เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 31: ที่อีกด้านนึง.....

ตอนที่ 31: ที่อีกด้านนึง.....

ตอนที่ 31: ที่อีกด้านนึง.....  


ในช่วงที่อัลแสดงเป็นลีโออยู่นั้น

ลีโอเองก็พยายามทำตัวเป็นอัลอย่างเต็มที่

“องค์ชายอาร์โนลด์ครับ กัปตันเรือถามว่าที่พวกเราไม่ออกค้นหาเรือของเจ้าชายลีโอนาร์ดจะไม่เป็นไรจริงๆหรอครับ?”

“เรื่องนี้อีกแล้วหรอ นั่นลีโอนะหมอนั่นต้องหาทางจัดการได้ด้วยตัวเองอยู่แล้ว มุ่งหน้าต่อไปเถอะ แล้วข้าก็รู้สึกไม่ค่อยดีด้วยเพราะฉะนั้นอย่ามากวนข้าด้วยคำถามไร้สาระอีก มันน่ารำคาญ”

“คะ, ครับองค์ชาย.....ตามประสงค์ครับ”

ลีโอถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ในตอนที่อัศวินเดินออกจากห้องของเขา

แต่ว่า, ยังมีคนนึงที่อยู่แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการแสดงแอบอ้างอันแสนเลวร้ายของเขา

“ห้าสิบคะแนน ถ้าเป็นอัลตัวจริง, เขาจะฝากทุกอย่างเอาไว้กับกัปตันเรือ”

“นี่มันยากมากเลยนะครับ.....”

ลีโอพึมพำแล้วหันไปหาเอลน่า

ไม่เหมือนกับเรือของอัลที่ถูกดึงไปติดกับพายุ, เรือของพวกเขาสามารถหนีออกมาได้ก่อนที่จะถูกมันลากเข้าไป

แต่ถึงอย่างนั้น, เอลน่าก็อยู่ในอาการตื่นตระหนกอย่างสุดขีดเพราะเรือสั่นตลอดเวลา กว่าเธอจะรู้สึกตัวว่าลีโอสลับตัวกับอัลมันก็เป็นตอนที่เรือสั่นน้อยลงแล้ว

อย่างไรก็ตาม, หลังจากที่เธอจับได้, เธอก็ทำตัวเป็นที่ปรึกษาของลีโอ บาเรียที่อัลร่ายใส่เอาไว้ยังทำงานอยู่ดังนั้นเธอจึงไม่ได้รับผลกระทบอะไรมากนักเมื่อเรืออยู่ในสภาพโคลงเคลงเล็กน้อยตามปกติ

“สำหรับตอนนี้, เรามาผ่านจุดนี้โดยไม่ให้ถูกจับได้กันเถอะ ถ้ามีคนรู้ว่าเจ้าสลับตัวมาหล่ะก็ได้กลายเป็นเรื่องอื้อฉาวใหญ่โตแน่”

“นั่นสินะครับ.....ข้าเองก็ต้องหนักแน่นเข้าไว้....ว่าแต่ท่านพี่จะเป็นอะไรรึเปล่านะ?

“อัลไม่เป็นอะไรหรอก มาร์คอยู่กับเขา, หมอนั่นค่อนข้างไว้ใจได้สำหรับสถานการณ์แบบนี้ ปัญหาในตอนนี้ก็คือเจ้าต่างหากหล่ะ”

“นั่นสินะครับ....ข้าเลียนแบบท่านพี่ไม่ไหวจริงๆ......”

“โชคดีนะที่มีแค่ไม่กี่คนที่รู้จักกับอัลเป็นการส่วนตัว ตราบใดที่เจ้าทำในสิ่งที่หมอนั่นชอบทำมันก็คงไม่เป็นอะไรหรอก”

“สิ่งที่พี่ชอบทำ, นั่นมันอะไรกันหล่ะครับ? แล้วก็เอลน่า, ไม่ว่าตอนนี้จะสวมซับในอยู่กี่ชั้น, แต่ข้าคิดว่าการทำแบบนี้ต่อหน้าข้ามันไม่น่าจะเป็นความคิดที่ดีเท่าไหร่นะครับ”

