เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 470 วิธีการเล่นใหม่ๆ ของ เหอ ซือเหยา

ตอนที่ 470 วิธีการเล่นใหม่ๆ ของ เหอ ซือเหยา

ตอนที่ 470 วิธีการเล่นใหม่ๆ ของ เหอ ซือเหยา


“มาทำงานกลับใส่ชุดร้อนแรงขนาดนี้เลยเหรอ?”

“ที่ไหนกันคะ จริงๆ แล้วฉันรู้ว่าคุณจะมา …ก็เลยเปลี่ยนใส่ให้คุณดูต่างหากเล่า” เหอ ซือเหยา พูดเสียงอายๆ “ดูสิค่ะ ถ้าฉันดึงกระโปรงลงมาให้เรียบร้อย ตราบใดที่ไม่ขยับแรงๆ ก็ไม่มีใครเห็นอะไรหรอก”

“เตรียมตัวมาพร้อมเชียวนะ” หลินเจียง ยิ้มแล้วถามต่อ: “แล้วพี่เสียนของเธอล่ะ กลับจากทำงานที่ต่างเมืองหรือยัง?”

“พี่เสียน ยังไม่กลับค่ะ เห็นว่าต้องดีลอีกหลายที่อาจจะกลับมาช้า วันนี้ก็เลยเหลือแต่ฉันคนเดียว” เหอ ซือเหยา พูดพลางหน้าแดงระเรื่อ

“แค่เธอก็เพียงพอแล้ว มานี่สิ” หลินเจียง นั่งพิงเก้าอี้เรียกเธอให้เข้ามาหา

เหอ ซือเหยา คุกเข่าลงตรงหน้า หลินเจียง จ้องเขาด้วยสายตาออดอ้อน “วันนี้ฉันอยากลองตรงริมหน้าต่างอีกครั้ง… ได้ไหมคะเจ้านาย?”

“นอกจากริมหน้าต่างแล้ว ยังคิดวิธีเล่นอะไรอีกไหม?”

“ก็ยังมีอยู่นะคะ…” เหอ ซือเหยา พูดติดขัดอ้ำๆ อึ้งๆ เหมือนมีอะไรในใจที่ไม่กล้าเอ่ยออกมา หลินเจียง ก็เดาได้ทันทีว่าเธอคงมีแผนซ่อนเร้นอยู่แน่ๆ

“ก็…ก็เหมือนครั้งที่แล้วแล้วกันค่ะ”

“ครั้งที่แล้วก็ตรงริมขอบหน้าต่างนี่นา” หลินเจียง เลิกคิ้วอย่างไม่เข้าใจ

“แหม… ก็ครั้งนั้นมันมีเหตุขัดจังหวะเล็กน้อยเกิดขึ้นไงคะ~”

“เหตุขัดจังหวะอะไรล่ะ”

“ก็ระหว่างที่ทำกันอยู่ พี่เสียน ไม่ใช่ว่าส่งวิดีโอคอลมาเหรอคะ”

หลังจากฟังที่ เหอ ซือเหยา พูดแล้ว หลินเจียง ก็เข้าใจขึ้นมาทันที

“อย่าบอกนะว่า เธออยากจะวิดีโอคอลกับพี่เสียนอีกนะ?”

แก้มของ เหอ ซือเหยา แดงจัดยิ่งกว่าเดิมอีก “ถ้า พี่เสียน ไม่ยุ่ง ไม่ติดงานอะไร… ฉันก็อยากลองดูหน่อยนะคะ…”

“โอ้โห เพิ่งรู้วันนี้เองว่าเธอมีรสนิยมด้านนี้ด้วย”

“แหม…” เหอ ซือเหยา พูดอย่างกระเง้ากระงอด: “ฉันก็ไม่ได้คิดมาก่อนเหมือนกัน แต่วันนั้นพอลองดูแล้วมัน…ค่อนข้างตื่นเต้นดีเหมือนกันคะ~”

“ยังไงตอนนี้เธอก็เตรียมจะเริ่มแล้ว ก็วิดีโอคอลไปหา พี่เสียน ของเธอสิ ดูสิว่าตอนนี้… เธอกำลังทำอะไรอยู่”

“อืม~”

ว่าแล้ว เหอ ซือเหยา ก็หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดวิดีโอคอลหา เฉิน จิ้งเสียน

วิดีโอเชื่อมต่อได้สำเร็จ พอเห็นอีกฝ่ายอยู่ในห้องพักของโรงแรม เหอ ซือเหยา ใบหน้าพลันเปื้อนยิ้มทันที

“พี่เสียนคะ พี่อยู่ที่ไหนเหรอคะ?”

