- หน้าแรก
- หลังหย่า ผมก็มีชีวิตที่สมบูรณ์แบบ
- ตอนที่ 428 เริ่มเล่นลูกไม้กันเร็วไปหน่อยไหม?
ตอนที่ 428 เริ่มเล่นลูกไม้กันเร็วไปหน่อยไหม?
ตอนที่ 428 เริ่มเล่นลูกไม้กันเร็วไปหน่อยไหม?
พูดจบ หลินเจียง ก็ขับรถออกไปอย่างไม่รีบร้อน
“ไอ้เชี่ยเอ๊ย!” หวง หมิงเสียง ต่อยเข้าที่พวงมาลัยเต็มแรง ด่ากราดด้วยความโมโห “กูต้องเอาคืนให้ได้!”
พูดพลาง หวง หมิงเสียง ก็สตาร์ทรถอีกครั้งแล้วเร่งความเร็วไล่ตาม หลินเจียง ไป
“พี่เสียง ช้าลงหน่อยสิ ยังมีนักท่องเที่ยวคนอื่นอยู่นะ!” หลี่หยวน เกาะราวที่จับแน่น พูดด้วยความตื่นกลัว
“ไม่เป็นไร ฉันคุมได้” แต่ความเร็วของ หวง หมิงเสียง กลับไม่ลดลง กลับเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เสียด้วยซ้ำ ถึงแม้ด้านหน้าจะยังมีคนเล่นอยู่ เขาก็สามารถแซงผ่านได้อย่างเฉียดฉิว ระยะห่างกับ หลินเจียง ค่อยๆ ลดลง
ตอนนั้นเอง หลินเจียง ก็ขับด้วยความเร็วไม่น้อยเช่นกัน พร้อมกับสังเกตเห็น หวง หมิงเสียง ที่ไล่ตามมาอยู่ข้างหลัง
“ยังไม่ยอมเลิกอีกนะ” เขายิ้มมุมปาก มือเดียวจับพวงมาลัยคุมรถโกคาร์ท ค่อยๆ เพิ่มความเร็วขึ้นเล็กน้อย
หวง หมิงเสียง เร่งตามเต็มที่ แต่ยังไงก็ไม่สามารถไล่ให้ทัน ระยะห่างระหว่างทั้งสองยังคงคงที่อยู่ไม่กี่เมตร
ฮิเดตะ ริเอะ หันไปมองด้านหลัง แล้วกลับมามองชายที่นั่งข้างๆ อีกครั้ง ที่จริงไม่ใช่ว่า หวง หมิงเสียง ตามไม่ทัน …แต่เป็นเพราะผู้ชายคนนี้คอยควบคุมจังหวะ ไม่ยอมให้เขาตามทันต่างหาก
ทักษะการขับของเขา สูงกว่าที่เธอคาดไว้มาก!
‘ทำไมผู้ชายคนนี้ถึงทำได้ทุกอย่าง?’ นั่นคือความสงสัยที่ผุดขึ้นมาในหัวของ ฮิเดตะ ริเอะ ธุรกิจก็ประสบความสำเร็จไม่น้อย ไหนจะเรื่องบันเทิงพวกนี้อีก …คนๆ เดียว จะเก่งได้หลายอย่างพร้อมกันได้ยังไงกัน?