ลีโอเตือนเอลน่าที่กำลังเหยียดขาอยู่บนเตียง

จากจุดที่ลีโอนั่งอยู่, มุมมันทำให้เขามองเห็นข้างใต้กระโปรงของเอลน่า แน่นอนว่า, เอลน่าไม่ได้สนใจอะไรมากนักเนื่องจากมีกางเกงซับในปิดชุดชั้นในเอาไว้อยู่

“นี่แหล่ะเหตุผลที่พวกเจ้าสองคนไม่เหมือนกัน ถ้าเป็นอัลหล่ะก็หมอนั่นคงไม่มีวันพูดเรื่องแบบนั้นหรอก”

“แต่นี่มันดูเปิดเผยมากเกินไปนะครับ ข้าว่าอย่าทำแบบนี้จะดีกว่า”

“ก็ได้ ก็ได้, ข้าจะระวัง แต่เอาจริงๆนะ, อัลคงไม่มีวันพูดแบบนั้นหรอก แค่เพราะเห็นว่าอีกฝ่ายเป็นข้าก็เลยพูดออกมามันอาจจะทำให้เจ้าโดนจับได้ก็ได้นะรู้รึเปล่า?”

“ถึงจะว่าอย่างนั้นก็เถอะ.....แล้วถ้าเป็นท่านพี่เขาจะพูดแบบไหนหล่ะครับ?”

“นั่นสินะ.....ก็คงประมาณว่า [เจ้าลืมสวมซับในนะ] หรือไม่ก็ [อืมม, วันนี้สีขาวหรอ], อะไรเทือกๆนี้ หรือสรุปง่ายๆก็คือ, หมอนั่นมักจะพูดบางอย่างเพื่อให้ได้รับการตอบสนองจากข้าแล้วก็หัวเราะเยาะใส่”

“ข้าพูดไม่ได้หรอกครับ, แบบนั้นหน่ะ......”

เขาอาจจะกำลังนึกภาพตอนที่ตัวเองพูดอยู่, ลีโอหน้าแดงขึ้นมาแล้วเบือนสายตาหนีจากเธอ

นี่น่าจะเป็นปัญหาใหญ่แล้วหล่ะ, เอลน่าคิด

อัลที่เคยชินกับการแกล้งทำตัวเหมือนลีโอกับลีโอที่ไม่ชิน ความแตกต่างที่ชัดเจนเลยก็คือการวางตัวและการตอบสนองกับเพศหญิง อัลสามารถปรับตัวให้เข้ากับคู่สนทนาได้แต่ลีโอมักจะสุภาพอยู่ตลอดในขณะที่คอยรักษารยะห่างเอาไว้ในระดับนึง

มันคือจุดคอขวดสำหรับลีโอเมื่อเขาต้องพยายามทำตัวให้เหมือนอัล

“ต่อให้อัลจะสามารถกลายเป็นลีโอได้ง่ายๆ, แต่มันเป็นเรื่องยากที่ลีโอจะกลายเป็นอัลงั้นหรอ....พวกเจ้าสองคนเป็นเจ้าชายกันทั้งคู่แต่ทำไมถึงได้โตมาแล้วมีนิสัยต่างกันขนาดนี้นะ......”

“ปกติแล้วท่านพี่เป็นคนรักอิสระและชอบออกไปเที่ยวเล่นตามใจชอบ เขาใช้เวลาตลอดทั้งวันอยู่นอกปราสาทแต่เขาก็มักจะร้องไห้กลับมาด้วยเหตุผลบางอย่าง”

“หนะ, นั่นมันก็แค่ข้าพยายามช่วยเขาเพราะเขาชอบโดนรังแกอยู่ฝ่ายเดียวยังไงหล่ะ!”

