- หน้าแรก
- หลังหย่า ผมก็มีชีวิตที่สมบูรณ์แบบ
- ตอนที่ 386 ห้องน้ำของ เจียง หรงหมิ่น
ตอนที่ 386 ห้องน้ำของ เจียง หรงหมิ่น
ตอนที่ 386 ห้องน้ำของ เจียง หรงหมิ่น
“ได้ครับ ไม่มีปัญหา”
ทั้งสองคนเดินออกจากห้องน้ำด้วยกัน แล้วตรงไปยังห้องนอนของ เจียง หรงหมิ่น
แต่พอ หลินเจียง เพิ่งก้าวเข้าไป ก็ได้ยินเสียงประตูเปิดออก เป็น ฉิน โยวโยว ที่เดินออกมาจากห้องนอนของเธอเอง
โชคดีที่ตอนนั้น หลินเจียง เข้าไปในห้องแล้ว มีเพียง เจียง หรงหมิ่น ที่ยังยืนอยู่ด้านนอก เขาจึงไม่ถูก ฉิน โยวโยว เห็น
“คุณแม่คะ ดึกป่านนี้แล้ว ทำไมยังไม่นอนอีกล่ะค่ะ”
“แม่ได้ยินเหมือนมีแมลงสาบในห้อง เลยจะออกมาจัดการหน่อย แล้วลูกล่ะ ทำไมยังไม่นอนอีก”
“หนูจะไปเข้าห้องน้ำ”
“งั้นไปเถอะ แล้วรีบกลับไปนอนได้แล้ว อย่านอนดึกนัก”
“รู้แล้วค่ะ”
ฉิน โยวโยว จึงเดินไปเข้าห้องน้ำ ส่วน เจียง หรงหมิ่น ก็กลับเข้ามาในห้อง
ภายในห้องมีกลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกมะลิ แตกต่างจากกลิ่นในห้องนอนของ ฉิน ยางยาง เล็กน้อย การตกแต่งเรียบร้อยสะอาดสะอ้าน บ่งบอกได้ชัดว่า เจียง หรงหมิ่น น่าจะเป็นคนที่มีนิสัยรักความสะอาดอยู่ไม่น้อย
“คุณป้าเจียง ได้ยินเสียงมันจากตรงไหนครับ”
“ตรงข้างเตียงนี่แหละ ฉันว่าแถวๆ บัวเชิงผนังน่ะ”
“ผมไปดูให้ครับ”
หลินเจียง ก้าวไปข้างเตียง ตั้งใจลดเสียงหายใจลง เจียง หรงหมิ่น เองก็ทำเช่นเดียวกัน ตั้งใจฟังเสียงแมลงสาบเพื่อหาตำแหน่งของมัน
ผ่านไปเกือบครึ่งนาที เสียง กึกกัก ก็เล็ดลอดออกมาอีกครั้ง
หลินเจียง ฟังจนจับทิศได้ทันที เปิดไฟฉายจากโทรศัพท์มือถือ ส่องไปเห็นแมลงสาบบนพื้น ก่อนจะใช้ทิชชู่เปียกที่เตรียมไว้จับมันได้อย่างง่ายดาย
“เดี๋ยวผมหากระดาษมาเพิ่ม จะห่อให้มิด”
หลินเจียง พูดพร้อมทำท่าขอให้เธอเงียบไว้
“ผมจะลองฟังดูอีกทีนะครับ ว่ายังมีเหลืออยู่ไหม”
ทั้งสองกลั้นหายใจอีกครั้ง ภายในห้องเงียบกริบ เหลือเพียงเสียงหายใจเบาๆ ของพวกเขา ผ่านไปเกือบสองนาที ไม่ได้ยินอะไรอีก จึงค่อยโล่งใจ
“คุณป้าเจียงครับ จะให้ผมเอาไปทิ้งที่ไหนดีครับ?”
