- หน้าแรก
- หลังหย่า ผมก็มีชีวิตที่สมบูรณ์แบบ
- ตอนที่ 506 ต่อไปพี่จะไม่นวดให้แล้วนะ...
ตอนที่ 506 ต่อไปพี่จะไม่นวดให้แล้วนะ...
ตอนที่ 506 ต่อไปพี่จะไม่นวดให้แล้วนะ...
ถึงแม้จะดีใจ แต่ หลินเจียง ก็ยังคงใจเย็นอยู่เสมอ อยู่กับระบบมาตั้งนาน เขารู้ดีถึงนิสัยของมัน โอกาสที่จะสุ่มได้กล่องสมบัติใบที่สาม แทบจะน้อยจนเรียกได้ว่าเป็นศูนย์ ดังนั้นก็ไม่จำเป็นต้องคาดหวังมากนัก
“สุ่ม!”
[เลือกสมบัติสำเร็จ: คฤหาสน์หยุนติ่ง หมายเลขหนึ่ง หนึ่งหลัง (กรรมสิทธิ์ถาวร)]
[เงินทุนซื้อบ้าน 440 ล้านหยวน ถูกโอนเข้าบัญชีแล้ว โปรดตรวจสอบ]
เมื่อเห็นรางวัลแล้ว หลินเจียง ก็ยังพอใจอยู่ไม่น้อย อย่างน้อยคฤหาสน์กับบ้านแบบห้องชุดหรูๆ ใหญ่ๆ แบบเพนต์เฮาส์ ความรู้สึกเวลาพักอาศัยมันก็ต่างกันมาก
แต่ตอนนี้ไม่มีเวลาแล้ว ต้องรอไปงานคอสเพลย์ หรือคอมมิคคอนกับ เจียง เสี่ยวฉี ให้เสร็จก่อน ค่อยไปดูบ้านทีหลังก็ยังไม่สาย และเรื่องแบบนี้ ถ้าไปกับ จ้าว ฟางเฟย จะดีกว่าอยู่แล้ว เพราะเธอเคยทำงานสายอสังหามาก่อน มีความรู้เรื่องนี้ค่อนข้างมืออาชีพ
เขาปิดหน้าต่างคุณสมบัติลง รออยู่พักหนึ่ง ก็เห็น เจียง เสี่ยวฉี เดินออกมาจากด้านใน เธอสวมชุดยูนิฟอร์มของโรงเรียน ซึ่งมีสไตล์คล้ายกับแบบที่ เสิ่น ชิงชิว ใส่
เป็นกระโปรงทรงดินสอสีฟ้า พร้อมสูทสีน้ำเงินด้านบน ข้างในเป็นเสื้อเชิ้ตสีขาว รองเท้าคัทชูพื้นแบนสีดำ และถือกระเป๋าสีดำไว้ในมืออีกใบ
พอเมื่อเห็นรถของ หลินเจียง เจียง เสี่ยวฉี ก็รีบเร่งฝีเท้าเดินเร็วขึ้น
แต่จังหวะที่ หลินเจียง ลดกระจกลง เขาก็เห็นว่ารถปอร์เช่ พานาเมราที่จอดอยู่ข้างๆ เปิดประตูออกมา และมีคนลงมาสามคนจากรถ
ทั้งหมดเป็นวัยรุ่นชายสองหญิงหนึ่ง อายุราวๆ ยี่สิบปลายๆ ยังไม่ถึงสามสิบปี ผู้ชายผมสั้นที่เป็นคนขับ แต่งตัวปกติธรรมดา แต่หน้าตาดูดี ส่วนรถพานาเมราก็เป็นของเขาที่ขับมา
อีกคู่หนึ่งยืนอยู่ด้วยกัน ดูจากท่าทางแล้วน่าจะเป็นแฟนกัน ผู้ชายก็แต่งตัวแนวสบายๆ คล้ายกับคนขับ หล่อใช้ได้ทั้งคู่ แต่ผู้หญิงคนนั้น กลับแต่งตัวค่อนข้างโดดเด่น
เธอสวมกระโปรงจีบสั้นสไตล์ JK ข้างบนเป็นเสื้อเชิ้ตหญิงติดเนกไทเล็กๆ ถุงเท้ายาวเหนือเข่า และรองเท้าหนังหัวกลมสีดำคู่หนึ่ง
การแต่งตัวสไตล์แบบนี้ หลินเจียง เคยเห็นบน เจียง เสี่ยวฉี เหมือนกัน แต่ก็เป็นแค่รูปส่วนตัวที่เธอเคยส่งมาให้ ไม่ใช่สิ่งที่จะใส่มาเดินข้างนอก
เมื่อมองดูแล้ว มีความเป็นไปได้สูงว่า ผู้หญิงคนนี้คงเป็น ‘ครูคอสเพลย์’ ที่เขาเคยได้ยินมานั่นแหละ
“เสี่ยวฉี!”