“ข้ารู้ครับ, เอลน่าคอยดูแลท่านพี่อยู่ตลอดเลยนี่หน่า”

“....แต่เขาคิดว่ามันคือความเจ็บปวดนะ”

เห้ออ~

เอลน่าถอนหายใจ

ช่วงนี้, เธอมีความรู้สึกว่าตัวเองไม่ค่อยมีประโยชน์

หลังจากไม่ได้เจอเขาเป็นเวลาพักใหญ่ๆ เธอก็อยากทำอะไรซักอย่างเพื่อเพิ่มชื่อเสียงของอัล, นั่นคือเหตุผลที่เธอเข้าร่วมเทศกาลล่าของอัศวิน แต่ว่า, เขาก็ต้องจบลงที่การถูกตัดสิทธิ ในตอนที่เอลน่ากำลังลำบากใจว่าจะตัดสินใจเคลื่อนไหวยังไงดี, เขาก็ทำให้ตัวเองหมดสิทธิโดยไม่แยแสต่ออะไรทั้งนั้น และมันก็ทำให้ผลลัพธ์ออกมาตรงข้ามกับที่เธอคาดหวังเอาไว้โดยสิ้นเชิง

และครั้งนี้, เธอก็ตามมาด้วยโดยหวังว่าจะสามารถช่วยอะไรได้บ้าง, แต่สุดท้ายแล้ว, เธอก็ทำอะไรไม่ได้เลย เธอขังตัวเองอยู่ในห้องในตอนที่เกิดสถานการณ์ฉุกเฉินขึ้น ต่อให้เขาบอกเธอว่าเป็นตัวถ่วง, เธอก็ไม่สามารถปฏิเสธได้

เอลน่าคิดว่ามันเป็นเรื่องดีที่อัลพยายามทำให้ลีโอได้เป็นจักรพรรดิ แต่ว่า, เอลน่าอยากให้อัลกลายเป็นที่ยอมรับเหมือนกับลีโอด้วย

เอลน่ารู้ว่ามันแตกต่างจากสิ่งที่อัลต้องการและมันก็ทำให้แผนการของเขาเละเทะ แต่เอลน่าก็ไม่อยากให้อัลมีชื่อเสียงทางด้านที่ดูไม่ยุติธรรมแบบนั้น

อย่างไรก็ตาม, ช่วงนี้เธอเริ่มคิดแล้วว่ามันเป็นแค่ความเห็นแก่ตัวของเธอเอง

อัลไม่ได้สนใจชื่อเสียงของเขาเลย กลับกัน, เขาถึงกับยอมลดชื่อเสียงของตัวเองในขณะที่เพิ่มให้กับลีโอ สำหรับอัล, การกระทำของเอลน่าก็ไม่ต่างอะไรจากความน่ารำคาญ

เธอพูดแบบนั้นออกมาด้วยเหตุผลพวกนี้, แต่ว่านี่มันก็ทำให้ลีโอหัวเราะใส่เธอ

“นั่นสินะ, พี่อาจจะคิดแบบนั้นจริงๆก็ได้”

“อืมม...”

“แต่ข้าคิดว่าท่านพี่คงไม่มองว่าคุณเป็นตัวยุ่งหรอก ตั้งแต่ที่เอลน่ากับมาท่านพี่ก็ดูมีความสุขขึ้นและข้าคิดว่าคุณเป็นที่พักใจสำหรับท่านพี่นะ ลึกๆแล้ว, ข้าคิดว่าท่านพี่เองก็กำลังหวังพึ่งคุณอยู่เหมือนกัน”

“จริงหรอ....?”

“ข้ารับประกันได้เลย”

“แต่ว่า....”

“แต่อะไรหรอ?”

“....ต่อให้มีข้าอยู่ที่นี่เขาก็ยังจ้างนักผจญภัยคนนั้น”

ด้วยความที่อยากจะบ่น, เอลน่าจึงพึมพำออกมาอย่างขุ่นเคือง

เธอกำลังลังเลอยู่ว่าจะพูดดีรึเปล่าแต่เธอก็ตัดสินใจพูดออกมาเนื่องจากนี่เป็นโอกาสที่จะได้ระบาย

ลีโอเข้าใจในทันทีว่าเธอกำลังพูดถึงลินเฟีย, เขายิ้มออกมา

“ที่เธอทำงานกับพวกเราก็เพื่อช่วยหมู่บ้านของเธอ ท่านพี่ไม่ได้จ้างเธอเพราะเขาคิดว่าคุณทำหน้าที่ไม่ได้หรืออะไรแบบนั้นหรอก”

