เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 500 ให้พี่เร็วขึ้น ทำไมถึงไม่ได้ล่ะคะ

ตอนที่ 500 ให้พี่เร็วขึ้น ทำไมถึงไม่ได้ล่ะคะ

ตอนที่ 500 ให้พี่เร็วขึ้น ทำไมถึงไม่ได้ล่ะคะ


จ้าว ฟางเฟย ยิ้มอย่างมีความสุข สำหรับเธอแล้ว การได้คำชมจาก หลินเจียง ถือว่าเป็นเรื่องที่น่าภาคภูมิใจอย่างยิ่ง

“พี่เจียงคะ เมื่อกี้พี่พูดว่าจะซื้อถนนเจี้ยนอัน แบบนี้ทำได้จริงๆ เหรอคะ?”

“ไม่ใช่ปัญหาอะไรหรอก พรุ่งนี้ก็น่าจะรู้ผลแล้ว เธอวางแผนต่อไปได้เลย”

คืนนี้จะเป็นการไลฟ์สดเปิดตัวครั้งแรกของ ม่อ เสี่ยวหยาง หลังจากเตรียมตัวมานาน แถมยังมีบั๊กให้ใช้อีกด้วย หลินเจียง คิดว่าไม่น่ามีปัญหาอะไร

“แต่ว่าถ้าทำจริงๆ การลงทุนทั้งคนและทรัพยากรจะเยอะมหาศาลเลยนะคะ หลายร้อยล้านอาจจะยังไม่พอด้วยซ้ำ”

“ก็ลองทำตามนี้ไปก่อนแล้วกัน พี่เองก็ต้องดูงบประมาณก่อนเหมือนกัน”

“เข้าใจแล้วค่ะ”

หลังจากคุยเรื่องงานกันเสร็จ จ้าว ฟางเฟย ก็จัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อยก่อนจะเดินออกไป เหลือ หลินเจียง นั่งอยู่ในห้องทำงานเพียงคนเดียว

สำหรับเขาแล้ว ‘แฮปปี้วัลเล่ย์’ เป็นอีกหนึ่งโปรเจกต์ที่สามารถกลายเป็นจุดขายสำคัญได้ ถ้าทำสำเร็จ มันจะกลายเป็นไพ่ใบที่สองรองจาก ‘มู่ซิง’ ในมือของเขา

สิ่งที่ต้องทำต่อไปก็คือ คุยกับ ฮิเดตะ ริเอะ ให้ชัดเจนเรื่อง IP ให้เรียบร้อย เพราะเรื่องในด้านนี้จะเกิดข้อผิดพลาดไม่ได้เด็ดขาด

กริ๊งๆๆ—

โทรศัพท์มือถือของ หลินเจียง ดังขึ้น ปรากฏว่าเป็นสายจาก เจียง เสี่ยวฉี

“พี่เจียง กำลังยุ่งอยู่หรือเปล่าคะ?” เสียงของ เจียง เสี่ยวฉี ยังคงสดใสร่าเริงเหมือนเดิม

“ไม่ยุ่ง มีอะไรเหรอ?”

“พรุ่งนี้ที่ศูนย์ประชุมมีงานคอสเพลย์ค่ะ พี่เจียงมีเวลาไหมคะ เราไปด้วยกันสิ ถือว่าเป็นโอกาสให้พี่ได้ทำความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องในด้านนี้มากขึ้นด้วย”

หลินเจียง คิดอยู่ครู่หนึ่ง พรุ่งนี้เขาเหมือนไม่มีธุระจริงๆ งั้นไปดูหน่อยก็ดี

“ได้สิ กี่โมงล่ะ”

“สิบโมงนะคะ พี่มารอฉันที่โรงเรียนก่อนก็ได้ เพราะฉันต้องเข้าประชุมก่อน เสร็จแล้วเราค่อยไปด้วยกันเลย”

“โอเค”

หลังจากวางสายไป หลินเจียง ก็อดตั้งตารอคอยงานคอสเพลย์ในวันพรุ่งนี้ไม่ได้ ตอนเด็กๆ เขาเองก็ดูการ์ตูนโตมาเหมือนกัน เพียงแต่พอโตขึ้นก็กลายเป็นทาสแรงงาน(1) จนไม่มีเวลามาสนใจเรื่องพวกนี้ ตอนนี้มีโอกาสแล้ว ได้ไปสัมผัสบรรยากาศก็ถือว่าเป็นเรื่องดี

ก๊อกๆๆ—

ในจังหวะนั้นเอง ประตูห้องทำงานก็ถูกเคาะ ก่อนที่ เฉิน จิ้งเสียน จะเดินเข้ามาจากข้างนอก

