- หน้าแรก
- หลังหย่า ผมก็มีชีวิตที่สมบูรณ์แบบ
- ตอนที่ 254 เซอร์ไพรส์เล็กๆ น้อยๆ ที่ สวีหลิน เตรียมไว้
ตอนที่ 254 เซอร์ไพรส์เล็กๆ น้อยๆ ที่ สวีหลิน เตรียมไว้
ตอนที่ 254 เซอร์ไพรส์เล็กๆ น้อยๆ ที่ สวีหลิน เตรียมไว้
หลังจากที่ได้ออกจากห้างเบิร์กลีย์แล้ว หลินเจียง ก็ได้ไปยังบ้านของ สวีหลิน เมื่อเปิดประตูออก ก็ได้เห็น สวีหลิน สวมเสื้อกล้ามออกกำลังกายกับกางเกงโยคะ หน้าผากยังมีเหงื่อชุ่ม ดูท่าว่ากำลังออกกำลังกายอยู่ในบ้าน
สิ่งที่ หลินเจียง ไม่คาดคิดก็คือ บนหัวของเธอปรากฏภารกิจประจำวันขึ้นมาอีกแล้ว
ยังไม่ทันได้กดเข้าไปดู สวีหลิน ก็กระโดดขึ้นไปบนตัวของเขา และได้ใช้แขนโอบรอบคอของเขาทันที หลินเจียง ก็รับอุ้มเธอไว้โดยไม่ต้องคิด มือรองสะโพกของเธอเอาไว้แน่น
“แจ้งล่วงหน้าไปวันนี้ยังไม่สายใช่ไหมครับ?”
“พอดีเลย~ พอเห็นข้อความของคุณ ฉันก็รีบส่งเขาไปอยู่กับแม่ฉันแล้ว” สวีหลิน มอง หลินเจียง “มาแล้วก็ดีจะได้เบิกเงินจากคุณหน่อย 128 หยวนค่ะ~”
“เบิกค่าอะไรครับ?”
“ฉันชวนเขาไป เขาไม่ยอม ฉันเลยต้องซื้ออุลตร้าแมนให้ถึงยอมไปตั้ง 128 หยวนแน่ะ” สวีหลิน มองเขาพร้อมกับพูดเสียงหวาน “คุณว่าไง เงินนี้คุณควรเป็นคนจ่ายใช่ไหมล่ะคะ?”
“ไม่มีปัญหาเลย เงินนี้ผมรับผิดชอบเต็มที่ เดี๋ยวโอนให้ 1,280 หยวนไปเลย จองไว้ล่วงหน้าสิบรอบเผื่ออนาคต”
“งั้นฉันต้องฟิตร่างกายหน่อยแล้ว ไม่งั้นครบสิบรอบเมื่อไหร่ คุณได้ปั่นฉันจนหมดแรงตายแน่” พูดจบ สวีหลิน ก็ได้ลงมาจากบนตัวของ หลินเจียง
“วันนี้ทานหม้อไฟนะ~ ใช้น้ำซุปที่คุณให้ไว้เมื่อวันก่อน ตอนดมกลิ่นยังไม่ทันต้ม กลิ่นก็หอมมากแล้ว”
“พอกินเสร็จช่วยรีวิวด้วยนะครับ เพราะนี่จะเป็นอาวุธลับในการเปิดร้านหม้อไฟของผมในอนาคตเลย”
“คุณนี่มันอัจฉริยะด้านธุรกิจจริงๆ เลยนะเปิดอะไรก็รุ่ง ขอแบ่งโชคดีจากตัวคุณมานิดหนึ่งสิ~”
“กินเสร็จเดี๋ยวจัดให้เลยครับ”
“คนเจ้าเล่ห์~”
ทั้งสองคนมานั่งที่โต๊ะ ลองจุ่มเนื้อแกะลงหม้อไฟ ปรากฏว่ารสชาติดีกว่าที่คาดไว้มาก สวีหลิน กินด้วยความเอร็ดอร่อย ส่วน หลินเจียง ก็ถือโอกาสเปิดหน้าภารกิจประจำวันขึ้นมาดู
[ชื่อภารกิจ: ช่วงเวลาแห่งความสุข]
[รายละเอียดภารกิจ: อยากจะไปเข้าร่วมกิจกรรมค่ายฤดูร้อนของโรงเรียนกับลูก เพราะว่าไปทำงานต่างจังหวัด เลยไม่มีเวลาไป]
[รางวัลภารกิจ: การ์ดฟิตเนส x1, ค่าคะแนน +20]
เมื่อได้เห็นรายละเอียดของภารกิจแล้ว หลินเจียง ก็ได้นึกถึงภารกิจแรกของ สวีหลิน ทั้งสองก็คล้ายๆ กัน
[การ์ดฟิตเนส: ทุกวันฟิตเนสหนึ่งชั่วโมง ทุกวันรางวัล 2 ล้าน จำกัดเวลาอยู่ที่เจ็ดวัน (ไม่จำกัดเวลา ไม่จำกัดสถานที่)]
ไม่จำกัดเวลาก็เข้าใจง่ายมาก เมื่อไหร่ก็ได้…
“ไม่จำกัดสถานที่ หมายความว่าไง? ไม่ต้องไปยิมฟิตเนสก็ได้เหรอ?”