“ข้าก็รู้อยู่หรอก....แต่, ช่วยพูดให้กำลังใจต่อท้ายบ้างไม่ได้หรอ? ข้าคิดว่าข้าพยายามเต็มที่แล้วนะ”

ในฐานะคนจากบ้านผู้กล้าหาญ, เอลน่าไม่สามารถเอาตัวเข้ามาข้องเกี่ยวกับเรื่องการเมืองได้โดยตรง

เธอรู้สึกหงุดหงิดกับข้อจำกัดนี้ สำหรับเอลน่า, การได้ปกป้องฟีเน่ก็คือโอกาสหายากในการที่จะได้ช่วยเหลืออัลกับลีโอ ถ้าฟีเน่ตกเป็นเป้า, เธอก็จะหาข้ออ้างได้ว่าองค์จักรพรรดิจะไม่พอใจถ้ามีอะไรเกิดขึ้นกับเธอและพวกเขายังสามารถใช้นี่เป็นข้ออ้างในการตอบโต้ศัตรูของพวกเขาได้ด้วย

แต่ถึงจะเป็นเช่นนั้น, สุดท้ายแล้วคนที่ตกเป็นเป้าก็คืออัลและเขาก็ถูกนักผจญภัยคนนึงช่วยเอาไว้ ตอนนี้นักผจญภัยคนนั้นกำลังทำหน้าที่เป็นผู้คุ้มกันของฟีเน่อยู่ซึ่งมันสมควรจะเป็นงานของเอลน่า

พูดตามตรง, เอลน่าไม่รู้สึกตลกด้วยเลยซักนิด ต่อให้เธอจะรู้ตัวดีว่ามันมีความเป็นไปได้ที่เธอจะต้องออกห่างจากฟีเน่เนื่องจากหน้าที่ของเธอ, แต่เธอก็ยังทำใจสนุกด้วยไม่ได้

“นี่กำลังเคืองอยู่หรอ?”

“ข้าไม่ได้เคือง! ข้าหงุดหงิดต่างหากหล่ะ!”

“งั้นหรอครับ แต่ว่า, ท่านพี่คิดว่าถ้าเป็นเอลน่าหล่ะก็คงจะตามมาด้วยไม่ใช่หรอ? พอคิดแบบนี้การจ้างลินเฟียก็ถือว่ามีเหตุผลแล้วถูกไหมครับ? เพราะถ้าทิ้งฟีเน่เอาไว้คนเดียวก็อาจจะทำให้เธอได้รับอันตรายได้ แถมเรายังทิ้งเซบาสเผื่อเอาไว้ด้วย”

“ทำไมเจ้าถึงมองโลกในแง่ดีได้ขนาดนี้นะ, ลีโอ.....ข้าเข้าใจความคิดของอัล เขาคิดว่าแทนที่จะใช้ผู้คุ้มกันที่อยู่ในตำแหน่งที่เคลื่อนไหวได้ยากแบบข้า, มันจะดีกว่าถ้าจ้างนักผจญภัยฉลาดๆที่สามารถเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระในฐานะผู้คุ้มกัน ใช่, ข้าชื่นชมเธอ เธอเป็นคนฉลาดจริงๆ”

ลีโอกำลังจะบอกว่า [เอลน่าเองก็ฉลาดเหมือนกันไม่ใช่หรอ] แต่เขาก็เลือกที่จะกลืนประโยคนี้กลับเข้าไป

แน่นอนว่า, เอลน่าเป็นคนเรียนรู้ไว เขาสามารถบอกได้เลยว่าเธอเก่งกว่าเขามาตั้งแต่เด็กแล้ว อย่างไรก็ตาม, คำว่าฉลาดที่เอลน่าพูดถึงไม่ได้มีความหมายแบบนั้น สิ่งที่เธอกำลังจะสื่อก็คือความสามารถในการหลอกลวงผู้คนหรือการอ่านความคิดของผู้คน, มันคือความฉลาดที่จำเป็นสำหรับการต่อสู้ทางการเมือง เอลน่ารู้ตัวดีว่าเธอขาดสิ่งนี้ จะบอกว่ามันไม่เข้ากับนิสัยของเธอก็ได้ดังนั้นเธอจึงไม่ได้อยากเรียนรู้เรื่องนี้มาตั้งแต่แรกแล้ว