เจียง หรงหมิ่น เบือนหน้าเล็กน้อยอย่างรังเกียจ “ทิ้งในห้องน้ำก็ได้”
หลินเจียง พยักหน้า เดินเข้าไปในห้องน้ำแล้วทิ้งลงโถส้วม แล้วกดน้ำตามไป
ขณะอยู่ในห้องน้ำ เขาสังเกตเห็นชุดนอนสีแดงแขวนอยู่ ลักษณะคล้ายกับที่ เจียง หรงหมิ่น ใส่ตอนนี้ ข้างๆ ยังมีชั้นตากกางเกงชั้นในอยู่สามตัว สองตัวเป็นของ โยวโยว ที่เพิ่งซักกลับมา ส่วนอีกตัว เขาไม่เคยเห็นมาก่อน
หืม?
หลินเจียง หยุดคิดไปชั่วครู่ ก่อนจะส่ายหัว คิดอะไรฟุ้งซ่านไปหน่อย ของที่ไม่เคยเห็นก็เป็นเรื่องปกตินี่นา
พอออกมาจากห้องน้ำ หลินเจียง ถือยาฆ่าแมลงติดมือออกมาด้วย
“คุณป้าเจียง ผมคาดว่าห้องนี้น่าจะยังมีอีก แต่ไม่น่าจะเยอะ ผมโรยยารอบๆ ห้องไว้ พรุ่งนี้เช้าก็น่าจะเห็นผลแล้วครับ”
“อืม”
การเคลื่อนไหวของ หลินเจียง คล่องแคล่วมาก เขานั่งยองๆ ก้มลงโรยยาฆ่าแมลงสีขาวเป็นผงตามแนวพื้น เจียง หรงหมิ่น ยืนอยู่ข้างๆ คอยมองดู
“เรียบร้อยครับคุณป้าเจียง พรุ่งนี้คงได้เห็นผลแล้วครับ”
เจียง หรงหมิ่น พยักหน้า ไม่ได้รู้สึกเกรงใจ หลินเจียง แต่อย่างใด เพราะในสายตาเธอ หลินเจียง ก็คือว่าที่ลูกเขย เป็นเหมือนลูกชายคนหนึ่งอยู่แล้ว
“ดึกมากแล้ว กลับไปพักเถอะ พรุ่งนี้ยังต้องขับรถกลับบ้านด้วย”
“ครับ”
ทำงานเสร็จ หลินเจียง กำลังจะออกไป แต่ทันใดนั้นก็มีเสียง เคาะประตู ดังขึ้น
ทั้งสองถึงกับตกใจ เพราะก่อนหน้านี้ไม่ได้คิดอะไร แต่เมื่อมีคนมาเคาะประตู กลับทำให้สถานการณ์ชวนให้เข้าใจผิดอย่างยิ่ง
ยิ่งเมื่อคิดถึงเวลาและสถานการณ์ตอนนี้ ชายหญิงสองคนที่ไม่ใช่สามีภรรยา มาอยู่ในห้องเดียวกันตอนดึกสงัด …มันก็ช่างไม่เหมาะสมอย่างที่สุด
และเมื่อไล่ดูความเป็นไปได้ คนที่มาเคาะก็คงหนีไม่พ้น… ฉิน โยวโยว แล้ว
ทั้งสองคนจึงเงียบไม่ขานรับ พยายามทำทีว่าหลับไปแล้ว
แต่ทันใดนั้นเอง เสียง กริ๊ก ของลูกบิดประตูก็ดังขึ้น
คราวนี้แม้แต่ เจียง หรงหมิ่น ก็หน้าเสีย หากถูกเห็นเข้าจริงๆ คงเป็นปัญหาใหญ่แน่นอน
“เธอไปหลบในห้องน้ำก่อนเร็ว!”
