เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 284 ข่าวฉาวของเบิร์กลีย์

ตอนที่ 284 ข่าวฉาวของเบิร์กลีย์

ตอนที่ 284 ข่าวฉาวของเบิร์กลีย์


โปรโมชันเปิดตัวในช่วงสามวันแรกสิ้นสุดลงแล้ว

จากระดับผู้บริหารไปจนถึงพนักงานทั่วไป ทุกคนต่างก็ได้โบนัสกันถ้วนหน้า เงินเดือนสูง คุณภาพดี ค่าชดเชยสูง… มาตรการเหล่านี้ทั้งหมด ทำให้สินค้าขายในช่วงไม่กี่วันนี้ ระเบิดยอดขายถล่มทลาย แต่ถึงจะเป็นแบบนั้น กำไรก็ไม่ได้มากอย่างที่คิด จะเรียกว่า น้อยจนแทบไม่น่าเชื่อ ก็ยังได้ พอแจกโบนัสพนักงานเสร็จ ก็แทบไม่เหลืออะไร

นอกจากนี้ ในคืนนั้นเอง ยังได้จัดกิจกรรมไนท์ไลฟ์ให้พนักงาน โดยพาไปที่ เย่เม่ย KTV ของ หลิน เฉียงเวย ถือเป็นสวัสดิการพนักงานอีกอย่างหนึ่ง

ส่วน หลินเจียง เอง ก็ไปกินข้าวกับ เฉิน จิ้งเสียน, เหอ ซือเหยา และเหอจิ้ง เพราะทุกคนสนิทกัน และเวลาค่อนข้างดึกแล้ว จึงเลือกไปที่แผงลอยฝั่งประตูเหนือของโครงการเฟิงหลินอินเตอร์เนชั่นแนล

“ยอดขายช่วงไม่กี่วันนี้น่าตกใจมาก แค่ซูเปอร์มาร์เก็ตอย่างเดียว ยอดขายสามวันก็เกือบเท่ากับยอดทั้งเดือนในอดีตแล้วค่ะ” เหอจิ้ง กล่าวขึ้น: “แบบนี้ในอดีตคงมีแค่ช่วงตรุษจีนเท่านั้นแหละ ถึงจะเห็นภาพคนแน่นขนัดขนาดนี้”

เหอจิ้ง เธอเคยเป็นผู้จัดการของห้างเบิร์กลีย์ สถานการณ์ในช่วงสองสามวันนี้ เธอคือคนที่มีสิทธิ์พูดมากที่สุด

“นี่เพิ่งเริ่มต้นนะ ความท้าทายเพิ่งจะเริ่มเท่านั้น” หลินเจียง กล่าว

“สิ่งที่ฉันกังวลตอนนี้คือ...เราขึ้นมาตรฐานไว้สูงเกินไป โดยเฉพาะสองวันหลัง ที่มีอินฟลูเอนเซอร์จากทั่วเมืองแห่กันมา ฉันคาดว่าอีกไม่นาน อินฟลูเอนเซอร์จากทั่วประเทศก็คงทยอยกันมา ห้างเบิร์กลีย์ตอนนี้เหมือนบ่อเก็บกระแสขนาดใหญ่ ใครถ่ายก็ได้ยอดวิว” เหอจิ้ง พูดพลางหยุดไปเล็กน้อย แล้วพูดต่อ: “ตอนนี้เราถูกผลักดันให้ขึ้นไปอยู่ในจุดที่สูงมากแล้ว ถ้ามีข้อผิดพลาดเพียงเล็กน้อย ทิศทางของชาวเน็ตทั้งประเทศก็อาจจะเปลี่ยนไปในพริบตา กลายเป็นเป้าโจมตีได้เลย”

แม้ว่า เหอจิ้ง จะไม่ได้เล่นโซเชียลมีเดีย แต่เธอก็รู้ดีว่า ‘กระแส’ เป็นดาบสองคม ห้างเบิร์กลีย์อาจถูกผลักขึ้นมาโดยกระแส แต่ยิ่งขึ้นสูงมากเท่าไร เวลาตกลงมาก็ยิ่งเจ็บหนักเท่านั้น

เฉิน จิ้งเสียนและเหอ ซือเหยา ก็พยักหน้าเห็นด้วย นี่ก็เป็นสิ่งที่พวกเธอกังวลเช่นกัน เบิร์กลีย์ในปัจจุบันกำลังอยู่ในจุดที่ ‘สูงเกินจริง’ หากมีอะไรสะดุดเพียงนิดเดียว ก็อาจจะเกิดเรื่องใหญ่ขึ้นทันที