[ใช่แล้ว วิธีออกกำลังกายแบบใดก็ได้ นับรวมหมด]
“ถ้านายพูดแบบนั้นแล้ว แบบนั้นถ้าฉันไปวิ่งที่สวนสาธารณะ หรือเล่นบาส ก็ถือว่าใช่สินะ?”
[ใช่]
“งั้น... เล่นไพ่บนเตียงล่ะ ถือว่าออกกำลังกายไหม?” หลินเจียง ถามในใจแบบแผ่วเบา ระบบเงียบไปพักนึง เหมือนในฐานข้อมูลจะยังไม่มีกรณีแบบนี้ทั้งมันก็ไม่ได้พิจารณาถึงจุดนี้
[นับ]
ระบบ... ยอดเยี่ยมมาก เดี๋ยวตอนเล่นไพ่คืนนี้ ฉันจะโชว์ให้นายดูเอง
“ว่าแต่ ได้ข่าวว่าฝั่งห้างมีปัญหาหนักเลยใช่ไหม? ได้ยินว่าหลายแบรนด์เตรียมจะย้ายออกกันแล้ว” คำพูดของ สวีหลิน ขัดจังหวะการสนทนาระหว่าง หลินเจียง กับระบบ
“กลุ่มฮุ่ยผิ่นกำลังจะเปิดห้างใหม่ที่โครงการซิงเฉิงวานเฟสสอง พวกเขาเลยจะย้ายร้านค้าทั้งหมดจากห้างเบิร์กลีย์ไปที่นั่น”
“แค่หาผู้เช่ารายใหม่ก็พอ แต่พอมาดึงคนจากฝั่งเรานี่สิ มันดูไม่แฟร์เลย”
“นี่แหละ สงครามธุรกิจในโลกจริง บางทีมันก็เลอะเทอะแบบนี้แหละ” หลินเจียง ยักไหล่ “ระยะทางระหว่างสองห้างมันใกล้กันมาก กลุ่มลูกค้าซ้อนทับกันหมด แบรนด์ไม่อยากเปิดสองสาขาอยู่แล้ว ทางเลือกเดียวของพวกเขาคือดึงผู้เช่าฝั่งเราไป”
“ถ้าแบบนั้น แปลว่าตั้งแต่ตอนวางแผนโครงการ ฝั่งนั้นก็ตั้งใจจะดึงห้างเบิร์กลีย์ลงจากเวทีตั้งแต่แรกแล้วสินะ?”
“ก็ประมาณนั้น บวกกับผมเองก็มีปัญหาส่วนตัวกับพวกเขา แล้วช่วงนี้ดันมาตรงกับตอนที่ห้างเบิร์กลีย์กำลังปรับปรุงพอดี เลยกลายเป็นสถานการณ์แบบนี้แหละ”
“คุณทำยังไง? ให้พวกเขาย้ายออกหมดเลยเหรอ?”
“แน่นอน คุณคิดว่าผมเป็นคนประเภทหน้าด้านไม่ยอมปล่อยคนไปหรือไงล่ะ?”
“แน่นอนว่าไม่ใช่ คนที่ฉันเลือกจะคบ ไม่มีทางทำเรื่องไร้เกียรติแบบนั้นแน่นอน” สวีหลิน พูดด้วยน้ำเสียงภาคภูมิใจ “แต่พูดจริงๆ เรื่องนี้มันกระทบกับพวกคุณมากเลยนะ วางแผนรับมือไว้บ้างหรือยัง? ถ้าแย่ที่สุด จะมีคนย้ายออกกี่เปอร์เซ็นต์?”
