- หน้าแรก
- หลังหย่า ผมก็มีชีวิตที่สมบูรณ์แบบ
- ตอนที่ 416 แล้วแบบนี้มันต่างอะไรกับไม่ใส่!?
ตอนที่ 416 แล้วแบบนี้มันต่างอะไรกับไม่ใส่!?
ตอนที่ 416 แล้วแบบนี้มันต่างอะไรกับไม่ใส่!?
ทั้งสามคนค่อยๆ เดินเข้ามาในเขตรีสอร์ต
ทิวทัศน์ภายในดีกว่าที่จินตนาการไว้มาก มองไปรอบๆ เต็มไปด้วยสีเขียวสด อากาศยังรู้สึกได้ว่าบริสุทธิ์และสดชื่นกว่าในเมืองอย่างชัดเจนเลย
สองสาวคุยกันคึกคักไม่หยุด ปล่อยเสียงหัวเราะดังต่อเนื่อง เนื้อหาก็วนเวียนอยู่กับชีวิตหลังแต่งงานบ้าง และเรื่องทิวทัศน์ที่เห็นตรงหน้า แต่สำหรับ เจิ้งลี่ แล้ว …ใจเธอไม่ได้อยู่กับบทสนทนานี้เลย
สายตาของเธอมักเลื่อนไปที่ หลินเจียง เป็นระยะโดยไม่รู้ตัว เธอแอบเปรียบเทียบ ‘เขาในตอนนี้’ กับ ‘เขาเมื่อปีก่อน’ ก็ไม่ได้ต่างอะไรกันมากนักในแง่รูปลักษณ์
แต่ทำไมกันนะ… แค่ตอนนี้กลับรู้สึกว่าเขาดูต่างไปอย่างสิ้นเชิง ทั้งเสน่ห์ ทั้งแรงดึงดูด ทำให้เธออดไม่ได้ที่จะมองซ้ำแล้วซ้ำเล่า แถมยังเผลอคิดอะไรฟุ้งซ่านอีกด้วย
ในไม่ช้า ทั้งสามก็มาถึงโรงแรมภายในรีสอร์ต โรงแรมนั้นหรูหรากว่าที่ หลินเจียง คิดไว้มาก อย่างน้อยๆ ก็ดีกว่าที่ ‘เขตท่องเที่ยวภูเขาซวงเสีย’ แน่นอน สไตล์การก่อสร้างไม่ต่างจากโรงแรมห้าดาวในเมืองเลย ถ้าแค่ดูรูปคงไม่คิดว่าเป็นโรงแรมในรีสอร์ต
พอเดินเข้ามาในล็อบบี้ บรรยากาศก็ดีไม่แพ้กัน ถึงจะยังไม่เทียบเท่าโรงแรมเบย์วิว แต่ก็ถือว่าใกล้เคียง ไม่เลวทีเดียว แขกที่เดินไปมาเต็มไปหมด แม้กระทั่งชาวต่างชาติก็มีหลายกลุ่ม แต่งตัวสบายๆ มาพักผ่อนช่วงวันหยุดที่หาได้ยาก
และทันทีที่ หลินเจียง กับสองสาวก้าวเข้ามา สายตาของผู้คนจำนวนไม่น้อยก็หันมามองทันที โดยเฉพาะเหล่าผู้หญิงที่อยู่ในล็อบบี้ หลายคนถึงกับไม่คิดจะปิดบังสายตาของตัวเองเลยด้วยซ้ำ
หลินเจียง เดาออก ว่าคนที่ยังพอพยายามทำเป็นไม่สนใจ คงเป็นพวกโสดหรือมีแฟนแต่ยังไม่ได้แต่ง ส่วนพวกที่จ้องตรงๆ แบบไม่แคร์ใคร… คงเป็นพวกที่แต่งงานแล้วแน่ๆ
ผู้หญิงที่แต่งงานแล้วแต่ละคน มักกล้าเสี่ยงกว่าพวกโสดอยู่แล้ว ยิ่งประกอบกับผลบัฟจาก ‘ฉายา’ ที่ทำให้เสน่ห์ต่อกลุ่มเป้าหมายแบบนี้เพิ่มอีก 30% พวกเธอก็ยิ่งไม่คิดจะเก็บอาการเลยแม้แต่น้อย
เสียงกระซิบกระซาบกันไม่พอ บางรายยังกล้าแอบหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายรูปด้วย กล้าได้กล้าเสียสุดๆ
เจิ้งลี่ ตรงเข้าไปที่เคาน์เตอร์ตั้งใจจะจองห้อง แต่โดน หลินเจียง ดักไว้ก่อน
