เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 6 : ช่างเป็นความจริงที่น่ากลัวยิ่ง!

ตอนที่ 6 : ช่างเป็นความจริงที่น่ากลัวยิ่ง!

ตอนที่ 6 : ช่างเป็นความจริงที่น่ากลัวยิ่ง!


“โอ้? ข้าแค่มองเด็กสาวที่น่ารักนี่ก็ผิดรึ? นี่มันอยู่ในกฎของตำหนักยุทธ์ด้วยหรือไร?” เซี่ยงเส้าหยุนพูดประชดประชันขณะที่มองไปยังเด็กหนุ่มที่อยู่ข้างกาย

“รับชมผู้อื่นที่ไม่ได้แหกกฎเสีย หากเจ้ามองผู้อื่นที่ไม่สมควรมอง เช่นนั้นจะกลายเป็นหาเรื่องผู้อื่นไป นั่นไม่ถือเป็นเรื่องผิดหรือไร?” เด็กหนุ่มกล่าวอย่างมาดมั่น ท่าทีนั้นราวกับเป็นผู้รู้ทุกสิ่งอย่าง

เซี่ยงเส้าหยุนไตร่ตรองก่อนที่จะหัวเราะออก “ฮ่า ฮ่า หากท่านกล่าวมาเช่นนี้ ให้ข้าเรีนกหาเป็นอะไรดีเล่า พี่ชายงั้นหรือ?”

“ดูไปเจ้าฉลาดมิใช่น้อย นามข้าเซี่ยหลิวฮุย” เด็กหนุ่มตอบกลับ

“ตัวลามก? ช่างเป็นนามที่น่าสะอิดสะเอียนนัก” เซี่ยงเส้าหยุนราวกับชื่นชอบนามนี้ขนาดยกหัวนิ้วมือให้

“ผิดแล้ว! มันคือ ‘เซี่ย’ มาจากคำว่า ‘ฤดูร้อน’ ส่วน ‘หลิว’ มาจากคำว่า ‘น้ำไหล’ และคำว่า ‘ฮุย’ มาจากคำว่า ‘โบกสะบัดดาบ’ เด็กหนุ่มกล่าวเน้นย้ำอย่างไม่สบอารมณ์

“อย่างนี้นี่เอง เข้าใจแล้ว มันก็ไม่ต่างกันเท่าไหร่ เจ้าและข้าต่างมองกันครั้งเดียวก็เผยคำว่า ‘ลามก’ ออกมาอยู่แล้ว! ช่างเป็นชื่อที่เหมาะสมยิ่งนัก!” เซี่ยงเส้าหยุนอุทานพร้อมตบไหล่เด็กหนุ่มราวกับเป็นสหายสนิท

*คำว่า เซี่ยหลิว (Xia Liu) มีความหมายทั้ง ลามก และ เปี่ยมไปด้วยอากาศร้อน ในภาษาจีน

“ข้าคร้านจะโต้แย้งกับเจ้า ขณะนี้คิดไปยังโรงอาหาร ไม่เช่นนั้นพวกสัตว์ป่าตัวอื่นได้เข้ามาแย่งกินก่อนเสียจนหมด” เด็กหนุ่มตอบคำก่อนที่จะรีบวิ่งไปทางโรงอาหาร

เซี่ยงเส้าหยุนไม่รอช้าและตามเขาไปอย่างรวดเร็ว “ที่โรงอาหารไม่เหลืออาหารให้กินเลยงั้นหรือ?”

“มีนั้นมี ทว่ามีจำกัด! ที่นี่พวกเรามีกันกว่าร้อยคน  หากสักครึ่งหนึ่งอิ่มท้องได้ก็ถือว่าดีแล้ว!” เซี่ยหลิวฮุยตอบคำขณะก้าวเดินไป เมื่อครู่ เซี่ยงเส้าหยุนได้ตระหนักว่าผู้ฝึกยุทธ์เยาว์วัยทั้งหลายต่างเร่งรีบวิ่งไปทางโรงอาหารราวหิวโหย

“นี่เรื่องบ้าอะไรกัน? พวกนั้นถูกวิญญาณหิวโหยสิงหรืออย่างไร?” เซี่ยงเส้าหยุนเอ่ยถามอย่างไม่อาจเชื่อ

“เหอะเหอะ เดี๋ยวเจ้าก็ได้กลายเป็นหนึ่งในวิญญาณหิวโหยเช่นกัน” เซี่ยหลิวฮุยผู้ซึ่งนำเฉาหยุนไปไกลแล้วหัวเราะตอบกลับมา