“หนึ่งในสาม”
“เยอะขนาดนั้นเลยเหรอ?”
“เยอะตรงไหน? ผมน่ะยิ่งอยากให้พวกเขาย้ายออกด้วยซ้ำ” หลินเจียง พูดพลางคีบเนื้อเข้าปาก “จะได้มีพื้นที่ว่างให้ดึงแบรนด์ที่ดีกว่าเข้ามาแทน จะได้ไม่ต้องเสียเวลาหาทางไล่พวกเดิมออก”
“แต่ปัญหาคือ ห้างเบิร์กลีย์ไม่ได้ดึงดูดขนาดนั้นนะ ต่อให้ปรับปรุงใหม่ก็เถอะ ยังไม่แน่ว่าจะได้ผลตามที่คุณหวัง”
“ไม่ต้องห่วงครับ ผมมีอาวุธลับ”
“อาวุธลับ?”
“น้ำมันยาของคุณ ตอนนี้ยังขายอยู่ไหม?”
สวีหลิน พยักหน้าเบาๆ “ตอนนี้หลักๆ ก็ขายออนไลน์ ขายให้ลูกค้าเก่าๆ ที่เคยซื้อกันมา”
“ผมจำได้ว่าคุณเคยบอกว่าน้ำมันยานี่เป็นสูตรที่คุณทำเองใช่ไหม?”
“อืม มีอะไรเหรอ?”
“ไปจดสิทธิบัตรซะ เดี๋ยวผมช่วยทำการตลาดให้ แล้วค่อยวางขายในสาขาเฉพาะของห้างเบิร์กลีย์ตอนนั้น ผมจะเอามาเพื่อดึงทราฟฟิก”
“เรื่องนี้ไม่มีปัญหา พรุ่งนี้ฉันจะไปจัดการให้เลย”
“ถ้าคุณไม่มีเวลา เดี๋ยวผมสั่งคนไปทำให้ คุณก็แค่โฟกัสเรื่องของคลินิกแพทย์แผนจีนของคุณก็พอแล้วครับ”
“ก็ได้ แต่ฉันกลัวว่าผลลัพธ์มันอาจจะไม่ดีอย่างที่คุณหวังไว้ กลายเป็นว่าไม่ช่วยอะไรเรื่องการดึงทราฟฟิก”
“นี่ก็เป็นแค่วิธีการหนึ่งในการดึงคนเข้ามาแค่นั้น แล้วผมว่าผลมันไม่น่าจะเลวร้ายนะ ไม่ต้องคิดมากขนาดนั้นหรอก”
“อืม…”
เมื่อคุยเรื่องงานเสร็จ ทั้งสองคนก็เริ่มเปลี่ยนไปคุยเรื่องอื่นแทน “ทำไมกินแค่ไม่กี่คำก็ไม่กินต่อแล้วล่ะ?”
“ช่วงนี้ลดน้ำหนักอยู่ กินเยอะไม่ได้”
“ถึงจะลดน้ำหนัก แต่คุณก็กินน้อยเกินไปนะ”
“ฉันกลัวว่ากินเยอะไป เดี๋ยวตอนคุณเล่นฉันหนักๆ เข้า จะอ้วกเอาน่ะสิ…”
หลินเจียง มอง สวีหลิน แล้วยิ้มตาหยี “ที่แท้คุณก็คิดเรื่องนี้ไว้ล่วงหน้าแล้วนี่เอง”
“คุณเองก็กินให้น้อยๆ หน่อย เดี๋ยวจะไม่สบายตอนนั้นล่ะยุ่งเลย”
เมื่อสบตากับ สวีหลิน หลินเจียง ก็เหมือนจะสังเกตเห็นอะไรบางอย่างที่แตกต่างออกไปในแววตาของเธอ…ถึงแม้ว่าเมื่อก่อนเธอต่อเรื่องในด้านนี้ก็มีความสนใจอย่างแรงกล้า แต่กลับไม่กระตือรือร้นเหมือนกับวันนี้
“คุณจะไม่ใช่ว่าเตรียมของเล่นใหม่ๆ ไว้เหรอ?”
“คุณก็เดาสิ?”