ในตอนนี้ หลินเจียง ยังคงขับด้วยความเร็วคงที่ด้านหน้า ส่วน หวง หมิงเสียง ก็ตามเหมือนสุนัขบ้าข้างหลัง ไล่ไม่ยอมเลิก
“หมอนี่ก็พยายามดีจริงๆ นะ”
“คุณสลัดเขาไปก็ได้ ไม่ต้องมาเสียเวลากับเขาหรอกค่ะ” ฮิเดตะ ริเอะ เตือน
“ดูท่าทางเขา ฟันแทบจะกัดกันหัก ดูแล้วมันส์จะตาย เหมือนคิดจะเอาชีวิตมาลากผมลงนรกไปด้วยเลย”
“เพราะงั้นฉันถึงบอกไงคะว่าอย่าไปสนใจเขา มันไม่จำเป็นเลยจริงๆ”
“ไม่เป็นไรหรอกครับ …คุณนั่งให้มั่นก็แล้วกัน”
“คุณจะทำอะไรน่ะ?” ฮิเดตะ ริเอะ ถามออกมาโดยสัญชาตญาณ มือก็จับราวที่จับแน่นขึ้น
“จับให้ดีๆ ก็พอแล้วครับ อย่าถามเยอะเลย” ว่าแล้ว หลินเจียง ก็ค่อยๆ กดคันเร่ง ความเร็วก็ยิ่งเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
เมื่อเห็นว่า หลินเจียง เริ่มเร่งความเร็วแล้ว หวง หมิงเสียง ก็ด่าลั่นอยู่ข้างหลัง “คิดว่าเร่งแล้วกูจะตามไม่ทันเหรอ? ฝันไปเถอะ!” ว่าแล้วเขาก็เร่งเครื่องตาม หลินเจียง ไปติดๆ
ข้างหน้า ฮิเดตะ ริเอะ มองเห็นความเร็วของ หลินเจียง เพิ่มขึ้น แต่ยังไม่เข้าใจว่าเขาคิดจะทำอะไร
“จับแน่นๆ นะ!” สิ้นเสียง หลินเจียง ก็หักพวงมาลัยกะทันหัน รถโกคาร์ทพุ่งเบี่ยงไปทางขวา หลบรถคันหนึ่งที่จอดขวางอยู่ข้างหน้าไปอย่างเฉียดฉิว
ขณะนั้น หวง หมิงเสียง ยังคงเกาะติดท้ายไม่ห่าง แต่ทันใดนั้น เขาก็เห็น หลินเจียง หักเลี้ยวหลบเปลี่ยนทิศทางไป แล้วดันเจอว่าข้างหน้ามีโกคาร์ทจอดทิ้งไว้อีกคัน!
“เชี่ยเอ๊ย!” หวง หมิงเสียง พยายามจะหักหลบ แต่ก็ไม่ทันแล้ว รถพุ่งชนเข้าอย่างจัง!
โครม!
เสียงดังสนั่นทำให้คนอื่นๆ ทั้งสนามหันไปมองพร้อมกัน ในชั่วพริบตาเดียว หวง หมิงเสียง กับหลี่หยวน ก็กลายเป็นจุดสนใจของทุกสายตา
ฮิเดตะ ริเอะ เอามือกุมหน้าอกตัวเอง มองชายที่นั่งข้างๆ ตาโตๆ ด้วยความเหลือเชื่อ ที่แท้ …นี่ก็เป็นแผนของเขาตั้งแต่แรก!
“พวกคุณสองคน อย่าขยับนะ!” พนักงานรีบวิ่งเข้ามาตรวจสอบความเสียหาย เพราะถ้ามีอะไรพัง ก็ต้องชดใช้ตามราคา
หลินเจียง ขับรถกลับเข้าที่จอดอย่างสบายๆ เล่นพอแล้วก็ไม่คิดจะเล่นต่ออีกแล้ว
“เล่นกันแรงไปหน่อยนะเนี่ย” ขง เหวินเพ่ย พูดพลางยิ้ม มองไปทาง หวง หมิงเสียง ที่กำลังเดือดพล่าน “เดี๋ยวหมอนั่นคงโมโหแทบระเบิดแน่”
“ฉันไม่ได้บังคับให้เขาเล่นนะ เขาอยากตามมาเองต่างหาก” ฮิเดตะ ริเอะ พูดเสียงเย็น
“ก็จริง แต่ยังไงก็ควรไว้หน้ากันหน่อยแหละ เป็นเพื่อนร่วมชั้นกันทั้งนั้น จะเย็นชาไปหน่อยไหม?”