หญิงสาวโบกมือเรียก เจียง เสี่ยวฉี ทันทีที่ลงจากรถ เมื่อได้ยินเสียงคนเรียกชื่อตัวเอง เจียง เสี่ยวฉี ก็รีบหันมองตามทิศทางของเสียง พอเห็นก็รีบเดินเข้าไปหาเร็วขึ้นอีก
“พี่ห่าว เห็นมั้ยล่ะ นี่แหละ เสี่ยวฉี สวยใช่ไหมล่ะ”
ผู้ชายที่ขับพานาเมรามอง เจียง เสี่ยวฉี ตาแทบไม่กระพริบ เหมือนลูกตาจะหลุดออกไปแปะติดที่ตัวเธออยู่แล้ว
“สวยจริงๆ สวยกว่าคนรักเก่าฉันเยอะเลย” ชายหนุ่มที่ถูกเรียกว่า พี่ห่าว เอ่ยขึ้น
“อย่าไปพูดถึงแฟนเก่าเลย วันๆ เอาแต่กินกับนอน ไม่ทำงานอะไรเลย ลองดู เสี่ยวฉี สิ ไม่ใช่แค่ครู แต่ยังเป็นหัวหน้าฝ่ายวิชาการอีกด้วย ฐานะและคุณสมบัติยอดเยี่ยมขนาดนี้เลยนะ”
“ห่าวจื่อ ถ้านายกับเธอได้กันจริงๆ อย่าลืมเลี้ยงข้าวพวกเราด้วยล่ะ” ผู้ชายอีกคนพูดขึ้นมา
“ถ้าได้จริงๆ พวกนายก็คือแม่สื่อแม่ชักแล้วล่ะ ไม่ต้องพูดถึงแค่เลี้ยงข้าวหรอก เลี้ยงข้าวสักมื้อน่ะเรื่องเล็ก เดี๋ยวพาไปเที่ยวเลย สถานที่พวกนายก็เลือกได้ตามใจชอบ”
“อันนี้พูดเองนะ จำไว้ด้วยล่ะ”
“เรื่องเล็กน่า!”