“คนเราไม่มีใครสมบูรณ์แบบ คุณเข้าใจ ฉันเข้าใจ คนทั่วไปก็เข้าใจเหมือนกัน” หลินเจียง พูดด้วยน้ำเสียงสบายๆ: “เพราะฉะนั้น การเจอปัญหาไม่ใช่เรื่องน่ากลัว สิ่งที่สำคัญกว่าคือ จะแก้ปัญหาอย่างไรให้ดีต่างหาก

ทุกคนตั้งใจฟัง “แนวทางทั้งหมด สรุปได้เป็นแค่สี่คำ — ให้ความสำคัญกับหลักมนุษยธรรมเป็นศูนย์กลาง!

“เข้าใจแล้วค่ะ”

หลังมื้อค่ำ เหอ ซือเหยา และเหอจิ้ง ก็กลับไป โดยทิ้งสายตาอิจฉาไว้ให้ เฉิน จิ้งเสียน ที่ได้พา หลินเจียง กลับไปด้วย พอกลับถึงที่พัก ก็เกือบเที่ยงคืนแล้ว

เฉิน จิ้งเสียน มีเล่ห์เหลี่ยมเล็กๆ เธอเปลี่ยนมาใส่ชุดนอนตัวใหม่ที่เพิ่งซื้อ แล้วมายืนหน้ากระจก ล้างหน้า-ล้างเครื่องสำอางอย่างตั้งใจ หลินเจียง แน่นอนว่าไม่ปล่อยโอกาสนี้ให้หลุดมือ มือใหญ่ๆ ของเขาวางลงทันที

“ชุดนี้ไม่เลวเลยนะครับ พอดีเป๊ะเลย แบบนี้พี่ก็เข้าใกล้ได้เป็น พนักงานดีเด่น ไปอีกขั้นแล้วล่ะ”

“บ้าเหรอ ใครซื้อให้เธอกัน!”

“ก็จริงครับ แล้วทำไมพอกลับถึงบ้าน รีบเปลี่ยนใส่ทันทีเลยล่ะ?”

“แล้วฉันซื้อชุดนอนมา จะให้ใส่เดินข้างนอกหรือไงคะ...?”

“ดูท่าทางยังไม่เข้าใจลึกซึ้งเท่าไหร่ แบบนี้ในฐานะเจ้านาย ผมคงต้องสอนบทเรียนให้พี่ซะหน่อยแล้ว...” พูดจบ หลินเจียง ก็เปิดกระโปรงชุดนอนของเธอขึ้น แล้วก็… เริ่ม ‘สอนบทเรียน’ ในห้องน้ำก่อนเลย~~~

…………….

ตลอดเดือนถัดมา หลินเจียง ก็ยังคงวุ่นวายทั้งสองฝั่งเช่นเคย

ในช่วงเวลานี้ หลี่ เยว่ถง กับสวี่ อิ๋งจวิ้น ก็สมัครสอบปริญญาโทเรียบร้อยแล้ว ทั้งคู่เลือกมหาวิทยาลัยเจียวทงจงไห่อย่างภาคภูมิใจ ตอนนี้ก็แค่รอให้ถึงเดือนธันวาคม

นอกจากนั้น ภาพยนตร์ที่ผลิตไว้ก็ผ่านการอนุมัติเรียบร้อย ต่อไปก็กำลังเตรียมเข้าฉาย ตามที่ ฟางเจี๋ย บอก อีกประมาณครึ่งเดือนก็จะเริ่มฉาย พร้อมเข้าสู่ช่วงโปรโมตเต็มตัว

แต่งานหลักตอนนี้ ยังคงเป็นเบิร์กลีย์ จากกระแสบนโลกออนไลน์ เบิร์กลีย์กลายเป็นไวรัลแบบวันต่อวัน แม้แต่ช่วงนอกเวลางาน ก็ยังมีคนมาต่อแถวซื้อของ ตอนนี้บางคนถึงขั้นนำเบิร์กลีย์ไปเทียบกับซูเปอร์มาร์เก็ตชื่อดังอย่าง ตงไหล แล้วด้วยซ้ำ ทางเบิร์กลีย์เองก็ ‘ทักทาย’ ตงไหลแบบห่างๆ ซึ่งอีกฝ่ายก็ตอบรับอย่างดี ทำให้กระแสร้อนแรงยิ่งกว่าเดิม แม้ต้นทุนจะสูง แต่ยอดขายก็พุ่งทะลุ ทำให้กำไรเริ่มงอกเงยขึ้นมาชัดเจน