“เขาเข้ามาหาฉันด้วยเจตนาไม่บริสุทธิ์ ฉันไม่อยากมีอะไรข้องเกี่ยวหรอก”
หลินเจียง เลิกคิ้ว มองเธอแวบหนึ่ง ก่อนจะหันไปมอง หวง หมิงเสียง ที่กำลังคุยเรื่องค่าเสียหายกับพนักงาน เจตนาไม่บริสุทธิ์? หรือว่า …สาวญี่ปุ่นคนนี้ ยังมีความลับบางอย่างซ่อนอยู่?
“เราไปกันเถอะ” ฮิเดตะ ริเอะ เอ่ยขึ้น
“ไม่คิดจะสนใจพวกเขาหน่อยเหรอ?” ขง เหวินเพ่ย ถาม
“ไม่อยากยุ่ง เรื่องมันไม่เกี่ยวกับฉัน”
“งั้นก็แล้วแต่” พูดพลาง ขง เหวินเพ่ย ก็หันไปหา หลินเจียง “หนุ่มหล่อ คืนนี้มีแผนไปไหนต่อหรือเปล่าคะ?”
“อาจจะไปสวนน้ำในร่มที่อยู่ในโครงการนี้สักหน่อยนะครับ” จริงๆ หลินเจียง ก็ไม่แน่ใจนัก แค่คุยเล่นๆ ไว้เฉยๆ
“ถ้างั้นก็บังเอิญจัง พวกเราก็ว่าจะไปเหมือนกัน เผื่อได้เจอกันอีกนะ”
“หวังว่าจะได้เจอเช่นกันครับ”
ขง เหวินเพ่ย โบกมือให้เขา “งั้นพวกเราไปก่อนนะค่ะ หนุ่มหล่อ ไว้เจอกันใหม่”
“ครับ”
หลังจากนั้น ทั้งสองกลุ่มก็แยกย้ายกันไป หลินเจียง เดินเล่นรอบๆ รีสอร์ตต่อเล็กน้อย ก่อนจะกลับเมื่อได้รับโทรศัพท์จาก จ้าว ฟางเฟย
ในตอนนี้ ทั้งคู่ต่างก็หน้าสดไร้เครื่องสำอาง แต่ผิวพรรณกลับดูดีมาก โดยเฉพาะ จ้าว ฟางเฟย หลังจากที่ได้รับการ ‘บำรุง’ จาก หลินเจียง แล้ว ผิวก็ยิ่งดูนุ่มนวลขึ้นไปอีก
“พี่เจียง ตอนเย็นเรากินอะไรกันดีคะ?” จ้าว ฟางเฟย คล้องแขน หลินเจียง พลางเงยหน้าถาม
“แล้วแต่พวกคุณเถอะ พี่กินได้หมด”
“งั้นไปกินอาหารตะวันตกกันเถอะ ลองของที่นี่หน่อยว่ารสชาติเป็นยังไง”
“แล้วความเห็นของพี่สาวเธอล่ะ?”
“วันนี้พี่สาวหนูเป็นเจ้ามือไง งั้นก็ต้องให้พวกเราสองคนเลือก”
“งั้นเอาอาหารตะวันตกก็แล้วกัน”
หลังจากตกลงกันเสร็จ ทั้งสามคนก็ไปที่ร้านอาหารตะวันตก สั่งอาหารมาหลายอย่าง กินอิ่มหนำเป็นมื้อเย็น หลังมื้ออาหาร ทั้งสามก็ออกเดินเล่นในเขตท่องเที่ยวต่อ เล่นสิ่งอำนวยความบันเทิงต่างๆ ครบทุกอย่าง จนพอใจถึงจะหยุด
เมื่ออิ่มหนำแล้ว ตามแผนที่วางไว้ก่อนหน้านี้ พวกเขาก็เตรียมไปยังสวนน้ำในร่มต่อ
กลับมาถึงห้อง ต่างก็หยิบชุดว่ายน้ำของตัวเองออกมา ขณะนั้น จ้าว ฟางเฟย ก็คล้องแขน หลินเจียง ไว้แล้วกระซิบว่า: “พี่เจียงคะ เมื่อกี้หนูลองหยั่งเชิงพี่สาวดูแล้ว รู้ไหมว่าเธอตอบยังไง?”