อย่างรีบร้อน เจียง หรงหมิ่น รีบก้าวไปที่ประตู ดักไว้ก่อนที่ ฉิน โยวโยว จะเปิดเข้ามา ส่วน หลินเจียง รีบใช้จังหวะนั้นหลบเข้าไปในห้องน้ำ
บรรยากาศชวนให้เขานึกถึงตอนแรกที่เจอกับ ฉิน โยวโยว ใหม่ๆ ตอนนั้นก็ต้องหลบเข้าห้องน้ำเพราะเจอ เจียง หรงหมิ่น เหมือนกัน สถานการณ์ในตอนนี้ รู้สึกเหมือนถูก บูมเมอแรงย้อนกลับ
“ยังไม่เข้านอนอีกเหรอลูก” เจียง หรงหมิ่น ทำเป็นพูดอย่างใจเย็น
“หนูนอนไม่หลับ เลยอยากมาหาคุณแม่… จับแมลงสาบได้หรือยังคะ?”
“ได้แล้ว” เจียง หรงหมิ่น ตอบ ก่อนถามกลับ “ว่าแต่ทำไมถึงนอนไม่หลับ มีอะไรในใจหรือเปล่า?”
“คุณแม่รู้ได้ยังไงคะ?”
ความไร้เดียงสาของ ฉิน โยวโยว ทำให้เธอเก็บความลับไม่เก่งเอาเสียเลย
“แม่เป็นแม่แท้ๆ ของลูกนะ จะไม่รู้จักนิสัยลูกได้ยังไง มีอะไรไม่สบายใจก็บอกแม่มาเถอะ”
ในห้องน้ำ หลินเจียง ก็แอบตั้งใจฟังอย่างใคร่รู้ …ชีวิตของ ฉิน โยวโยว สะดวกสบาย อยากได้อะไรก็ได้ จะมีเรื่องอะไรให้กลุ้มใจได้อีก?
“คือ… หนูไม่กล้าพูดน่ะค่ะ” เธอตอบเสียงอายๆ อย่างอ้อมแอ้ม
“กับแม่จะอายอะไรล่ะ… หรือไปทะเลาะกับ เสี่ยวเจียง เข้า”
“ไม่ใช่ค่ะ เราสองคนยังดีอยู่ แต่… ประจำเดือนของหนูเลื่อนไปสองวันแล้ว จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มาเลยค่ะ”
ทันทีที่ได้ยินข่าวนี้ ทั้ง เจียง หรงหมิ่นและหลินเจียง ก็ถึงกับชะงักไปด้วยความตกใจอย่างคาดไม่ถึง
“แม่ก็เตือนแล้วใช่ไหม ให้ระวังเรื่องความปลอดภัยหน่อย… นี่เอาคำพูดของแม่ไปเข้าหูซ้ายออกหูขวารึไงกัน!”
“ปกติหนูก็ระวังตลอดนะคะ เวลามีอะไรก็ใช้วิธีป้องกันตลอด ถึงจะมีบางครั้งที่ไม่ได้ใช้ แต่ก็ไม่เคยปล่อยข้างในเลย”
แม้จะเป็นแม่ลูกกัน แต่เรื่องลับเฉพาะแบบนี้ก็มักไม่ค่อยพูดคุยกันนัก เพราะมันส่วนตัวเกินไป
ทว่า ฉิน โยวโยว เป็นคนซื่อๆ ไม่มีความคิดเป็นของตัวเองนัก เวลามีปัญหาก็มักจะหันไปปรึกษา ฉิน ยางยาง หรือไม่ก็ เจียง หรงหมิ่น แม่ของเธอ
ตอนนี้ พอเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น ฉิน โยวโยว ยิ่งต้องมาปรึกษา เจียง หรงหมิ่น โดยตรง
พอได้ฟังคำพูดของลูกแล้ว เจียง หรงหมิ่น ถึงกับถอนหายใจด้วยความโล่งอก ถ้ามีการป้องกัน หรืออย่างน้อยก็ไม่ได้ปล่อยข้างใน ก็คงไม่มีปัญหาใหญ่อะไร
“บางทีอาจเป็นเพราะช่วงนี้ลูกกินข้าวไม่เป็นเวลา หรือพักผ่อนไม่พอ เลยทำให้รอบเดือนเลื่อนน่ะ ไม่ต้องกังวลหรอก เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็คงมาแล้ว”
“จริงเหรอคะ? จะไม่เกิดเรื่องไม่คาดฝันใช่ไหมคะ?”