วันนี้เธอสวมเดรสเข้ารูปสีขาวแบบแรปเดรส ด้านบนก็เป็นเสื้อสูททรงแรปเข้าชุดกัน รองเท้าส้นสูงสีดำ เสริมภาพลักษณ์ที่ดูคล้ายๆ กับชุดยูนิฟอร์มของ เสิ่น ชิงชิว

“ท่านประธานหลิน เมื่อกี้คุยกับ ผู้จัดการจ้าว อยู่นานเลยนะคะ คุยเรื่องสำคัญกันเยอะแยะเลยหรือเปล่า…” น้ำเสียงของ เฉิน จิ้งเสียน แฝงความประชดเล็กน้อย

“ถ้าพี่อยากรู้นักล่ะก็… ผมสามารถเล่าให้พี่ฟังอย่างละเอียดให้ได้นะ”

“ฮึ ฉันไม่อยากรู้หรอกค่ะ” พูดเสร็จ เฉิน จิ้งเสียน ก็รีบเปลี่ยนเรื่องทันที “ใกล้เที่ยงแล้ว ไปกินข้าวด้วยกันไหม”

“ก็ดีเหมือนกันครับ แต่ไม่ต้องออกไปข้างนอกหรอก สั่งขึ้นมากินที่นี่แหละ”

“งั้นฉันให้คนไปซื้อข้างล่างมาให้แล้วกัน” เฉิน จิ้งเสียน กดโทรศัพท์มือถือพลางพูด: “เอาปลาต้มเสฉวนดีไหม ร้านอาหารเสฉวนที่เพิ่งเปิดใหม่ข้างล่าง เพื่อนร่วมงานบอกว่ารสชาติใช้ได้เลยนะ”

“ก็ตามพี่แล้วกัน พี่จัดการได้เลย”

หลังจากนั้น เฉิน จิ้งเสียน ก็ให้คนไปซื้ออาหารขึ้นมา ทั้งคู่จึงนั่งทานข้าวกลางวันด้วยกันในห้องทำงาน

“การขยายของโรงงานมู่ซิง สถานที่ก็เลือกได้เกือบเรียบร้อยแล้ว รอให้เริ่มสายผลิตจริงๆ ก็น่าจะช่วยบรรเทาสถานการณ์ที่ไม่พอขายได้ แต่ความคิดของฉันคือ ร้านที่เราบริหารเองน่าจะขยายไปสู่เมืองอื่นได้แล้ว แต่ควรทำการตลาดแบบกั๊กสินค้านิดหน่อย เพื่อยกระดับภาพลักษณ์ของแบรนด์ขึ้นมา”

“แต่ถ้าขยายทั่วประเทศ ต่อให้เราไม่กั๊กสินค้า กำลังการผลิตก็คงยังไม่เพียงพออยู่ดีใช่ไหมล่ะครับ” หลินเจียง กล่าว

เฉิน จิ้งเสียน ยิ้มพลางพยักหน้า “ก็ใช่ แต่ถึงอย่างนั้น การขยายของมู่ซิง ก็น่าจะชะลอได้แล้วล่ะ ตอนนี้เรามีถึงสี่ฐานการผลิตแล้วนะ”

“ก็จริง อีกอย่างเราต้องเว้นพื้นที่ให้คู่แข่งบ้าง ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวจะถูกเรียกไปคุยได้ง่ายๆ”

“ฉันก็คิดเหมือนกัน” เฉิน จิ้งเสียน ยิ้มพูดต่อ: “แต่เรื่องร้านอาหารแบบแฟรนไชส์ เรายังต้องทำให้ดี นอกจากเนื้อวัวของมู่ซิงแล้ว อย่างร้านบะหมี่ ร้านเนื้อย่าง ร้านหม้อไฟ ฉันว่าขยายทั่วประเทศได้”

เฉิน จิ้งเสียน วางตะเกียบลงกับชาม แล้วครุ่นคิดต่อ: “แผนเบื้องต้นของฉันคือ เปิดในเมืองหลวงของแต่ละมณฑลก่อน เมืองละหนึ่งสาขาก็พอ จำนวนไม่ต้องเยอะ รักษาภาพลักษณ์แบรนด์ไว้ เธอว่าดีไหม?”

“แต่แฮปปี้วัลเล่ย์ก็มีแผนจะขยายเหมือนกันครับ ค่าใช้จ่ายก็คงไม่น้อย กระแสเงินสดของเราจะไหวหรือเปล่า?”