“อย่าบอกนะว่าเธอตกลงแล้ว?”
“ก็ใกล้เคียงล่ะนะ หนูว่าลึกๆ เธอก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน แค่ไม่กล้าพูดออกมาตรงๆ เท่านั้นเอง”
“เล่าให้ชัดๆ หน่อย”
จ้าว ฟางเฟย เรียบเรียงคำพูด แล้วเล่าสารพัดบทสนทนาที่เพิ่งคุยกับ เจิ้งลี่ ให้ หลินเจียง ฟัง
“ถึงกับพูดละเอียดขนาดนั้นเลย? เรื่องความงามก็เอามาอ้าง?”
“ก็ถ้าจะลองหยั่งเชิง ก็ต้องทำให้สุดไปเลยสิค่ะ” จ้าว ฟางเฟย พูดพลางยิ้ม: “พี่เจียง ช่วยวิเคราะห์หน่อยสิว่า พี่สาวหนูมีใจแบบนั้นหรือเปล่า”
“อืม…” หลินเจียง คิดครู่หนึ่งก่อนตอบ “ยากจะบอกนะ”
“ทำไมถึงว่ายากล่ะคะ?”
“เพราะด้วยความสัมพันธ์ของพวกเธอสองคน การคุยเรื่องแบบนี้ก็ยังถือว่าไม่แปลกนัก เธออาจจะแค่พูดเล่นก็ได้ เพราะฉะนั้นเลยยากจะฟันธง”
จ้าว ฟางเฟย ฟังที่ หลินเจียง พูดแล้วก็ครุ่นคิด ดูเหมือนจะมีเหตุผลอยู่เหมือนกัน
“อ๋อ! งั้นหนูรู้แล้วว่าจะทำยังไง!”
“เล่ามาสิ”
“เดี๋ยวตอนเราไปสวนน้ำ หนูจะจงใจเว้นระยะห่าง ปล่อยให้ พี่เจียง อยู่กับพี่สาวหนูสองต่อสอง” เธอพูดด้วยท่าทางจริงจัง: “ถ้าพี่สาวมีใจจริงๆ เธอต้องหาทางเข้ามาใกล้พี่เจียงแน่ เผลอๆ อาจจะโชว์หุ่นเหมือนตอนขึ้นเขาอีกด้วย”
“ก็จริงนะ วิธีนี้พอใช้ได้เลย”
“งั้นก็รอดูที่สวนน้ำนี้แหละ จะได้รู้ผลชัดๆ”
ขณะที่กำลังคุยกันอยู่ จ้าว ฟางเฟย ก็จัดการเก็บข้าวของเตรียมพร้อม แล้วไปเรียก เจิ้งลี่ ทั้งสามจึงออกไปสวนน้ำในร่มด้วยกัน
ที่นั่นมีพื้นที่กว้างกว่าที่คิด แบ่งเป็นสองโซนคือ โซนสวนน้ำกับโซนสระว่ายน้ำ
แต่โซนสระว่ายน้ำกลับมีขนาดกลางๆ เล็กกว่าสระของโรงแรมเสียอีก คนเลยมีไม่มาก เหมาะสำหรับพวกที่ชอบว่ายน้ำจริงจัง เพราะบรรยากาศเงียบสงบ
ตรงกันข้าม โซนสวนน้ำกลับคึกคักกว่า มีทั้งวัยรุ่นและครอบครัวที่พาเด็กๆ มาเล่น ดูแล้วมีชีวิตชีวา ทั้งสามเปลี่ยนชุดเรียบร้อย หลินเจียง ตั้งใจจะไปโซนสวนน้ำ แต่ถูก จ้าว ฟางเฟย เรียกไว้
“พี่เจียงคะ เราไปว่ายน้ำก่อนเถอะ เดี๋ยวค่อยไปสวนน้ำก็ได้ ยังมีเวลาเยอะอยู่”
