- หน้าแรก
- หลังหย่า ผมก็มีชีวิตที่สมบูรณ์แบบ
- ตอนที่ 518 สิทธิ์สอบเข้าปริญญาโทถูกยกเลิก
ตอนที่ 518 สิทธิ์สอบเข้าปริญญาโทถูกยกเลิก
ตอนที่ 518 สิทธิ์สอบเข้าปริญญาโทถูกยกเลิก
เช้าวันถัดมา ทั้งคู่ก็ตื่นขึ้นในห้องนอนเล็กเหมือนเช่นเคย หลี่ จืออี้ ก็รู้ดีว่าทำไมถึงกลายเป็นแบบนี้ เธอจึงอายจนไม่กล้ามองหน้า หลินเจียง ตรงๆ
“อยากไปดูผลงานเมื่อคืนของเธอหน่อยไหมล่ะ?” หลินเจียง แกล้งถามด้วยใบหน้ายิ้มๆ
“อ๊ะ…!”
ใบหน้าของ หลี่ จืออี้ แดงก่ำ “พี่อะ ชอบพูดอะไรให้น่าอายอยู่เรื่อยเลย”
“มันน่าอายตรงไหน ก็มีแค่เราสองคนที่รู้เท่านั้น”
“แต่แล้ว ถ้าเกิดวันหนึ่ง…”
พูดไปได้ครึ่งประโยค หลี่ จืออี้ ก็ตระหนักว่าตัวเองเผลอหลุดปากมากไป ก็รีบหยุดทันที แต่แล้ว หลินเจียง จะยอมปล่อยไปง่ายๆ ได้อย่างไร
“ถ้าเกิดอะไรวันหนึ่ง… ว่ามาให้เคลียร์สิ”
“มะ–ไม่รู้…ค่ะ” หลี่ จืออี้ ก้มหน้างุดอย่างเขินอายจนไม่กล้าพูดอะไรต่อแล้ว
“งั้นเธอต้องคิดให้ดีๆ แล้วนะ เพราะว่าวันนี้เรายังไม่ได้ ‘ออกกำลังกายยามเช้า’ เลยด้วยสิ…”
พอได้ยิน หลินเจียง พูดแบบนั้น ภาพในหัวของ หลี่ จืออี้ ก็ลอยขึ้นมาทันที ถ้าไม่ยอมบอก เดี๋ยวตอนออกกำลังกายยามเช้าก็จะโดนเขาเล่นงานจนทนไม่ไหว ได้ตายแน่ๆ สุดท้ายก็ต้องหลุดพูดสิ่งที่คิดออกมาอยู่ดี
“…ก็แค่…”
แก้มของ หลี่ จืออี้ แดงกว่าเดิมอีก ก่อนจะพูดเสียงเบาๆ: “ตอนนี้มีแค่เราสองคนที่รู้ แต่ถ้าวันหน้า พี่มีผู้หญิงคนอื่นๆ ข้างกาย แบบนั้น…พวกเธอก็ต้องรู้ด้วยใช่ไหมล่ะคะ”
“อ๋อ?”
เมื่อได้ยินสิ่งที่ หลี่ จืออี้ พูดแบบนี้ หลินเจียง ก็พอเข้าใจความกังวลของเธอได้
“แสดงว่าเธอเริ่มคิดเรื่องพวกนี้อยู่แล้วสินะ ดูเหมือนจะอดใจไม่ไหวแล้วล่ะสิ”
“บ้า! ไม่ใช่สักหน่อยคะ” หลี่ จืออี้ ตีแขน หลินเจียง เบาๆ “แค่คิดว่ามันคงเกิดขึ้นวันหนึ่งแน่ๆ ก็เลยแอบกังวลนิดหน่อยเองค่ะ”
“ก็จริงนะ แต่เธอคิดว่า ด้วยความสามารถของพี่ ผู้หญิงคอื่นๆ รอบตัวพี่จะมีน้อยเหรอ?”
“แล้วจะมีใคร…มากกว่าฉันไหมล่ะคะ?”
