เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 2 : ท่านอาจารย์ ข้าจะแสดงให้ท่านเห็นว่าเหนือฟ้ายังมีฟ้า

ตอนที่ 2 : ท่านอาจารย์ ข้าจะแสดงให้ท่านเห็นว่าเหนือฟ้ายังมีฟ้า

ตอนที่ 2 : ท่านอาจารย์ ข้าจะแสดงให้ท่านเห็นว่าเหนือฟ้ายังมีฟ้า


“ฮ่าฮ่า นี่เจ้าหวังว่าจะให้ข้ารับเจ้าเป็นศิษย์งั้นหรือ? นี่เจ้ารู้หรือไม่ว่าข้าเป็นใครในสถานที่แห่งนี้” จื่อฉางเหอ หัวเราะขึ้น

ผมสีม่วงของเขาตวัดไปรอบ ๆ เจ้าหมาป่าที่เขาขี่อยู่ก็ได้คำรามออกมาราวกับว่ามันคือจื่อฉางเหอคนที่สอง

“ข้ารู้ว่าท่านคือวีรบุรุษอัจฉริยะแห่งตำหนักยุทธ์ ด้วยทักษะที่โดดเด่นหาใครเทียบ ท่านจะต้องเป็นผู้อาวุโสลำดับที่สิบเก้าแน่นอน” เซี่ยงเส้าหยุนยกยออย่างออกนอกหน้า ผู้อาวุโสที่สิบเก้า นั่นคือคำที่ทหารยามทั้งสองใช้เรียกอีกฝ่าย

“เช่นนั้นแล้วอะไรที่ทำให้เจ้าคิดว่าข้าจะรับผู้ฝึกยุทธ์ระดับพื้นฐานขั้นสามเป็นศิษย์กันล่ะ?” จื่อฉางเหอถามด้ายความอยากรู้อยากเห็นต่อผู้ที่เข้ามาประจบเขา

“ถ้าหากว่าเป็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับพื้นฐานขั้นที่สามทั่วไป พวกนั้นคงไม่ได้ท่านชายตามอง ทว่าข้าคือ เซี่ยงเส้าหยุน หาใช่คนธรรมดา! ตั้งแต่ข้าเกิดก็ได้มีเมฆมงคลลงมาจากสวรรค์ ท้องฟ้าเต็มไปด้วยเมฆสีม่วง เหล่าสรรพสัตว์นับหมื่นต่างคำราม เหล่าบุปผานับพันต่างเบ่งบาน ในเวลาที่ข้าถือกำเนิด” เซี่ยงเส้าหยุน โอ้อวดอย่างไม่อายฟ้าดิน

ก่อนที่จะจบบทสนทนา หน้าผากของจื่อฉางเหอก็ปรากฎริ้วรอยเป็นเส้นดำ เขาเอ่ยคำขัด

“พอได้แล้ว หยุดโอ้อวดเสียที ถ้าเจ้าเก่งอย่างที่เจ้าว่า เจ้าก็ไม่น่าจะติดอยู่ที่ระดับเริ่มต้นนี้”

“เฮ้อไม่เคยมีใครเชื่อว่าสิ่งที่ข้าพูดมันเป็นความจริง” เซี่ยงเส้าหยุนถอนหายใจกับตัวเอง

“บอกมา ว่าเจ้าไปได้ผลึกวิญญาณระดับสูงนี่มาจากที่ไหน?” จื่อฉางเหอเปลี่ยนเรื่องพูด

เซี่ยงเส้าหยุนลังเลชั่วขณะก่อนจะตอบไปว่า “ข้าเก็บมันได้จากแม่น้ำ”

“ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่ผลึกวิญญาณมันหาง่ายแบบนั้นน่ะ?” จื่อฉางเหอพูดในขณะทำสีหน้าเบื่อหน่าย

เขาไม่เชื่อคำของเซี่ยงเส้าหยุนแม้แต่น้อย

ด้วยสีหน้าหดหู่เล็กน้อยเซี่ยงเส้าหยุนลดมือลงและพูด

“ถ้าหากท่านไม่เชื่อข้า งั้นก็ลืมมันไปเสียเถิด” เขาก้มหัวลงพร้อมกับพูดว่า

“ดูเหมือนว่าท่านจะไม่มีความตั้งใจที่จะรับข้าเป็นศิษย์ ถ้าอย่างนั้นโปรดคืนผลึกวิญญาณมาให้ข้า”