“เพิ่งจะกลับถึงโรงแรมจ้ะ” ในวิดีโอ เฉิน จิ้งเสียน นั่งลงบนเตียง เธอก็ถามว่า “เธอทำอะไรอยู่ ไม่ใช่ว่ามีธุระเหรอ?”

เฉิน จิ้งเสียน ก็ไม่ได้คิดอะไรมากนัก เธอถอดสูทออก เหลือเพียงเสื้อเชิ้ตสีขาวรัดรูปที่ได้โอบอุ้มเรือนร่างอันอวบอิ่มอย่างเต็มเปี่ยม

“จริงๆ ก็ไม่มีอะไรหรอกค่ะ แค่อยากให้พี่เดาดูสิว่าหนูอยู่ที่ไหนตอนนี้?”

เหอ ซือเหยา เริ่มแพนกล้องไปรอบๆ ห้องทำงาน ก่อนหันมาให้ หลินเจียง โผล่เข้ามาในฉากด้วย

เมื่อเห็นสภาพทั้งคู่แล้ว เฉิน จิ้งเสียน พลันกลอกตา “พวกเธอนี่มัน…ยิ่งนับวันยิ่งกล้ามากจริงๆ เชียวนะ ถึงขั้นกล้าวิดีโอมาหาฉันแบบนี้เลย”

“หลักๆ ก็เพราะหนูไม่กล้าแอบกินคนเดียวนี่นา ต้องแบ่งปันให้ พี่เสียน ของหนูด้วยสิ”

เฉิน จิ้งเสียน แม้จะพูดเชิงตำหนิ แต่กลับไม่ได้กดตัดสายเสียที ซ้ำยังเริ่มมีสีหน้าหวั่นไหวขึ้นมา เหอ ซือเหยา พูดต่อ “พี่เสียน ถ้าอย่างนั้น…ลองเข้าร่วมด้วยสิ จะได้รู้สึกมีส่วนร่วมด้วยกันไงคะ”

“ฉันไม่ได้อยู่จงไห่สักหน่อย จะมีส่วนร่วมได้ยังไง”

“ง่ายจะตายไป พวกเราส่งภาพบรรยากาศให้แล้ว พี่ก็…ทำตามไปสิ แบบนี้ไม่เรียกว่ามีส่วนร่วมเหรอคะ~”

“เธอนี่นะ คิดได้แม้แต่เรื่องแบบนี้” น้ำเสียงของ เฉิน จิ้งเสียน เริ่มอ่อนลง ไม่แข็งกร้าวเหมือนเคยเท่าไหร่แล้ว

“ก็ไม่เห็นจะเป็นไรเลย เป็นเรื่องปกตินี่คะ หนูว่าพี่เองก็อยากอยู่เหมือนกันใช่ไหมล่ะ?”

“งั้น…ตอนนี้เลยดีไหมคะ?”

เหอ ซือเหยา พยักหน้าแล้วเริ่มอธิบายทีละขั้นให้ เฉิน จิ้งเสียน ฟัง

ทีแรก เฉิน จิ้งเสียน ยังปฏิเสธ แต่บางครั้ง เรื่องแบบนี้มันไม่ใช่สิ่งที่สามารถควบคุมตัวเองได้เสมอไป พอเห็นสองคนนั้นในวิดีโอทำกันอยู่ เธอก็เริ่มควบคุมตัวเองไม่ไหว

“พี่เสียนคะ ลองทำตามที่หนูบอกสิ พี่ไหวแน่นอนค่ะเชื่อหนูสิ”

“จริงเหรอ?”

“แน่นอน หนูจะหลอกพี่ได้ยังไง ถ้าไม่เชื่อ งั้นหนูเพิ่มความจัดจ้านให้พี่ดูเลยก็ได้คะ”

พูดจบ เหอ ซือเหยา ก็พา หลินเจียง ไปที่ริมขอบหน้าต่าง

ภาพที่ปรากฏตรงหน้าทำให้ เฉิน จิ้งเสียน ก็แทบจะอดกลั้นไม่ไหวอีกต่อไป เธอรีบลุกขึ้นถอดเสื้อนอกออก ตามด้วยกระโปรงดินสอที่สวมอยู่ด้วย