“แต่ละบริษัทบริหารการเงินแยกกันนะ เรื่องในด้านนี้ฉันคำนวณไว้หมดแล้ว” เฉิน จิ้งเสียน พูดว่า: “ฉันกันเงินไว้ให้แฮปปี้วัลเล่ย์ห้าร้อยล้าน ก็น่าจะพอแล้วล่ะนะ”

หลินเจียง คิดอยู่ครู่หนึ่ง ห้าร้อยล้านก็ถือว่าไม่น้อยแล้ว ถึงไม่พอ ทีหลังก็ยังสามารถได้รับรางวัลเพิ่มเติมได้อีก เรื่องเงินด้านนี้จึงไม่น่าเป็นห่วง แต่อนาคตคงต้องเลี่ยงการลงทุนใหญ่ๆ แบบนี้ และควรที่จะเดินเกมอย่างมั่นคงจะดีกว่า

หลังจากกินข้าวกลางวันกันเสร็จ เวลาก็ล่วงเลยพอดี หลินเจียง จึงยืดเส้นยืดสายเล็กน้อย “บ่ายนี้ผมมีธุระ ยังไงก็ต้องฝากที่เหลือไว้ให้พี่จัดการแล้ว”

“ไปเถอะ”

หลินเจียง จูบที่หน้าผากของ เฉิน จิ้งเสียน ก่อนจะเดินออกไป จากนั้นขับรถมุ่งหน้าไปที่ร้านกาแฟในห้างไป่เหลียน

หลังจากชำระเงินงวดสุดท้ายเสร็จแล้ว การปรับปรุงตกแต่งที่นี่ก็เริ่มต้นขึ้นแล้ว ความคืบหน้าถือว่าไม่นานเกินไป แต่ถ้าเงินถึง ก็น่าจะเร่งให้เร็วขึ้นได้อีก

เพิ่งจะสั่งกาแฟเสร็จ เหลียง ซูเหอ ก็เดินเข้ามา…

วันนี้ เหลียง ซูเหอ สวมกระโปรงรัดรูปสีเทาเข้ม คู่กับเสื้อไหมพรมด้านนอก สีผิวขาวเนียนถูกขับให้เด่นด้วยถุงน่องสีเนื้อ เธอถือกระเป๋าเดินเข้ามา เรียกสายตาของใครหลายคนในร้านได้ทันที

พอเห็น หลินเจียง เหลียง ซูเหอ ก็เดินตรงเข้ามานั่งลงตรงข้ามกับเขา

“ท่านประธานหลิน มาตรวจงานใช่ไหมคะ?”

หลินเจียง ยิ้มพยักหน้า “รู้สึกว่าที่นี่ทำงานเร็วเกินกว่าที่ผมคิดไว้เสียอีก ประมาณอีกนานแค่ไหนถึงจะเสร็จ”

“ถ้าตามความคืบหน้าแล้ว ก็ยังต้องอีกเดือนครึ่งนะค่ะ” เหลียง ซูเหอ จ้องหน้า หลินเจียง “คุณคงไม่คิดจะเร่งงานใช่ไหมคะ”

“ผมมีความคิดอยากบีบเวลาให้สั้นลงหน่อยจริงๆ โดยหวังว่าจะเสร็จได้ …ภายในหนึ่งเดือน” หลินเจียง กล่าว

เหลียง ซูเหอ มอง หลินเจียง อย่างพิจารณาเขา “เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่าคะ ทำไมถึงต้องรีบร้อนขนาดนั้น”

“ไม่มีอะไรหรอก แค่อยากให้เสร็จเร็วๆ จะทำได้ไหม”

“ยากค่ะ คงทำไม่ได้หรอก” เหลียง ซูเหอ ตอบตรงๆ

หลินเจียง จึงขยับใบหน้าเข้าไปใกล้ เหลียง ซูเหอ ตรงๆ แล้วพูดด้วยสีหน้าจริงจังว่า: “ทีตอนคุณบอกผมให้เร็วขึ้นหน่อย ผมก็ทำให้ได้หมด แล้วทำไมพอผมบอกให้คุณรีบงานให้เร็วขึ้น ทำไมถึงทำให้ไม่ได้ล่ะ…”

…………………….

(1)[วัวม้า (牛马) – เป็นคำสแลงที่ใช้อธิบายถึงคนที่ทำงานหนักเหมือนวัวเหมือนม้า ถูกกดขี่ขูดรีดแรงงาน หรือคนที่อยู่ในสถานะที่ต่ำต้อย ในที่นี้หมายถึงการทำงานหนักจนไม่มีเวลาเป็นของตัวเอง]

จบบทที่ ตอนที่ 500 ให้พี่เร็วขึ้น ทำไมถึงไม่ได้ล่ะคะ

คัดลอกลิงก์แล้ว