เมื่อได้ยินบทสนทนาของพวกเขา หลินเจียง ถึงกับหลุดหัวเราะออกมา คิดกันไปไกลจริงๆ เลยนะ…
ขณะที่คนกลุ่มนั้นกำลังพูดคุยกัน เจียง เสี่ยวฉี ก็เดินออกมาจากโรงเรียนแล้ว เธอมองรถของ หลินเจียง แวบหนึ่ง แต่ยังไม่ได้เดินตรงเข้ามาทันที
“หานหาน ไม่ใช่บอกแล้วเหรอว่าไม่ต้องมารับ ทำไมถึงมาอีกล่ะ”
“พวกเราไปก่อนก็ต้องรอเธออยู่ดี แถมไม่ได้รีบร้อนอะไรด้วย เลยมารับเธอก่อนแล้วค่อยไปด้วยกันไง เวลาก็พอดีเลย”
พูดเสร็จ ผู้หญิงที่ชื่อ หานหาน ก็ขยับตัวไปด้านข้างก้าวหนึ่ง กล่าวแนะนำว่า: “นี่แฟนฉัน จ้าวเผิง พวกเธอเคยเจอกันแล้ว อีกคนชื่อ หลิว เหวินห่าว เป็นเพื่อนสนิทของเขา วันนี้พวกเรามากับรถของเขานี่แหละ”
“สวัสดีค่ะ”
เจียงเสี่ยวฉี พยักหน้ายิ้มสุภาพเป็นการทักทายไปก่อนจะพูดว่า:
“เพื่อนฉันก็มารับแล้วเหมือนกันค่ะ วันนี้พวกเราจะไปด้วยกัน งั้นฉันคงไม่ได้ไปนั่งรถพวกคุณล่ะนะ”
“หา? เธอนัดคนอื่นไว้อีกเหรอ?” ผู้หญิงที่ชื่อ หานหาน อุทานขึ้นมาอย่างแปลกใจ
“ฉันถึงบอกไงว่าไม่ต้องลำบากมารับ แต่ไม่คิดว่าพวกเธอจะยังมาอยู่ดี”
เจียง เสี่ยวฉี ก้มมองนาฬิกาแล้วพูดเสริมว่า: “เวลาเกือบได้แล้ว เราไปกันก่อนเถอะ”
พูดจบ เจียง เสี่ยวฉี ไม่ได้คุยกับพวกนั้นต่อ ก็ถือของแล้วเดินตรงไปยังรถของ หลินเจียง
สามคนนั้นหันไปในทิศทางที่ เจียง เสี่ยวฉี เดินไปทันที ก่อนจะเห็นเธอขึ้นไปนั่งบนรถมายบัคที่จอดอยู่ด้านหลังอย่างชัดเจน
ตอนแรกๆ ทั้งสามยังทำหน้าตึงอยู่บ้าง แต่พอเห็นว่าเป็นรถมายบัค จ้าวเผิง กับหลิว เหวินห่าว ถึงกับหน้าบูดเบี้ยวไปหมด
รถที่คนเขาขับน่ะ …มายบัค น่ะ!
อย่างต่ำๆ ก็ต้องเป็นหลักล้าน ส่วนรถปอร์เช่ พานาเมราของพวกเขานั้น พอเอามาเทียบก็แทบจะหายไปเลย!
พอเปรียบเทียบแบบนี้แล้ว ความเหนือกว่าที่คิดว่ามีเมื่อครู่ก็หายไปสิ้น...
แต่สายตาของ หวัง อีหาน กลับไม่อยู่ที่รถเลยแม้แต่น้อย กลับจับจ้องไปที่ หลินเจียง อยู่ตลอดเวลา
หน้าตาแบบนี้... ไม่หล่อเกินไปหน่อยเหรอ?
ขนาดนี้ถ้าไปเข้าวงการยังไหวเลยมั้ง...
ระหว่างนั้น เจียง เสี่ยวฉี ก็ขึ้นรถเรียบร้อยแล้ว
“พี่เจียงคะ คนพวกนั้นน่ะ เป็นเพื่อนของฉันเองค่ะ แต่ฉันก็บอกไปแล้วว่าไม่ต้องมารับ แต่สุดท้ายก็ยังมาอยู่ดี…”
“งั้นแสดงว่า เดิมทีเธอตั้งใจจะไปงานคอสเพลย์กับพวกเขาใช่ไหม?”