เผยให้เห็นชุดชั้นในลูกไม้สีแดงสด รัดรึงทุกสัดส่วนให้แน่นกระชับ สัดส่วนต่างๆ ดูเด่นชัดยิ่งกว่าเคย หลินเจียง มองแล้วก็แทบละสายตาไม่ได้

เมื่อถอดชุดเหลือเพียงชั้นใน เฉิน จิ้งเสียน ยังคงเก้อเขิน นั่งกลับลงบนเตียง ใช้แขนกอดตัวเองปิดบังเรือนกายตัวเองไว้ ตรงกันข้าม เหอ ซือเหยา กลับตื่นเต้นสุดๆ

“พี่เสียน เลิกอายเถอะคะ เปิดให้พี่เจียงดูให้ชัดๆ ไปเลย”

“เฮ้อ…พวกเธอสองคน ฉันแพ้ทางจริงๆ”

สุดท้าย เฉิน จิ้งเสียน ก็ถอดสองชิ้นสุดท้ายออกเผยเรือนร่างเต็มตา สามคนต่างก็เปิดใจแบบไม่เหลือกำแพงใดๆ อีกต่อไป

หลินเจียง มองภาพ เฉิน จิ้งเสียน ตรงหน้า ก็รู้สึกถึงความเร้าใจไปอีกแบบหนึ่ง แต่คนที่มีปฏิกิริยามากที่สุด กลับเป็น เหอ ซือเหยา

ภาพในวิดีโอที่อีกฝ่ายทั้งงดงาม ทั้งแฝงความเขินอาย ทำให้ เฉิน จิ้งเสียน ในตอนนี้ดูมีเสน่ห์เย้ายวนมากยิ่งขึ้นไม่น้อยเลยทีเดียว

ตอนนั้นเอง เหอ ซือเหยา ก็ยื่นโทรศัพท์มือถือมาให้ หลินเจียง

“พี่เจียงคะ ช่วยถ่ายโคลสอัพให้ พี่เสียน หน่อยสิค่ะ”

“ได้สิ”

หลินเจียง หยิบโทรศัพท์มือถือของตัวเองขึ้นมาอย่างเข้าใจ เขารู้ดีว่าควรถ่ายมุมไหน เพราะคลิปแนวนี้เขาเคยดูมาไม่น้อย เมื่อเปลี่ยนมุมกล้องแล้ว เขาก็สังเกตว่า สภาพของ เฉิน จิ้งเสียน เริ่มเกินจะควบคุมได้แล้ว…

เฉิน จิ้งเสียน เอนตัวนอนลงบนเตียง มองทั้งสองคนในวิดีโอไปพร้อมกับให้บริการตัวเอง…

หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจ เหอ ซือเหยา ก็ได้กดวางสายวิดีโอคอลไปแล้วทั้ง หลินเจียง กับเหอ ซือเหยา ก็จัดการทำความสะอาดตัวเองเล็กน้อย

เหอ ซือเหยา ได้เข้ามาโอบกอด หลินเจียง “เจ้านายคะ…คุณชอบแบบนี้ไหมคะ~?”

“ชอบมากทีเดียว”

“ครั้งหน้าเปลี่ยนๆ กันบ้างนะคะ ให้คุณอยู่กับ พี่เสียน แล้วฉันเป็นฝ่ายนั่งดู อยากรู้เหมือนกันว่าความรู้สึกมันจะเป็นยังไง~”

“อันนั้นก็คงต้องแล้วแต่ พี่เสียน ของเธอล่ะนะ เธอเป็นคนขี้อายกว่าหน่อย”

“ฉันว่าน่าจะไม่เป็นปัญหาหรอกค่ะ เวลามีอารมณ์ขึ้นมาแล้ว ใครจะไปสนใจอะไรนักล่ะ”

“งั้นไว้มีโอกาสค่อยลองดู” หลินเจียง ใส่เสื้อผ้าเรียบร้อย “ไปทำงานเถอะ ผมมีธุระต่อ ขอตัวก่อนนะ”

“อืมๆ ค่ะ”

…………………………..