ได้เห็นว่าเด็กหนุ่มกล้าที่จะถามเพื่อให้ผู้อาวุโสที่สิบเก้าคืนผลึกวิญญาณ ทหารยามทั้งสองคิดกับตัวเองอยู่เงียบ ๆ เจ้าหนูนี่จะต้องไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงเป็นแน่ ช่างกล้าที่จะทวงถามของที่กำลังอยู่ในมือของผู้อาวุโสที่สิบเก้า

ทหารยามทั้งสองรู้ว่าท่านอาวุโสที่สิบเก้ามีชื่อเสียงไปทั่วในตำหนักยุทธ์จนถึงขนาดนี้ผู้คนต่างเรียกขานเขาว่า “ขุนนางอัสนีสีม่วง”

ด้วยสีหน้าตกใจ จื่อฉางเหอถาม “เจ้าหนู ข้านึกว่าเจ้าจะนำสิ่งนี้มาเสนอให้กับข้าเสียอีก?”

“นั่นมันเป็นเงื่อนไขถ้าหากท่านรับข้าเป็นลูกศิษย์ต่างหาก” เซี่ยงเส้าหยุนที่ไม่ยอมอ่อนข้อพูดกับจื่อฉางเหอ

จื่อฉางเหอเปลี่ยนสีหน้าเป็นเย็นชาอย่างช้า ๆ และกำลังเผยความโกรธ ในฐานะที่เป็นยอดฝีมือของระดับการแปรสภาพ ผู้คนมากมายไม่อาจทนต่อการจ้องมองที่กดดันของเขาได้

แต่ยังไงก็ตามเซี่ยงเส้าหยุนกลับยืนอยู่ตรงนั้นอย่างสงบ และจ้องกลับไปยังตัวเขาราวกับว่าตัวเขาไม่ได้รับผลกระทบอย่างสมบูรณ์

“ถ้าหากว่าท่านไม่ต้องการที่จะรับข้าเป็นศิษย์ส่วนตัว เช่นนั้นก็ปล่อยให้ข้าเข้าไปยังตำหนักยุทธ์” เซี่ยงเส้าหยุนเจรจาต่อรอง

“โฮ่โฮ่ น่าสนใจจริง ๆ ก็ได้ข้าจะฟังคำขอของเจ้า” จื่อฉางเหอหัวเราะ เขาได้พบกับเด็กหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขา ช่างดูน่าสนใจจึงตัดสินใจให้โอกาสแก่เด็กหนุ่ม นี่อาจจะถือได้ว่าเป็นสิ่งตอบแทนผลึกวิญญาณระดับสูงก็ได้

“ขอบพระคุณท่านมาก ท่านอาจารย์!” เซี่ยงเส้าหยุนหัวเราะอย่างมีความสุขและถอนหายใจอย่างโล่งอก

“ช้าก่อน ข้ายังไม่ใช่อาจารย์ของเจ้า รอจนกระทั่งเจ้าผ่านบททดสอบที่จะเข้าไปยังตำหนักยุทธ์เสียก่อน ถ้าหากว่าเจ้าผ่านมันไม่ได้ อย่าได้มาโทษข้าถ้าหากข้าจับเจ้าโยนกลับออกไปข้างนอก” จื่อฉางเหอบอกความจริงที่น่ารังเกียจก่อนที่เรื่องราวจะดำเนินขึ้น

“ท่านไม่ต้องเป็นกังวลหรอก” เซี่ยงเส้าหยุนพูดอย่างมั่นใจขณะที่ทุบหน้าอกของตัวเอง หลังจากนั้นเขาก็บ่นพึมพำกับตัวเองเบา ๆ

“อย่าลืมคำสัญญาที่จะรับข้าเป็นศิษย์ส่วนตัวของท่านเชียวล่ะ!”

แม้ว่าเซี่ยงเส้าหยุนจะกระซิบ จื่อฉางเหอกลับได้ยินทุกคำพูดอย่างชัดเจน

เขาพูดอย่างไม่ยินดี “เจ้าหนูนี่มันช่างหลงตัวเองเสียจริง ก็ได้! ข้า จื่อฉางเหอจะได้เห็นกับตาว่าเจ้าเป็นอัจฉริยะที่น่าทึ่งตัวจริงหรือไม่”

หลังจากที่เขาพูดจบ จื่อฉางเหอได้ส่งสัญญาณให้หมาป่าของเขายืนขึ้น เขายกเซี่ยงเส้าหยุนขึ้นด้วยแขนเพียงข้างเดียวเหมือนกับยกไก่ก่อนจะวิ่งผ่านเข้าไปยังประตูหลักของตำหนักยุทธ์