เจียง เสี่ยวฉี พยักหน้า “ใช่ค่ะ เพราะงานนี้เปิดให้จองตั้งแต่เนิ่นๆ ตอนนั้นโครงการสวนสนุกยังไม่เริ่มด้วยซ้ำ ฉันก็เลยไม่ได้ชวนพี่ไป แต่พอโครงการเริ่มขึ้นแล้ว ฉันเลยอยากไปกับพี่แทนคะ”
“ไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวก็เดินกันคนละกลุ่มอยู่แล้ว ไม่ได้เสียเวลาอะไร”
“ฉันก็คิดแบบนั้นเหมือนกันค่ะ”
ทั้งสองไม่ได้พูดถึงเรื่องสามคนนั้นต่อ หลินเจียง ก็สตาร์ทรถ แล้วขับรถออกไปทันที
สายตาของ หลินเจียง พลันเหลือบไปเห็นกระเป๋าของ เจียง เสี่ยวฉี
“ในนั้นมีอะไรเหรอ?”
“ลองทายดูสิคะ”
“อย่าบอกนะ... ว่าชุดคอสเพลย์?”
“เก่งจริงๆ เลย~”
เจียง เสี่ยวฉี ยิ้มจนตาหยี ขณะเดียวกันก็หันไปเปิดกระเป๋าออกให้เขาได้เห็น หลินเจียง แอบชำเลืองไปมอง เห็นว่าเป็นชุดยูนิฟอร์มสีน้ำเงิน
“นี่คุณจะคอสเป็นตัวละครไหนล่ะ?”
“เคยดู B-Robo Kabutack(1) มั้ยคะ?”
“อ๋อ... การ์ตูนหุ่นเหล็กนั่นน่ะเหรอ?”
“ใช่ๆๆ คะ เรื่องนั้นแหละค่ะ ฉันจะคอสเป็น มิกิ นากาโนะ ในเรื่องนั้น”
“ทำไมเลือกเธอล่ะ? การ์ตูนเรื่องนี้ฐานแฟนคลับก็ผู้ชายซะส่วนใหญ่ไม่ใช่เหรอ?”
“จริงๆ ตอนแรกฉันอยากคอสเป็นพี่สาวปืนใหญ่ (มิซากะ มิโคโตะ) กับเนซึโกะนะคะ แต่เพื่อนในกลุ่มฉันคอสเป็น มิซากะ ไปแล้ว อีกอย่างฉันไว้ผมยาว มันก็ไม่ค่อยเข้ากัน ส่วนถ้าคอสเป็น เนซึโกะ แล้วไปกับพี่ก็ดูจะตีกันไปหน่อย สุดท้ายเลยเลือกเป็น มิกิ ดีกว่า อย่างน้อยๆ …ก็ชุดยูนิฟอร์มดูปกติหน่อยด้วยนะค่ะ~”
“ฟังดูเหมือนเราจะรู้รสนิยมของพี่ดีเลยนะ”
“แน่นอนสิคะ พี่เจียง~ ใส่แล้วต้องน่ารักแน่ๆ”
“อันนี้พี่ไม่สงสัยอยู่แล้ว”
“แต่ก็มีข้อเสียอยู่หน่อยคะ... หน้าอกฉันใหญ่เกินไป เวลาใส่คอสอาจจะหลุดธีมหน่อยๆ”
“ถ้าเธอพูดแบบนี้ งั้นต่อไปพี่จะไม่นวดให้แล้วนะ กันมันจะยิ่งใหญ่กว่าเดิม”
“ไม่เอา! ไม่ได้นะคะ อันนั้นยังไงก็ต้องมีอยู่!”
…………………….
(1)[B-Robo Kabutack (铁甲小宝): เป็นซีรีส์โทคุซัทสึแนวเมทัลฮีโร่ของญี่ปุ่น ออกอากาศในปี 1997-1998 เป็นที่รู้จักในประเทศไทยในชื่อ ‘บี-โรโบ คาบูทัก’ หรือ ‘หุ่นยนต์แมลงแปลงร่างคาบูทัค’]