“ต้องมีแน่ๆ”
หลินเจียง ลุกขึ้น แล้วโอบเอว สวีหลิน อุ้มขึ้น ก่อนจะพาไปที่ห้องนอน และวางเธอลงบนเตียง “ตอนนี้ก็เริ่มโชว์ฝีมือของคุณได้เลยนะ”
“ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลานั้นหรอก แต่ว่าเดี๋ยวคุณจะได้รู้เองแหละ…”
หลินเจียง ฟังแล้วงงๆ แต่ในขณะนั้น สวีหลิน ก็ลุกขึ้นจากเตียง แล้วได้เดินไปหยิบถุงน่องจากตู้เสื้อผ้ามาสวมใส่ขาของตัวเองช้าๆ
ช่วงแรกๆ เธอยังพยายามตั้งใจใส่ แต่ช่วงท้ายๆ ก็แทบจะเหมือนคนหมดแรงเหมือนกับกองโคลนไปเสียแล้ว
“มาเลยสิ”
“อืม? วันนี้ปลอดภัยเหรอ?”
“ใช่ ฉันใส่อุปกรณ์เตรียมไว้ให้แล้ว ต่อไปคุณจะได้ทำอย่างสบายใจได้เลยไงค่ะ~” พูดจบ สวีหลิน ก็ยังคงตั้งใจตอบรับ หลินเจียง อย่างเต็มที่ “นี่แหละ ของขวัญเซอร์ไพรส์ที่ฉันเตรียมไว้ให้คุณ”
“แบบนี้ไม่ใช่เล่นเกินไปเหรอครับ มันไม่ดีต่อสุขภาพนะ”
“ไม่ได้ร้ายแรงอย่างที่คุณคิดหรอกน่า แถมฉันก็ชอบความรู้สึกแบบนี้ด้วย มันถึงจะสนุกสุดเหวี่ยง” พูดจบ สวีหลิน ก็หันกลับมามอง หลินเจียง ใบหน้าของเธอแดงเรื่อและมีเสน่ห์มาก “เร็วสิ ตั้งแต่คุณส่งข้อความมา ฉันก็ตั้งตารอช่วงเวลานี้มาตลอดเลยนะ”
หลินเจียง ก็ไม่อิดออดอีกต่อไป เลยจัดเต็มตามที่ สวีหลิน ต้องการ เมื่อทุกอย่างจบลง สวีหลิน ก็ได้นอนคว่ำอยู่บนเตียง ใบหน้าแสดงความพึงพอใจอย่างชัดเจน
…………….
เช้าวันรุ่งขึ้น พอ หลินเจียง ลืมตาขึ้น ก็ได้ยินเสียง สวีหลิน กำลังทำอาหารอยู่ข้างนอก หลังจากล้างหน้าแปรงฟันเสร็จ เขาก็เดินไปที่ครัว และโอบกอดเธอจากทางด้านหลัง ทันทีที่สัมผัสร่างกาย สวีหลิน ก็ส่งเสียงหายใจออกมา
“กำลังทำกับข้าวอยู่ ไม่เอาไม่เล่นนะ” สวีหลิน เงยคอขึ้น ปล่อยให้ หลินเจียง ซุกหน้าลงบนกระดูกไหปลาร้าของเธอ
หลินเจียง ก็ได้ยื่นมือไปปิดวาล์วแก๊สบนเตา แล้วก็ยกกระโปรงนอนของ สวีหลิน ขึ้น เริ่มออกกำลังกายยามเช้าของเขา
...ณ ที่นี้ขอละเว้น 12,843 ตัวอักษร...
