เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 36: คุณค่าของฟีเน่

ตอนที่ 36: คุณค่าของฟีเน่

ตอนที่ 36: คุณค่าของฟีเน่  


ยูริยะกำลังถูกกดดันด้วยรอยยิ้มของฟีเน่

หรือถ้าอธิบายให้เข้าใจง่ายๆก็คือ, ยูริยะไม่สามารถคิดหาสิ่งตอบแทนที่มีค่าเท่าเทียมสำหรับสิทธิในการใช้ฟีเน่ได้ ต้องใช้พ่อค้ากี่คนกันถึงจะสามารถจัดหาสิ่งที่มีคุณค่ากว่าเธอได้?

คำตอบอาจจะไม่มีด้วยซ้ำ

ไม่ว่าเธอจะรู้หรือไม่, แต่ยูริยะนั้นกำลังรู้สึกว่ารอยยิ้มของฟีเน่น่ากลัว

ถ้ายูริยะเสนอบางอย่างที่มีค่าเท่าเทียมเป็นสิ่งตอบแทนได้, ฟีเน่ก็คงจะไม่สามารถกลับคำพูดได้

มันเหมือนกับการที่มีคนหัวเราะออกมาก่อนที่จะถูกพิพากษาในระหว่างการพิจารณาคดี

ยูริยะคิดว่าเธอสติไม่ดี อย่างไรก็ตาม, ตัวฟีเน่นั้นดูไม่เหมือนกับคนที่เป็นบ้าไปแล้วเลย

และนี่ก็คือสาเหตุที่เธอดูน่าสนใจ

“เจ้าเข้าใจใช่ไหม? ถ้าข้าสามารถตอบแทนในสิ่งที่เจ้าต้องการได้, เจ้าก็จะไม่สามารถปริปากบ่นอะไรได้ไม่ว่าข้าจะทำอะไรก็ตาม”

“ข้าเข้าใจดีค่ะ แต่ว่า, ต่อให้เป็นแบบนั้นก็ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ข้าแค่อยากมีประโยชน์กับท่านอัลแล้วก็ท่านลีโอ”

“....ถ้าเจ้าสามารถทำประโยชน์ให้กับขุมอำนาจของตัวเองได้เจ้าก็ไม่สนว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับตัวเองอย่างนั้นสินะ? นี่พวกเขากุมจุดอ่อนของเจ้าหรืออะไรทำนองนั้นอยู่รึเปล่า?”

ยูริยะรู้สึกว่ามันมีอะไรผิดปกติกับฟีเน่ที่เสนอการต่อรองที่ดูเสียสละตัวเองแบบนี้ออกมา

เธอเหลือบมองลินเฟียแต่ก็เห็นว่าลินเฟียเองก็กำลังตกใจเหมือนกัน

“พวกเขาไม่มีอะไรแบบนั้นหรอกค่ะ ข้าแค่อยากมีประโยชน์กับพวกเขา, นั่นคือทั้งหมดแล้ว”

“พวกเขาคุ้มค่าถึงขนาดที่เจ้ายอมเสียสละให้ถึงขนาดนี้เลยหรอ? ลีโอนาร์ด เลคส์ แอดเลอร์ คือเจ้าชายที่คุ้มค่าถึงขนาดที่ทำให้เจ้ายอมสนับสนุนขนาดนี้เลยอย่างงั้นหรอ?”

“แน่นอนค่ะ ข้าจะทำให้เขาได้เป็นจักรพรรดิต่อให้ข้าต้องสละชีวิตของตัวเองก็ตาม ข้าจะทำทุกอย่างที่ทำได้เพื่อให้บรรลุเป้าหมายนั้น ถ้าคุณเสนออะไรบางอย่างที่มีค่าเทียบเท่ากันได้ข้าก็ยินดีที่จะเสนอร่างกายนี้ให้ค่ะ คุณมีอะไรจะเสนอรึเปล่าคะ?”