เซี่ยงเส้าหยุนเริ่มรู้สึกไม่สบายใจก่อนจะเร่งฝี เมื่อไปถึงยังโรงอาหาร เขาจึงได้ทราบถึงคำของเซี่ยหลิวฮุย ที่ได้เห็นตอนนี้คือผู้ฝึกยุทธ์ที่ต่อสู้แย่งชิงอหารกันอย่างคลุ้มคลั่ง ทุกคนต่างผลักกันไปมา บ้างก็เปิดศึกต่อกัน ทั้งหมดนี่ก็เพื่อต่อแถวรับอาหารที่กำลังจะถูกนำออกมาให้

ทุกคนต่างมองเห็นภูเขาได้จากแม่น้ำของผู้ฝึกยุทธ์ต่างก็ต่อสู้กันอย่างบ้าคลั่งเพื่ออาหาร ทุก ๆ คนต่าง ผลักดันกันและกัน และใครบางคนก็เริ่มสู้กันเอง ทั้งหมดนี้เพื่อให้สามารถเข้าแถวเพื่อรับอาหารที่ผู้เข้าร่วมกำลังจะนำมาให้

“นี่มันเป็นของข้า ไสหัวไปให้พ้น”

“ช่างมารดาเจ้า เจ้ากล้ามาฉกของของข้างั้นรึ? แน่จริงก็เข้ามา!”

“บัดซบ ไอ้เวรตัวไหนจะสู้เพื่อแย่งชิงของของข้า? วันนี้อย่าได้คิดว่าจะรอดพ้นไปได้!”

“ข้าไม่ได้กินอิ่มท้องมานานแล้ว โปรดให้ทานแก่ข้าผู้น่าสงสารด้วยเถิด!”

สถานที่แห่งนี้เต็มไปด้วยเสียงดังที่ผสมปนเปกับเสียงฝีเท้าไม่ต่างกับสนามรบ นี่ไม่ได้ทำให้รู้สึกว่าเป็นโรงอาหารภายในตำหนุกยุทธ์เลย เหล่าผู้ที่อยู่ที่นี่ที่คอยแจกจ่ายอาหารอย่างไม่ปรานี่ได้เฝ้าดูสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดที่เกิดขึ้นต่อหน้าเขา พวกเขาเองไม่ได้สนใจ อย่างไรเสียพวกเขาเคยชินกับเหตุการณ์สังหารมาก่อนแล้ว

เซี่ยงเส้าหยุนตะลึงงันกับสิ่งที่เกิด เสี้ยววินาทีต่อมาเขาฟื้นคืนสติและพุ่งตัวไปยังฝูงชน

เป๊ง เป๊ง!

“โอ้ย!”

ขณะที่เขาฝ่าเข้าไปยังฝูงชน หมัดพุ่งเข้าหาเขาจากทั่วทุกสารทิศ หมดหนทางที่จะต้านทานเขาได้ถูกโยนออกไปจากฝูงชนแทบจะในคราวเดียว ทั้งสองตาของเขาปูดโปนและจมูกของเขาก็มีเลือดไหล เมื่อแตะไปที่ใบหน้าของตน ผิวที่เคยบอบบางและเรียบเนียนในตอนแรกก็กลับหยาบกร้านจนดูน่ากลัว

“ไปตายซะ! พวกเจ้ากล้าดียังไงมาแตะต้องใบหน้าอันหล่อเหลาของข้า? พวกเจ้าช่างรนหาที่ตาย!” หลังจากที่กล่าวจนจบเขาจึงพุ่งตัวเข้าไปยังฝูงชน เขาต้องการจะแก้แค้นแก่ผู้ที่ทำร้ายตนเอง แต่อนิจจาสิ่งที่เกิดขึ้นนับจากนี้ก็ไม่ต่างจากก่อนหน้า เขาถูกโยนออกมาจากฝูงชนอีกครั้ง ระดับพื้นฐานขั้นห้าของเขานั้นช่างต่ำเสียยิ่งกว่าต่ำในที่แห่งนี้  เขากล่าวตามตรง มันเป็นไปไม่ได้เลยที่คิดจะต่อแถว

