- หน้าแรก
- หลังหย่า ผมก็มีชีวิตที่สมบูรณ์แบบ
- ตอนที่ 422 แบบนี้ยังไม่เรียกอ่อยอีกเหรอ?
ตอนที่ 422 แบบนี้ยังไม่เรียกอ่อยอีกเหรอ?
ตอนที่ 422 แบบนี้ยังไม่เรียกอ่อยอีกเหรอ?
หวง หมิงเสียง ยืนแข็งทื่ออยู่กับที่ ได้แต่ฝืนยิ้มกลบเกลื่อน แต่ในใจกลับสบถด่าไม่หยุด! ต่อหน้าผู้หญิงตั้งหลายคน เขาอุตส่าห์ทำท่าเท่ๆ ไปทีหนึ่ง สุดท้ายกลับกลายเป็นว่าขุดหลุมฝังตัวเอง!
โดยไม่รู้ตัว สายตาเขาเหลือบไปทาง ฮิเดตะ ริเอะ แต่พบว่าเธอไม่ได้มองเขาเลย กลับกำลังก้มหน้าเล่นโทรศัพท์มือถือเหมือนคนไม่เกี่ยวข้อง สีหน้าก็ไร้อารมณ์สิ้นดี
“พี่เจียงสุดยอดเลยคะ! เมื่อกี้แค่แทงทีเดียวก็ลงหมดเลย!” จ้าว ฟางเฟย รีบวิ่งเข้ามาข้างกาย หลินเจียง ยิ้มจนตาหยีแล้วยกนิ้วโป้งให้กับเขา
“ก็แค่ฟลุกน่ะ”
ในตอนนี้ เจิ้งลี่ เองก็เดินเข้ามา “เดิมที ฉันกะจะโชว์ฝีมือสักหน่อย โชคดีที่มีคนตัดหน้าไปก่อน ไม่งั้นคงได้อายแย่”
หลินเจียง หัวเราะเบาๆ “คุณเป็นผู้หญิง จะมาแพ้ผมก็ไม่ต้องกังวลหรอกครับ ไม่ถือว่าเสียหน้าอะไรหรอก”
เดิมที หวง หมิงเสียง ก็อึดอัดอยู่แล้ว พอได้ยินคำพูดนี้ของ หลินเจียง ก็เหมือนกับโดนตบหน้าซ้ำอีกครั้ง
หวง หมิงเสียง ที่ยืนอยู่ตรงนั้น ยิ่งอึดอัดกว่าเดิม แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะอย่างไรเขาก็แพ้ให้อีกฝ่ายจริงๆ…
“ปาร์ตี้รอบกองไฟคืนนี้ยังต้องรออีกหน่อย ไปดวลต่ออีกสักเกมไหมคะ?” เจิ้งลี่ เอ่ยชวน
“ได้สิครับ”
แล้วทั้งคู่ก็เล่นกันต่อ ขณะที่อีกด้าน หวง หมิงเสียง กับหลี่หยวน ก็ยังไม่ไปไหน เห็น ฮิเดตะ ริเอะ ไม่ลุกขึ้น พวกเขาทั้งสองเลยจำต้องอยู่ต่อด้วย แต่พวกเขาก็ไม่กล้าเล่นใกล้ๆ หลินเจียง เลยต้องขยับไปอีกโต๊ะหนึ่งที่ไกลกว่าหน่อย
“ผู้ชายคนนั้นนี่สุดยอดจริงๆ เลยนะ ถึงอย่างไร หวง หมิงเสียง ก็ถือว่าเป็นคนดังในมหาลัย แต่พอมาเจอเขา กลับกลายเป็นเหมือนเด็กประถมไปซะงั้น”
“ก็ไม่แปลกหรอก” ฮิเดตะ ริเอะ เอ่ยเสียงเรียบ: “ยังไงก็ต้องมีคนเก่งกว่าเสมอ ต่อให้เป็นเขา ก็ยังมีใครสักคนที่เหนือกว่า เพียงแต่เรายังไม่ได้เจอก็เท่านั้นเอง”
“ก็จริง แต่ฉันว่านะ โอกาสแบบที่เธอพูดมันคงมีอยู่แค่ในทฤษฎีเท่านั้นแหละ” ขง เหวินเพ่ย ก้มหน้าพูดเสียงเบา: “ผู้ชายคนนี้ทั้งหล่อ ทั้งมีเสน่ห์ ที่สำคัญคือ เขาทำได้สารพัด ทั้งคีบตุ๊กตา เล่นบาส บิลเลียด ครบเครื่องจริงๆ”
“เรื่องพวกนั้นมันไม่ใช่สาระสำคัญหรอก” ฮิเดตะ ริเอะ ตอบเรียบๆ: “เสน่ห์ที่แท้จริงของผู้ชาย ควรอยู่ที่ความสำเร็จในหน้าที่การงานมากกว่า”
ขง เหวินเพ่ย หัวเราะคิกๆ ดวงตาฉายแววซุกซน “อ๋อ~ ถึงว่า เธอถึงชอบผู้ชายใส่สูทผูกไทด์สินะ”
“พอแล้วน่า ไม่ต้องพูดแล้ว น่ารำคาญจริง”
“พอโดนฉันพูดแทงใจดำเข้าหน่อย ถึงกับเขินเลยงั้นเหรอหะ?” ขง เหวินเพ่ย หันไปมอง หลินเจียง ต่อ: “ดูสิ ตอนนี้เขาก็มีเสน่ห์อยู่แล้วนะ ถ้าใส่สูทขึ้นมา จะไม่ทำให้เธอหลงหัวปักหัวปำเลยหรือไง?”
