เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

อารัมภบท: การเริ่มต้นของคู่แฝด

อารัมภบท: การเริ่มต้นของคู่แฝด

อารัมภบท: การเริ่มต้นของคู่แฝด


จักวรรดิอาเดรเซีย, จักรวรรดิที่ปกครองทั่วทั้งส่วนกลางของทวีปโฟเกล

ด้วยสัญลักษณ์อินทรีย์ทอง, มันคือหนึ่งในสามของประเทศที่ทรงอำนาจที่สุดของทวีป ซึ่งเมืองหลวงของจักรวรรดินั้นก็ยังคงรุ่งเรืองมาจนถึงทุกวันนี้

ที่กิลนักผจญภัยของเมืองหลวง, มีคนที่เป็นจุดสนใจผู้หนึ่งปรากฎตัวขึ้น

“โหห... นั่นตัวจริงใช่ไหม....”

“เห้ย, ดูเขานั่นสิ, นั่นมันเขาของราชามิโนทอร์ไม่ใช่หรอ......?”

“เอาจริงดิ..... พวกมันคือมอนส์เตอร์หายากคลาส AAA เลยนะ.... นี่เขาโค่นมันลงได้หรอ......?”

ไม่ว่าผู้ใดที่เห็นต่างก็พูดถึงเขาอย่างพิศวง

ผู้ที่กำลังดึงดูดความสนใจของทุกคนอยู่นั้นคือนักเวทย์ที่กำลังแบกเขาขนาดยักษ์อยู่ เขาถูกปกคลุมด้วยสีดำทะมึนตั้งแต่ผมไปจนถึงเสื้อคลุมยาวของเขา อย่างไรก็ตาม, มีแค่ใบหน้าของเขาเท่านั้นที่ซ่อนอยู่ข้างหลังหน้ากากเงินที่ดูน่าสงสัย

พนักงานต้อนรับทักทายเขาเหมือนปกติเพราะเธอเคยชินกับการปรากฎตัวของเขาแล้ว

“ขอบคุณที่เหนื่อยนะคะ ท่านซิลเวอร์, นี่คือรางวัลสำหรับครั้งนี้ค่ะ”

นักผจญภัยแรงค์ SS, ซิลเวอร์ นี่คือนามนามแฝงของเขา, พนักงานต้อนรับมอบรางวัลให้เขาด้วยรอยยิ้มเหมือนปกติ

เหรียญทองที่แสดงอยู่เบื้องหน้าเขาในตอนนี้คือจำนวนเหรียญที่นักผจญภัยคนอื่นไม่เคยเห็นมาก่อน

แต่มันก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ การล่าราชามิโนทอร์นั้นคือภารกิจพิเศษจากกิลด์ ดังนั้นค่าหัวของมันจึงไม่ใช่ธรรมดาอยู่แล้ว

แต่เดิมนั้นมันไม่ได้อยู่ในดินแดนของจักวรรดิแต่เมื่อไม่นานมานี้เคยมีปาร์ตี้กลุ่มใหญ่ที่มีแต่นักผจญภัยแรงค์ A ไปทำภารกิจกำจัดมันล้มเหลว, ซึ่งผลก็คือ, ราชามิโนทอร์ได้ย้ายที่อยู่ใหม่มายังดินแดนของจักวรรดิ

ซึ่งนั่นก็คือเหตุผลที่ “ข้า” ต้องไปจัดการมัน

“ขอบใจนะ, ดูเหมือนข้าจะรบกวนเจ้าอยู่ตลอดเลย”

“มะ ไม่, ไม่ใช่หรอกค่ะ ท่านช่วยพวกเราได้มากเลย การมีหนึ่งในนักผจญภัยแรงค์ SS อย่างท่านซิลเวอร์อยู่กับพวกเราที่สาขาเมืองหลวงจักวรรดินี้มันก็เป็นสิ่งที่พวกเราภูมิใจแล้วค่ะ!”