“....แบบนั้นคงไม่ไหวหรอก ข้าไม่มีอะไรที่มีค่าพอจะเทียบกับเจ้าได้ เจ้าชนะ มาคุยกันเรื่องธุรกิจเถอะ เจ้าต้องการอะไร? ไหนว่ามาซิ”

ยูริยะยอมอ่อนข้อด้วยการพูดเช่นนี้

ยูริยะไม่เคยประนีประนอมกับการเจรจาทางธุรกิจที่สำคัญ ต่อให้เป็นแค่เศษเสี้ยวเล็กๆ, เธอก็จะไม่ปล่อยให้คนอื่นได้ประโยชน์เหนือเธอ อย่างไรก็ตาม, ยูริยะตระหนักได้ว่ามันเป็นไปไม่ได้ที่จะเอาชนะฟีเน่ในวันนี้

การบลัฟจะใช้ไม่ได้ผลถ้าอีกฝ่ายเป็นคนจริงจัง

พอเห็นสายตาของเธอ, ยูริยะก็ตระหนักได้แล้วว่าเธอไม่ใช่แค่คุณผู้หญิงธรรมดาๆดังนั้นเธอจึงตัดสินใจพูดคุยต่อในทันที

การเจรจานี้ก็สำคัญกับยูริยะเหมือนกัน ต่อให้กระแสการเจรจาจะไม่ค่อยเอื้ออำนวยซักเท่าไหร่แต่เธอก็จะสามารถทำกำไรได้อย่างมหาศาลถ้าเธอสามารถรับมือกับมันได้

เธออาจจะสามารถเปิดสาขาเมืองหลวงจักรวรรดิซึ่งเธอคิดว่าเธอไม่สามารถใช้ได้แล้วด้วย

“ในเรื่องของรายละเอียดลินเฟียจะเป็นคนพูดแทนข้าค่ะ เชิญค่ะ, คุณลินเฟีย”

“อ้ะ, ได้ค่ะ ความต้องการของเราก็คือเงิน อย่างที่คุณรู้, สงครามผู้สืบทอดต้องใช้เงินทุนค่อนข้างเยอะ เพื่อที่จะเอาชนะผู้สนับสนุนของศัตรู, เงินที่จะต้องผลาญนั้นคงไม่สามารถนับได้ พวกเราขอให้คุณช่วยสนับสนุนในเรื่องนี้ได้ไหม?”

“เข้าใจหล่ะ มีอะไรอีกไหม?”

“แล้วก็อีกเรื่องนึงถ้าเป็นไปได้อยากจะให้ช่วยสร้างความเสียหายให้กับพ่อค้าคนอื่นที่มีความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นกับคู่แข่งคนอื่นๆด้วยค่ะ, ช่วยโจมตีพวกเขาในขอบเขตที่ท่านจะรับไหวจะได้ไหมคะ?”

“เจ้าจะยกเรื่องทางฝั่งพ่อค้าให้พวกเราเป็นคนจัดการถูกไหม? ก็ได้ จัดไป มีแค่นี้หรอ?”

“สำหรับตอนนี้มีเท่านี้ค่ะ....”

“เข้าใจหล่ะ, ถ้างั้นข้าจะบอกความต้องการทางฝั่งของเราบ้าง พวกเราเต็มใจที่จะรับคำขอทั้งหมดของเจ้าแต่เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนพวกเราอยากจะขอใช้ชื่อของฟีเน่ ฟ็อน ไคลเนลต์, และถ้าเป็นไปได้, อยากจะขอใช้ใบหน้าของเธอด้วย”

นี่มันเป็นข้อเสนอที่เกิดความคาดหมายสำหรับลินเฟีย

มันไปได้ดีเกินไปจนทำให้กระแสของเธอปั่นป่วน

ซึ่งนี่ก็เป็นเพราะว่ามันคือสิ่งที่พ่อค้าแม่ค้าทุกคนในจักรวรรดิต้องการ

ยกตัวอย่างง่ายๆ, ถ้าขายผลไม้และบอกลูกค้าว่าผลไม้พวกนี้ได้รับการรับรองจากฟีเน่, มันก็คงจะขายดีเป็นเทน้ำเทท่า ความนิยมของฟีเน่นั้นครอบคลุมอยู่ทั่วทั้งเมืองหลวงของจักรวรรดิ

แต่เหตุที่ไม่มีใครกล้าใช้วิธีนี้ก็เพราะถ้าพวกเขาทำโดยใช้อุบายของตัวเองพวกเขาก็คงจะต้องเผชิญกับความโกรธของจักรพรรดิ