“ไม่มีทาง” ฮิเดตะ ริเอะ พูดอย่างหนักแน่น: “ฉันไม่ใช่คนตื้นเขินขนาดนั้นหรอกนะ”
“แต่ฉันว่านะ เธอก็แค่ปากแข็งเท่านั้นแหละ” ขง เหวินเพ่ย แกล้งแซว: “แล้วเมื่อกี้ได้ยินที่เขาคุยกันไหม? พวกเขาจะไปงานปาร์ตี้รอบกองไฟคืนนี้ งั้นเราก็จะได้เจอกันอีกแล้ว”
“ฉันตั้งใจจะไปอยู่แล้ว ไม่ใช่ว่าจะไปเพราะเขาซะหน่อย” ฮิเดตะ ริเอะ เชิดหน้าพูดอย่างหยิ่งๆ
“แต่คราวนี้มันมีหนุ่มหล่อเก่งรอบด้านให้ดูเพิ่มนะ~”
“ก็แล้วไงล่ะ ฉันไปปาร์ตี้รอบกองไฟก็ไม่เกี่ยวกับเขาอยู่ดี”
“ใช่ๆๆ ไม่เกี่ยวกันสักนิด พวกเราไปเพื่อแค่ดูปาร์ตี้รอบกองไฟล้วนๆ”
อีกด้านหนึ่ง หลินเจียง เล่นกับ เจิ้งลี่ ต่ออยู่สักพัก ก็พอมองออกว่าเธอเคยเล่นมาบ้าง แต่ฝีมือก็ยังไม่ถึงขั้นดีนัก แทงพลาดบ่อยทีเดียว
“พี่เจียงคะ เวลาใกล้แล้วล่ะ เราไปปาร์ตี้รอบกองไฟกันเถอะ เห็นหลายคนเริ่มเดินไปกันแล้วนะ” กิจกรรมปาร์ตี้รอบกองไฟแม้จะไม่ใช่กิจกรรมใหญ่โตอะไร แต่ในเมืองก็หาดูยาก พอมีโอกาสแบบนี้ ใครๆ ก็อยากไปลองสัมผัสบรรยากาศ
“ไปกันเถอะ”
พอเห็นคนทยอยกันออกไป หลินเจียง กับเจิ้งลี่ ก็วางไม้คิวลงบนโต๊ะ ไปจ่ายเงินด้วยการสแกนคิวอาร์โค้ด แล้วเดินออกไปพร้อมกัน
“เร็วๆ เข้าสิ พวกเขาออกไปแล้วนะ เราก็ต้องตามไปด้วย” ขง เหวินเพ่ย รีบคว้าแขนเพื่อนสาว แล้วพากันลุกเดินตามออกไปข้างนอก
หวง หมิงเสียง กับหลี่หยวน ที่ยังเล่นไม่เสร็จ เห็นสองสาวเดินออกไปก็ร้องเรียกตาม: “ริเอะ พวกเรายังไม่จบเกมเลยนะ อย่าเพิ่งรีบไปสิ”
“ฉันจะไปดูปาร์ตี้รอบกองไฟแล้ว พวกคุณเล่นกันต่อเถอะค่ะ” พูดสั้นๆ แบบไม่เหลียวหลัง ฮิเดตะ ริเอะ ก็เดินจากไป ขง เหวินเพ่ย เองก็ได้แต่ยิ้มแห้งๆ แล้วตามเพื่อนสาวออกไป
หวง หมิงเสียง กับหลี่หยวน สบตากัน คนก็ไปหมดแล้ว จะเล่นต่อก็ไม่ไหว ได้แต่เก็บไม้คิวแล้วไปจ่ายเงิน
ด้านนอก ขง เหวินเพ่ย สอดแขนคล้อง ฮิเดตะ ริเอะ เร่งฝีเท้าให้ทันกลุ่มของ หลินเจียง แล้วเดินไปพร้อมๆ กับฝูงชน
หลินเจียง ที่เดินอยู่ข้างหน้า สังเกตเห็นผู้หญิงผมดำยาวทั้งสองคนตามมา แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรมาก ก็คิดว่าแค่บังเอิญเดินมาทางเดียวกัน ทุกคนเดินกันแบบไม่รีบร้อน บรรยากาศก็เลยไม่เบียดเสียดนัก ต่างเดินกันอย่างสบายใจ