พนักงานต้อนรับผมสีน้ำตาลพูดด้วยรอยยิ้ม

พอเห็นเธอเป็นแบบนี้, เขาก็ฝืนยิ้มออกมาและมุ่งหน้าตรงไปยังทางเข้ากิลด์ในขณะที่ทิ้งกองเหรียญทองเอาไว้ข้างหลัง

“เอ่อออ.....? ท่านซิลเวอร์คะ นี่คือ?”

“เงินสำหรับเลี้ยงทุกคนที่อยู่ที่นี่ เจ้าช่วยสั่งเหล้าหรืออะไรซักอย่างให้พวกเขาหน่อยได้ไหม? และเพื่อเป็นการแลกเปลี่ยน, ถ้ามีภารกิจยากๆเข้ามาอีกข้าอยากให้เจ้ายกภารกิจนั้นให้ข้าเป็นคนแรกนะ”

“อ้ะ, เอ่อ... ได้ค่ะ! เข้าใจแล้วค่ะ”

พนักงานต้อนรับเก็บเหรียญทองด้วยความดีใจในขณะที่นักผจญภัยที่อยู่ข้างในต่างก็ส่งเสียงเอะอะอย่างมีความสุข

เขารับแค่ภารกิจระดับสูง, นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ทำไมในตอนที่มีภารกิจแบบนั้นกิลด์ถึงให้สิทธิเขาก่อนเสมอ อย่างไรก็ตาม, มันก็มีนักผจญภัยบางคนที่ไม่ชอบใจกับเรื่องนี้ นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ทำไมการปล่อยให้พวกเขาได้ระบายด้วยวิธีแบบนี้จึงเป็นเรื่องที่สำคัญเหมือนกัน

แถมเขาก็ไม่ได้อยู่ในจุดที่สามารถเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระด้วย

ด้วยความคิดนี้ในหัว, เขาจึงเดินออกจากกิลด์และมุ่งหน้าไปยังที่พักของเขา

ที่นั่น, เขาถอดหน้ากากและเสื้อคลุมสีดำออกจากนั้นก็เปลี่ยนเป็นเครื่องแบบชนชั้นสูงในขณะที่สอดส่องรอบตัวอย่างระมัดระวัง

“ถึงมันจะดูเป็นเรื่องจุกจิก, แต่ถ้าเกิดมีคนรู้ว่าเจ้าชายกำลังทำตัวเป็นนักผจญภัยขึ้นมามันก็คงจะกลายเป็นเรื่องร้ายแรงหล่ะนะ”

“ถ้าท่านรู้ตัวดีอยู่แล้วก็ช่วยดูแลตัวเองให้ดีหน่อยเถอะครับ, เจ้าชายอาร์โนลด์”

คนที่ปรากฏตัวออกมาโดยไม่ให้ซุ่มให้เสียงและทักเขาขึ้นมาอย่างกระทันหันนั้นก็คือพ่อบ้านที่คอยรับใช้มาตั้งแต่รุ่นแม่ของเขา, เซบาสเตียน เขาคือชายแก่ผมทองที่ถึงแม้จะอายุห้าสิบปีแล้ว, แต่ก็ยังคงยืนหลังตรงในขณะที่สวมเครื่องแบบพ่อบ้านที่ดูเรียบร้อย

อย่างที่คุณเห็นจากความจริงที่ว่าเขาสามารถปรากฎตัวขึ้นโดยไม่มีเสียงได้นั้น, มันไม่ใช่ทักษะอื่นใดนอกจากความสามารถของเขาในฐานะพ่อบ้าน, ซึ่งความสามารถที่แท้จริงของเขานั้นไม่ได้เสื่อมถอยไปตามอายุเลย, เขาคือชายแก่ที่มากด้วยความสามารถ

และตามที่พ่อบ้านคนนี้พูด, ชื่อจริงของเขาคืออาร์โนลด์ เลคส์ แอดเลอร์ เจ้าชายลำดับเจ็ดของจักวรรดิแห่งนี้

“ข้าบอกแล้วใช่ไหมว่าท่านไม่ควรปรากฎตัวขึ้นมาเงียบๆแบบนี้? ลุงเซบาส”

“โปรดอภัยให้ข้าด้วยพอดีมันเป็นนิสัยของข้า”

“แล้วก็ข้าไม่อยากจะฟังท่านบ่นหรอกนะ เจ้าชายไร้ค่าอย่างข้าสามารถทำอะไรก็ได้ตามที่ตัวเองต้องการ, ถูกไหม?”