การต่อสู้ของทั้งสองคนเริ่มต้นที่ครัว และจบลงที่โซฟา หลังจากเล่นไพ่กันมาหลายรอบ หลินเจียง ก็พบว่า บางครั้งใส่เสื้อผ้านี่สนุกกว่าการไม่ใส่ และรู้สึกดีกว่าอีกด้วย เหมือนกับตอนนี้ สวีหลิน ยังใส่ชุดนอนกระโปรงอยู่ กำลังจัดการทำความสะอาดตัวเองอยู่
เธอหยิบกระดาษทิชชูมาหลายแผ่นออกมา เตรียมเช็ดคร่าวๆ อย่างง่ายๆ แล้วเตรียมจะไปอาบน้ำ แต่ในขณะนั้นเองมีเสียงเปิดประตูดังขึ้น
สวีหลิน ตกใจจนลืมเช็ด รีบยกชุดนอนขึ้นมาจัดทรงผมให้ดูปกติที่สุด พร้อมกันนั้น ประตูบ้านก็ถูกเปิดออก จ้าว เหวินเซวียนกับยายของเขา หวัง เสียจือ ปรากฏตัวอยู่ที่ประตู
“คุณอาหลิน คุณอาก็มาที่นี่ด้วยเหรอ” จ้าว เหวินเซวียน เดินเข้ามาด้วยความดีใจ มือยังถือของเล่นอุลตร้าแมนอยู่ตัวหนึ่ง
แต่ หวัง เสียจือ ยืนอยู่ที่ประตู ดูจากท่าทางของทั้งสองก็รู้ว่าพวกเขาทำอะไรกันมา แต่ในฐานะผู้ใหญ่ ก็ทำได้แค่ทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น เพราะบ้านหลังนี้ก็เป็นของเขาซื้อให้ และช่วยเหลือเรื่องงานให้ลูกสาวเยอะ จึงถือเป็นเรื่องธรรมดาที่จะมีเรื่องชายหญิงกันบ้าง
“เสี่ยวเจียงมานานแล้วเหรอ?” หวัง เสียจือ ยิ้มทักทาย
“คุณป้าครับ” หลินเจียง พยักหน้าตอบด้วยความสุภาพ
หวัง เสียจือ พยักหน้า และพูดอย่างเข้าใจ ก่อนจะหันไปพูดกับ จ้าว เหวินเซวียน “มาให้ยายพาออกไปเล่นข้างนอกกันก่อน สภาพอากาศดีๆ แบบนี้ อย่าอยู่บ้านเลย”
สวีหลิน ที่เตรียมจะพูดอะไร หวังว่าจะให้พวกเขารีบออกไป เพื่อเธอจะได้ไปจัดการทำความสะอาดต่อหน่อย “ไม่ไปได้ไหมครับ ผมมีเรื่องจะคุยกับคุณอาหลิน”
หวัง เสียจือ ก็รู้ว่า จ้าว เหวินเซวียน ชอบเล่นกับ หลินเจียง เลยไม่รู้จะห้ามยังไงดี
“ก็เล่นกับอาหลินสักพัก แต่ห้ามสร้างความวุ่นวายคุณอานะ” สวีหลิน พูดประโยคนั้นแบบผ่านๆ แล้วรีบวิ่งไปห้องน้ำ
“ทราบแล้วครับ”
“เล่นกับอาหลินของเธอให้ดีๆ นะ” หวัง เสียจือ ก็เดินเข้าห้องน้ำไปด้วย เพื่อจะคุยบางอย่างกับ สวีหลิน
พอเข้ามา เธอก็เห็น สวีหลิน กำลังเช็ดต้นขาตัวเองอยู่ และมีกลิ่นพิเศษเฉพาะตัวบางอย่าง ก็เป็นผู้ใหญ่กันหมดแล้ว บวกกับท่าทางของ สวีหลิน ก็ทำให้รู้ในทันทีว่าเธอกำลังทำอะไรอยู่….
“แม่คะ ทำไมยังเข้ามาอีกล่ะ” ถึงจะเป็นแม่ แต่ถูกจับได้กำลังทำแบบนี้ก็เขินไม่น้อย รีบยกชุดนอนขึ้นปิดร่างกายทันที
“โตขนาดนี้แล้ว ทำไมยังไม่ระวังตัว ถ้าเกิดอะไรขึ้นขึ้นมาจะทำยังไง เธอยังอยากมีลูกอีกคนใช่ไหม” เรื่องอย่างว่า หวัง เสียจือ ก็ไม่ได้สนใจ แต่เรื่องความปลอดภัย แน่นอนว่าเธอจะต้องพูดสักหน่อย
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ หนูใส่ไอ้นั่นไว้แล้ว ไม่ต้องกลัวเกิดเรื่องหรอกคะ”