หลังจากที่ออกจากบริษัทมาแล้ว หลินเจียง ก็ตรงไปหา ฟางเจี๋ย ตั้งใจไปรับเธอกลับบ้าน

รถจอดรออยู่หน้าบริษัทได้ไม่นาน รออยู่สองสามนาทีก็เห็น ฟางเจี๋ย เดินออกมาจากบริษัทในชุดเดรสสายเดี่ยวคลุมด้วยเสื้อคาร์ดิแกนสีดำ

ทันทีที่ขึ้นรถ ฟางเจี๋ย ก็ถอดเสื้อคาร์ดิแกนออก ดวงไฟคู่ใหญ่ก็ยิ่งโดดเด่นขึ้นมาทันทีเป็นพิเศษ

ตอนคาดเข็มขัดนิรภัย ฟางเจี๋ย เองก็รับรู้ถึงสายตาของ หลินเจียง จึงขยับตัวเล็กน้อย เผยให้เขาเห็นมันได้ชัดๆ โดยไม่ปิดบัง “สวยไหมคะ?”

“ดูแล้วเหมือนกลมกว่าปกติอีกนะ”

“เพราะฉันเปลี่ยนบราใหม่น่ะสิ พอใส่แล้วทรงมันเลยต่างออกไป ฉันเองก็ว่าสวยขึ้นเหมือนกันนะคะ” สายตาของ ฟางเจี๋ย ที่มอง หลินเจียง เต็มไปด้วยเสน่ห์เย้ายวน “เดี๋ยวถึงบ้านแล้ว จะให้คุณดูว่าเป็นแบบไหน”

“ถ้าอยากดูตอนนี้ล่ะ”

“บ้าเหรอ คนเยอะออก” ฟางเจี๋ย พูดอย่างเขินๆ แต่ในใจก็แอบรู้สึกตื่นเต้นอยู่ไม่น้อย

“ง่ายจะตายไปครับ ข้างหน้าเห็นมีซอยเล็กๆ คนไม่ค่อยเดิน ตรงไปอีกหน่อยก็อ้อมไปถึงบ้านคุณได้พอดี”

คำพูดของ หลินเจียง ทำให้ ฟางเจี๋ย หัวใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้ “เจ้าคนบ้านี่!” เธอค้อนเขาเบาๆ

ขับไปข้างหน้าประมาณสองถึงสามร้อยเมตร รถมายบัคก็ได้เลี้ยวเข้าไปในซอยเงียบๆ ฟางเจี๋ย มองไปข้างหน้า เห็นว่าไม่มีคนผ่าน เธอเองก็ใจเต้นแรงจนแทบไม่อยู่กับเนื้อกับตัว

ยังไม่ทันให้ หลินเจียง ได้พูดอะไร เธอก็ปลดสายเดี่ยวลงทั้งสองข้าง เผยให้เห็นบราสีน้ำเงินลายปักสุดหรูออกมา “คุณดูสิคะ สวยไหม?”

ดีไซน์ของมันละเอียดอ่อน มีลวดลายปักอย่างประณีต แค่มองก็รู้ว่าราคาไม่ธรรมดา

“สวยจริงๆ”

“พูดแค่สวยคำเดียวก็จบแล้วเหรอคะ?” ฟางเจี๋ย ทำเสียงหยอก: “บอกเลยนะ ถ้าไม่กล้าลองจับสักหน่อยตอนนี้ ก็ต้องรอถึงบ้านแล้วนะค่ะ~”

“โห ถึงขั้นตั้งกติกาเลยเหรอ?”

เมื่อมีโอกาสแบบนี้ หลินเจียง ก็ไม่รอช้า เขาเอื้อมมือไปสัมผัส ไม่เพียงแค่ลูบ แต่ยังบีบขยำเบาๆ ทีหนึ่งอีกด้วย

อ๊ะ—” ฟางเจี๋ย เผลอร้องออกมา รีบขยับถอย พลางปัดมือเขาเบาๆแล้วยกสายเดี่ยวทั้งสองข้างขึ้น “เล่นแรงไปแล้วนะ เจ็บเลยเนี่ย”

“ก็แบบนี้แหละ ถึงจะมันส์ อีกอย่าง… ปกติคุณก็ชอบให้ทำแรงๆ ไม่ใช่เหรอ?”

“ตอนนั้นกับตอนนี้ มันจะเหมือนกันได้ยังไงเล่า” ฟางเจี๋ย จัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อย มอง หลินเจียง แล้วถาม “จริงสิคะ วันนี้จงใจชวนพวกเราทานข้าวด้วยกัน มีเรื่องอะไรหรือเปล่า?”

“ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรหรอก แค่จะคุยกันเฉยๆ” หลินเจียง กล่าวว่า: “ตอนนี้เราไม่ต้องโฟกัสไปที่รายการวาไรตี้แล้วล่ะ ภาพยนตร์เรื่อง ‘Hello Mr. Billionaire’ ก็ถ่ายทำเสร็จเรียบร้อย ตอนนี้ถึงเวลาติดต่อผู้ซื้อได้แล้วนะ”

“ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ เรื่องนี้ฉันรู้ดีแก่ใจ” ฟางเจี๋ย กล่าวว่า: “อีกอย่างฉันก็ได้นัดคนมาคุยเรื่องนี้ในวันพรุ่งนี้ด้วยค่ะ”

“แล้วท่าทีฝั่งนั้นเป็นยังไงบ้างครับ” หลินเจียง ถามไปส่งๆ

“สนใจมากค่ะ และบอกชัดเลยว่า แค่ทำได้ระดับเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ของ ‘Charlotte Annoyance’ พวกเขาก็พร้อมร่วมงานด้วยกันกับเรา”

“ถ้าคิดจากรายได้ ‘Charlotte Annoyance’ ที่ทำได้ 1.4 พันล้านหยวน ถ้าถือแค่เจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ ก็ยังเกือบหนึ่งพันล้าน เท่ากับราคาที่เราตั้งขายไว้เลย”

“แต่มันไม่ใช่แค่ตัวเลขแบบนั้นหรอกนะคะ” ฟางเจี๋ย ส่ายหน้า: “เพราะตอนนี้เรามีชื่อเสียงจากเรื่องแรกค้ำประกันอยู่ ต่อให้คุณภาพด้อยลงเล็กน้อย รายได้ก็ไม่ตกง่ายๆ แถมอาจจะพุ่งเกินด้วยซ้ำ นี่แหละคือพลังของแฟนๆ”

ฟางเจี๋ย หยุดนิดหนึ่งแล้วพูดต่อว่า: “ถ้าทุกอย่างเป็นไปตามแผน เรายังมีโอกาสทันช่วงวันหยุดแรงงานพอดี ปีนี้ไม่มีภาพยนตร์ใหญ่ๆ เข้าแข่ง ฉันเชื่อว่ารายได้ต้องแรงกว่าแน่นอนค่ะ คนในวงการเองก็รู้ดี เลยรีบมาติดต่อฉันกันใหญ่ อยากได้โอกาสร่วมงานครั้งนี้”

“ถ้ามองแบบนี้แล้ว หมากตานี้ก็ถือว่าก้าวได้สวยทีเดียวนะ”

“จริงๆ สิ่งที่ดีที่สุด …คือการปั้น เหอ เหวินอี๋ ให้ขึ้นไปนั่นแหละค่ะ” ฟางเจี๋ย พูดต่อ: “เพลง ‘ฟองสบู่’ ที่คุณแต่ง ดันเธอจนเกือบจะขึ้นแถวหน้าของวงการแล้ว รอปล่อย ‘รักที่ไม่มีวันแตกสลาย’ ในอีกสักพัก บวกกับการตลาดของเรา ก็แทบจะดันเข้าชั้นหนึ่งได้เลย ถึงจุดนั้น ไม่ว่าไปที่ไหน ใครๆ ก็ต้องการเธอทั้งนั้น”

“ก็จริง แต่รายได้ของ เหอ เหวินอี๋ ก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับพวกนั้นสักหน่อยนี่” หลินเจียง เตือน

“เรื่องนี้ทุกคนเข้าใจกันดีอยู่แล้วค่ะ จุดประสงค์หลักๆ คือดันมูลค่าบริษัทให้สูงขึ้น อีกอย่างยังเป็นการเปิดทางเลือกให้พวกเขา จะขายหุ้นถอนตัว หรือใช้ชื่อเสียงต่อยอดในวงการก็ได้ ดังนั้นตอนนี้เราคือฝ่ายที่ถือไพ่เหนือกว่า”

หลินเจียง เหลือบมองเวลาในโทรศัพท์ “งั้นรีบเดินหน้าซะนะ แป๊บเดียวก็จะถึงวันหยุดแล้ว ต้องปิดดีลนี้ให้เร็วที่สุด”

ฟางเจี๋ย พยักหน้า “ฉันจะเร่งเคลียร์ให้เสร็จภายในสุดสัปดาห์นี้เลยค่ะ”

“ดีมาก”

จบบทที่ ตอนที่ 470 วิธีการเล่นใหม่ๆ ของ เหอ ซือเหยา

คัดลอกลิงก์แล้ว