- หน้าแรก
- ลิขิตมรณะ 8 ปี! ข้าขอฝืนฟ้าด้วยระบบจำลองเซียน!!!
- บทที่ 50 เส้นสีดำ
บทที่ 50 เส้นสีดำ
บทที่ 50 เส้นสีดำ
“มอบของวิเศษตอบแทนรึ?”
ในแววตาของหวังลี่ฉายแววสนใจเล็กน้อย
“ช่างเถอะ ถือโอกาสช่วยไปก็แล้วกัน เสียเวลาหน่อยก็ไม่เป็นไร”
【ท่านเลือกที่จะลงมือช่วยเหลือ】
【ผู้ฝึกตนระดับก่อตั้งรากฐานสองคนที่ไล่ล่าผู้ฝึกตนหญิงสวมหน้ากาก เมื่อเห็นท่านบินมาทางพวกตน ใบหน้าก็พลันแสดงความไม่พอใจ】
【ผู้ฝึกตนชายที่เป็นหัวหน้าถึงกับไล่ให้ท่านรีบไสหัวไป】
【ท่านยิ้มเล็กน้อย โบกธงเรียกวิญญาณห้าสีในมือขึ้น】
【พร้อมกับธงวิญญาณที่โบกสะบัดเบาๆ ผีร้ายหลายตนก็บินออกมา จับผู้ฝึกตนระดับก่อตั้งรากฐานทั้งสองคนเข้าธง】
【ท่านเห็นร่างกายถูกกัดกินจนหมดสิ้น เหลือเพียงวิญญาณโดดเดี่ยวของทั้งสองคน รีบใช้วิชาควักวิญญาณหยินกลั่นวิญญาณหยาง หลอมรวมทั้งสองคนให้กลายเป็นทาสผีตนใหม่】
【ผู้ฝึกตนหญิงที่สวมหน้ากากหยกดำเห็นฉากนี้ มองมายังใบหน้าท่านด้วยความหวาดกลัว นางคาดไม่ถึงเลยว่า ท่านที่ดูเหมือนจะไม่เป็นพิษเป็นภัยกลับเป็นผู้ฝึกตนมาร】
【ท่านยื่นมือขาวราวหยกที่เรียวบางออกมาทางนาง】
【ผู้ฝึกตนหญิงหน้าซีดเผือด หน้ากากหยกดำบนใบหน้าก็เปลี่ยนแปลงไปมาอย่างไม่แน่นอน】
【ผู้ฝึกตนหญิงบอกท่านว่า นางเป็นศิษย์สายตรงของนิกายเซียนเสวี่ยเยว่ ทั้งยังเป็นองค์หญิงของราชวงศ์เสวี่ยหลิง วันนี้ท่านช่วยนางไว้ วันหน้า นางจะตอบแทนอย่างงามแน่นอน】
【ท่านหัวเราะเยาะ กล่าวว่าท่านไม่เคยเชื่อเรื่องเหลวไหลที่ว่าวันหน้าจะตอบแทนอย่างงาม ตอนนี้ท่านต้องการจะเห็นของวิเศษที่นางสัญญาไว้ มิฉะนั้นจะจับนางเข้าธง】
【ผู้ฝึกตนหญิงนิ่งเงียบไปครู่หนึ่งแล้ว ก็มอบม้วนหนังแกะโบราณแผ่นหนึ่งให้ท่าน】
【ท่านได้รับ <มหาวิชามิติ> ฉบับที่เหลืออยู่】
“หืม? มหาวิชามิติที่ติดอันดับสามในสิบอภินิหารรึ?!”