“พี่เจียงคะ พี่ฟังสิ เพลง ‘เพียงครั้งเดียวก็พอ’ นี่นา!”
หลินเจียง เงี่ยหูฟัง เสียงประกาศในวิทยุของศูนย์บันเทิงกำลังเปิดเพลง ‘เพียงครั้งเดียวก็พอ’ นี้อยู่ ซึ่งเป็นเวอร์ชันที่ร้องโดย ถังหว่าน
“พี่เจียง ตอนนี้ไม่ใช่แค่ภาพยนตร์ที่พี่ลงทุนกำลังดังนะค่ะ แม้แต่เพลงนี้ก็ยังดังตามไปด้วย” จ้าว ฟางเฟย พูดอย่างดีใจ
“ก็แค่โชคช่วยเท่านั้นแหละ” หลินเจียง ยิ้มตอบ
บทสนทนานี้ของทั้งสองคน ถูกสองสาวที่เดินตามมาอยู่ด้านหลังก็ได้ยินเข้าเต็มๆ พวกเธอสบตากันโดยไม่รู้ตัว…
“เพลง ‘เพียงครั้งเดียวก็พอ’ เป็นเพลงประกอบในภาพยนตร์เรื่อง ‘Charlotte Annoyance’ ไม่ใช่เหรอ? แถมยังเป็นภาพยนตร์ที่เขาลงทุนด้วย?” ขง เหวินเพ่ย ถึงกับตกตะลึง แค่บังเอิญออกมาเล่นๆ ดันมาเจอคนใหญ่คนโตเข้าจริงๆ!
ฮิเดตะ ริเอะ ขมวดคิ้วเล็กน้อย “เท่าที่ฉันรู้ …ภาพยนตร์เรื่อง ‘Charlotte Annoyance’ มีนักลงทุนเพียงคนเดียวเท่านั้น”
“นั่นก็ยิ่งแสดงว่า เขาเก่งแบบสุดๆ เลยสิ”
“เรื่องมันไม่ได้ง่ายอย่างที่เธอคิดหรอกน่า” ฮิเดตะ ริเอะ เอ่ยเรียบๆ: “ภาพยนตร์เรื่องนี้ใกล้จะออกจากโรงแล้ว ได้ข่าวว่ารายได้รวมจะทะลุสี่พันล้าน… แต่กลับมีนักลงทุนเพียงคนเดียว อย่างต่ำเขาจะได้ส่วนแบ่งไม่ต่ำกว่า 1.4 พันล้าน แถมอายุยังน้อย พอๆ กับพวกเรา ฉันไม่เชื่อหรอกว่าเขาจะบังเอิญลงทุนภาพยนตร์เรื่องเดียวแล้วดันดังถล่มทลายขนาดนี้”
หลังจากฟังที่ ฮิเดตะ ริเอะ พูดแล้ว ขง เหวินเพ่ย นิ่งคิด แล้วก็พยักหน้า “ฟังดูก็มีเหตุผลนะ”
ทั้งสองคนเดินช้าๆ ตามหลังไปยังทิศทางของลิฟต์ ส่วน หลินเจียง กับพวกอีกสองคนก็ยังคงคุยกันต่อไป
“ไม่ใช่แค่เรื่องฟลุกหรอกค่ะ แต่เป็นเพราะสายตาของพี่ต่างหาก” จ้าว ฟางเฟย พูดว่า: “แล้วก็เพลง ‘เพียงครั้งเดียวก็พอ’ ที่ ถังหว่าน ร้องนั่นแหละ ทำให้เธอดังเปรี้ยงเลย คาดว่าคงจะทำเงินให้บริษัทของพวกพี่ได้ไม่น้อยเลย”
“ในเรื่องนี้ยังต้องดูผลงานต่อๆ ไป แต่ตอนนี้อย่างน้อยก็ทำเงินได้แน่นอน” หลินเจียง ตอบ
“แล้วภาพยนตร์เรื่องที่สองของพวกพี่ก็เริ่มถ่ายทำแล้วใช่ไหมคะ?”