“ไม่หรอก สบายใจได้”
“จริงๆ นะ? แล้วตอนคุณแม่ล่ะคะ เป็นยังไงเหรอค่ะ”
“หืม? ตอนแม่ทำไมเหรอ?”
“คุณแม่เคยพูดเองไม่ใช่เหรอคะ ว่าหนูเป็นลูกที่มาแบบไม่คาดคิด? ถ้าอย่างนั้นก็คือเหตุการณ์แบบนี้ไม่ใช่เหรอคะ? แล้วถ้าหนูก็เกิดเรื่องไม่คาดคิดเหมือนกันล่ะ?”
เจียง หรงหมิ่น แทบจะกลอกตาใส่ลูกสาวของเธอ
“สถานการณ์ของแม่กับของลูกมันไม่เหมือนกัน เลิกคิดมากสักทีเถอะ”
“เอ๊ะ? ทำไมถึงไม่เหมือนล่ะคะ เล่าให้หนูฟังหน่อยสิ?”
“เด็กอะไร ชอบสอดรู้สอดเห็นจริงๆ กลับไปนอนเลยไป”
“โธ่ คุณแม่ค่ะ~”
ฉิน โยวโยว ออดอ้อนเสียงหวาน “บอกหนูเถอะน้า ยังไงก็ไม่มีคนนอกอยู่แล้ว จะอายไปทำไม หนูถือว่าเรียนรู้เอาไว้ด้วย เผื่อมีประโยชน์”
เจียง หรงหมิ่น ถอนหายใจอย่างจนใจ ถ้าไม่มีใครอยู่อีกคนในห้องน้ำก็ดีสิ!
“คุณแม่คะ~ บอกมาหน่อยเถอะ ของคุณแม่กับของหนูมันต่างกันยังไง”
“ของลูกมีการป้องกัน ของแม่ตอนนั้นไม่มี แบบนี้มันก็ต่างกันน่ะสิ”
“หา? ถ้าไม่มีการป้องกัน แบบนั้นจะเรียกว่า ‘ไม่ตั้งใจ’ ได้ยังไงคะ?”
“ตอนนั้นแม่คิดว่าเป็นช่วงปลอดภัย เลยไม่ใส่ใจมากนัก แต่สุดท้ายก็เกิดเรื่องขึ้นจนได้”
“อ๋อออ อย่างนี้นี่เอง…” ฉิน โยวโยว พยักหน้าเหมือนเข้าใจอย่างจริงจัง
“พอเถอะ อย่าถามอะไรแปลกๆ เลย กลับไปนอนเร็วๆ ไป แม่ยังมีงานพรุ่งนี้อีก” เจียง หรงหมิ่น เร่งอย่างรำคาญ
“โธ่~ คุณแม่อย่าเพิ่งไล่หนูสิคะ เรื่องยังไม่กระจ่างเลย ถ้ากลับไปก็คงนอนไม่หลับ”
“เมื่อกี้ก็ถามไปหมดแล้วไม่ใช่เหรอ?”
“ยังมีอีกเรื่องหนึ่งค่ะ”
“เรื่องอะไรอีก?”
ฉิน โยวโยว หน้าแดงเล็กน้อย “คือ… ทุกครั้งมันจะเจ็บนิดหน่อย ทำยังไงดีคะ”
“เจ็บ?”
คำถามนี้ เล่นเอา เจียง หรงหมิ่น ถึงกับนิ่งอึ้งไป ในชั่วขณะนั้นเธอก็ไม่รู้จะตอบอย่างไรดี
“พวกลูกทำกันมากี่ครั้งแล้ว?”
“จำไม่ได้แล้วล่ะค่ะ แต่ก็หลายครั้งอยู่”
เจียง หรงหมิ่น ยิ่งพูดไม่ออก เพราะสำหรับเธอสมัยก่อน หลังจากครั้งแรกก็ไม่เคยมีปัญหาอะไรอีก ในเมื่อพวกเขามีอะไรกันหลายครั้งแล้ว ตามปกติไม่ควรจะเจ็บอีกสิ
“หรือว่าจะเพราะ… มันใหญ่ไปหน่อยรึเปล่า?”