“ฉันยังจำได้ว่าเมื่อก่อนพวกเธอทะเลาะกันเรื่องนี้อยู่เลย เธอไม่ยอมใส่ไอ้นั่น ตอนนี้ทำไมถึงเปลี่ยนใจง่ายๆ แบบนี้ล่ะ”
“ฉันยอมเต็มใจเลย จะได้ไม่ต้องกังวลอะไรมาก” สวีหลิน มองแม่ แล้วพูดว่า “แม่คะ แม่คงไม่คิดจะควบคุมเรื่องแบบนี้ด้วยหรอกนะ”
“เรื่องของพวกลูกแม่ไม่ยุ่งหรอก แต่ก็ต้องมีความรับผิดชอบกันบ้าง ต้องไปตรวจสุขภาพเป็นประจำ”
“ทราบแล้วค่ะ แต่หนูก็เรียนหมอมานะ จะไม่พลาดเรื่องพวกนี้หรอก”
“ถ้าลูกรู้จักประมาณตน แม่ก็ไม่ใช่ว่าอะไร แต่เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ นะ”
“ทราบแล้วค่ะ แม่รีบออกไปเถอะคะ หนูจะไปอาบน้ำแล้ว”
“อืม”
พอออกจากห้องน้ำ หวัง เสียจือ ก็ไปที่ครัว ส่วน หลินเจียง กับจ้าว เหวินเซวียน อยู่ในห้องนั่งเล่นเล่นกัน “คุณอาหลิน งานยุ่งไหม? ผมมีเรื่องอยากขอร้อง”
“ทำไมต้องขอร้องด้วยล่ะ” ใบหน้าของ จ้าว เหวินเซวียน ดูจริงจัง เหมือนหวังว่าเขาจะขอซื้ออะไรสักอย่าง แต่ สวีหลิน ไม่ยอมซื้อให้เขา
“มีอุลตร้าแมนรุ่นใหม่ออกมาหรือเปล่า? ขายที่ไหน อาจะไปซื้อให้”
“ไม่ใช่อุลตร้าแมนรุ่นใหม่หรอกครับ แต่โรงเรียนจัดค่ายฤดูร้อน ผมอยากไป แต่แม่ไม่มีเวลาไปด้วย คุณอาพอจะไปด้วยได้ไหม”
โอกาสมาถึงแล้ว
“ค่ายฤดูร้อนเริ่มเมื่อไหร่?”
“มะรืนนี้ครับ”
“พวกเธอน่าจะใกล้ปิดเทอมแล้วใช่ไหม?”
“เมื่อวานก็ปิดเทอมแล้ว แล้วก็เป็นค่ายฤดูร้อน เพื่อนๆ ในชั้นลงทะเบียนกันหมด ยกเว้นผมคนเดียว” จ้าว เหวินเซวียน ดูเศร้าๆ รู้สึกของเล่นอุลตร้าแมนในมือไม่มีค่าไปเลย
หลินเจียง คิดดูเรื่องงานที่อยู่ในมือ ตอนนี้ก็จัดการเกือบครบหมดแล้ว ที่เหลือแค่เรื่องคุยกับ เสิ่น ชิงชิว เรื่องโครงสร้างองค์กรของกลุ่มบริษัทเท่านั้น แต่เรื่องนี้ไม่รีบร้อน เท่ากับการพา จ้าว เหวินเซวียน ไปค่าย หรือจะชักชวน สวีหลิน ให้ไปด้วยกัน
“ลงทะเบียนกิจกรรมจบหรือยัง?”
“ผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน อาจจะลองถาม คุณครูฉีฉี ดูได้ คุณครูเองก็จะไปเหมือนกัน”
ถ้า เจียง เสี่ยวฉี ก็ไปด้วยนี่ก็ไม่ใช่ปัญหาแล้ว
“ไม่เป็นไร เดี๋ยวอาจัดการให้เอง จะไปเกลี้ยกล่อมแม่เธอก่อน แต่อามีข้อแม้ข้อหนึ่งนะ”
แววตาของ จ้าว เหวินเซวียน เปล่งประกายวาบขึ้นมา “คุณอาหลิน ขออะไรล่ะครับ?”
“คุณยายกับคุณตาของเธอคิดถึงเธอมากนะ เธอควรไปอยู่กับพวกท่านบ้าง ไปหาท่านบ่อยๆ”
“ไม่มีปัญหาเลยครับ ผมจะไปอยู่กับคุณยายเลย ไม่กลับมาแล้ว”
“อืมม... ไม่ต้องขนาดนั้น กลับมาบ้างก็ได้ ที่นี่ก็เป็นบ้านของเธอเหมือนกันนะ”
“แค่ให้ผมไปค่ายฤดูร้อนก็พอ คุณอาจะให้ผมทำอะไรก็ได้ครับ ได้หมดเลย”
“ตกลง เดี๋ยวอาจัดการให้”
ในตอนนั้น สวีหลิน เพิ่งอาบน้ำเสร็จ ใส่ชุดนอนผ้าฝ้ายตัวหนึ่ง ผมยังพันผ้าขนหนูอยู่เลย “แม่ครับ…”
จ้าว เหวินเซวียน วิ่งมากอด สวีหลิน “มีอะไรล่ะ?”