เขานั้นมีน้องชายที่เป็นฝาแฝดอยู่ด้วย

น้องคนนั้นเก่งศิลปะการต่อสู้, หัวไว, และมีนิสัยดี เขาคืออัจฉริยะที่สามารถกลายเป็นมือหนึ่งในเรื่องใดก็ได้ตามที่เขาต้องการ

ถึงแม้ว่าพวกเขาจะมีใบหน้าเหมือนกัน, แต่เขาก็ชื่นชมในความฉลาดและความสง่างามของน้องชาย ในอีกด้านนึง, ตัวเขานั้นต่างก็ถูกหลายๆคนบอกว่าไม่มีความทะเยอทะยานและขาดความกล้าหาญ มีคำขอแต่งงานเข้ามาหาน้องชายของเขาอย่างไม่รู้จักหยุดหย่อนจนมันทำให้เขารู้สึกหงุดหงิดเลยหล่ะ

เมื่อเทียบกันแล้ว, เขาคือเจ้าชายเฉื่อยชาและไร้ความสามารถ ตั้งแต่ยังเด็ก, เขามักจะเที่ยวเล่นไปทั่ว, พอเห็นว่าเขากำลังเอาพรสวรรค์ของตัวเองไปทิ้งเปล่าๆ, บุคคลผู้มีพรสวรรค์มากมายจึงถูกจ้างมาเป็นอาจารย์ของเขาแต่พวกเขาต่างก็ถอดใจกันหมด ชื่อเสียงของเขาแพร่กระจายไปทั่วเมืองหลวงของจักวรรดิอย่างรวดเร็วและในภายหลัง, มันก็กระจายไปทั่วทั้งจักวรรดิ ชื่อที่เขาถูกตีตราก็คือเจ้าชายที่ถูกน้องชายดูดส่วนดีๆไปทั้งหมด, ‘เจ้าชายไร้ค่า’ แม้กระทั่งตอนนี้, ผู้คนในปราสาทก็มักจะดูถูกเขาและชอบซุบซิบนินทาเขา

ชายผู้มีชื่อเสียงไม่ดีที่ถึงแม้จะเป็นส่วนหนึ่งของราชวงศ์แต่ก็ไม่มีใครมาคาดหวังในตัวเขา นี่แหล่ะคือตัวเขา, เจ้าชายผู้ไร้ค่า

“อย่าเก็บความคิดเห็นจิ๊บจ๊อยพวกนั้นมาใส่ใจเลยครับ ถึงยังไงก็ไม่มีใครรู้ถึงพลังที่แท้จริงของท่านอยู่แล้ว”

“ข้าก็ไม่ได้สนใจหรอก ข้าชินกับการถูกปฏิบัติเช่นนี้แล้ว การเอาหน้าที่ของเจ้าชายมาใช้กับข้ามันไม่มีประโยชน์อะไรท่านก็รู้นี่”

ถึงแม้เขาจะพูดแบบนั้น, แต่ข้ออ้างเก่าๆก็ยังคงเป็นข้ออ้างเก่าๆ อย่างไรก็ตาม, มันก็ต้องขอบคุณข้ออ้างนี้, ที่ทำให้เขาสามารถใช้ชีวิตอย่างอิสระเช่นนี้ได้

“ข้าเข้าใจประเด็นของท่านนะครับแต่สถานการณ์มันคืบหน้าไปถึงจุดที่ข้ออ้างแบบนั้นใช้ไม่ได้ผลอีกแล้วหล่ะครับ ดังนั้นท่านช่วยรีบกลับไปที่ปราสาทด้วยเถอะครับ”

“.......เกิดอะไรขึ้นหรอ?”

“นายพลโดมินิคเสียชีวิตแล้วครับ”

“ตาแก่นายพลนั่นอะนะ?”