“อืม…”
หลินเจียง ทำท่าครุ่นคิดสักพัก ก่อนจะยอมรับตรงๆ “บางคนก็พอๆ กับเธอ แต่บางคนก็ยังไม่ถึงระดับนี้หรอก”
“ถ้างั้น…จะไม่มีใครหัวเราะเยาะฉันใช่ไหมคะ”
“ไม่มีหรอก ทุกคนก็พอๆ กันทั้งนั้น จะมีใครมาหัวเราะใครได้ล่ะ”
เมื่อได้ยิน หลินเจียง พูดแบบนั้น หลี่ จืออี้ ก็โล่งใจขึ้นหน่อย แม้จะไม่พูดออกมา แต่ในใจลึกๆ เธอเองก็เริ่มคาดหวังอยู่เหมือนกัน
“เอาล่ะ ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาคิดเรื่องพวกนั้นแล้วนะ ถึงเวลาทำ ‘กายบริหารยามเช้า’ ของวันนี้แล้วสิ”
“…ค่ะ”
หลี่ จืออี้ ตอบรับคำหนึ่ง แล้วก็ขึ้นคร่อมบนตัว หลินเจียง ทันที การออกกำลังกายเช้าของวันนี้นั้นก็เริ่มต้นขึ้นในตอนนี้
หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจ ทั้งสองคนก็แต่งตัว ทานข้าวเช้าเสร็จแล้วต่างคนต่างก็แยกย้ายกันไปทำงานของตัวเอง หลินเจียง ได้จากไปก่อนส่วน หลี่ จืออี้ ต้องการจัดการเก็บผ้าปูเตียงไปซักให้เรียบร้อย
เมื่อออกมาแล้ว หลินเจียง โทรออกไปหา ฮิเดตะ ริเอะ ก่อนจะนัดเจอกันที่ร้านกาแฟหน้าประตูมหาวิทยาลัยครู
วันนี้ ฮิเดตะ ริเอะ มาในลุคที่ดูเป็นผู้ใหญ่กว่าครั้งก่อน เธอสวมชุดเดรสสายเดี่ยวสีน้ำเงินทับด้วยเสื้อคลุมสีเบจ พร้อมสร้อยคอเส้นบาง ดูมีสไตล์สาวออฟฟิศระดับสูงทีเดียว
“อยากจะดื่มอะไรดี?” หลินเจียง ถามไปอย่างสบายๆ
“ลาเต้ก็พอค่ะ”
หลินเจียง เรียกพนักงานสั่งลาเต้สองแก้ว เมื่อเครื่องดื่มมาเสิร์ฟ ฮิเดตะ ริเอะ ก็พูดขึ้นก่อนเลยว่า: “ท่านประธานหลิน เรียกฉันมาวันนี้…แสดงว่าโครงการสวนสนุกเสร็จแล้วใช่ไหมคะ”
หลินเจียง พยักหน้า ก่อนจะหยิบแผนงานที่พิมพ์ไว้ล่วงหน้ายื่นส่งให้ ฮิเดตะ ริเอะ
“นี่เป็นเพียงโครงร่างคร่าวๆ รายละเอียดต่างจริงๆ ยังต้องตกลงเรื่องลิขสิทธิ์ IP อีก เลยอยากมาคุยกับคุณเพื่อหารือเรื่องตรงส่วนนี้” หลินเจียง กล่าวว่า: “ในนี้ ผมได้ทำเครื่องหมายไว้แล้วว่า IP ไหนเป็นอันดับแรกที่เราต้องได้มา แต่ถ้าสามารถเจรจาซื้อ IP ตัวอื่นๆ แบบเหมารวมในราคาที่คุ้มค่าได้ ก็ยินดีเช่นกัน”
ฮิเดตะ ริเอะ พยักหน้า พลางก้มมองแผนงานและรายชื่อ IP ที่ หลินเจียง ระบุไว้ เธอได้ใช้เวลาพิจารณาอยู่พักใหญ่ กว่าจะวางเอกสารในมือลง
“บางอย่างอาจจะยากอยู่บ้าง แต่ฉันจะหาทางจัดการให้ได้ค่ะ” ฮิเดตะ ริเอะ พูดอย่างมั่นใจว่า: “ฉันคิดว่า…เราควรคุยกันถึงขั้นต่อไปได้แล้วนะคะ”
“ผมอยากฟังความคิดเห็นของคุณนะ เปิดใจคุยกันได้เต็มที่เลย” หลินเจียง กล่าว
“ฉันยังอยากฟังท่านประธานพูดก่อนนะค่ะ หากว่าด้วยเรื่องธุรกิจฉันไม่ค่อยจะถนัดเท่าไร ยังต้องเรียนรู้อีกเยอะจากท่านประธานหลินค่ะ”
เมื่อได้ยิน ฮิเดตะ ริเอะ พูดแบบนั้น หลินเจียง ก็ยิ้มออกมา…
เขารู้ทันทีว่า อิทธิพลจากการคบหากันมันได้ผลแล้ว แม้ ฮิเดตะ ริเอะ จะไม่มีประสบการณ์ด้านธุรกิจ แต่ก็เข้าใจหลักการเจรจา ให้คู่เจรจาเสนอราคาก่อน เพื่อเก็บช่องว่างไว้เพื่อต่อรองและยังสามารถควบคุมสถานการณ์ได้บ้าง
“ตามที่เราคุยกันไว้ เราจะตั้งบริษัทใหม่ขึ้นมา แล้วจะให้สิทธิ์ใช้ลิขสิทธิ์กับแฮปปี้วัลเล่ย์ จากนั้นเราสองบริษัทก็จะถือหุ้นร่วมกัน ความคิดของผมคือ แบ่งหุ้นเก้า-ต่อ-หนึ่ง ผมเก้า คุณหนึ่ง”
พอได้ยินสัดส่วนการถือหุ้นนี้ สีหน้าของ ฮิเดตะ ริเอะ ก็เปลี่ยนไปทันที เธอส่ายหน้าปฏิเสธทันควัน: “เป็นไปไม่ได้คะ!”