หวังลี่นอกโลกจำลองก็ค่อนข้างประหลาดใจเช่นกัน
ของวิเศษ ช่างเป็นของวิเศษที่ดีจริงๆ
【ท่านบังคับให้ผู้ฝึกตนหญิงมอบเลือดวิญญาณ】
“ไม่ใช่สิ เรียนรู้แล้วนำมาใช้เลยรึไง”
หวังลี่เห็นฉากนี้ ก็อดกลั้นหัวเราะไม่ได้
แต่เขาก็ไม่ได้รู้สึกว่ามีอะไรผิดปกติ
ผู้ฝึกตนหญิงผู้นี้ ไม่ซื่อสัตย์
สมควรให้ตัวข้าในโลกจำลองสั่งสอนเสียบ้าง
【ระหว่างการถูกกดขี่เป็นทาสไปตลอดชีวิตและความตาย ผู้ฝึกตนหญิงก็มอบเลือดวิญญาณให้】
【ผู้ฝึกตนหญิงหวังว่าในอนาคตท่านจะสามารถคืนเลือดวิญญาณของนางให้】
【ท่านไม่ได้พูดอะไร】
【ท่านเก็บ <มหาวิชามิติ> ฉบับที่เหลืออยู่ แล้วก็บินไปยังดินแดนวิญญาณใต้ตลอดทาง】
【ท่านบินไปพลาง ฝึกฝน <มหาวิชามิติ> ไปพลาง】
【ท่านพบว่า <มหาวิชามิติ> ยากที่จะฝึกฝนอย่างยิ่ง แม้ว่าความเข้าใจของท่านจะได้รับการเสริมจากพรสวรรค์บุตรมากวาสนาดีหลายสิบครั้งแล้ว ท่านก็ยังคงไม่สามารถฝึกฝนได้สำเร็จ】
【ท่านคาดเดาว่า <มหาวิชามิติ> อาจจะต้องมีพรสวรรค์ด้านมิติจึงจะสามารถฝึกฝนได้】
【ท่านเก็บ <มหาวิชามิติ> ฉบับที่เหลืออยู่เข้าแหวนเก็บของอย่างดี เก็บไว้ฝึกฝนในภายหลัง】
【ท่านเริ่มฝึกฝนวิชาคาถาอาคมใน <คัมภีร์เซียนไท่ซวี> ระหว่างทาง】
【ท่านเริ่มฝึกฝน <คัมภีร์เซียนไท่ซวี> ซ้ำอีกครั้ง เพื่อเสริมสร้างการประยุกต์ใช้และความเข้าใจในคัมภีร์เซียน】
【ระหว่างการเดินทางอันยาวนาน ท่านก็เกิดความคิดแปลกๆ ขึ้นมา หากนำ <วิชาเทพมารห้าธาตุใหญ่> และ <คัมภีร์เซียนไท่ซวี> มาฝึกฝนร่วมกันจะเป็นอย่างไร?】
【หลายวินาทีต่อมา ท่านก็อดหัวเราะไม่ได้】
【ท่านรู้สึกว่าตนเองช่างเพ้อฝันจริงๆ การฝึกฝนวิชาสองชนิดที่แตกต่างกันพร้อมกัน อย่างแรกเลย ปัญหาเรื่องความขัดแย้งของพลังวิญญาณ ความไม่สมดุลของพลังวิญญาณก็เป็นปัญหาใหญ่ที่สุดแล้ว ความขัดแย้งระหว่างวิชา หากทำไม่ดี อาจจะทำให้ธาตุไฟเข้าแทรก บาดเจ็บเล็กน้อย หรืออาจจะถึงแก่ชีวิตได้】
【ท่านยังคงฝึกฝนคาถาอาคมต่อไปในระหว่างการเดินทางอันยาวนาน】
【……】
【เดือนมีนาคมปีที่สิบหก หลังจากเดินทางไกลมานาน ในที่สุดท่านก็กลับมาถึงดินแดนวิญญาณใต้】
【ท่านสัมผัสได้ถึงแสงแดดอันอบอุ่นที่สาดส่องลงบนไหล่ เพียงรู้สึกว่าทั้งร่างอบอุ่นสบายอย่างยิ่ง】
【ท่านเดินทางลงใต้ต่อไปยังดินแดนล่าง】
【ครึ่งปีต่อมา ท่านก็เดินทางมาถึงนิกายเหอฮวนดินแดนล่างอีกครั้ง】
【ครั้งนี้ ท่านไม่ได้เสียเวลามากนัก ท่านเปิดเผยระดับพลังของตนเองโดยตรง นัดพบประมุขนิกายเหอฮวน เทพธิดาเมี่ยวอวี้】
【ท่านเข้าพบเทพธิดาเมี่ยวอวี้】