เขาเป็นนายพลผู้ทรงเกียรติที่คอยปกป้องเมืองหลวงของจักวรรดิ ซึ่งในท้ายที่สุดเขาก็ได้เกษียณจากสนามรบไปโดยที่ไม่มีอะไรให้น่าจดจำในประวัติศาสตร์การต่อสู้ของเขา แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็เป็นคนที่เอาตัวรอดจากแนวหน้ามาได้เป็นเวลากว่าห้าสิบปี

และจากผลความสำเร็จนี้ของเขาเอง, เขาจึงถูกแต่งตั้งเป็นนายพลผู้ทรงเกียรติที่คอยปกป้องเมืองหลวงของจักวรรดิ, ตำแหน่งที่ใกล้เคียงกับที่ปรึกษา(กุนซือ)

เขาแก่และมีโรคเกี่ยวกับหัวใจ แต่มันก็ยังไม่น่าเป็นไปได้ที่จู่ๆเขาจะเสียชีวิตไปเองตามธรรมชาติ

กลิ่นการลอบสังหารโชยมาเลยแฮะ

“ใช่หนึ่งในพวกสามคนนั้นรึเปล่านะ.....”

“พวกเรายังไม่รู้รายละเอียดครับแต่ข้าคิดว่าน่าจะยังไม่มีใครทำการสืบสวนในเรื่องนี้”

เขาเป็นคนที่พูดทุกเรื่องอย่างตรงไปตรงมาและสร้างศัตรูได้ง่ายดังนั้นการลอบสังหารจึงเป็นหนึ่งในปัจจัยที่น่าจะเป็นไปได้นะ

 

แถมช่วงนี้, นายพลโดมินิคก็เข้าไปข้องเกี่ยวกับศึกชิงบัลลังก์ด้วย ทั้งๆที่เขามักจะพูดอยู่เสมอว่าไม่มีเจ้าชายกับเจ้าหญิงองค์ไหนที่เหมาะสม แต่จู่ๆก็มีเจ้าชายองค์นึงที่เขาเริ่มชอบขึ้นมา

 

จากนั้นเขาก็คงถูกพวกที่มองว่าเขาเป็นคนอันตรายลอบสังหารสินะ, พูดอีกนัยนึงก็คือ, พวกแกนนำทั้งหลายในศึกต่อสู้ชิงบัลลังก์นี้ เขาคิด

เนื่องจากเขาเป็นนายพลผู้ทรงเกียรติ, การตายของเขาจึงไม่ได้สร้างความเสียหายให้อาณาจักรมากนักและการตายของเขาก็คงจะถูกมองว่าเป็นเพราะอาการป่วยของเขาแน่ๆ

ดังนั้นฝ่ายที่จะได้รับความเสียหายนั้นก็คงจะมีแค่พันธมิตรของเขา

และพันธมิตรที่ว่านั้นก็คือเจ้าชายลำดับที่แปด, ลีโอนาร์ด เลคส์ แอดเลอร์ น้องชายฝาแฝดของเขาเอง

“ถึงยังไงไอ้เจ้าลีโอมันก็เป็นคนที่ดึงดูดคนอื่นให้มาเป็นพรรคพวกได้เองตามธรรมชาติอยู่แล้ว....ถึงแม้มันจะดูไม่เหมือนกับว่าเจ้านั่นกำลังรวบรวมอำนาจเพื่อหวังชิงบัลลังก์ก็เถอะนะ.....”

