- หน้าแรก
- หลังหย่า ผมก็มีชีวิตที่สมบูรณ์แบบ
- ตอนที่ 326 เปิดสองห้อง...
ตอนที่ 326 เปิดสองห้อง...
ตอนที่ 326 เปิดสองห้อง...
“อืมม… ใช้ได้ ข้อเสนอของคุณดีมาก ควรค่าแก่การยอมรับอย่างยิ่ง”
หลินเจียง ก็พอมองออกว่า ถังหว่าน ไม่ได้พูดแบบนี้เพราะอยากประจบเอาใจ หรือเพื่อหวังดึงทรัพยากรเพิ่มอะไรทำนองนั้น
ตัวเขาเองเป็นมือใหม่เต็มตัว ไม่เหมือนเธอที่มีรองเท้าจักรยานครบชุด ระดับฝีมือสองฝั่งต่างกันชัดเจน ซึ่งเธอจะคิดว่าตัวเขาไม่มีทางชนะก็ไม่ใช่เรื่องแปลก
แต่ปัญหาก็คือ …จะไปพนันกับคนที่เหมือนเปิดสูตรโกงได้ แบบนี้มันก็เหมือนหาเรื่องให้ตัวเองเจ็บใจชัดๆ
“งั้นก็ตกลงตามนี้นะ ถ้าคุณชนะผม นางเอกในภาพยนตร์เรื่องต่อไปก็ยังเป็นคุณ ส่วนจะได้บทนี้หรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับฝีมือและความสามารถของคุณแล้ว”
ดวงตาของ ถังหว่าน เป็นประกายระยิบระยับ ไม่คิดว่าจะได้ค้นพบอะไรใหม่แบบนี้
“ท่านประธานหลินคะ ภาพยนตร์เรื่องหน้าของเรากำลังอยู่ในขั้นเตรียมการแล้วหรือคะ? เป็นภาพยนตร์แนวไหนคะ?”
“กำลังเขียนบทอยู่ครับ เป็นแนวคอเมดี้ ถ้าคุณชนะผม บทนางเอกก็เป็นของคุณ”
“ถ้าอย่างนั้น วันนี้ฉันจะตั้งใจสู้เต็มที่ค่ะ” ถังหว่าน กล่าวว่า: “หนึ่งรอบ 20 กิโลเมตร ดูกันว่าใครปั่นกลับมาก่อน”
“ไม่มีปัญหา ไปกันเถอะ”
ถังหว่าน ก้าวขึ้นจักรยานทันที แล้วหันไปพูดกับ หลินเจียง ว่า: “ท่านประธานหลิน อย่าหลุดตามฉันนะคะ”
“ไม่ต้องรีบ ค่อยๆ ปั่นไปก่อนเถอะ”
การแข่งขันเริ่มขึ้น ถังหว่าน ปั่นจักรยานพุ่งนำไปก่อนอย่างรวดเร็ว
ส่วน หลินเจียง เองก็ไม่รีบร้อน ปั่นตามอยู่ด้านหลัง แถมได้แอบสูดกลิ่นหอมอ่อนๆ ไปด้วย
ปกติแล้ว ทรวดทรงสะโพกของ ถังหว่าน ไม่ได้โดดเด่นเว่อร์ แต่รูปทรงสวยและได้สัดส่วน พอขึ้นจักรยานเมื่อไหร่ สัดส่วนและเอฟเฟกต์มันเปลี่ยนไปชัดเจน จากมุมมองด้านหลังนี่เรียกได้ว่าเด่นสะดุดตาเลยทีเดียว
ถึงกับใช้คำว่ามหึมามาอธิบายได้เลย…
ระหว่างปั่น ถังหว่าน ก็จะเหลียวหลังมามอง หลินเจียง เป็นระยะ เห็นว่าเขาไม่หลุดตาม จึงค่อยๆ เพิ่มความเร็วขึ้นทีละนิด
ยังไงซะเขาก็เป็นเจ้านายของเธอ แม้จะคุยกันง่าย แต่เธอก็รู้จักกาลเทศะ จะให้มาเริ่มปั่นแล้วทิ้งเจ้านายไว้ข้างหลังตั้งแต่แรกก็คงไม่ใช่เรื่องที่ควรทำ ไม่อย่างนั้นตัวเองก็คงไม่ต้องอยู่ในบริษัทนี้อีกต่อไปแล้ว
เธอค่อยๆ เพิ่มความเร็วขึ้นจนถึง 15 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
เมื่อเทียบกับบรรดาสุดยอดนักปั่นในโต่วอินที่ปั่นกันเฉลี่ย 40 กิโลเมตรต่อชั่วโมงแล้ว ความเร็วนี้ก็ไม่ได้มากมายอะไร แต่สำหรับ ถังหว่าน แล้ว ถือว่าไม่น้อยแล้ว