【ท่านบอกเทพธิดาเมี่ยวอวี้ว่า ท่านต้องการจะเข้าร่วมนิกายเหอฮวน】
【เทพธิดาเมี่ยวอวี้ระแวดระวังอย่างยิ่ง】
【เทพธิดาเมี่ยวอวี้ไม่เข้าใจอย่างมาก】
【เทพธิดาเมี่ยวอวี้สอบถามว่าท่านมีจุดประสงค์อะไรในการเข้าร่วมนิกายเหอฮวน】
【ท่านบอกเทพธิดาเมี่ยวอวี้ตามตรงว่า มีวิชาพิเศษแขนงหนึ่งที่ต้องฝึกฝน จำเป็นต้องอาศัยความช่วยเหลือจากนิกายเหอฮวน】
【เทพธิดาเมี่ยวอวี้ไม่ได้ตกลงในทันที】
【เทพธิดาเมี่ยวอวี้หวังว่าท่านจะสามารถไปพบคนคนหนึ่งกับนางได้】
【ท่านคาดเดาว่าเป็นเทพหยินหยาง】
【ท่านตกลง】
【ท่านเดินทางมาถึงตำหนักหยินหยาง】
【ท่านเห็นชายวัยกลางคนผู้หนึ่งที่มีรูปร่างหน้าตาสง่างาม ท่าทางสุภาพอ่อนโยน】
【ท่านจำได้ว่าเขาคือเทพหยินหยาง】
【ท่านและเทพธิดาเมี่ยวอวี้ยืนเคียงข้างกันอยู่หน้าเทพหยินหยาง】
【เทพธิดาเมี่ยวอวี้แจ้งเจตนาของท่านให้เทพหยินหยางทราบ】
【เทพหยินหยางมองท่านด้วยความสนใจ】
【เทพหยินหยางสอบถามว่าท่านเข้าร่วมนิกายเหอฮวนเพื่อการใด】
【ท่านบอกเทพหยินหยางว่า ท่านรู้ว่าในมือเขามีผลไม้ก่อเกิดวิญญาณ ต้องการจะอาศัยการรับใช้นิกายเหอฮวน เพื่อแลกกับผลไม้ก่อเกิดวิญญาณในมือเทพหยินหยาง】
【เทพหยินหยางบอกท่านว่า แม้เขาจะไม่รู้ว่าท่านทำได้อย่างไรถึงสามารถบำเพ็ญเพียรด้วยพรสวรรค์รากวิญญาณสี่ธาตุจนถึงระดับก่อตั้งแก่นทองคำสมบูรณ์แบบได้ แต่ผลไม้ก่อเกิดวิญญาณก็ไม่ได้มีประโยชน์ต่อท่านมากนัก โอกาสในการทะลวงผ่านสามส่วน สำหรับท่านแล้ว ก็เท่ากับไม่มี พรสวรรค์ของท่านได้จำกัดขีดจำกัดสูงสุดของท่านไว้แล้ว หากไม่มีโชคชะตาอันยิ่งใหญ่ ท่านอาจจะไม่สามารถทะลวงผ่านสู่ระดับวิญญาณแรกเริ่มได้จนตาย】
【ท่านไม่ได้ใส่ใจคำพูดของเทพหยินหยางมากนัก】
【เพราะท่านมีพรสวรรค์สีแดง บุตรมากวาสนาดี ตราบใดที่ยังคงมีบุตรต่อไป พรสวรรค์ของท่านก็จะได้รับการปรับปรุงและยกระดับอย่างต่อเนื่อง】
【หลายปีมานี้ การเปลี่ยนแปลงของพรสวรรค์รากวิญญาณสี่ธาตุของท่าน ท่านล้วนเห็นอยู่ในตา จากการดูดซับพลังวิญญาณที่เชื่องช้า จนค่อยๆ ทัดเทียมกับระดับของรากวิญญาณสามธาตุ ท่านเชื่อว่าตราบใดที่ยังคงมีบุตรต่อไป พรสวรรค์ของท่านก็จะสามารถแข็งแกร่งขึ้นจนถึงระดับที่สามารถทะลวงผ่านสู่ระดับวิญญาณแรกเริ่มได้อย่างแน่นอน】
【ท่านขอให้เทพหยินหยางอนุญาตให้ท่านเข้าร่วมนิกายเหอฮวน】
【เทพหยินหยางยิ้มเล็กน้อย จากนั้นก็แต่งตั้งให้ท่านดำรงตำแหน่งรองประมุขนิกาย】
【ท่านบอกเทพหยินหยางว่า ทักษะการปรุงยาของท่านยอดเยี่ยมไร้เทียมทาน บรรลุถึงขั้นสูงสุดแล้ว หากมองไปทั่วทั้งสี่ดินแดนก็ถือว่าหาได้ยากยิ่ง ท่านบอกเขาว่าท่านต้องการจะเข้าร่วมหอโอสถ ดำรงตำแหน่งผู้อาวุโสหอโอสถ】
【เทพหยินหยางครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง】
【เทพหยินหยางตกลงตามข้อเสนอของท่าน】
【เทพหยินหยางบอกท่านว่า ท่านอย่าทำให้เขาผิดหวังเป็นอันขาด】
【ท่านกล่าวว่าตนเองมาเพื่อผลประโยชน์ ตราบใดที่นิกายเหอฮวนสามารถตอบสนองผลประโยชน์ของตนเองได้ ตนเองก็จะทุ่มเทกำลังทั้งหมดรับใช้นิกายเหอฮวน】
【การพูดคุยจบลง ท่านเข้าร่วมนิกายเหอฮวนอย่างเป็นทางการ】
【ท่านเริ่มปรุงยาจำนวนมากให้นิกายเหอฮวน】
【ท่านเริ่มหลอมอาวุธวิเศษจำนวนมากให้นิกายเหอฮวน】
【ท่านเริ่มสร้างธงค่ายกลให้นิกายเหอฮวน】
【การแสดงออกของท่านทำให้เทพธิดาเมี่ยวอวี้พอใจ】
【เทพหยินหยางยอมรับในการแสดงออกของท่าน】
【ปีที่สิบเจ็ด ท่านยื่นข้อเสนอต่อเทพธิดาเมี่ยวอวี้ หวังว่านางจะสามารถจัดหาผู้ฝึกตนหญิงจำนวนมากให้ท่านเพื่อใช้ในการฝึกฝน】
【เทพธิดาเมี่ยวอวี้พยักหน้าตกลง】
【หลายวันต่อมา เทพธิดาเมี่ยวอวี้ส่งผู้ฝึกตนหญิงที่งดงามราวกับดอกไม้มาให้ท่านสิบคน】
【ท่านมองดูผู้ฝึกตนหญิงทุกคนที่ยังคงบริสุทธิ์ ท่านกำหนดกฎเกณฑ์ในการมีบุตรให้พวกนาง
ทุกครั้งที่คลอดบุตรหนึ่งคน จะได้รับทรัพยากรบำเพ็ญเพียรหนึ่งส่วน】
【นี่คือหนทางที่ท่านเคยเดินผ่านมาแล้ว】
【ปีที่สิบแปด ผู้ฝึกตนหญิงได้ให้กำเนิดบุตรจำนวนมากให้ท่าน】
【ท่านมอบรางวัลให้แก่ผู้ฝึกตนหญิงทุกคนอย่างเท่าเทียม】
【พรสวรรค์บุตรมากวาสนาดีทำงาน คุณสมบัติทุกด้านของท่านได้รับการพัฒนา】
【ท่านสัมผัสได้ว่าความแข็งแกร่งของพรสวรรค์ท่านเพิ่มขึ้นแล้ว เทียบเท่ากับระดับของรากวิญญาณสามธาตุแล้ว】
【ท่านยื่นคำร้องขอเข้าเฝ้าเทพหยินหยาง】
【ท่านได้รับอนุญาตจากเทพหยินหยาง】
【ท่านเข้าเฝ้าเทพหยินหยางอีกครั้ง】
【ภายในตำหนักใหญ่ เทพหยินหยางสอบถามว่าท่านเป็นอย่างไรบ้าง】
【ท่านตอบตามตรง】
【เทพหยินหยางสอบถามว่าครั้งนี้ที่ท่านมาขอเข้าเฝ้ามีเรื่องอันใด】
【ท่านหยิบ <มหาวิชามิติ> ฉบับที่เหลืออยู่ออกมา】
【ท่านแสดงเจตจำนงต่อเทพหยินหยางว่า ต้องการจะใช้ <มหาวิชามิติ> ฉบับที่เหลืออยู่แลกกับผลไม้ก่อเกิดวิญญาณ】
【เทพหยินหยางนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง สอบถามว่าเหตุใดท่านจึงรีบร้อนที่จะทะลวงผ่านระดับพลังเช่นนี้ ผลไม้ก่อเกิดวิญญาณถึงแม้จะให้ท่านในตอนนี้ ด้วยพรสวรรค์ของท่านก็ไม่สามารถทะลวงผ่านได้อยู่ดี】
【ท่านแจ้งเรื่องที่ท่านถูกผู้ฝึกตนระดับวิญญาณแรกเริ่มสมบูรณ์แบบคนหนึ่งไล่ล่าให้เทพหยินหยางทราบ】