“ปัญหามันอยู่ที่ว่าเขาถูกคนอื่นเข้าใจว่ากำลังรวบรวมอำนาจเนี่ยแหล่ะครับ ด้วยเหตุนี้, เจ้าชายลีโอนาร์ดจะต้องถูกคนที่กำลังหวังชิงบัลลังก์มองเป็นศัตรูแน่ๆ”

พอได้ฟังเซบาส, เขาก็ถอนหายใจออกมา

ในบรรดาผู้มีสิทธิขึ้นครองบัลลังก์นั้น, มีสามคนที่มีอิทธิพลในการต่อสู้ชิงบัลลังก์ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่นี้ นั่นก็คือเจ้าชายลำดับสอง, เจ้าหญิงลำดับสอง, และเจ้าชายลำดับสาม

พวกเขาแต่ละคนนั้นมีฐานอำนาจของตัวเองดังนั้นจึงมีความเป็นไปได้สูงที่ผู้ปกครองคนต่อไปจะเป็นหนึ่งในสามคนนี้

สำหรับผู้สืบทอดคนอื่นๆนั้นพวกเขามีอยู่สองทางเลือก ทางแรกคือเลือกที่จะถอยจากศึกนี้หรืออย่างน้อยก็ทำตัวให้เป็นกลางที่สุด ส่วนอีกทางก็คือเลือกที่จะเป็นศัตรูกับพวกเขาและหวังชิงบัลลังก์

ถ้าเลือกอย่างหลังแล้วแพ้ขึ้นมา, และหากนำไปประกอบกับลักษณะนิสัยของทั้งสามคนนี้, การถูกเนรเทศก็คงจะถือว่าโชคดีที่สุดและการถูกฆ่าตายก็ถือว่าโชคร้ายที่สุด ซึ่งการลงโทษนั้นจะเกิดขึ้นกับพวกที่เกี่ยวข้องกับพวกเขาด้วย โดยในกรณีของลีโอก็คงจะเป็นแม่กับเขา

ดังนั้นในเมื่อเรื่องมันเป็นแบบนี้ไปแล้วถึงเขาจะยังไม่ได้ปรึกษากับลีโอ, เขาก็ขอเลือกอย่างหลัง

ตอนนี้การไปเข้าพวกกับพวกเขาหรืออยู่อย่างเป็นกลางมันไม่มีความหมายอีกต่อไปแล้ว ถ้าสถานการณ์ยังคงคืบหน้าไปทางนี้มันก็ไม่มีทางเลือกอื่น

“ถ้างั้นก็คงเหลือแค่การทำให้ลีโอได้เป็นจักพรรดิสินะ......”

“มันไม่มีทางท่านจะคิดเป็นจักพรรดิซะเองหรอครับ.............?”

“ข้าหรอ? จะให้เป็นจักพรรดิเนี่ยนะ? ข้าหน่ะมันคนที่ชอบโยนเรื่องยุ่งยากทุกอย่างให้น้องชายเจ้าก็น่าจะรู้ไม่ใช่หรอ? ครั้งนี้มันก็เหมือนกันนั่นแหล่ะ”

เขาอยากจะรักษาชีวิตในฐานะนักผจญภัยเอาไว้แบบนี้แต่ถ้าเหตุการณ์ยังไปทางนี้อยู่เขาจะถูกฆ่าได้

มันเป็นปัญหาก็จริงแต่ไม่มีทางเลือกแล้ว

เขาตั้งใจจะเคลื่อนไหวอยู่หลังฉากเพื่อให้น้องชายของเขาได้เป็นจักพรรดิ

ที่ใจกลางเมืองหลวงของจักวรรดิมีปราสาทที่มีรูปร่างเหมือนกับดาบอยู่ เขามุ่งหน้าไปยังห้องของลีโอนาร์ดในทันทีที่กลับมาถึงปราสาท

อย่างไรก็ตาม, เขาได้เจอกับรัฐมนตรีและขุนนางกลุ่มนึงในระหว่างทาง

“อ้าวเจ้าชายอาร์โนลด์นี่หน่า วันนี้ท่านก็ดูสบายๆเหมือนเดิมเลยนะครับ”

“ขอบใจนะ”

“ครับ, ข้าหล่ะรู้สึกอิจฉาจริงๆที่ท่านสามารถเริงร่าได้ทุกวันแบบนี้ ไม่เหมือนกับเจ้าชายลีโอนาร์ดที่เอาแต่ทุ่มเทกับการฝึกฝนอยู่ตลอดเวลาเลยนะครับ”

“ถึงยังไง, เขากับข้ามันก็เลือกเดินคนละเส้นทางกันหล่ะนะ”