จ้าว เหวินเซวียน ไม่ได้พูดอะไร แต่หันไปมอง หลินเจียง สวีหลิน ก็สังเกตเห็นทั้งสองคน เมื่อกี้เหมือนว่าพวกเขาไม่ได้ปรึกษาเรื่องดีๆ
“โรงเรียนจัดค่ายฤดูร้อน ทำไมไม่ให้เขาไปล่ะ?”
เมื่อพอได้ยินเรื่องค่ายฤดูร้อน สวีหลิน ก็เข้าใจทันที แววตาเธอเข้มขึ้น มองไปยัง จ้าว เหวินเซวียน “จะไปบอกอาหลินทำไม ถ้าแม่ไม่อนุญาต ลูกคิดว่าเขาจะพาลูกไปเหรอหะ!”
“แม่ครับ…”
“ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไร หยุดทำให้เขากลัวได้แล้วน่า”
สวีหลิน ไม่ได้ตอบ หลินเจียง แต่หันไปพูดกับ จ้าว เหวินเซวียน “จ้าว เหวินเซวียน ลูกก็ไม่มีระเบียบกฎเกณฑ์เลยใช่ไหม? ใครให้ลูกพูด!” ขณะที่พูด สวีหลิน ก็ได้ยกเท้าขึ้นและได้ถอดรองเท้าแตะออกแล้ว “‘สามวันไม่ตีก็ขึ้นหลังคาแล้ว’(1) เรื่องอะไรก็กล้าทำ”
สำหรับ สวีหลิน นี่คือปัญหาด้านการอบรมเลี้ยงดู แน่นอนว่าต้องไม่ยอมตามใจ
“คุณอาหลิน” จ้าว เหวินเซวียน วิ่งมาหลบอยู่ด้านหลัง หลินเจียง “คุณอาหลินช่วยด้วย แม่จะตีผมแล้ว”
“ก็ใจเย็นๆ เถอะ เรื่องนี้เดิมที่คุณก็ผิดนะ ไม่ควรเอาอารมณ์ไปลงกับเด็ก” หลินเจียง เข้าใจความรู้สึกของ สวีหลิน ถ้าเขาเป็นเด็ก ทำแบบนี้ก็คงโดนดุเหมือนกัน แต่ยุคสมัยเปลี่ยนไป วิธีแบบเก่าๆ ก็ไม่ค่อยจะเหมาะแล้ว
“ฉันไม่ใช่ว่าไม่ไปเป็นเพื่อนเขา แต่เป็นเพราะว่าอีกสองวันจะต้องไปคุยเรื่องงานที่ปักกิ่ง เลยไปไม่ได้จริงๆ” ความโกรธของ สวีหลิน ก็ยังไม่จางหายไป และเมื่อกี้ถ้า หลินเจียง ช้าไปก้าวหนึ่ง รองเท้าแตะของเธอก็จะตบลงไปแล้ว
นี่คือข้อเสียของแม่เลี้ยงเดี่ยวแล้ว ทันทีที่มีเรื่องอะไรขึ้นมาก็จะ…จัดการลำบากหน่อย
“ผมไปกับเขาเองก็ได้ คุณทำงานของคุณไปเถอะ ช่วงนี้อย่างไรเสียผมก็ว่างอยู่” หลินเจียง กล่าว
“แต่คุณก็ยังมีงานอีกเยอะแยะนะ ไม่ต้องเสียเวลาหรอก ให้เขาอยู่บ้านไป”
“งานในมือผมเกือบเรียบร้อยหมดแล้วครับ คุณไม่ต้องกังวลหรอกนะ” หลินเจียง พูดเกลี้ยกล่อม
สวีหลิน เท้าเอว และได้มองไปยัง หลินเจียง “คุณก็ตามใจเขาเถอะ”
“ผมเองก็ตามใจคุณไม่ใช่เหรอ?”
……………
(1)[สามวันไม่ตีก็ขึ้นไปรื้อกระเบื้องบนหลังคาแล้ว (三天不打就上房揭瓦) – เป็นสำนวนหมายถึงการที่ไม่ถูกลงโทษหรือว่ากล่าวตักเตือนก็จะยิ่งได้ใจและทำตัวเหลวไหลมากขึ้น]