“ให้ผมจัดการเองเถอะ”
“แบบนั้นได้ยังไงคะ นี่เราตกลงกันแล้วว่าทริปนี้ฉันเป็นคนจ่าย คุณจะมาเสียเงินได้ยังไงกันคะ”
“คุณเลี้ยงข้าวก็พอแล้วครับ ที่เหลือปล่อยผมจัดการเถอะ พวกเราก็ไม่ใช่คนนอก ไม่ต้องเกรงใจกันขนาดนั้นหรอก” พูดจบ หลินเจียง ก็หยิบโทรศัพท์มือถือออกมา แล้วหันไปบอกพนักงานต้อนรับหญิงที่เคาน์เตอร์ “เปิดห้องสวีทให้สองห้องครับ”
พนักงานหญิงที่เคาน์เตอร์เหลือบมองเขาแวบเดียวก็ถึงกับตะลึง รอยยิ้มหวานฉ่ำพลันปรากฏขึ้นบนใบหน้า: “ได้ค่ะ คุณผู้ชาย”
ขั้นตอนการเช็กอินดำเนินไปอย่างรวดเร็ว หลังชำระเงินเสร็จเรียบร้อย เธอก็ส่งคีย์การ์ดห้องพักให้กับ หลินเจียง ด้วยสายตาที่แทบจะละลาย
“คุณผู้ชายคะ นี่คือคีย์การ์ดค่ะ ลิฟต์อยู่ทางซ้ายมือของคุณ ถ้ามีอะไรต้องการ โทรหาฟรอนต์ได้ตลอดเลยนะคะ” พนักงานหญิงกล่าวด้วยเสียงแฝงความหวานเชื่อมอย่างเห็นได้ชัด
—แต่งงานแล้วแน่ๆ หลินเจียง คาดเดาในใจ
“ครับ ขอบคุณ”
หลินเจียง รับคีย์การ์ดมาแล้วเดินไปที่ลิฟต์พร้อมกับสองสาว ทันทีที่พวกเขาเดินลับตา บรรดาผู้หญิงที่แอบมองอยู่ก็ถอนสายตากลับมา แต่บนใบหน้าก็ยังคงทิ้งร่องรอยของความเสียดายเอาไว้
“ริเอะ พอได้แล้วน่า คนเขาไปแล้วนะ” คนที่พูดเป็นสาวผมสั้น ยืนอยู่ข้างๆ เพื่อนสาวผมยาวสีดำอีกคนหนึ่ง
หญิงสาวคนนั้นใส่กระโปรงพลีทสั้นแค่ปิดก้น แต่ถ้าสังเกตจริงๆ จะเห็นว่ามันไม่ใช่กระโปรง แต่คือกางเกงขาสั้นที่ทำเป็นดีไซน์ให้ดูคล้ายกระโปรง
ผู้หญิงคนนั้นชื่อ ฮิเดตะ ริเอะ มาจากประเทศญี่ปุ่น ตอนนี้เธอเรียนภาษาจีนอยู่ที่มหาวิทยาลัยครูจงไห่
“คนนั้น… หล่อมากเลยนะ” ที่จริง ฮิเดตะ ริเอะ เรียนปริญญาโทที่นี่มาก่อนแล้ว ตอนนี้กำลังเรียนต่อปริญญาเอกภาษาจีน ความสามารถในการใช้ภาษาก็ถือว่าดีทีเดียว
“แค่ดูๆ ก็พอแล้วล่ะ ริเอะ เขามีแฟนแล้วนะ อีกอย่าง หวง หมิงเสียง ก็ยังอยู่ที่นี่ด้วย เขาเป็นคนชวนเรามาเที่ยว เราก็ควรเกรงใจเขาบ้าง” ขง เหวินเพ่ย เพื่อนร่วมห้องของ ฮิเดตะ ริเอะ กล่าว
“ฉันไม่ได้บอกสักหน่อยว่าอยากให้เขาพาฉันมา เขาต่างหากที่รู้เข้าแล้วตามมาเอง” สีหน้าของ ฮิเดตะ ริเอะ ยังคงเรียบเฉย ดูเย็นชาแบบสาวสายคุณหนูผู้สูงศักดิ์ ราวกับไม่คิดจะใส่ใจสิ่งใด
“ก็จริงอยู่ แต่ยังไงเขาก็เลี้ยงพวกเราเที่ยวแล้ว ก็ควรให้เกียรติเขาสักหน่อยบ้างนะ” ขง เหวินเพ่ย หัวเราะเบาๆ ก่อนแซวขึ้น: “ว่าแต่ ฉันไม่เคยเห็นเธอจ้องผู้ชายจริงจังแบบนี้มาก่อนเลยนะ อย่าบอกนะว่ากำลังสนใจเขา คิดอยากจะมีแฟนแล้วสิ?”