เธอหันกลับไปมองอีกครั้ง เห็น หลินเจียง ยังปั่นตามมาติดๆ อยู่ด้านหลังเธอตลอด
‘ท่านประธานหลินก็ไม่เลวนี่ ใส่ชุดนี้ยังทำได้ถึง 15 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แถมตามมานานขนาดนี้… พละกำลังของผู้ชายก็ดีกว่าผู้หญิงจริงๆ นั่นแหละ’
ได้เวลาเพิ่มแรงกดดันให้ท่านประธานแล้วสิ…
เมื่อคิดได้ดังนั้น ถังหว่าน ก็เร่งความเร็วขึ้นเป็น 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ความเร็วระดับนี้สำหรับเธอถือว่าค่อนข้างสูง และเป็นการทดสอบร่างกายอย่างแท้จริง
ปั่นไปได้ไม่กี่กิโล เธอหันกลับไปดูอีกครั้ง ก็พบว่า หลินเจียง ยังคงตามหลังมาติดๆ ความเร็วไม่ตกลงเลยแม้แต่น้อย
สำหรับ หลินเจียง ความเร็วระดับนี้แทบไม่ต่างจากการวอร์มร่างกายด้วยซ้ำ แถมปั่นตามหลังได้ทั้งออกกำลังกาย ทั้งได้ชมวิวเพลินๆ แบบนี้ก็ดีไม่น้อยทีเดียว
อะแฮ่ม… คือแบบผมรักการปั่นจักรยานครับ!
ปั่นไปได้ประมาณ 10 กิโลเมตร ถังหว่าน หันกลับมามอง หลินเจียง อีกครั้ง ก็พบว่าเขายังปั่นตามมาอยู่ ไม่มีทีท่าว่าจะหลุดกลุ่มเลย ทำเอาเธอประหลาดใจมาก
ท่านประธานหลินนี่ร่างกายแข็งแรงขนาดนี้เลยเหรอ?
คิดไปคิดมา ถังหว่าน ก็ตัดสินใจเร่งความเร็วขึ้นเป็น 25 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พอปั่นถึงความเร็วนี้ เธอก็เริ่มหายใจแรงเล็กน้อยแล้ว
สำหรับมือใหม่แล้ว นี่แทบจะเป็นความเร็วสูงสุดของเธอ แต่ปั่นอยู่พักหนึ่ง ก็ยังไม่สามารถทิ้ง หลินเจียง ได้
ไม่ได้! ต้องเร่งอีก ต้องคว้าบทนี้มาให้ได้!
คิดได้ดังนั้น ถังหว่าน ก็ลุกขึ้นยืนบนบันไดถีบ ปล่อยให้ร่างกายแกว่งไปพร้อมจักรยาน ทำให้ทรวดทรงสะโพกชัดเจนอยู่ในสายตาของ หลินเจียง
อ้าว…มีสกิลแบบนี้ด้วย ทำไมไม่ใช้ออกมาตั้งแต่แรกล่ะ?
หลินเจียง ก็มองดูอย่างเพลิดเพลิน ส่วน ถังหว่าน ก็เหนื่อยจนหอบแฮ่กๆ เป็นภาพที่ตัดกันอย่างชัดเจน
ในที่สุด ถังหว่าน ก็ทนไม่ไหวแล้ว ความเร็วลดลงเหลือ 15 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เพราะถ้าฝืนต่อไปคงปั่นกลับไม่ไหวแน่
หลินเจียง หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูเส้นทางที่วางไว้ล่วงหน้า เหลืออีกประมาณ 3 กิโลเมตรก็จะถึงจุดเริ่มต้นแล้ว
หลังจากแอบตามดมกลิ่นหอมอีกเล็กน้อย เขาก็เร่งความเร็ว ขึ้นมาขี่เคียงข้าง ถังหว่าน
“ยังไหวไหม? จะพักหน่อยไหม?”
“ฉันไหวค่ะ” ถังหว่าน พูดพลางหอบหนัก
“งั้นผมไม่รอแล้วนะ”
พูดจบ หลินเจียง ก็เร่งสปีด แซงขึ้นไปข้างหน้า
ถังหว่านถึงกับตาโต ตะลึงงันไปแล้ว เขาเป็นมือใหม่จริงเหรอ? ทำไมถึงแซงฉันได้สบายๆ แบบนี้!