ตรงกันข้ามความร้อนแรงของเบิร์กลีย์ ทำให้ห้างสรรพสินค้าฮุ่ยผิ่นที่โครงการซิงเฉิงวานเฟสสองซบเซาอย่างหนัก ทุกวันลูกค้าแทบไม่มี ห้างกว้างใหญ่แต่กลับมีคนแค่หยิบมือเดียว พนักงานขายแต่ละคนหมดอารมณ์ทำงานอย่างเห็นได้ชัด

“บ้าจริง พวกผู้บริหารห้างนี่มันทำอะไรอยู่วะ คนก็ไม่มีแบบนี้ แล้วจะค้าขายกันยังไง!” คนพูดชื่อ เฉา เถียนเฉียง ก็คือเจ้าของร้านปลาย่างชิงเหอ

ตอนนั้นเขาเป็นคนแรกที่ย้ายออกจากห้างเบิร์กลีย์มาอยู่ที่ห้างนี้ เพราะหวังว่า ฮุ่ยผิ่น จะล้มเบิร์กลีย์ได้ แล้วตัวเองจะได้เติบโต แต่ไม่ทันสองวันทุกอย่างก็ ดับสนิท ช่วงนี้ขาดทุนทุกวัน ต้องอาศัยขายคูปองลดราคาถึงจะมีลูกค้าเข้ามาบ้าง

“ไม่น่าเลย ถ้าตอนนั้นไม่ย้ายออกจากเบิร์กลีย์ แล้วต่อสัญญาอีกสักสองสามปี ตอนนี้แค่ยอดคนเข้าร้าน ก็ฟันกำไรสบายๆ ปีละหลายแสนแล้ว” หวัง ตันตัน เจ้าของร้านหม้อไฟทั่นฮวาพูดด้วยน้ำเสียงเศร้า ทั้งปากก็เต็มไปด้วยแผลร้อนในเพราะเครียดเต็มไปหมด

ห้างสรรพสินค้าฮุ่ยผิ่นซบเซา ไม่มีแม้แต่คน ตอนนี้เจ้าของร้านหลายรายที่ออกมาจากห้างเบิร์กลีย์ เริ่มมารวมตัวกันใหม่ แต่ละคนหน้าตาหมองหม่น ถอนหายใจไม่หยุด

“ถ้ามันไม่ไหวจริงๆ พวกเราย้ายกลับไปดีกว่า ยอมเสียเงินเพิ่มอีกหน่อย ยังดีกว่านั่งรอเจ๊งอยู่ที่นี่” หวังเจียว เจ้าของร้านเสื้อผ้าผู้หญิงจิ่นซิ่วกล่าว

“เห็นด้วย ขืนเป็นแบบนี้ต่อไป พวกเราพังกันหมดแน่!” เฉา เถียนเฉียง เสริม

“ใช่ ตอนนี้เท่าที่ฉันรู้ มีเจ็ดแปดร้านแล้วที่เตรียมย้ายออกจากฮุ่ยผิ่นแล้ว” หวัง ตันตัน กล่าว

“งั้นติดต่อเจ้าของร้านที่เคยย้ายออกไป แล้วไปเจรจากับ ผู้จัดการเหอ ที่ห้างเบิร์กลีย์กันเถอะ...”

ในตอนนี้ ด้านคนที่กังวลที่สุด ไม่ใช่แค่เจ้าของร้าน แต่ หาน กวางฉี เองก็ร้อนใจเช่นกัน

ในห้องทำงาน ผู้ช่วยของเขายืนรายงานอยู่ตรงหน้า หาน กวางฉี “ท่านประธานหานครับ วันนี้มีร้านปิดอีกสามเจ้าแล้วครับ”