หลินเจียง พยักหน้า “อืม เริ่มถ่ายทำตั้งแต่ก่อนปีใหม่แล้ว ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด อีกไม่เกินสองเดือนก็น่าจะเสร็จ”
“งั้นเดี๋ยวถึงตอนนั้นหนูจะไปดูรอบปฐมทัศน์ให้กำลังใจนะคะ”
“ไม่เป็นไร เดี๋ยวพี่หาตั๋วให้สักหน่อย เธอจะได้ชวนคนอื่นไปดูด้วยได้”
“แบบนั้นไม่เอาหรอกค่ะ ถ้าให้พี่หาตั๋วให้ มันก็ไม่ถือว่าหนูอุดหนุนแล้วน่ะสิคะ” จ้าว ฟางเฟย หัวเราะ: “พี่เจียงคะ พี่ไม่ต้องประหยัดเงินให้หนูหรอกน่า หนูยังพอจ่ายได้ ถึงจ่ายไม่ได้ก็ยังมีพี่สาวหนูอยู่นี่ไง เรื่องเล็กน้อยเอง”
เจิ้งลี่ ทำตาโต “อ้าวๆๆ แบบนี้แปลว่าพวกเธอมาอวดหวาน แล้วให้ฉันเป็นคนออกเงินสินะ?”
“เงินนิดหน่อยเอง ถือว่าเป็นการสนับสนุนพี่เจียงของหนูหน่อยก็แล้วกัน”
เจิ้งลี่ กลอกตาใส่ทั้งสอง ขำก็ขำ หมั่นไส้ก็หมั่นไส้
ไม่นาน ลิฟต์ก็มาถึง ทั้งสามคนจึงเข้าลิฟต์ไปก่อน เพราะคนจำนวนไม่น้อยก็มารวมตัวกันอยู่ที่นี่ หลังจากทั้งสามคนขึ้นไปแล้ว ก็ไม่มีที่ว่างแล้ว ทำให้ ฮิเดตะ ริเอะ กับขง เหวินเพ่ย ต้องรอรอบถัดไป
“ริเอะ เธอได้ยินที่พวกเขาคุยกันใช่ไหม? ดูเหมือนจะเป็นจริงนะ ว่าเขาเป็นคนลงทุนภาพยนตร์เอง” ขง เหวินเพ่ย พูดเสียงเบาๆ: “แถม ถังหว่าน ที่เล่นภาพยนตร์เรื่อง ‘Charlotte Annoyance’ กับร้องเพลง ‘เพียงครั้งเดียวก็พอ’ ก็เป็นนักแสดงในบริษัทเขาด้วย ดูท่าเขาจะไม่ธรรมดาจริงๆ”
“อืม” ฮิเดตะ ริเอะ ไม่ได้พูดอะไรมาก แต่สีหน้าก็เปลี่ยนไปเล็กน้อยเมื่อเทียบกับเมื่อครู่ แม้ภาษาจีนของเธอไม่คล่อง แต่ก็ฟังเข้าใจว่าพวกเขาคุยเรื่องอะไร…
ผู้ชายคนนั้น นอกจากรูปร่างหน้าตาที่โดดเด่นแล้ว ภายในของเขาก็ดูมีอะไรให้น่าสนใจไม่น้อยทีเดียว
เมื่อคิดได้ดังนั้น ความคิดหนึ่งพลันผุดขึ้นมาในใจของเธอ …นี่ถือว่าเป็น ‘โอกาส’ หรือเปล่า? ถ้าเข้าหาไว้ อาจจะได้ร่วมงานกันในอนาคตก็ได้…
……………………
ในขณะเดียวกัน ฝั่งของ หลินเจียง กับพวกอีกสองคนก็มาถึงด้านนอกแล้ว บริเวณกิจกรรมปาร์ตี้รอบกองไฟก็มีคนมามุงกันแน่นไปหมด โดยเฉพาะสาวๆ หลายคนหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเตรียมจะถ่ายภาพเก็บไว้