ขี่นำอยู่ข้างหน้า หลินเจียง ยังบังลมให้ ถังหว่าน ได้พักอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะเร่งอีกครั้งเมื่อใกล้ถึงเส้นชัย และครั้งนี้เขาไม่ได้รอเธอเลย
เขาขี่นำไปประมาณ 500 เมตร ก่อนจะถึงจุดเริ่มต้นก่อนเป็นคนแรก
“ยอมรับผลแพ้ชนะรึยัง?”
ถังหว่าน หอบแรงอยู่พักหนึ่งกว่าจะพูดได้ “ท่านประธานหลิน ท่านหลอกฉันนี่คะ! ท่านไม่ใช่มือใหม่เลย”
“ผมไม่เคยปั่นมาก่อนจริงๆ แค่ร่างกายแข็งแรงหน่อยเท่านั้นเอง”
“แข็งแรงหน่อยเนี่ยนะ…เกินไปแล้ว” ถังหว่าน ถอดหมวกกันน็อก เหงื่อผุดเต็มหน้าผาก “ฉันปั่นเดือนละหลายครั้ง แต่พอเทียบกับท่านแล้ว ฉันนี่มันมือสมัครเล่นชัดๆ เลย”
“อย่าเพิ่งถอดหมวกเลย ข้างนอกลมแรง ขึ้นรถก่อนค่อยว่ากัน”
“ค่ะ”
ทั้งคู่กลับขึ้นรถ หลินเจียง เปิดแอร์อุ่น (ฮีตเตอร์)
ถังหว่าน จึงถอดหมวกกันน็อกออก แล้วรูดซิปเสื้อกันลมลง เผยให้เห็นเหงื่อเต็มซอกคอ
หลินเจียง หยิบกระดาษทิชชู่ส่งให้ “เช็ดเหงื่อก่อนสิ”
“ขอบคุณคะ ท่านประธานหลิน”
ระหว่างเช็ดเหงื่อ ถังหว่าน เหลือบมอง หลินเจียง “ท่านประธานหลินนี่ไม่มีเหงื่อเลยเหรอค่ะ”
“ก็มีบ้าง แค่ไม่มากเหมือนคุณ”
ถังหว่าน เช็ดเหงื่อพลางคิดในใจ ท่านประธานหลินนี่ร่างกายดีเกินไปจริงๆ หรือเปล่า?
“ท่านประธานหลินคะ ฉันแพ้ปั่นจักรยานแล้ว แบบนี้บทต่อไปก็ไม่เกี่ยวกับฉันแล้วสินะคะ?” เธอพูดเสียงเศร้าๆ
“อย่าพูดแบบนั้นสิ แค่ให้ทุกคนอยู่ในจุดเริ่มต้นเดียวกัน เข้าใจที่ผมหมายถึงไหม?”
พรสวรรค์ของ ถังหว่าน นั้นไม่ต้องสงสัยเลย ถ้าฝึกและพัฒนาต่อ บวกกับบทดีๆ อนาคตก็ไปได้ไกลแน่นอน
แต่หลักการที่ว่า อย่าเอาไข่ทั้งหมดใส่ตะกร้าใบเดียว(1) ก็ยังใช้ได้ในวงการนี้เช่นกัน
ถ้ามีคนอื่นที่เหมาะสมกว่า ก็ต้องพิจารณาเป็นพิเศษ และเธอก็ควรมีความรู้สึกว่าต้องพยายามอยู่เสมอบ้าง
“ถ้าอย่างนั้นฉันก็ไม่กลัวแล้วค่ะ จะได้บทก็ต้องได้ด้วยฝีมือตัวเอง”
“ใช่ แบบนั้นแหละ”
เมื่อรู้ว่าตัวเองยังมีโอกาสอยู่ ความหม่นหมองในใจของ ถังหว่าน ก็หายไปเป็นปลิดทิ้ง
ภาพยนตร์เรื่องแรกที่เธอเล่นนั้นทำรายได้ค่อนข้างดี แถมยังมีข้อได้เปรียบที่ผู้ชมคุ้นหน้า อีกทั้งท่านประธานหลินเองตั้งแต่แรกก็มีความคิดจะให้บทนี้กับเธออยู่แล้ว โอกาสของตัวเองจึงถือว่ามีสูงมาก
“ต่อไปเวลาออกไปปั่นจักรยานต้องระวังหน่อยนะ คุณเป็นคนสาธารณะ อย่าไปในที่ที่คนเยอะเกินไปนัก”
“เข้าใจค่ะท่านประธานหลิน ฉันจะระวังเรื่องชีวิตส่วนตัว”
“แต่ก็อย่าเข้าใจผิดนะ ผมไม่ได้ห้ามมีแฟน ถ้าถึงเวลาที่สมควรก็มีได้ รอให้ตำแหน่งของคุณมั่นคงแล้วค่อยเปิดตัวก็ยังทัน”
“ตอนนี้ฉันโสดค่ะ เราเลิกกันแล้ว”
“หืม? เลิกแล้ว?”