นี่คงเป็นครั้งแรกที่เซี่ยงเส้าหยุนพบว่าการหาอาหารนั้นช่างยากเย็นเหลือเกิน

“ชายคนหนึ่งได้เคยกล่าวไว้ว่า ผู้ใดที่ทำงานอย่างหนักในมื้ออาหารจะหวงแหนข้าวทุกเมล็ด ช่างเป็นความจริงที่น่ากลัวยิ่ง!” เซี่ยงเส้าหยุนได้รับบทเรียนพร้อมถอนหายใจลึก ๆ กับตัวเอง

“ชายผู้หนึ่งเคยกล่าวไว้ ผู้ใดทำงานหนักแลกอาหารย่อมหวงแหนข้าวทุกเมล็ด เป็นความจริงที่น่ากลัวยิ่งนัก!” เซี่ยงเส้าหยุนที่ได้รับบทเรียนถึงกับถอนหายใจหนักกับตนเอง

“คุณชายอู่มาแล้ว หลบไปให้พ้นทางเขาซะ!” เสียงแหลมดังขึ้นท่ามกลางฝูงชน

เมื่อได้ยินเช่นนั้น เหล่าฝูงชนที่อึกทึกก่อนหน้านี้จึงได้ถอยหลบอย่างรวดเร็ว ชายหนุ่มรูปร่างผอมสูงที่รายล้อมไปด้วยเหล่าหนุ่มสาวเดินเข้ามายังโรงอาหาร เด็กหนุ่มผู้นี้จะถือได้ว่าหล่อเหลา แต่ด้วยนิสัยเย่อหยิ่งของเขาทำให้เขาไม่แยแสผู้ใดอยู่ในสายตา สร้างความไม่พอใจกับทุกผู้ที่มองมา

เหล่าศิษย์หญิงสองสามคนมองไปยังเด็กหนุ่มผู้นี้ ร่างกายของนางดูเหมือนกำลังไปแนบชิดติดกับเขา นี่เป็นเพราะว่านอกเหนือจากความพิเศษในแง่ของพรสวรรค์แล้ว เขาช่างเป็นบุคคลที่มีภูมิหลังอันชวนริษยา

เขาคืออู่หมิงเหลียง ผู้ที่จะได้เป็นศิษย์ชั้นใน แม้ว่าอีกสามเดือนเขาจะอายุครบสิบสี่ ขณะนี้การฝึกก็ก้าวไปถึงระดับพื้นฐานขั้นที่เก้าแล้ว อนาคตของเขาถูกพูดถึงอย่างไม่ขาดสาย ที่สำคัญกว่านั้นเขาเป็นบุตรคนที่เจ็ดของจ้าวเมืองอู่ ทำให้ตัวเขามีเสน่ห์เพิ่มขึ้นไปอีก

เหล่าศิษย์ชั้นนอกต่างต่อสู้เพื่อแย่งชิงอาหาร แต่สำหรับอู่หมิงเหลียงหล่ะ? เมื่อเขาได้ปรากฏตัวขึ้น ทุกคนต่างต้องหลีกทางให้เขาอย่างเชื่อฟัง การให้เขากินอาหารก่อนถือเป็นสิทธิ์พิเศษสำหรับผู้ยิ่งใหญ่

ผู้เด็กหนุ่มที่ประกาศการมาถึงของอู่หมิงเหลียงนั้นได้ทำตัวราวกับเป็นคนรับใช้และชี้ไปยังตัวเขา “คุณชายอู่ ถ้าหากท่านจะกรุณา”

“ตกลง” อู่หมิงเหลียงกล่าวอย่างสบายใจ เขาเริ่มเดินไปยังแถว ว่างเปล่าที่เคยมีคนมากมายต่อแถวอยู่

หลังจากที่ก้าวไปเพียงสองถึงสามก้าว เขาหันไปเห็นเซี่ยงเส้าหยุนนอนกองราบไปกับพื้น เขาแสดงสีหน้าสงสัยและถามขึ้นว่า “หือ เจ้าคงไม่ใช่อัจฉริยะที่ดึงดูดพลังห้าดวงดาวใช่หรือไม่? เจ้าลงไปกองอยู่ตรงนั้นได้อย่างไรกัน?”

แม้ดูเหมือนว่าอู่หมิงเหลียงจะแสดงท่าทีเป็นห่วงเซี่ยงเส้าหยุน แต่การแสดงออกว่าเยาะเย้ยก็เผยบนใบหน้าของเขาอย่างไม่มีข้อสงสัย หลังจากที่เขาช่วยให้เซี่ยงเส้าหยุนลุกขึ้น สายตาของเหล่าศิษย์ชั้นนอกหลายคนก็จับจ้องไปยังเซี่ยงเส้าหยุน

“โอ้ เป็นเขาจริง ๆ ด้วย! ข้าคิดว่าเขาจะได้รับการดูแลเป็นพิเศษจากท่านขุนนางอัสนีสีม่วงเสียอีก แต่แล้วกลับต้องมาต่อสู้แย่งชิงอาหารกับพวกเราที่นี่!”