“ใหญ่ไป?”
“อ๊ะ ใช่ค่ะ ประมาณนี้เลยค่ะ”
เมื่อเห็นลูกสาวทำท่าประกอบให้ดู เจียง หรงหมิ่น ถึงกับไม่รู้จะเอ่ยอะไรออกมาในชั่วขณะนั้น
“ทนอีกหน่อย เดี๋ยวก็ชินเอง” เจียง หรงหมิ่น ตอบอย่างขอไปที “กลับไปนอนเถอะ แม่ง่วงแล้ว พรุ่งนี้แม่ยังมีธุระอีกนะ”
“ก็ได้ค่ะ”
ฉิน โยวโยว เดินออกไป ภายในห้องกลับมาเงียบสงัดอีกครั้ง หลินเจียง จึงค่อยๆ ออกมาจากห้องน้ำ
บรรยากาศในห้องตอนนี้แตกต่างจากเมื่อครู่โดยสิ้นเชิง
“เอ่อ… คุณป้าเจียง งั้นผมกลับออกไปก่อนนะครับ”
เจียง หรงหมิ่น พยักหน้า “ไปพักผ่อนเถอะ”
หลินเจียง จึงออกจากห้องไป ทิ้งให้ เจียง หรงหมิ่น ถอนหายใจยาวอย่างคนที่เพิ่งปลดภาระอันหนักอึ้ง
เธอเดินเข้าห้องน้ำอีกครั้ง กำลังจะหยิบกระดาษชำระ แต่สายตากลับเหลือบไปเห็นชุดนอนกับกางเกงชั้นในที่แขวนอยู่ข้างๆ ก็อดรู้สึกเขินขึ้นมาเล็กน้อย
ถึงจะผ่านมาเจอเรื่องราวชีวิตมามาก แต่เธอก็ยังรู้สึกกระดากใจอยู่บ้าง อย่างไรก็ดี เจียง หรงหมิ่น ก็ไม่เก็บมาใส่ใจมากนัก เดินกลับขึ้นเตียง
แม้จะไม่มีเสียงแมลงสาบอีก แต่เธอกลับนอนไม่หลับ คิดถึงสิ่งที่ลูกสาวโง่ๆ เล่า ความถี่ของเรื่องพรรค์นั้นในวัยหนุ่มสาวก็คงไม่น้อย บางครั้งก็ไม่ได้ป้องกัน แต่เลือกวิธีไม่ปล่อยข้างในแทน
วิธีนี้แม้จะช่วยได้บ้าง แต่ก็ไม่ใช่สิ่งที่วางใจได้ เจียง หรงหมิ่น คิดว่าพรุ่งนี้ต้องเตือนลูกสาวโง่ๆ ของตัวเองให้ระมัดระวังอีกสักที …แค่ความสุขชั่วครู่ไม่คุ้มค่ากับความเสี่ยง
หลังจากคิดถึงเรื่องนี้แล้ว ความคิดในหัวของ เจียง หรงหมิ่น ก็วกไปยังสิ่งที่ลูกสาวพูดเป็นเรื่องที่สอง…
หรือว่ามันจะใหญ่จริงๆ? เดี๋ยวนะ… ไม่เกินไปหน่อยเหรอ?
โดยทั่วไปแล้ว คนเอเชียน่าจะไม่ถึงขนาดนั้น…
แต่พอนึกได้ว่า ตอนซื้ออุปกรณ์ป้องกันให้ ก็เลือก ‘รุ่นพิเศษ’ ตลอด!
นั่นแปลว่าสิ่งที่ลูกพูดไม่ใช่เรื่องเกินจริง…
ถ้าอย่างนั้น… อาการเจ็บก็ถือว่าเป็นเรื่องที่สมเหตุสมผล…
แต่ถึงอย่างไร มันก็ไม่มีทางแก้ไขอะไรได้มากนัก…
คงมีเพียงวิธีเดียว ทำบ่อยๆ เดี๋ยวก็ค่อยๆ ชินไปเอง…