หลินเจียง รู้อยู่แล้วว่า จ้าว ฟางเฟย ชอบว่ายน้ำ จึงไม่ได้คิดอะไรมาก ก็เลยพากันไปโซนสระน้ำ ที่นั่นมีคนอยู่แค่สิบกว่าคนเท่านั้น ทั้งสามยืนริมสระทำท่าวอร์มร่างกายเสร็จแล้ว เจิ้งลี่ ก็เดินไปอีกด้าน
“พี่ ทำไมเดินไปนั่นล่ะ?” จ้าว ฟางเฟย ถาม
“ฉันว่ายน้ำไม่เก่งเหมือนพวกเธอนี่ ต้องไปเอาห่วงยางมาก่อน”
“โธ่ ก็ผู้ใหญ่แล้วนะ จะใช้ห่วงยางไม่อายเหรอ? ให้พวกเราสอนก็จบแล้ว”
“ไม่ต้องหรอก ฉันเรียนรู้ช้า เดี๋ยวทำให้พวกเธอเสียเวลา” เจิ้งลี่ พูดแบบถ่อมตัว แต่ในใจกลับคิดไปอีกแบบ
ถ้าเป็น จ้าว ฟางเฟย สอน… เธอคงไม่สนใจเท่าไหร่ แต่ถ้าเป็น หลินเจียง สอน… ความรู้สึกคงต่างออกไปมาก และแอบตื่นเต้นเล็กๆ แต่ยังไงซะ เขาก็ยังเป็นน้องเขยของเธอ เธอจึงต้องระวังไว้บ้าง
“เรื่องแค่นี้เองค่ะ เล่นสนุกๆ ก็พอแล้ว อย่าคิดมากเลย” จ้าว ฟางเฟย หันไปถาม หลินเจียง “พี่เจียงว่าไงคะ?”
หลินเจียง พยักหน้า
“งั้นพี่ก็ไม่เกรงใจล่ะนะ”
“จะเกรงใจทำไมกัน เราไม่ใช่คนนอกซะหน่อย”
เจิ้งลี่ เลยเปลี่ยนใจ ไม่เอาห่วงยางแล้ว กระโดดลงน้ำไปพร้อมกับทั้งคู่ หลินเจียง สังเกตได้ว่า เจิ้งลี่ พอว่ายน้ำเป็น แต่เทคนิคยังไม่ดีนัก พอไม่มีห่วงยางก็ไม่ค่อยถนัด
“เร็วเข้า เร็วเข้า ช่วยจับฉันหน่อยสิ…” ไม่รู้ว่าเธอตั้งใจหรือเผลอไปเอง มือของ เจิ้งลี่ ก็เอื้อมมาคว้าแขน หลินเจียง ไว้ตามธรรมชาติ
“ใจเย็นๆ ครับ…” หลินเจียง ยื่นมือออกไป ประคองเอวของ เจิ้งลี่ ไว้ใต้น้ำ
ทันทีที่ถูกเขาสัมผัส เจิ้งลี่ รู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้าแล่นผ่านร่าง ถึงกับนิ่งค้างไปเลย… แม้แต่จะขยับตัวก็ยังไม่ได้…
“ชะ–ช้าหน่อยนะคะ ให้ฉันปรับตัวก่อน นานแล้วไม่ได้ว่ายน้ำ” เจิ้งลี่ พูดด้วยเสียงระมัดระวัง
“ไม่เป็นไรครับ ค่อยๆ ไป”
เรือนร่างของเธอแนบชิดกับแขนของ หลินเจียง ความรู้สึกสัมผัสประหลาดนั้น ทำให้ใจเธอเตลิด คิดฟุ้งซ่านจนไม่ได้สนใจการว่ายน้ำแล้ว
และหลินเจียง เอง ก็รับรู้ถึงใจที่เริ่มหวั่นไหวของ เจิ้งลี่ เช่นกัน จ้าว ฟางเฟย ยังอยู่ตรงนี้แท้ๆ …จะรีบเริ่มเล่นลูกไม้อะไรกันนักนะ?