ย้อนกลับไปตอนนั้น เพื่อดึงร้านค้าออกจากห้างเบิร์กลีย์ ฮุ่ยผิ่นถึงกับยอมให้สิทธิพิเศษมากมาย หนึ่งในนั้นที่สำคัญมากก็คือการยกเว้นค่าเช่าเดือนแรก หาน กวางฉี มั่นใจในประสบการณ์จากต่างประเทศของตนเอง และคิดว่าอาศัยชื่อเสียงของกลุ่มบริษัทฮุ่ยผิ่นที่แข็งแกร่งก็จะโค่นล้มเบิร์กลีย์ได้ง่ายๆ...ถึงตอนนั้นค่อยไปเซ็นสัญญาระยะยาวกับพวกเขา ห้างสรรพสินค้าฮุ่ยผิ่นก็จะสามารถเติบโตได้อย่างรวดเร็ว

แต่ดูเหมือนว่าสถานการณ์จริงจะไม่ง่ายอย่างที่คิด หลังครบเดือน ไม่มีใครอยากต่อสัญญาเลยแม้แต่คนเดียว ตอนนี้ แค่เดินไม่กี่ก้าวในห้าง ก็เห็นร้านปิดไปเป็นแถบๆ บางร้านก็ย้ายออกไปเลย ไม่ทำกับฮุ่ยผิ่นแล้ว

และบางร้านก็ปิดชั่วคราว เพราะไม่มีคนเดินห้าง เสียเวลาเปล่า จึงไปหาทางเลือกใหม่แทน เรื่องนี้เองก็ทำให้ประสบการณ์ของลูกค้าแย่ลงเรื่อยๆ เข้าสู่วงจรอุบาทว์ ที่ยิ่งทำให้ห้างตายเร็วขึ้นอีก

“ฉันเข้าใจแล้ว ยังมีเรื่องอะไรอีกไหม?”

“ก็มีเรื่องตลาดทางภาคเหนือครับ สถานการณ์ไม่ค่อยดีเลย” ผู้ช่วยกล่าวว่า: “ตอนนี้ เนื้อวัวของพวกเขาเริ่มวางขายในตลาดแล้ว และก็ได้รับกระแสตอบรับดีมาก ส่งผลกระทบต่อยอดขายของฟาร์มหงหยางโดยตรง ผมกลัวว่า…”

หาน กวางฉี พูดขึ้น ขณะเท้าคางบนมืออย่างเครียด “กลัวว่าฟาร์มหงหยางจะเดินตามรอยหย่งอันใช่ไหม?”

“ใช่ครับ…”

ช่วงเวลานี้ นอกจากปัญหาของห้างแล้ว การลงทุนในฟาร์มหงหยางก็ทำให้เขานอนไม่หลับเช่นกัน วิธีการของลี่ยหยวนชัดเจนมาก บริษัทคู่แข่ง กำลังใช้กลยุทธ์เดียวกับมู่ซิงซึ่งเคยประสบความสำเร็จ หากปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไป ฟาร์มหงหยางก็จะเป็นหย่งอันที่สอง การลงทุนครั้งนี้ของตัวเอง ก็อาจจะสูญเปล่าได้

“ฉันรู้แล้ว คุณออกไปก่อนเถอะ” หาน กวางฉี เอนตัวพิงเก้าอี้ หลับตา นวดขมับอย่างเหนื่อยล้าไม่หยุด สีหน้าของเขาหมดเรี่ยวแรงโดยสิ้นเชิง ไม่เหลือเค้าเดิมของชายหนุ่มผู้มั่นใจ ที่เคยย้ายออกจาก เบิร์กลีย์ อย่างทะนงตนแล้ว

กริ๊ง...กริ๊ง...กริ๊ง—

ในตอนนั้นเอง โทรศัพท์มือถือของเขาก็ดังขึ้นเป็นสายจากพ่อของเขา

“พ่อครับ”

“สถานการณ์ทางนั้นเป็นยังไงบ้างแล้ว?” เสียงของ หาน เซิ่งฉวิน ผู้เป็นพ่อดังมาจากปลายสาย

“ไม่ค่อยดีนักครับ แต่ผมจะหาทางจัดการแก้ไขให้ได้”

“ตอนนี้รู้รึยังว่า...ช่องว่างระหว่างสองฝ่ายห่างกันแค่ไหน?” หาน เซิ่งฉวิน ไม่ได้โกรธ เขาถามด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น

“ห่าง? เขายังไม่คู่ควรจะเทียบกับผมด้วยซ้ำ” หาน กวางฉี พูดอย่างไม่พอใจ “ผมยอมรับว่าเขาเข้าใจอินเทอร์เน็ตดีกว่าผม แต่กระแสออนไลน์มันก็แค่ดาบสองคม เบิร์กลีย์ ถูกผลักขึ้นไปสูงมากในตอนนี้ ไม่ช้าก็เร็ว ยังไงมันก็ต้องตกลงมา”