ถ้ามีคนจากบ้านผู้กล้าหาญเรียนรู้เรื่องพวกนี้, มันก็จะไปคุกคามขุนนางที่มีอิทธิพลกับพวกราชวงศ์ บ้านผู้กล้าหาญนั้นควรจะเป็นแค่ดาบ นี่คือจุดยืนพื้นฐานของบ้านผู้กล้าหาญ

และมันก็เป็นสาเหตุที่พลังอำนาจของบ้านผู้กล้าหาญนั้นไม่ได้มีอยู่ในการต่อสู้แย่งชิงอย่างลับๆในเมืองหลวงด้วย, แทนที่จะใช้กับข้างใน, เอาไปใช้กับข้างนอกยังดีกว่า, นี่คือแนวทางที่ถูกต้องในการใช้พลังของบ้านผู้กล้าหาญ

“เอลน่าก็มีข้อดีของตัวเองเหมือนกันแหล่ะ ข้าคิดว่าถ้าเอลน่าช่วยท่านพี่ในเรื่องที่มีแค่คุณที่ทำได้มันก็โอเคแล้วไม่ใช่หรอ? แบบนี้พอจะยอมรับได้ไหม?”

“ข้าก็เข้าใจอยู่แต่ข้ายังยอมรับไม่ได้.....การปกป้องฟีเน่มันควรจะเป็นงานของข้า......”

“คุณยังเกลียดความพ่ายแพ้เหมือนเดิมเลยนะ แต่ว่าลินเฟียอาจจะไม่ได้อยากแข่งกับเอลน่าก็ได้นี่ ยิ่งไปกว่านั้น, งานของคุณก็ไม่ได้ไปซ้อนทับกับของเธอซักหน่อย ขุมอำนาจของเรายังด้อยกว่ากลุ่มอื่น พันธมิตรของเรามีจำนวนน้อย และมีคนกำลังเพ่งเล็งพวกเราอยู่เยอะ ข้าสามารถปกป้องตัวเองได้แต่ฟิเน่กับท่านพี่ทำแบบนั้นไม่ได้ พวกเขาต้องมีคนที่สามารถปกป้องพวกเขาได้เป็นพันมิตรของพวกเรา ข้าคิดว่าเขาตัดสินใจโดยอิงจากเรื่องนี้และถ้าเอลน่าว่างเมื่อไหร่ข้าคิดว่าท่านพี่จะขอพึ่งคุณเอง”

“จะเป็นแบบนั้นจริงๆหรอ? ดูเหมือนว่าอัลอยากจะมองข้าเป็นตัวยุ่งต่อไปไม่ใช่รึไง?”

“ไม่หรอกครับ คุณนี่ดื้อจังเลยนะ เอาตอนนี้เป็นตัวอย่างก็ได้, ตอนนี้คนที่ข้าสามารถพึ่งพาได้มีแค่เอลน่าถูกไหม? เพราะงั้นช่วยหยุดเคืองแล้วให้คำแนะนำข้ามาหน่อยเถอะ ข้าควรจะทำยังไงดีในตอนที่ไปเข้าพบกับราชาของรอนดิเน่

“ให้ตายเถอะลีโอ, เจ้านี่จริงๆเลย.....ก็ได้, ในเมื่ออัลยังรู้จักมารยาทขั้นพื้นฐานอยู่, เจ้าก็แค่ทักทายเขาตามปกติก็พอ แต่อย่าพูดอะไรที่ไม่จำเป็นออกไปหล่ะ ไม่ต้องสรรเสริญ, เจ้าต้องทักทายไปแค่ตามมารายาทพื้นฐานเท่านั้นเข้าใจใช่ไหม?”

“ขะ, เข้าใจแล้วครับ”

ด้วยประการฉะนี้เอง, เรือของพวกเขาก็มุ่งหน้าตรงไปที่รอนดิเน่

ซึ่งพวกเขาไม่ได้รู้เลยว่าอัลได้พาตัวเองไปยุ่งเกี่ยวกับภัยพิบัติในขณะที่แสดงเป็นลีโออยู่

จบบทที่ ตอนที่ 31: ที่อีกด้านนึง.....

คัดลอกลิงก์แล้ว