกมาแล้วกระแทกมันที่โต๊ะ

ป้าบ!

“เอาไป” เซี่ยงเส้าหยุนกล่าวอย่างไม่หวั่นเกรง

ผู้ฝึกยุทธ์จะต้องมีความกล้าที่ไม่จะยอมแพ้ ไม่มีใครจะสามารถทำลายมันได้ นี่เป็นคำพูดที่พ่อของเขาสอนมาตลอด บริกรผู้นี้หาได้คิดไม่ว่าเซี่ยงเส้าหยุนจะมีแผ่นหยกกับตัว เมื่อทดสอบแผ่นหยกก็ต้องร้องออกมาด้วยความตกตะลึง “นะ-นี่มันคือแผ่นหยกที่ได้รับมาจากหอคอยแห่งขีดจำกัด!”

“เกิดอะไรขึ้น? มันมีปัญหาอะไรงั้นหรือ?”เซี่ยงเส้าหยุนตะคอกถามกลับ

“เปล่าขอรับ ไม่ได้มีปัญหาอันใดเลย เนื่องจากท่านครอบครองแผ่นหยกจากหอคอยแห่งขีดจำกัด ท่านได้รับส่วนลบถึงสี่ในสิบจากการเรียกเก็บ ดังนั้นท่านจะต้องจ่ายเพียงหกแต้มเท่านั้นขอรับ!” ท่าที่ของบริกรแปรเปลี่ยนกลับด้าน น้ำเสียงของเขาแสดงถึงความเคารพ

กับศิษย์ผู้ซึ่งก้าวข้ามขีดจำกัดของตน อนาคตอันกว้างใหญ่ย่อมรอคอยอยู่เบื้องหน้า ตัวตนเช่นนี้ไม่ใช่อะไรที่บริกรเหลาอาหารจะยั่วยุได้

“เคยมีอะไรแบบนี้ด้วย? ก็ไม่เลวนัก” เซี่ยงเส้าหยุนหัวเราะอย่างไม่แยแส

หลังจากที่การชำระเงินเสร็จสิ้น บริกรได้ยื่นแผ่นหยกคืนแก่เซี่ยงเส้าหยุนแล้วกล่าวด้วยความเคารพ “โปรดเก็บมันไว้อย่างดีด้วยขอรับ นายน้อย”

คำเรียกขานจากลูกค้ากลายเป็นนายน้อยนั้นเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว

เซี่ยงเส้าหยุนหัวเราะเสียงดังก่อนจะกล่าว “ภายหน้า ก่อนจะอวดโอ่ตนเอง จงจำเอาไว้ว่าแม่น้ำไหลไปทางทิศตะวันออกถึงสามสิบปีและไปทางตะวันตกอีกสามสิบปี ใครจะบอกได้บ้างว่าพรุ่งนี้จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง?”

“เข้าใจแล้วขอรับ” บริกรตอบกลับทันที

คำพูดของเซี่ยงเส้าหยุนได้เข้าหูเหล่าศิษย์ชั้นในที่อยู่ใกล้ ทำให้พวกนั้นรู้สึกไม่พอใจอย่างมาก ราวกับกำลังตอบโต้ทุกสิ่งที่พวกตนเคยกล่าวออกมาก่อนหน้านี้

“ก็เพียงเด็กน้อยระดับพื้นฐานขั้นหกถึงกับกล้ากล่าววาจาเช่นนี้? แต่ก็นะ ข้าไม่คิดหรอกว่าเจ้าจะแย่งชิงตำแหน่งศิษย์ชั้นในได้อีก”

เซี่ยงเส้าหยุนหันมองศิษย์ชั้นในที่เข้ามากล่าว “อะไรที่เจ้าคิดว่าจะขวางเส้นทางเบื้องหน้าของข้า?”

“แท้จริงแล้วนามข้าคือหวังหยาง!” ศิษย์ชั้นในตอบกลับอย่างภาคภูมิประหนึ่งนกยูงรำแพน

หวังหยางนั้นเป็นหนึ่งในสิบห้าอันดับแรกของเหล่าศิษย์จากชั้นใน อาศัยเพียงเรื่องนี้ก็มีความสามารถในการหยุดยั้งความก้าวหน้าของเหล่าศิษย์ชั้นนอก

ต้องทราบว่าความแตกต่างระหว่างศิษย์ชั้นนอกและชั้นในนั้นต่างกันฟากฟ้าและแดนดิน ศิษย์ชั้นในทุกผู้คนคือผู้ซึ่งควบแน่นพลังดวงดาวสำเร็จแล้ว พวกเขาได้ไปถึงจุดที่ขัดเกลากำลังสู่พลังปราณ และแยกนำพลังดวงดาวออกจากร่างกาย เป็นผลให้พวกเขามีความสามารถต่อสู้แข็งกล้า

คิดจัดการกับศิษย์ชั้นนอกไม่ต่างอะไรกับศิษย์ชั้นในที่เดินเล่นในสวน ยิ่งสิบห้าอันดับแรกจึงไม่ควรกล่าวถึง ขณะนี้ใกล้เวลาอาหารค่ำ ศิษย์มากมายต่างเริ่มไหลหลั่งมายังเหลาอาหาร ทันทีเมื่อก้าวเท้าเข้ามาจึงได้ยินหวังหยางโต้เถียงกับศิษย์นอก ด้วยไม่คิดอยากพลาดเรื่องสนุก ดังนั้นจึงอดไม่ได้ที่จะเข้าไปใกล้

“หวังหยาง….” เซี่ยงเส้าหยุนพึมพำอย่างงุนงง

“เหอะ เพื่อให้เจ้ารู้จักหวั่นเกรง! ถ้าหากเจ้ามีสำนึกเช่นนั้นจงมาตรงนี้แล้วกล่าวขอขมา! โอ้ อย่าลืมเอาแต้มทั้งหมดของเจ้ามาให้ข้าด้วย มิเช่นนั้น...” หวังหยางกล่าวอย่างเย่อหยิ่ง

ก่อนที่จะกล่าวจนจบ เซี่ยงเส้าหยุนเริ่มอุดหูของเขาและตอบอย่างไม่แยแส “ข้าไม่เห็นจะได้ยินอะไรเลย”

การกระทำและคำกล่าวของเซี่ยงเส้าหยุนยั่วยุเต็มขั้น มันฝากความรู้สึกขื่นขมอยู่ในปากหวังหยาง กับเขาผู้ซึ่งเป็นหนึ่งในสิบห้าอันดับแรกของศิษย์ชั้นใน ถูกหยามเหยียดเพียงนี้โดยศิษย์ชั้นนอก มันไม่ต่างอะไรกับตบตรงเข้าที่ใบหน้า

จบบทที่ ตอนที่ 11 : เจ้านี่มันช่างอวดดีนัก! ฟรี วันที่ 2020/10/21

คัดลอกลิงก์แล้ว