หลินเจียง ไม่ได้สนใจปาร์ตี้รอบกองไฟเท่าไรนัก พวกเขาเดินไปยังตำแหน่งที่นั่งที่ได้ทำการจองไว้ แล้วโทรบอกพนักงานโรงแรมให้นำของที่สั่งไว้มาส่งให้ได้เลย
พอตอนที่ของส่งมาถึง กิจกรรมปาร์ตี้รอบกองไฟก็ได้เริ่มต้นพอดี กลิ่นน้ำมันดีเซลลอยมาในอากาศ ตามด้วยเปลวไฟที่ถูกจุดขึ้นสู่ท้องฟ้า บรรยากาศก็ร้อนแรงตามทันทีในตอนนี้
หลินเจียง นั่งลงในตำแหน่งที่จองไว้ แล้วเริ่มจัดเตรียมของสำหรับปิ้งย่าง เล่นมาตั้งแต่บ่ายจนค่ำยังไม่ได้กินอะไรเลย ตอนนี้เขาก็เริ่มหิวแล้วเหมือนกัน
“ให้ฉันช่วยนะ” ขณะที่ หลินเจียง กำลังจัดการปิ้งย่างอยู่ เจิ้งลี่ เดินเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้ม
“ไม่ไปดูรอบกองไฟเหรอครับ?”
“ถ่ายวิดีโอแค่ช่วงเปิดไว้ก็พอแล้วล่ะค่ะ อีกอย่าง ที่นั่งตรงนี้ก็มองเห็นชัด นั่งดูสบายกว่าเยอะ”
หลินเจียง เงยหน้าขึ้น เห็น จ้าว ฟางเฟย ยังมัวแต่ถ่ายคลิปรอบกองไฟด้วยสีหน้ามีความสุข
เขาละสายตากลับมามอง เจิ้งลี่ และเห็นว่าเธอกำลังก้มลงจัดของตรงหน้า ทำให้ช่วงคอเสื้อเปิดออกพอดี เผยให้เห็นทิวทัศน์ข้างใน เป็นบราสีขาว แถมยังเป็นแบบเสริมทรงด้วย มองแล้วชัดเจนว่าอวบแน่นเต็มตา
เจิ้งลี่ กำลังง่วนอยู่กับการเตรียมของ ไม่ทันสังเกตเลยสักนิด จนกระทั่งทำเสร็จแล้วกำลังจะลุกขึ้น เธอก็รู้ตัวว่า คอเสื้อเปิดกว้างไปมาก จากมุมที่ หลินเจียง นั่งอยู่ตรงนั้นก็พอดีจะมองเห็นได้อย่างเต็มตา
ตามสัญชาตญาณ เจิ้งลี่ คิดจะรีบยกมือขึ้นปิดคอเสื้อ แต่จู่ๆ เธอก็หยุดไว้แค่นั้น แล้วยังคงรักษาท่าทางอย่างเมื่อครู่นี้ไว้อยู่…
แต่การกระทำแบบนี้ของตัวเองกลับทำให้หัวใจเธอเต้นแรงขึ้นเรื่อยๆ เจิ้งลี่ รู้แน่ชัดอยู่แล้วว่า หลินเจียง จะต้องเห็นเข้าแล้ว ในขณะที่น้องสาวลูกพี่ลูกน้องของเธอกำลังถ่ายภาพกิจกรรมปาร์ตี้รอบกองไฟอย่างตื่นเต้นอยู่นั้น ตัวเธอกลับมาอยู่ตรงนี้ในท่าทางที่เหมือนจะตั้งใจยั่วยวนน้องเขยของตัวเอง…
นี่…ไม่เรียกว่าอ่อยเหรอ? เมื่อคิดถึงตรงนี้ หัวใจของ เจิ้งลี่ ก็ยิ่งเต้นถี่แรงขึ้นไปอีก
เรื่องแบบนี้มัน …ช่างทำให้ใจเต้นแรงเหลือเกิน!