“นี่ท่านพูดจริงหรอครับ! เห็นว่าองค์ชายลีโอนาร์ดจะเข้าร่วมศึกชิงบัลลังก์เหมือนกับพี่ๆต่างแม่ทั้งสามคนของท่าน เจ้าชายอาร์โนลด์เองก็ต้องไม่ยอมแพ้เหมือนกันนะครับ”

“นี่เจ้า, เอาองค์ชายไปเปรียบเทียบกับเจ้าชายลีโอนาร์ดแบบนี้ก็ดูน่าสงสารแย่เลยไม่ใช่หรอ!? ต่อให้เจ้าชายอาร์โนลด์กับเจ้าชายลีโอนาร์ดจะเป็นฝาแฝดกัน, แต่พรสวรรค์ที่มีแตกต่างกันเลยนะเจ้าก็รู้นี่!”

“อ้ะ! นั่นสินะครับ นั่นสินะ โปรดอภัยให้กับการเสียมารยาทของข้าด้วยนะครับ”

“ไม่ต้องคิดมากหรอก ถึงยังไงมันก็เป็นความจริง”

พอเขาพูดจบเขาก็เดินผ่านคนพวกนี้ไป

พวกเขาทุกคนโค้งคำนับเขาด้วยความเคารพแต่ถึงอย่างนั้นคนพวกนี้ก็กำลังล้อเลียนเขาอยู่ อย่างไรก็ตาม, เขาคงไม่เอาเรื่องพวกนี้ไปฟ้ององค์จักพรรดิ, เพราะต่อให้เขาทำแบบนั้นไปองค์จักรพรรดิก็ไม่ฟังเขาอยู่ดี

ในตระกูลราชวงศ์นั้น, มีแค่เขาที่ไม่ได้รับการปฏิบัติในฐานะคนในราชวงศ์ ไม่ต้องพูดถึงการเป็นเจ้าของดินแดนเลย, แม้กระทั่งพวกรัฐมนตรีและพวกขุนนางในเมืองหลวงทุกคนต่างก็ดูถูกดูแคลนเขา

 

เอาเถอะ, ที่เป็นแบบนี้ก็เพราะเราทำตัวแบบนี้เองหล่ะนะ

ที่เขาไม่อยากปรับปรุงนิสัยก็เพราะเขาคิดว่าที่เป็นอยู่นี้มันดีสำหรับเขาแล้ว ในเมื่อไม่มีใครมาคอยสนใจเขา, เขาก็สามารถทำอะไรก็ได้ตามใจชอบในฐานะซิลเวอร์

ถ้าเขาทำสิ่งที่เหมือนกับเจ้าชายทั่วๆไปทำเขาก็คงต้องคำนึงถึงจุดยืนของตัวเองตลอดเวลา

ในขณะที่กำลังคิดเรื่องนี้อยู่นั้นเองเขาก็มาถึงห้องของลีโอพอดี

“ข้ามาแล้ว”

“ท่านพี่......”

เขาเข้ามาในห้องโดยไม่ได้เคาะประตูและเห็นว่าลีโอกำลังนั่งอยู่ข้างใน เขามีอายุสิบแปดปี, และก็แน่นอนว่า, น้องชายของเขาก็มีอายุเท่ากัน แต่เนื่องจากนิสัยที่สงบเยือกเย็นของเขา, ผู้คนจึงมักจะเข้าใจผิดอยู่บ่อยๆว่าลีโอเป็นพี่ชาย

หน้าตาของพวกเขานั้นแทบจะไม่ต่างกันเลย, มันต่างกันก็แค่ผมของลีโอถูกจัดเอาไว้อย่างเรียบร้อยในขณะที่ผมของเขากระเซอะกระเซิงอยู่เสมอ ในด้านของเสื้อผ้าเอง, ของลีโอก็มักจะเป็นระเบียบในขณะที่ของเขามักจะหลุดรุ่ย แถมหลังของน้องชายของเขานั้นมักตรงอยู่ตลอดในขณะที่เขาชอบทำหลังค่อม พอยิ่งโตขึ้นเรื่อยๆ, ก็ไม่มีใครจำพวกเขาสลับกันอีกต่อไป

บนใบหน้าของน้องชายของเขานั้นมีร่อยรอยของความเซื่องซึมอยู่

ถ้ามองดูสีหน้าดีๆจะเห็นว่ามันเศร้าสลดมาก, ซึ่งนี่ก็ทำให้เขาพลอยเครียดตามไปด้วย

“ข้าฟังเรื่องราวมาแล้ว ตาแก่นั่นตายไปแล้วใช่ไหม?”