“ไม่ใช่สักหน่อย… แค่รู้สึกว่าเขาไม่เหมือนคนอื่น ดูไม่ได้น่ารำคาญ”
“พูดอย่างนี้ก็ถูก คนหล่อขนาดนั้นใครจะรำคาญได้ แต่เอาจริงๆ นะ ฉันก็เพิ่งเคยเจอผู้ชายที่ให้ความรู้สึกแบบนี้เหมือนกัน ไม่ใช่แค่หล่อ แต่ยังมีเสน่ห์ดึงดูดมากจริงๆ”
“อืม”
“ไปกันเถอะ ริเอะ ฉันได้ยินมาว่าที่นี่มีร้านอาหารญี่ปุ่นเจ้าอร่อย ลองไปกินดูหน่อยดีกว่า อยากรู้ว่ามันจะต้นตำรับจริงไหม” เสียงผู้ชายดังขึ้นจากระยะไม่ไกล คนพูดชื่อ หวง หมิงเสียง
แม้เขาจะไม่ได้ยินบทสนทนาทั้งหมด แต่ก็พอเดาได้ว่าพวกเธอคงกำลังพูดถึงผู้ชายที่เพิ่งเดินเข้ามาเมื่อครู่ แม้จะรู้สึกไม่พอใจนัก แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะระหว่างเขากับ ฮิเดตะ ริเอะ ยังเป็นแค่เพื่อนร่วมชั้นกัน แม้จะตามจีบมานานแต่เธอก็ไม่เคยตกลง เขาก็เลยไม่ค่อยจะกล้าพูดอะไร
ข้างๆ หวง หมิงเสียง ยังมีผู้ชายอีกคนชื่อ หลี่หยวน เขาไว้ผมสั้น หน้าตาพอใช้ได้ แต่ไม่เด่นเท่าและการแต่งตัวก็ดูด้อยกว่า หวง หมิงเสียง อยู่เล็กน้อย
“ไปกันเถอะริเอะ กินเสร็จแล้วไปเที่ยวเล่นกันต่อ จะได้เก็บที่เที่ยวให้ครบก่อนกลับ” ฮิเดตะ ริเอะ พยักหน้าเล็กน้อย ทั้งสี่จึงพากันเดินออกไป
ในขณะเดียวกัน หลินเจียง กับสองสาวก็มาถึงชั้นที่ 16 ของโรงแรม…
“เดี๋ยวเราค่อยไปหาพี่ทีหลังนะคะ” จ้าว ฟางเฟย พูดขึ้นตรงหน้าห้อง
“ฉันซื้อชุดมาให้เธอด้วย อยู่ในกระเป๋าฉันนี่เอง มาลองดูสิว่าชอบไหม” เจิ้งลี่ เอ่ย
“ก็บอกแล้วไงว่าอย่าซื้อของให้หนูอีก เราไม่ใช่คนนอกสักหน่อย จะเปลืองขนาดนั้นไปทำไมกัน”
“ก็แค่ชุดเดรสชุดเดียวเอง ไม่กี่ตังค์หรอก ฉันยังไหว เธอก็อย่ามัวเกรงใจกันเลยน่า”
“งั้นก็ได้”
จ้าว ฟางเฟย หันไปมอง หลินเจียง “พี่เจียงคะ งั้นหนูไปห้องข้างๆ ก่อนนะ เดี๋ยวกลับมาหาค่ะ”
“อืม ไปเถอะ” หลินเจียง พยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะเข้าห้องพักของตัวเอง ส่วน จ้าว ฟางเฟย กับเจิ้งลี่ ก็เดินไปยังห้องถัดไปข้างๆ