“ฮ่า ฮ่า เป็นไปได้ไหมนะ ว่าเขาจะเป็นคนที่ชนข้าล้มเมื่อกี้นี้? ถึงกับล้มไปกองกับพื้น นี่นับเป็นอัจฉริยะอันใดกัน?

“คิดอยากแย่งอาหารกับพวกเราทั้งที่อยู่เพียงระดับพื้นฐานขั้นสามเนี่ยนะ? ฝันเฟื่อง”

“เหมือนว่าเขาคงต้องอดอยากเสียแล้ว นึกไม่ออกเลยว่าอีกสามวันจะรอดพ้นไปได้ หากเจานี่ตายไปท่านขุนนางอัสนีสีม่วงจะเสียใจหรือไม่กันนะ?”

เหล่าผู้เยาว์ทั้งหลายที่อิจฉาในพรสวรรค์ของเซี่ยงเส้าหยุนเริ่มพูดจาสบประมาททีละคน ใบหน้าของเซี่ยงเส้าหยุนเริ่มดำมืด เขาไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าการพูดจาเพียงสั้น ๆ จะดึงดูดให้ผู้อื่นพูดถากถางไม่จบไม่สิ้น นี่คงจะเป็นความรู้สึกที่ไม่มีผู้ใดต้องการ

“คุณชายผู้อัจฉริยะ เจ้าจะมาเป็นผู้ติดตามของข้าผู้นี้หรือไม่? ข้ามั่นใจว่าจะสามารถให้เจ้าอิ่มท้องได้แน่” อู่หมิงเหลียงกล่าวอย่างภาคภูมิใจ

“ข้าขอปฏิเสธ คุณชายผู้นี้เพียงรู้วิธีหาข้ารับใช้ ไม่คิดอยากไปเป็นด้วยตนเอง” เซี่ยงเส้าหยุนปฏิเสธพร้อมประชดประชัน

“ช่างอวดดีนัก! ยังไม่แสดงความเคารพต่อคุณชายอู่อีก! เร่งรีบคุกเข่าและกล่าวขออภัยแก่คุณชายอู่ มิฉะนั้นอย่าได้หวังว่าจะได้กินแม้สักมื้อในโรงอาหารแห่งนี้!” เจ้าสุนัขรับใช้ที่คอยติดตามอู่หมิงเหลียงตะโกนขึ้น

ความแข็งแกร่งของเจ้าหมารับใช้ไม่ได้อ่อนแอไปกว่าเซี่ยงเส้าหยุนเลย ในทางตรงข้าม มันก็มากเกินกว่าเขาถึงสองขั้น เขาอยู่ระดับพื้นฐานขั้นเจ็ดมีนามว่าโกวจื่อ

“เหอะเหอะ เจ้าจะบอกว่าโรงอาหารแห่งนี้เป็นของครอบครัวเจ้าสินะ” เซี่ยงเส้าหยุนหัวเราะแห้ง ๆ

“ครอบครัวของข้าอาจจะไม่ได้ทำสิ่งนี้ แต่การที่จะไม่ให้เจ้าได้กินอะไรมันช่างง่ายดายนัก” อู่หมิงเหลียงกล่าวขณะเผชิญหน้าเผชิญกับกลุ่มศิษย์ “นับแต่วันนี้ไป ใครที่บังอาจให้ที่เด็กเหลือขอนี่แย่งอาหาร มันผู้นั้นถือเป็นศัตรูกับข้า อู่หมิงเหลียงผู้นี้!” หลังจากสิ้นเสียง เขาก็ไม่ได้หันไปมองเซี่ยงเส้าหยุนอีกและไปกินอาหารของตน

“เวรเอ้ย!” เซี่ยงเส้าหยุนตะโกนออกมา พร้อมแสดงเจตนาฆ่าฟัน

“บังอาจด่าคุณชายอู่งั้นรึ? จัดการมันซะ!” โกวจื่อออกคำสั่ง

ผัวะ ผัวะ!

จบบทที่ ตอนที่ 6 : ช่างเป็นความจริงที่น่ากลัวยิ่ง!

คัดลอกลิงก์แล้ว