“ครับ.....”

“เป็นไปได้ว่าจะเป็นการลอบสังหารใช่ไหม?”

“....อาจจะใช่ครับ”

เขายังไม่ถึงวัยพอที่จะพูดออกมาง่ายๆว่ามันอาจจะเป็นฝีมือของพี่ชายหรือน้องสาวของพวกเขา

อย่างไรก็ตามถ้าดูจากสถานการณ์แล้ว, ความเป็นไปได้ที่เรื่องนี้จะเป็นการลอบสังหารนั้นมีสูงมาก

“แล้วเจ้าจะเอายังไงต่อ?”

“...ข้าไม่อยากจะสู้กับพี่น้องของตัวเองครับ”

“ข้าก็กะเอาไว้แล้วแหล่ะว่าเจ้าจะพูดแบบนี้”

ลีโอนั้นไม่เคยอยากครองบัลลังก์เลย

ผู้คนแค่ถูกลักษณะนิสัยของเขาดึงดูดและกลายมาเป็นพันธมิตรของเขาเท่านั้นเอง และพันธมิตรที่ว่านั้นก็คือนายพลโดมินิค

เหมือนที่เขาพูดเมื่อสักครู่นี้, ลีโอไม่ได้อยากครองบัลลังก์

อย่างไรก็ตาม, เนื่องจากลีโอได้รับพรสวรรค์และอุปนิสัยอันโดดเด่นมา, เขาจึงกลายเป็นคู่แข่งคนที่สี่ที่ต้องไปแข่งกับเจ้าชายลำดับสอง, เจ้าหญิงลำดับสอง, และเจ้าชายลำดับสามโดยไม่สนว่าเขาจะอยากได้ตำแหน่งนี้หรือไม่

และนั่นก็เป็นเหตุผลที่ทำไมพวกเขาถึงเลือกตัดไฟตั้งแต่ต้นลมด้วยการลอบสังหาร

อย่างไรก็ตาม, มันไม่ได้หมายความว่าตอนนี้ลีโอจะปลอดภัยแล้ว ไม่ว่าจักพรรดิจะเป็นใครในสามคนนั้น, มันก็มีแต่ชะตากรรมอันมืดมิดเท่านั้นที่รอเขาอยู่

“เจ้าถูกมองเป็นศัตรูแล้ว ถ้าเจ้าไม่แข่งชิงบัลลังก์มันก็จะมีแค่สิ่งเดียวที่รอเจ้าอยู่และนั่นก็คือความตายของเจ้า ซึ่งมันก็จะเป็นแบบเดียวกันทั้งกับข้าแล้วก็ท่านแม่ด้วย”

“ครับ....ข้ารู้แล้ว......ขอโทษนะครับ”

“ไม่ต้องขอโทษหรอกหน่า ข้าอยากฟังว่าเจ้าจะเอายังไงต่อไปมากกว่า”

“...ข้าต้องชิงบัลลังก์มาให้ได้ครับ”

ลีโอพูดด้วยสีหน้าลำบากใจ

ถ้าลีโออยู่ตัวคนเดียวในโลกนี้เขาก็คงจะไม่สนใจมันต่อให้นั่นหมายถึงชีวิตของเขาก็ตาม อย่างไรก็ตาม, ถ้ามีความเป็นไปได้ว่ามันจะนำพาความอันตรายมาหาคนรอบตัวเขา, เขาก็พร้อมที่จะชิงบัลลังก์