“เลิกแล้วค่ะ แต่ท่านอย่าเข้าใจผิดนะคะ ไม่ใช่ว่าเพราะฉันดังขึ้นแล้วถึงเลิก” ถังหว่าน พูดต่อ: “เรื่องในวันนั้นท่านก็เห็นแล้ว ฉันทนท่าทางแบบนั้นของเขาไม่ไหวจริงๆ”
เธอเว้นจังหวะเล็กน้อย ก่อนพูดต่อว่า:
“ตอนนี้ยังพอไหว งานก็ยังไม่หนักมาก แต่ต่อไปไม่แน่ อาจยุ่งยาวเป็นเดือนหรือเป็นปีจนแทบไม่ได้เจอกัน เขาก็จะยิ่งระแวง และคงไปไม่รอดในที่สุด”
หลินเจียง พลันนึกถึงเรื่องที่เกิดในวันนั้น สิ่งที่ ถังหว่าน พูดก็มีเหตุผลอยู่มาก เรื่องไม่มีมูลยังทำให้เขาอาละวาดกลางที่สาธารณะได้ ต่อไปถ้าเธอยิ่งยุ่งมากขึ้น เจอกันน้อยลง ปัญหาก็คงยิ่งเยอะ และสุดท้ายก็คงลงเอยด้วยการเลิกอยู่ดี
“ผมเข้าใจนะ เราก็เป็นผู้ใหญ่กันแล้ว แถมยังเป็นเรื่องส่วนตัวของพวกคุณ ตัดสินใจให้ดีก็พอ”
“ค่ะ”
ถังหว่าน หยิบของจากในกระเป๋า เป็นขนมที่เอาออกมาจากบ้าน
“ท่านประธานหลินคะ ลองชิมมูสขนมปังนี่หน่อยสิ ฉันทานบ่อย แนะนำเลยค่ะ”
“คุณทานเถอะ ผมทานอย่างอื่นก็ได้”
“ตอนนี้ฉันทานไม่ได้แล้วค่ะ ต้องควบคุมน้ำหนักแล้ว”
หลินเจียง ยิ้มออกมา การเป็นดาราหญิงนี่ก็ไม่ง่ายเหมือนกันนะ
ทั้งคู่คุยกันไปพลางทานไปพลาง เวลาก็ผ่านไปอย่างรวดเร็ว หลังจากทานเสร็จ ถังหว่าน ก็เก็บขยะทั้งหมด กลัวว่าจะทำให้รถของ หลินเจียง เลอะ
“อยากปั่นอีกสักรอบไหม?” หลินเจียง ถาม
“ไม่ไหวแล้วค่ะ”
ถังหว่าน ตบขาตัวเองเบาๆ “ยังไม่ฟื้นเลย…”
ประโยคนี้ หลินเจียง ก็เคยได้ยินจากผู้หญิงคนอื่นพูดคำนี้กันแทบทุกคน
“ถ้าอย่างนั้น เราไปชมวิวแล้วกลับเลยดีไหมคะ?”
“มีธุระเหรอ?”
ถังหว่าน พยักหน้า “บ่ายสามโมงพ่อแม่ฉันจะมา ฉันต้องไปรับที่สถานีรถไฟ เลื่อนไม่ได้จริงๆ ค่ะ”
“ไปรับพ่อแม่เป็นเรื่องสำคัญ งั้นไปกันตอนนี้เลย”
หลินเจียง ลงจากรถ มานั่งฝั่งคนขับ แล้วดูนาฬิกาก่อนพูดว่า: “ตอนนี้บ่ายโมงครึ่ง กลับไปอาบน้ำก่อนก็น่าจะทัน”
“ทันค่ะ แต่ห้องน้ำที่บ้านฉันอาจจะเล็กหน่อย ถ้าท่านประธานหลินไม่รังเกียจ…”
“หืม? ผมก็ไม่ได้บอกว่าจะไปอาบที่บ้านคุณสักหน่อย”
“อ่า? แล้วหมายความว่ายังไงคะ?”