“แต่หวังว่าวันนั้น จะมาถึงเร็วหน่อยนะ เพราะนักลงทุน...ไม่ได้มีความอดทนมากพอที่จะรอแกนานนักหรอก”

“ผมเข้าใจครับ ผมจะจัดการเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด”

“งั้นก็ลองดู”

หลังจากวางสาย หาน กวางฉี ลุกขึ้นมายืน มองลงไปยังลานจอดรถที่ว่างเปล่าใต้ตึก ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความหม่นหมองลงไปอีก

ก๊อกๆๆ—

จู่ๆ ก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างรีบร้อนดังขึ้น โดยไม่รอให้เขาตอบ ผู้ช่วยของเขาก็ผลักประตูเข้ามาทันที

“ท่านประธานครับ! เราเจอโอกาสแล้วครับ!”

“โอกาสอะไร?” หาน กวางฉี หันกลับมาถามด้วยความตกใจ

“มีคนแฉว่า โรงงานที่ผลิตแผ่นแป้งให้เบิร์กลีย์มีปัญหาด้านสุขอนามัยขั้นร้ายแรง!” ขณะพูด ผู้ช่วยก็ยื่นโทรศัพท์มือถือของตนเองให้ หาน กวางฉี ดู “นี่เป็นภาพที่ถ่ายจากสถานที่จริงครับ!”

หลังจากดูภาพถ่ายในโทรศัพท์มือถือ ใบหน้าของ หาน กวางฉี ก็แสดงความยินดีออกมาชัดเจน ความหม่นหมองก่อนหน้านี้หายไปทันที โอกาสที่เฝ้ารอมานาน... มาถึงแล้ว!

“เอาข้อมูลทั้งหมดพวกนี้รวบรวมมา แล้วส่งให้ฉัน”

“รับทราบครับ!”

…………….

ในคืนนั้นเอง หาน กวางฉี ได้เรียก โจวจิ้น มาพบ พร้อมกับ เจิ้ง เจียงไห่ และหลี่ อู่หยาง ที่มาด้วยกัน

“จู่ๆ เรียกพวกเรามา เกิดอะไรขึ้น?” โจวจิ้น เป็นคนพูดเปิดประเด็น

“ฉันต้องการให้พวกนายใช้ความสามารถและคอนเนคชั่นของตัวเอง…เพื่อ ลากพวกนั้นให้จมลงไปด้วยกัน” ขณะที่พูด หาน กวางฉี ก็ยื่นโทรศัพท์มือถือของตัวเองให้ไป

“อะไรน่ะ? ขอฉันดูหน่อย” เจิ้ง เจียงไห่ รับไปดู ส่วน หลี่ อู่หยาง ก็เอนตัวเข้ามาดูด้วย

“ตอนนั้นฉันก็พูดไว้แล้วว่า รูปแบบของพวกเขาต้องมีปัญหาแน่นอน” เจิ้ง เจียงไห่ พูดพร้อมส่ายหัว “ก้าวเร็วเกินไป มันก็ง่ายที่จะ… เตะไข่ตัวเองเข้าเป้า(1)

“ก็จริง เรื่องแค่นี้ถ้าเกิดกับเจ้าอื่น ก็อาจจะไม่ใช่ประเด็นใหญ่ แต่ เบิร์กลีย์เนี่ย เขาโฆษณาว่าบริการดี ความสะอาดเยี่ยมมาตลอดพอเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น มันก็เป็นเหมือนผลกรรมย้อนกลับ(2)” หลี่ อู่หยาง พูดเสริม

“นี่แหละคือโอกาส เราสามารถปั่นกระแสได้” หาน กวางฉี พูดอย่างตื่นเต้น “พวกนายเองก็จะเริ่มโปรโมทหนังกันแล้วใช่มั้ย? ใช้จังหวะนี้ฉวยโอกาสแซะพวกเขา แค่ทำให้ชื่อเสียงของพวกเขาพัง ทุกอย่างก็จะตามมาเอง คนจะยิ่ง ...รุมกระทืบซ้ำตอนเขาล้ม(3)