อย่างไรก็ตาม, ถ้าได้รับอนุญาตจากเธอแล้วการจะใช้วิธีนี้ก็คงไม่มีใครโต้แย้งอะไร ยิ่งไปกว่านั้น, ถ้าสามารถใช้ภาพเหมือนของเธอหรือภาพลวงตาที่สร้างขึ้นจากอุปกรณ์เวทมนตร์ได้ด้วยหล่ะก็, ผลลัพธ์ที่ได้ก็คงจะดียิ่งขึ้น

ความนิยมของฟีเน่นั้นมีค่ายิ่งกว่าพ่อค้าที่มีเหมืองเงินเหมืองทองเป็นของตัวเองซะอีก

“ไม่มีคำขออื่นแล้วใช่ไหมคะ?”

“ไม่ใช่ทั้งหมดหรอก เอาจริงๆ, ถ้าเป็นไปได้ข้าก็อยากจะทำให้สมบูรณ์แล้วลองยื่นข้อต่อรองที่ดีกว่านี้แต่ว่าข้าก็ตัดสินใจที่จะทำตรงข้าม อย่างที่รู้กันจักรพรรดิของประเทศนี้มีหูมีตาอยู่ทั่วทุกที่ ฟีเน่, เจ้าเป็นผู้หญิงที่ดีจริงๆ เจ้าทั้งกล้าหาญและน่ารัก ข้าถึงกับอยากได้เจ้ามาเป็นแฟนเลยหล่ะ”

“ข้าดีใจกับคำขอของท่านนะคะแต่ถ้าข้าตกเป็นของผู้ใดผู้หนึ่งแล้วหล่ะก็คุณค่าของข้าคงจะลดลงเพราะฉะนั้นข้าขออนุญาตปฏิเสธแล้วกันนะคะ”

“ตายจริง นี่เจ้าถึงกับยอมสงวนเรื่องนี้เพื่อสงครามผู้สืบทอดของเจ้าชายเลยหรอ? ตอนนี้, ข้าชักสงสัยแล้วสิว่าอะไรเป็นสาเหตุที่เจ้ายอมทำเพื่อพวกเขาขนาดนี้

ฟีเน่ลังเลว่าจะตอบคำถามของยูริยะยังไงดี

ซึ่งเหตุผลก็เพราะเธอไม่รู้ว่าอะไรคือคำตอบที่ดีที่สุด และด้วยเหตุนี้เองเธอจึงตอบทั้งสองข้อไปเลย

“ข้าเป็นบุตรีจากบ้านดยุค ข้าอยู่ในตำแหน่งที่ต้องไปข้องเกี่ยวกับสงครามผู้สืบทอดอยู่แล้ว ข้าเชื่อว่าข้ามีหน้าที่ที่จะต้องสนับสนุนจักรพรรดิที่ผู้คนสามารถไว้วางใจได้ พักจุดยืนนี้เอาไว้ก่อนนะคะ, ถ้าข้าต้องตอบตามความรู้สึกจริงๆ....การสนับสนุนคนที่ตัวเองชอบมันก็เป็นเรื่องปกติไม่ใช่หรอคะ?”

นี่คือคำตอบที่เกินความคาดหมายสำหรับยูริยะ

ครึ่งแรกนั้นทั้งน่าเบื่อและไม่น่าสนใจเลยแต่ครึ่งหลังกลับต่างออกไป

มันคือคำตอบที่ยูริยะต้องการ

“เจ้าสนับสนุนพวกเขาก็เพราะเจ้าชอบพวกเขาหรอเนี่ย ถ้าข้าจำไม่ผิด, เจ้าชายที่เป็นหัวเรือในขุมอำนาจของเจ้าเป็นแฝดใช่ไหม? แล้วเจ้าชอบคนไหนหล่ะ?”

“ความลับค่ะ”

ฟีเน่ยกนิ้วชี้ขึ้นมาหยุดตรงหน้าจมูกของเธอแล้วกระพริบตา

ในการตอบสนองกับท่าทีที่น่ารักของเธอ, ยูริยะได้เข้ามาใกล้ฟีเน่ด้วยมือที่สั่นไหวแต่ในตอนที่สัมผัสได้ถึงอันตราย, ลินเฟียก็พูดขัดขึ้นมา

“ตอนนี้ข้าถือว่าการเจรจาของพวกเราได้ข้อสรุปแล้วคงไม่เป็นอะไรใช่ไหมคะ? ถ้างั้นพวกเราขอตัวค่ะ!”