【ท่านบอกเทพหยินหยางว่า ตอนนี้ท่านใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางความหวาดกลัวทุกวัน มีเพียงการยกระดับพลังอย่างต่อเนื่องเท่านั้นจึงจะมีโอกาสหลุดพ้นจากโชคชะตาของตนเองได้】
【ได้ฟังดังนั้น เทพหยินหยางก็รับ <มหาวิชามิติ> ฉบับที่เหลืออยู่ไป และมอบผลไม้ก่อเกิดวิญญาณให้ท่าน】
【เทพหยินหยางกล่าวว่า ตราบใดที่ท่านทุ่มเทรับใช้นิกายเหอฮวนอย่างสุดกำลัง เว้นแต่เทพจะลงมาจุติด้วยตนเอง มิฉะนั้นจะไม่มีใครสามารถทำอะไรท่านได้】
【ท่านวางใจลงมาก】
“สมกับเป็นเทพหยินหยาง คำพูดนี้ช่างองอาจนัก ไม่แปลกใจเลยที่นิกายเหอฮวนสามารถรุ่งเรืองขึ้นมาในบรรดาเจ็ดนิกายพรรคมาร กลายเป็นผู้นำของพรรคมารได้ในคราวเดียว”
“ฝ่ายธรรมะถูกพรรคมารตีเป็นหมาตกน้ำในการจำลองหลายครั้ง ไม่ใช่ไม่มีเหตุผล”
แม้จะผ่านการจำลองมาหลายครั้ง ความชื่นชมที่หวังลี่มีต่อเทพหยินหยางก็ยังคงไม่ลดน้อยลง
นี่คือผู้นำพรรคมารผู้ยิ่งใหญ่อย่างแท้จริง มีความรับผิดชอบ มีความสามารถ มีวิธีการ มีพลัง
【หลังจากนำผลไม้ก่อเกิดวิญญาณจากไปแล้ว ท่านก็ยังคงปรุงยาหลอมอาวุธให้นิกายเหอฮวนต่อไป】
【ปีที่สิบเก้า เทพธิดาเมี่ยวอวี้ส่งผู้ฝึกตนหญิงที่ยังเยาว์วัยและงดงามมาให้ท่านอีกยี่สิบคน】
【ปีที่ยี่สิบ พร้อมกับทารกอีกกลุ่มหนึ่งที่ถือกำเนิด ท่านสัมผัสได้ว่าพลังวิญญาณระหว่างฟ้าดินกำลังรวมตัวกันอย่างต่อเนื่อง จากนั้นท่านก็กินผลไม้ก่อเกิดวิญญาณ เตรียมพร้อมที่จะทะลวงผ่านสู่ระดับวิญญาณแรกเริ่ม】
“มาแล้ว! จะสำเร็จหรือล้มเหลว ก็ขึ้นอยู่กับครั้งนี้แล้ว”
หวังลี่เห็นระบบจำลองอัปเดตมาถึงขั้นตอนที่ตนเองทะลวงผ่านสู่ระดับวิญญาณแรกเริ่มแล้ว ในแววตาก็ฉายแววเคร่งขรึมเล็กน้อย
【ทันทีที่ท่านโคจรพลังวิญญาณฟ้าดินรวมตัวกันที่ตันเถียน ผ่านสะพานฟ้าดินเข้าสู่แก่นทองคำ เตรียมพร้อมที่จะทำลายแก่นทองคำก่อเกิดวิญญาณแรกเริ่ม พลังวิญญาณธาตุของท่านก็เริ่มปั่นป่วนขึ้น】
【ผลของผลไม้ก่อเกิดวิญญาณทำงาน】
【พลังวิญญาณสี่ธาตุในร่างท่านได้รับการปลอบประโลม เริ่มทะลวงผ่านระดับพลังอย่างเป็นระเบียบ】
【แต่ ทันทีที่แก่นทองคำของท่านเริ่มหลอมละลาย ก่อตัวเป็นวิญญาณแรกเริ่ม เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นทันที】
【ท่านเห็นเส้นสีดำหนาแน่น ปรากฏขึ้นต่อหน้าท่าน……】
“ไม่ดีแล้ว……”
หวังลี่ราวกับนึกอะไรบางอย่างออก รีบตะโกนเสียงดัง……
(จบตอน)
..........
ขอบพระคุณทุกๆการสนับสนุนจากผู้อ่านทุกท่านน้าาาา เจอกันใหม่พรุ่งนี้ค้าบบ