โจวจิ้น นั่งเอนหลังพิงพนัก มองภาพโรงงานผลิตแป้งสุดสกปรกในคลิป “นี่มัน... ตงซือเลียนแบบนางงามชัดๆ(4) เลียนแบบเขาแต่ไม่เข้าใจแก่นแท้ สุดท้ายก็พังเพราะตัวเองนี่แหละ”

ทั้งสามคนเงียบลง และหันไปจับตาที่ โจวจิ้น เพราะเขาคือผู้เชี่ยวชาญด้านนี้ ความเห็นของเขามีน้ำหนักมาก

“แต่เรื่องนี้มันก็แค่เรื่องเล็กนะ ฉันกลัวว่า มันจะไม่แรงพอจะทำลายพวกเขา” หาน กวางฉี พูดอย่างกังวล

โจวจิ้น จุดบุหรี่ สูบไปพลาง คิดไปพลางอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดว่า: “ผ่านมาเป็นสิบวันแล้ว มีข่าวเสียหายอื่นอีกไหม?”

“ไม่มีเลย เราหาข่าวฉาวของพวกเขาเจอแค่นี้เอง แม้แต่จะปั้นข่าวลบก็ยังไม่มีโอกาส” หาน กวางฉี ตอบอย่างหมดหวัง

“ไม่เป็นไร แค่ข่าวแฉพวกนี้ก็มากพอแล้ว”

“แน่ใจนะ?”

“แน่นอน” โจวจิ้น ยักไหล่ “ตอนนี้พวกเขาเหมือนลูกโป่งที่ถูกเป่าจนบวมเต็มที่บนท้องฟ้า ข่าวฉาวอันนี้ก็เหมือนตะปูแค่เจาะรูเล็กๆ ได้เมื่อไหร่ก็... แตกดังเป๊าะทันที

โจวจิ้น หยุดไปสักพัก แล้วพูดต่อด้วยสายตาจริงจัง: “ถ้าแค่เสียงลือเสียๆ หายๆ เปลี่ยนฝั่งเมื่อไหร่ ‘บ่อกระแส’ ที่พวกเขาเคยมี…จะกลายเป็นบ่อกระแสด้านลบทันที แล้วหลังจากนั้นจะปล่อยข่าวแย่ๆ อะไรก็กลายเป็นไวรัลได้ทั้งนั้น ข่าวฉาวครั้งนี้...เป็นแค่จุดเริ่มต้น แต่เพียงพอแล้วที่จะจัดการพวกเขา!”

………………

(1)[เตะไข่ตัวเองเข้าเป้า (扯到蛋) – เป็นสแลงในอินเทอร์เน็ต แปลตรงตัวว่า ‘ดึงไปโดนไข่’ เป็นคำพูดที่ใช้ในเชิงติดตลก หมายถึง การกระทำที่เกินตัวหรือหักโหมเกินไปจนทำให้เกิดผลเสียหรือความเจ็บปวดกับตัวเอง]

(2)[ผลกรรมย้อนกลับ (自食恶果) – เป็นสำนวน แปลตรงตัวว่า ‘กินผลไม้พิษของตัวเอง’ หมายถึง การได้รับผลกรรมจากการกระทำที่ไม่ดีของตนเอง หรือ ‘กรรมตามสนอง’]

(3)[รุมกระทืบซ้ำตอนเขาล้ม (墙倒众人推) – เป็นสำนวน แปลตรงตัวว่า ‘กำแพงล้ม ทุกคนช่วยกันผลัก’ หมายถึง เมื่อคนหรือสิ่งใดสิ่งหนึ่งกำลังตกต่ำหรือประสบกับความล้มเหลว ก็จะมีคนมากมายเข้ามาซ้ำเติมหรือฉวยโอกาส]

(4)[ตงซือเลียนแบบนางงาม (东施效颦) – เป็นสำนวน ใช้เปรียบเปรยถึงการเลียนแบบผู้อื่นอย่างสุ่มสี่สุ่มห้า โดยไม่เข้าใจถึงแก่นแท้หรือที่มาของสิ่งที่เลียนแบบนั้น ส่งผลให้ผลลัพธ์ที่ได้ออกมาดูน่าขัน น่าสมเพช หรือเลวร้ายกว่าเดิม แทนที่จะดูดีขึ้น]

จบบทที่ ตอนที่ 284 ข่าวฉาวของเบิร์กลีย์

คัดลอกลิงก์แล้ว