“เอ๋, จะกลับแล้วหรอ? อยู่ต่ออีกหน่อยสิ เดี๋ยวข้าจะเสิร์ฟชาสุดพิเศษของพวกเราให้เจ้าด้วย

“ถ้าพวกเราไม่รู้ว่าท่านใส่อะไรเข้าไปพวกเราก็ไม่มีทางดื่มของแบบนั้นหรอกค่ะ......”

แวมไพร์หญิงคนนี้อาจจะมียาแปลกๆอยู่กับตัวก็ได้

ด้วยความระมัดระวังถึงขีดสุด, ลินเฟียก็ค่อยๆถอยกลับในขณะที่คอยคุ้มกันหลังให้ฟีเน่

พอเห็นลินเฟียในสภาพนี้, ยูริยะก็ถอนหายใจออกมา

“เจ้านี่ระวังข้าจังเลยนะ....ข้าเคยไปทำอะไรให้รึไง?”

“ลองถามสติของคุณดูไหมคะ?”

“อืมม....ข้าถามแล้ว, มันบอกว่าข้าไม่ได้ทำอะไรนะ

ลินเฟียเข้าไปหยิกแก้มของยูริยะสำหรับคำตอบอันไร้ยางอายของเธอ สำหรับลินเฟียนั้นแค่ได้พบเจอกับคนประเภทนี้ก็เสียเวลาแล้ว

ด้วยเหตุนี้เอง, ลินเฟียจึงตัดสินใจว่าพวกเธอควรรีบออกไปจากที่นี่

“ถ้าต้องการอะไรพวกเราจะติดต่อไปนะคะ เพราะฉะนั้นกรุณาอย่าติดต่อพวกเราจนกว่าจะถึงตอนนั้นค่ะ”

“ดะ, ได้จ้า”

“ถ้างั้น, ลาก่อนนะคะคุณยูริยะ”

“เจอกันจ้า~~”

พอพูดจบ, ยูริยะก็เห็นลินเฟียกับฟีเน่เดินออกไปจากสำนักงานของเธอ

หลังจากที่ทั้งสองคนออกไป, เธอก็มองลงไปที่ฝ่ามือของเธออย่างช้าๆ

เธอกำลังเหงื่อออก ซึ่งมันเป็นเพราะความกดดันที่เธอรู้สึกได้จากสายตาของฟีเน่

ผู้ชายแบบไหนกันนะที่ทำให้ผู้หญิงดีๆอย่างเธอสนใจได้?

ความสนใจของเธอผุดขึ้นมา, จากนั้นยูริยะก็ลุกออกจากโต๊ะไป

แล้ว

“ต้องรีบเปิดร้านแล้ว พวกเราต้องสร้างผลลัพธ์ให้เร็วที่สุดแล้วขายพวกมันเพื่อขุมอำนาจของลีโอนาร์ด ไม่อย่างนั้นพวกเราคงไม่ได้เจอพวกเขาแน่”

ยูริยะพึมพำในขณะที่ให้คำแนะนำกับเลขาของเธอที่นั่งอยู่ใกล้ๆ

ถ้าชายที่ฟีเน่รู้สึกดีด้วยเป็นคนที่สามารถตอบสนองความสนใจของเธอได้หล่ะก็

“เอาหล่ะ, ข้าอยากรู้จังว่าเธอจะยอมให้ข้าชิมรึเปล่านะ”

ยูริยะเลียลิมฝีปากแล้วเผยเขี้ยวอันคมกริบของเธอออกมา

ในขณะที่มองเธอ, เลขาก็ถอนหายใจ

นิสัยแย่ๆนี้อีกแล้ว

ตัวแทนคนนี้มีจุดอ่อนกับสิ่งที่มีค่า ต่อให้สิ่งนั้นบังเอิญเป็นคนก็ตาม

มันคงจะยอดเยี่ยมไปเลยถ้าเรื่องมันไม่ซับซ้อนขึ้น

ด้วยความคิดนี้ในหัว, เอลฟ์เลขาก็เริ่มเตรียมเปิดร้านของพวกเขาอย่างเงียบๆ

จบบทที่ ตอนที่ 36: คุณค่าของฟีเน่

คัดลอกลิงก์แล้ว