“ไปโรงแรมก็พอ อาบเสร็จผมค่อยไปส่งคุณ”
“จะไม่เสียเวลาท่านเหรอคะ?”
“ไม่เสียหรอกครับ”
วันนี้เขานัดกับ ฟางเจี๋ย ไว้ตอนห้าโมงเย็น พอไปส่ง ถังหว่าน เสร็จ เวลาก็พอดี
“งั้นต้องขอบคุณท่านประธานหลินนะคะ”
“ไม่ต้องเกรงใจครับ”
จากนั้น ทั้งคู่ก็ชมวิวรอบๆ ถ่ายรูปกันเล็กน้อย แล้วก็กลับ
กลับมาถึงโรงแรมเพนนินซูลา ถังหว่าน หยิบหน้ากากกับแว่นกันแดดที่เตรียมไว้ใส่ปิดบังตัวเองอย่างมิดชิด
เมื่อกลับมาที่โรงแรมเบย์วิว ถังหว่าน ก็สวมหน้ากากอนามัยกับแว่นกันแดดที่เตรียมมาล่วงหน้า ปิดบังตัวเองไว้อย่างมิดชิด หลังลงจากรถ หลินเจียง โบกมือเรียกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยให้วิ่งเข้ามา
“บนรถมีจักรยานสองคัน ยกลงมา”
“ทราบแล้วครับ ท่านประธานหลิน”
เจ้าหน้าที่ทำตามที่ หลินเจียง สั่ง ยกจักรยานลงจากรถเรียบร้อย
หลินเจียง หยิบที่อยู่บ้านของ ถังหว่าน ขึ้นมา “ถ่ายรูปที่อยู่นี้ไว้หน่อย”
เจ้าหน้าที่ รปภ. ก็ถ่ายตามคำสั่ง หลินเจียง หันมาถาม ถังหว่าน “ส่งให้คุณเวลาไหนถึงจะสะดวก?”
ถังหว่าน ดูนาฬิกา “สักประมาณสี่โมงค่ะ”
หลินเจียง พยักหน้าแล้วหันไปบอกเจ้าหน้าที่ รปภ. “สี่โมงส่งไปที่นี่ให้เรียบร้อยนะ”
“ทราบแล้วครับ”
พอจัดการล็อกจักรยานเสร็จ หลินเจียง ก็เดินมุ่งหน้าไปทางประตูโรงแรม ถังหว่าน เดินตามหลังเหมือนเป็นลูกน้องคนหนึ่ง
เธอก็เพิ่งสังเกตว่า ท่านประธานหลินจะดูเป็นกันเองเฉพาะเวลาคุยกับเธอหรือท่านประธานฟางเท่านั้น
แต่พอเวลาเจอหน้าคนอื่น ถึงจะไม่ได้ใส่สูท ก็ยังคงมีออร่าประธานใหญ่แบบเต็มขั้น
ตึกตัก… ตึกตัก…
หัวใจของ ถังหว่าน เต้นแรงขึ้นเรื่อยๆ
อีกเดี๋ยวก็จะขึ้นห้องไปอาบน้ำ… ถ้าท่านประธานหลินเห็นเธอเดินออกมาพันตัวด้วยผ้าขนหนู จะรู้สึกยังไงนะ?
หรือว่า…จะเกิดเหตุการ ‘ปั้นดาวในห้อง’ แบบที่ลือกัน?
ใบหน้าของ ถังหว่าน เริ่มร้อนผ่าวขึ้นมา จนไม่กล้าคิดอะไรต่อแล้ว…
ทันใดนั้น เฝิง ซู่ซง ก็เดินเข้ามา
“ท่านประธานหลิน”
หลินเจียง พยักหน้าให้ “เปิดสองห้อง”
ถังหว่าน: ???
สองห้อง?
……………………
(1)[ไข่ไม่ควรจะอยู่ในตะกร้าใบเดียวกัน (鸡蛋不能放在同一个篮子里) – คำพูดนี้มาจากทฤษฎีพอร์ตโฟลิโอของเจมส์ โทบิน (James Tobin) นักเศรษฐศาสตร์ชาวอเมริกัน ในภาษาอังกฤษ ‘Don't put all your eggs in one basket’ ซึ่งหมายถึง อย่าทุ่มเททรัพยากรทั้งหมดไปกับสิ่งเดียว เพราะหากล้มเหลวจะสูญเสียทุกอย่าง ควรมีการกระจายความเสี่ยง]