“เฮ้! เฮ้! นี่ท่านทำแบบนี้กับข้าได้ยังไง? ทำไมท่านถึงไม่ยอมให้ข้าขี่หมาป่าของท่านเข้าไปล่ะ” เซี่ยงเส้าหยุนบ่นออกมาด้วยความไม่พอใจ

“เจ้าหนูข้าคือหมาป่าผู้ยิ่งใหญ่ไม่ใช่สิ่งที่คนด้อยค่าเช่นเจ้าจะขี่ได้หรอกนะ” เจ้าหมาป่าเอ่ยขึ้นอย่างคล่องแคล่ว

“หวา นี่มันสัตว์อสูรพูดได้!” เซี่ยงเส้าหยุนตะโกนออกมาด้วยความประหลาดใจ

เขาโน้มตัวลงและกล่าวว่า “ก็นะ ข้าเองก็ไม่เคยขี่ขยะเช่นเจ้ามาก่อนเหมือนกัน อันที่จริงข้าเองก็เคยขี่ราชาแห่งสัตว์อสูรมาก่อน!”

“เหอะ ข้าอยากจะกินเจ้าเด็กเหลือขออย่างเจ้าให้หมดในคำเดียวเสียจริง” จ้าวหมาป่าบ่นด้วยความเกรี้ยวกราด

จ้าวหมาป่าเป็นสัตว์อสูรที่ยิ่งใหญ่ แม้จะเป็นเช่นนั้นแต่เขากลับโดนเด็กหนุ่มเรียกว่าขยะ ยิ่งกว่านั้นสิ่งที่น่าโมโหยิ่งกว่าคือเจ้าเด็กเหลือขอนี่ยังโอ้อวดว่าตัวเขาเองเคยขี่ราชาแห่งสัตว์อสูรมาก่อน มันเป็นสิ่งที่ไม่น่าให้อภัยจริง ๆ

จ้าวหมาป่าชำเลืองมองไปยังเซี่ยงเส้าหยุน จื่อฉางเหอแสดงออกอย่างซับซ้อนในดวงตาของเขาก่อนจะคิดกับตัวเองว่า หรือว่าเจ้าเด็กเหลือขอนี่จะมีเบื่องหลังที่น่าพิศวงกันนะ?

พื้นที่ซึ่งอยู่ในครอบครองโดยตำหนักยุทธ์นั้นกว้างใหญ่มาก มันเหมือนกับหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่อยู่ในเมืองอีกทีหนึ่ง ภายในมีพื้นที่กว้างที่เปิดโล่ง เป็นพื้นที่ฝึกฝนสำหรับเหล่าลูกศิษย์ชั้นนอก เข้าไปข้างในอีกหน่อย มีต้นไม้ใหญ่มากมายถูกปลูกชิดกันก่อให้เกิดป่าขนาดย่อม ซึ่งจะได้ยินเสียงคำรามของสัตว์อสูรออกมาเป็นครั้งคราว ภายในป่ายังมีศาลเก่าแก่อยู่มากมาย บางศาลก็มีหมอกควันออกจากข้างใน มันเหมือนภาพแกะสลักที่โอ่อ่า

หลังจากที่พวกเขามาถึงพื้นที่เปิด ก็ได้พบกับแผ่นหินแผ่นหนึ่ง ที่นั่นจื่อฉางเหอได้เหวี่ยงเซี่ยงเส้าหยุนขึ้นไปบนแผ่นหิน

โครม!

“โอ๊ะ นี่ท่านพยายามจะฆ่าข้าหรือไง?” เซี่ยงเส้าหยุนร้องออกมาอย่างน่าสังเวช เขาตะโกนราวกับหมูที่กำลังจะถูกเชือด นั่นทำให้เกิดความสับสนวุ่นวายและดึงความสนใจแก่เหล่าลูกศิษย์ชั้นนอกที่กำลังฝึกฝนอยู่ในพื้นที่นี้ ทำให้ทุกคนหันไปยังทางต้นเสียง

“อ๊ะ นั่นคงไม่ใช่ท่านขุนนางอัสนีสีม่วงใช่มั้ย? ในที่สุดข้าก็ได้พบผู้ที่ข้าหลงไหล”

“นี่มันเรื่องจริงงั้นหรือ ท่านอาวุโสที่สิบเก้าเนี่ยนะ? ดูสิ่งที่เขากำลังขี่อยู่สิ นั่นมันหมาป่าอสูรตัวยักษ์ นี่มันช่างเป็นสัตว์อสูรที่น่าอัศจรรย์เสียจริง!”