ถึงยังไง, ด้วยนิสัยเช่นนี้ของเขา, เขาก็สามารถขอความร่วมมือจากคนอื่นเพื่อให้กลายเป็นจักพรรดิได้อยู่แล้ว

เขาคิดว่าน้องชายของเขานั้นใจดีเกินกว่าที่จะเป็นจักพรรดิ....แต่ถึงแม้ว่าเขาจะเตือนไป, น้องชายของเขาก็คงจะไม่เปลี่ยนแปลงอะไรอยู่ดี

และในเมื่อเรื่องมันกลายเป็นแบบนี้แล้ว, เขาก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากทำให้น้องชายของเขาได้เป็นที่หนึ่ง

“มันอาจจะไม่มากอะไรแต่ข้าจะช่วยเจ้าเอง สำหรับตอนนี้, เจ้าเน้นไปที่การหาพันธมิตรและสร้างฐานอำนาจของตัวเองขึ้นมาก่อน ถ้าเจ้าสร้างกลุ่มอำนาจของตัวเองให้ใหญ่ขึ้นมาได้พวกนั้นก็จะแตะต้องเจ้าได้ยาก”

“ได้ครับ....แล้วท่านพี่หล่ะ?”

“ข้าเองก็จะหาพันธมิตรเหมือนกัน แต่อย่าคาดหวังมากนักหล่ะ, เพราะถึงยังไงพวกรัฐมนตรีและขุนนางที่มีอิทธิพลก็เป็นของท็อปสามคนนั้นหมดแล้ว”

“ข้ารู้ครับ...แต่ถึงอย่างนั้นก็ขอบคุณนะครับ ว่าแต่ท่านพี่, แทนที่จะเป็นข้า, ข้าคิดว่าท่านพี่เหมาะกับตำแหน่งจักพรรดิมากกว่านะครับ......”

“อย่าพูดเล่นแบบนั้นสิ ถ้าข้ากลายเป็นจักพรรดิข้าก็จะอดเที่ยวเล่นถูกไหม? ข้ามีแผนชีวิตของตัวเองอยู่แล้ว, ข้าจะหาภรรยาสวยๆซักคนและจะเที่ยวเล่นไปตลอดชีวิตเลย และเพื่อการนั้น, ข้าจะทำให้เจ้าได้กลายเป็นจักพรรดิเพื่อแผนชีวิตของข้าเอง”

เขาตบไหล่ของลีโอในขณะที่พูดเห็นแก่ตัวออกมา

ในตอนนี้ร่างกายของเขากำลังสั่งเล็กน้อย

เอาเถอะ, มันช่วยไม่ได้นี่นะ จากมุมมองของยอดคนลีโอ, เจ้าสามคนนั้นมันสัตว์ประหลาดชัดๆ

ในแง่ของความสามารถเอง, อาณาจักรจะปลอดภัยอย่างแน่นอนไม่ว่าใครจะได้เป็นจักพรรดิก็ตาม และแน่นอนว่าอำนาจที่จะตามมาด้วยนั้นก็ยิ่งใหญ่พอกัน

อย่างไรก็ตาม, ไม่ว่าพวกเขาจะยอดเยี่ยมขนาดไหนมันก็ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาจะเป็นอมตะ ในเมื่อพวกเขากำลังต่อสู้กันเองอยู่, มันก็พอมีโอกาสให้ลีโอเหมือนกัน

“มาเริ่มกันที่การเพิ่มพันธมิตรของเจ้าและทำให้ท่านพ่อจดจำเจ้าได้มากขึ้นกันก่อนเถอะ”

“นั่นสินะครับ สุดท้ายแล้ว, คนที่จะตัดสินว่าใครจะชนะก็ไม่พ้นท่านพ่ออยู่ดี”

“ตอนนี้, เรามาเริ่มกันที่การสร้างความพึงพอใจให้องค์จักพรรดิกันดีไหม”

ด้วยเหตุนี้เอง, คู่แฝดทั้งสองคนจึงเริ่มมุ่งหน้าไปยังห้องบัลลังก์

จบบทที่ อารัมภบท: การเริ่มต้นของคู่แฝด

คัดลอกลิงก์แล้ว