“แต่คุณต้องเข้าใจนะว่า ด้วยเงินลงทุนที่เราใส่ไปในแฮปปี้วัลเล่ย์ ขนาดและรายได้ในอนาคต 10% นี่ถือว่าไม่ต่ำแล้ว”
“ไม่ว่าจะยังไง 10% ก็รับไม่ได้ค่ะ อย่างน้อยๆ ต้อง 20% ไม่อย่างนั้นเรื่องนี้เราคงคุยกันต่อไม่ได้แล้วค่ะ”
“ตกลง งั้น 20%”
“หืม?”
หลังจากได้ฟังสิ่งที่ หลินเจียง พูด ฮิเดตะ ริเอะ ถึงกับอึ้งไปเล็กน้อย คิดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะตอบตกลงง่ายขนาดนี้ …คุณจะไม่เจรจาต่อเลยเหรอ อย่างน้อยก็ควรลองต่อรองอีกรอบสิ?
“คุณจะไม่ลองเจรจากับฉันอีกหน่อยเหรอคะ? เจรจาสัดส่วนการถือหุ้นกันใหม่?”
“ไม่จำเป็นหรอก คุณพูดถูกแล้ว 10% มันน้อยไปหน่อยจริงๆ ยี่สิบเปอร์เซ็นต์ถึงจะเหมาะสม งั้นก็ถือว่าตกลง คุณสามารถไปจัดการเรื่องลิขสิทธิ์ IP ได้เลย”
ฮิเดตะ ริเอะ นิ่งไปพักหนึ่ง เธอรู้สึกเหมือนถูก ‘หลอกกินหมัด’ แต่ก็ไม่มีหลักฐานอะไรจะโต้แย้งได้
“งะ–งั้นฉันจะรีบกลับไปจัดการเรื่องนี้ให้เร็วที่สุดค่ะ ส่วนทางคุณก็ดูแลเรื่องการจัดตั้งบริษัทให้เรียบร้อยนะคะ”
“ได้สิ ถ้าเรื่องลิขสิทธิ์ติดขัดตรงไหน ก็อย่าลืมบอกผม เดี๋ยวผมจะหาทางช่วยคุณจัดการเอง”
ในมือของ หลินเจียง ยังมี ‘ลิขสิทธิ์เปล่าลิขสิทธิ์เปล่า’ อยู่ในมือสิบฉบับ… นี่ก็เตรียมไว้ใช้ยามจำเป็นอยู่แล้ว
“ค่ะ”
หลังจากคุยธุระเสร็จ ทั้งสองคนก็แยกย้ายกันไป แต่ระหว่างทางกลับบริษัท หลินเจียง ก็ได้รับสายจาก หลี่ เยว่ถง
“พี่คะ…”
เดิมที หลินเจียง เตรียมจะพูดโต้กลับตามนิสัย แต่พอได้ยินน้ำเสียงเธอที่ฟังดูหดหู่ผิดจากปกติ ก็รู้ทันทีว่าคงเกิดเรื่องไม่ดี
“เกิดอะไรขึ้น?”
“…สิทธิ์สอบเข้าปริญญาโทของพวกเราถูกยกเลิกแล้วค่ะ”
“ห้ะ? ยกเลิก? การสอบสัมภาษณ์ก็เสร็จไปแล้วนี่ จะเป็นไปได้ยังไง”
“เขาบอกว่าเอกสารไม่ผ่านการตรวจสอบ เลยยกเลิกสิทธิ์สอบต่อปริญญาโทของพวกเราค่ะ”
“หมายความว่าทั้งเธอกับ สวี่ อิ๋งจวิ้น ถูกยกเลิกพร้อมกันทั้งคู่?”
“อืมม”
“นอกจากพวกเธอสองคนแล้ว… ยังมีใครอีกไหม?”
“ไม่มีคนอื่นแล้วค่ะ มีแค่พวกเราสองคน”
เมื่อได้ยิน หลี่ เยว่ถง พูดแบบนี้ หลินเจียง ก็รู้ทันทีว่าต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากลแน่ๆ ถ้าไม่มี เสิ่น ชิงชิว ช่วยหนุนอยู่จริงๆ ก็อาจพอเข้าใจได้ เพราะมหาวิทยาลัยเดิมของพวกเธอจัดว่าไม่เด่นนัก การถูกคัดออกตอนตรวจเอกสารซ้ำก็ไม่ใช่เรื่องแปลก
แต่ในเมื่อมี เสิ่น ชิงชิว คอยดูแลอยู่แล้ว แถมข้างบนยังมี ‘หลิว เถี่ยเฉียง’ ที่อิทธิพลใหญ่โตอีก การที่ยังเกิดเหตุแบบนี้ได้ มันย่อมไม่ธรรมดาแน่นอน
“แล้วใครเป็นคนบอกเรื่องนี้กับพวกเธอ?”
“ตอนแรกเราได้ยินจากรุ่นพี่กลุ่มอื่นๆ นะค่ะ เลยโทรหาอาจารย์เสิ่นทันที เธอบอกให้เราใจเย็นๆ แล้วรอฟังข่าว แต่ไม่นานทางฝ่ายทะเบียนก็ติดต่อมา แจ้งตรงๆ ว่าสิทธิ์ของพวกเราถูกยกเลิกค่ะ”