“ท่านขุนนางอัสนีสีม่วง เป็นที่ทราบกันว่าเขาพร้อมกับหอกประจำตัวของเขา มันได้ข่มขวัญเหล่าสัตว์อสูรจากหุบเขาร้อยอสูร จนถึงตอนนี้เหล่าสัตว์อสูรก็ไม่อาจหาญที่จะเข้าใกล้หมู่บ้านอู่อีกต่อไป ข้าหวังว่าข้าจะสามารถแข็งแกร่งแบบเขาได้ในสักวัน!”

“เดี๋ยวก่อนนะ เสียงร้องนั่นมาจากเด็กผู้ชายที่ท่านขุนนางอัสนีสีม่วงพามาด้วยใช่มั้ย? เขาเป็นใครกัน?”

“พวกเขาอยู่ตรงหน้าศิลาแห่งการประเมินค่า หรือว่าท่านอาวุโสที่สิบเก้ากำลังคัดเลือกลูกศิษย์กัน?”

เหล่าลูกศิษย์ชั้นนอกต่างก็พูดคุยกันถึงสิ่งที่พวกเขาพบเจอตรงหน้า

“นี่คือศิลาแห่งการประเมินค่า ไม่เพียงแต่จะทดสอบความแข็งแกร่งของเจ้าเท่านั้น แต่มันยังเผยพรสวรรค์ที่มีมาแต่กำเนิดของเจ้าด้วย ปล่อยหมัดใส่มันดู” จื่อฉางเหอพูดขณะที่กอดอกและมองลงไปยังเซี่ยงเส้าหยุนที่นอนกองอยู่กับพื้น เขาอยากจะรู้ว่าเจ้าเด็กขี้โม้นี่จะมีความน่าอัศจรรย์แค่ไหน

“ก็ได้ ถ้าอย่างนั้นข้าจะขออนุญาตท่านอาจารย์เพื่อจะแสดงให้เห็น เหนือฟ้ายังมีฟ้า”

เซี่ยงเส้าหยุนพูดด้วยความมั่นใจ ในขณะที่เขาลุกขึ้นจากพื้น เขาปิดตาลง เข้าสู่สภาวะเงียบสงบ เขายืนอยู่ตรงนั้นไม่ไหวติงราวกับว่ามันเป็นการโหมโรงก่อนที่เขาจะปลดปล่อยการเคลื่อนไหวอันเป็นเอกลักษณ์ของเขา

เหล่าศิษย์กว่าพันคนกำลังกลั้นหายใจ สายตาจับจ้องไปยังเด็กหนุ่มตรงหน้า พวกเขาต่างสงสัยว่าลูกศิษย์ส่วนตัวของท่านขุนนางอัสนีสีม่วงจะน่าทึ่งเพียงใด หลังจากผ่านไปไม่นาน เซี่ยงเส้าหยุนก็ลืมตาขึ้นแล้วเหวี่ยงหมัดของเขาใส่หินศิลาแห่งการประเมินค่า

ตึง!

ศิลาแห่งการประเมินค่ามีการตอบสนองต่อหมัดของเซี่ยงเส้าหยุน มันกระเพื่อมเป็นสีเทาและตามด้วยเส้นบาง ๆ สามเส้นที่แทบจะไม่ควบแน่นตรงหน้าทุกคน พวกเขาต่างตกตะลึง

“นี่.... นี่ข้าตาบอดหรือไร? เขา เขาเป็นแค่ระดับเริ่มต้นขั้นสามเนี่ยนะ!”

“ไม่มั้ง ข้าก็เห็นว่ามีเพียงสามเส้นเท่านั้น และมันยังเป็นสีเทา! เขาเป็นระดับเริ่มต้นขั้นสามของจริง!”

“นี่... นี่เขาเป็นลูกศิษย์ส่วนตัวของท่านขุนนางอัสนีสีม่วงจริงงั้นเหรอ? ข้าสามารถเอาชนะเขาได้ด้วยมือเดียวด้วยซ้ำ”

“นี่หรือความเป็นธรรมของโลก? เจ้าเศษขยะนี่จะมาเป็นลูกศิษย์ส่วนตัวของท่านอาวุโสที่สิบเก้าเนี่ยนะ ข้าไม่อยากจะเชื่อ!”

“เขาคงไม่ใช้ลูกนอกกฎหมายของท่านอาวุโสที่สิบเก้าหรอกนะ?”

จบบทที่ ตอนที่ 2 : ท่านอาจารย์ ข้าจะแสดงให้ท่านเห็นว่าเหนือฟ้ายังมีฟ้า

คัดลอกลิงก์แล้ว