“ห้องก็ดูไม่เลวเลยนะ ดีกว่าที่เจอในตัวอำเภอตั้งเยอะเลย” เจิ้งลี่ เอ่ยขึ้นหลังเข้ามา
“ก็นะ ไม่ว่ายังไงที่นี่ก็โรงแรมห้าดาว จะไม่ดีได้ยังไง”
พูดกันไปพลาง เจิ้งลี่ ก็ถอดเสื้อผ้าที่ใส่อยู่ แถมยังปลดกระดุมเสื้อตัวในออก เผยให้เห็นทรวงอกขาวเนียนที่ถูกชั้นในสีชมพูอ่อนประคองเอาไว้
เมื่อเสื้อเชิ้ตหลุดออกไป จึงเห็นได้ว่าเธอสวมชุดรัดเอวอยู่ด้วย แถมตรงเอวยังทิ้งรอยแดงไว้เป็นวงๆ
“โอ้โห ผู้หญิงเจ้าเล่ห์จริงเลยนะ ออกมาเที่ยวกับหนูยังจะอุตส่าห์ใส่ชุดรัดเอวอีก”
“เธอคิดว่าฉันอยากใส่รึไงของแบบนี้” ว่าพลาง เจิ้งลี่ ก็ถอดกระโปรงออกอีก ถุงน่องที่เธอใส่เป็นแบบชิ้นเดียวถึงเอว ด้านในสวมกางเกงลูกไม้สีดำ รัดสะโพกรูปพีชให้ดูเด่นกลมและเต่งตึง เธอตบลงไปที่หน้าท้องตัวเองเบาๆ “พักหลังๆ มานี้เที่ยวบ่อย น้ำหนักขึ้นไปเยอะเลย ดูพุงสิ ถ้าไม่ใส่ชุดรัดเอวล่ะก็ ปิดไม่มิดแน่”
“จริงๆ ก็ยังโอเคนะ เราสองคนพอๆ กันนั่นแหละ แต่หนูพอระวังหน่อยเลยชอบเกร็งหน้าท้องเก็บไว้” จ้าว ฟางเฟย หัวเราะคิกคักๆ
“ก็เพราะผู้ชายชอบผู้หญิงหุ่นเพรียวกันทั้งนั้น เธอคิดว่าพี่เจียงของเธอจะชอบให้เธอมีพุงเหรอไง”
“อันนี้พี่ไม่เข้าใจหรอก ผู้ชายที่ยังไม่โตน่ะสิ ถึงชอบผู้หญิงเอวบางพุงแบน แต่ผู้ชายที่โตแล้วอย่างพี่เจียงน่ะ เขาชอบแบบหนูนี่แหละ มีเนื้อนิดๆ ถึงจะถูกใจ” พูดจบ จ้าว ฟางเฟย ก็ยกชายกระโปรงขึ้น โชว์หน้าท้องเล็กๆ ของตัวเอง “เห็นไหมคะ หนูก็มีเหมือนกัน แค่ไม่เยอะเท่าพี่”
“เฮ้… จริงดิ! นี่เธอมีพุงเพิ่มขึ้นเยอะกว่าก่อนเยอะเลยนะ ฉันจำได้ว่าก่อนหน้านี้แบนเรียบเชียว” เจิ้งลี่ พูดด้วยความประหลาดใจ
“ก็เหมือนพี่นั่นแหละ พักก่อนหนูก็อ้วนขึ้นตั้งหลายกิโล มีพุงออกมาด้วย หนูยังบอกพี่เจียงว่าจะลดน้ำหนักเลย แต่เขากลับบอกว่าไม่ต้อง ลดไปทำไม มีแบบนี้ก็ดีแล้ว เขาบอกว่าจับแล้วนุ่มสบายมือดี”
หัวใจของ เจิ้งลี่ เต้นแรงขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว “งั้นแปลว่าพี่เจียงของเธอ… ชอบผู้หญิงหุ่นอวบๆ เหรอ?”
“แน่นอนสิคะ ผู้หญิงมีเนื้อนิดๆ น่าดึงดูดกว่าพวกแห้งๆ ไร้ทรงตั้งเยอะ เพราะงั้นหนูก็เลยไม่เคยคิดจะลดหุ่นไงล่ะ”
“พูดแบบนี้ก็ต้องยอมรับเลยว่า พี่เจียงของเธอรสนิยมไม่ธรรมดา”
“หึหึ ก็แน่อยู่แล้วสิคะ” จ้าว ฟางเฟย พูดอย่างภาคภูมิ
“เอาล่ะ ถอดเสื้อออกมาลองชุดกระโปรงที่ฉันซื้อให้บ้างสิ”
พูดพลาง เจิ้งลี่ ก็หยิบชุดเดรสสีดำที่มีลายดอกไม้สีขาวเล็กๆ ออกมาจากกระเป๋า ตัวชุดตัดเย็บออกมาในแบบที่ดูเย้ายวนชวนมองสุดๆ
“รู้อยู่แล้วว่าเธอต้องชอบแบบนี้ ฉันก็เลยเลือกชุดกระโปรงสไตล์นี้มาให้”
“โห พี่นี่แหละเข้าใจหนูที่สุด”
“ก็แน่นอนสิ” เจิ้งลี่ ส่งชุดให้ “ลองใส่ดูสิว่าเข้าพอดีกับเธอไหม”
จ้าว ฟางเฟย รับชุดกระโปรงมา แกะห่อพลาสติกออก แล้วก็ถอดชุดเดิมออกอย่างคล่องแคล่ว ก่อนจะเปลี่ยนชุดใหม่เข้าไป
“อื้อ เข้ารูปดีเลยนะ” จ้าว ฟางเฟย ยืนส่องกระจก “ทรงก็ช่วยดันอกขึ้นด้วย ใส่แล้วสบายด้วยนะ งั้นคืนนี้หนูใส่ชุดนี้เลย”
“ใส่ก็ได้อยู่หรอกนะ แต่เธอมีชั้นในอื่นอีกไหม เปลี่ยนหน่อยดีกว่า”
“หืม ทำไมล่ะคะ?”
“ลองหันหลังดูสิ เดี๋ยวก็รู้เอง”
จ้าว ฟางเฟย หันหลังไปที่กระจก แล้วก็เห็นว่าตรงสะโพกชุดรัดจนทำให้รอยขอบกางเกงในโผล่มาให้เห็นชัด ถ้าออกไปแบบนี้คงน่าอายไม่น้อย
“อ๋อ จริงด้วย หนูพกมาสองสามตัวอยู่นะ ลองดูว่ามีตัวไหนใส่ได้บ้าง” ว่าแล้ว จ้าว ฟางเฟย ก็หยิบถุงซิปสีขาวที่ใส่กางเกงในมาหลายตัวออกจากกระเป๋าตัวเองมา
“อู้หู เก็บซะมิดชิดเลยนะ ปกติเธอไม่ใส่ถุงขนาดนี้นี่นา ไหนมีแบบไหนบ้าง เอามาให้ฉันดูด้วยสิ จะได้เก็บไว้เป็นไอเดียบ้าง” พูดพลาง เจิ้งลี่ ก็ฉวยถุงไปตอนที่อีกฝ่ายไม่ทันระวัง
“ว้าย!” จ้าว ฟางเฟย กรี๊ดออกมา รีบจะเข้าไปแย่งคืน แต่ เจิ้งลี่ เบี่ยงตัวหลบไปได้ก่อน “เอาคืนมานะ”
“เอามาให้ฉันเถอะน่า ฉันก็เห็นเธอใส่มาแทบหมดแล้ว ช่วงนี้ฉันไม่รู้จะซื้อแบบไหนดี ลองดูของเธอหน่อยจะได้เลือกเป็นแนวทาง” พูดจบ เจิ้งลี่ ก็เปิดถุง เทกางเกงในทั้งหมดออกมาบนเตียง
พอเห็นแบบที่อยู่ตรงหน้า เจิ้งลี่ ถึงกับเบิกตากว้าง “อะไรกัน! ตอนนี้เธอใส่พวกนี้แล้วเหรอ เนื้อผ้าก็น้อยนิด แล้วแบบนี้มันต่างอะไรกับไม่ใส่!?”