เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 13 ปรุงยาในตลาด

บทที่ 13 ปรุงยาในตลาด

บทที่ 13 ปรุงยาในตลาด


วันที่สาม ฟ้าเพิ่งจะสาง หวังลี่เดินอยู่ในทิวเขา ฟังเสียงนกกาเหว่าร้องดังไม่ขาดสายจากรอบทิศทาง ในใจก็พลันปลอดโปร่งขึ้นมาทันที

พลังวิญญาณเสริมกำลังที่ขา กระโดดขึ้นสูง เหยียบย่ำบนกิ่งใบไม้เขียวชอุ่ม มุ่งหน้าไปยังทิศทางของตลาด

เคลื่อนไหวราวกับแมลงปอแตะผิวน้ำ ก้าวเดียวสิบจั้ง ไม่นาน ตลาดที่คึกคักก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า

“สัตว์อสูรระดับต่ำลดกระหน่ำ! ผู้สนใจเชิญทางนี้!”

“โรงหลอมอาวุธเปิดใหม่ลดแหลกแจกแถม เดินผ่านไปผ่านมาอย่าพลาด”

“หอคอยหมื่นสมบัติมีอาวุธวิเศษเข้ามาใหม่นับร้อยชิ้น ลดทั้งร้านเก้าส่วน! ลดทั้งร้านเก้าส่วน!”

“……”

ยังไม่ทันได้เข้าตลาด เสียงตะโกนเรียกลูกค้าก็ดังมาจากทุกทิศทุกทางไม่ขาดสาย

หวังลี่ยิ้มอย่างเข้าใจ จากนั้นก็เข้าตลาด เริ่มดำเนินกลยุทธ์สามขั้นตอนที่ตนเองตั้งไว้

ขั้นตอนแรก ไปยังแผงขายหน้ากากเพื่อซื้อหน้ากากหยกดำเปลี่ยนสี เพื่อปลอมแปลงตัวตน

ขั้นตอนที่สอง ไปยังหอคอยหมื่นสมบัติเพื่อซื้อเตาหลอมยา

ขั้นตอนที่สาม ซื้อป้ายไม้และม้านั่งไม้โต๊ะไม้

เมื่อทุกอย่างพร้อมแล้ว หวังลี่ก็หาที่ว่างเริ่มตั้งแผงขายของ

บนป้ายไม้เขียนว่า: ปรุงยาจัดค่ายกล คุณภาพดีราคาย่อมเยา ค่าบริการเริ่มต้นที่ 100 หินวิญญาณระดับต่ำ ราคาสุดท้ายขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่ใช้ปรุง

“เอาล่ะ ตอนนี้ก็รอให้ลูกค้ามาแล้ว”

หวังลี่นั่งอยู่บนม้านั่งไม้ มองดูแขกที่เดินไปมาโดยรอบอย่างสงบ แววตาฉายแววลึกลับ

นั่งอยู่ทั้งเช้า ก็ยังไม่เห็นมีใครมาหาหวังลี่ให้ปรุงยาเลย ทำให้หวังลี่งงไปเล็กน้อย

“ไม่ถูกต้องนี่! ในระบบจำลองไม่ได้บอกว่าข้าเป็นที่นิยมมากรึ? คนไปไหนหมด”

“ช่างเถอะ อย่างไรเสียตอนนี้ระดับพลังก็ยากที่จะก้าวหน้าแล้ว มาถึงขีดสุดของระดับรวบรวมลมปราณแล้ว รอก็รอไปเถอะ ฝึกฝนนิสัยของข้าก็ดีเหมือนกัน”

ทัศนคติของหวังลี่ก็ถูกต้องขึ้นมากในทันที

จนกระทั่งถึงตอนบ่าย จึงมีคนมาขอให้หวังลี่ปรุงยา

มองดูชายร่างกำยำที่ดูเหนื่อยล้าตรงหน้า หวังลี่รับตำรับยาและสมุนไพรที่เขายื่นให้แล้ว สีหน้าก็ประหลาดใจ

“โอสถเสริมวิญญาณ?”

“ใช่แล้ว ท่านปรมาจารย์ บุตรของข้าพลัดหลงเข้าไปในสถานที่ประหลาดแห่งหนึ่ง ดวงวิญญาณทั้งสามได้รับความเสียหาย จำเป็นต้องใช้โอสถเสริมวิญญาณจึงจะรักษาได้ ขอความกรุณาท่านปรมาจารย์ช่วยลงมือด้วย”

หวังลี่ได้ยินดังนั้น ก็ประหลาดใจเล็กน้อย จากนั้นก็มองไปยังอีกฝ่ายด้วยความระแวง “เรื่องนี้เกี่ยวกับชีวิตของเด็ก ท่านไม่ไปหาปรมาจารย์ผู้เชี่ยวชาญในโรงปรุงยาเหล่านั้น หรือแม้แต่ผู้อาวุโสของหอคอยหมื่นสมบัติให้ปรุงยาให้ แต่กลับมาหาข้า…… ด้วยเหตุใด? ท่านไว้ใจข้ามากงั้นรึ?!”

ชายร่างกำยำยิ้มขื่นๆ พูดขึ้นว่า: “แพงเกินไป นักปรุงยาเหล่านั้น หากไม่มีหินวิญญาณนับพันก็ยากที่จะเชิญพวกเขามาปรุงยาได้ แต่ที่ท่านปรมาจารย์นี่ เพียงร้อยหินวิญญาณก็เชิญได้แล้ว……”

“ก็ได้ ข้ารับงานนี้” หวังลี่แสร้งทำเป็นสุขุม

จากนั้น คาถาก่อไฟก็ถูกใช้ออกมา มือทั้งข้างถูกเปลวไฟห่อหุ้ม เตาหลอมยาขนาดเท่าหม้อเหล็กก็ลอยออกมาจากถุงเก็บของ ลอยอยู่เหนือฝ่ามือ

หลังจากใส่สมุนไพรที่ชายร่างกำยำยื่นให้เข้าไปทีละอย่างแล้ว หวังลี่ก็ใช้คาถาเปลี่ยนน้ำ ใช้พลังวิญญาณสร้างกระแสน้ำหลายสาย นำเข้าไปข้างใน

สุดท้ายก็คือการปรุงยาตามตำรับยาไปทีละขั้นตอน สมุนไพรในเตาหลอมยา

ภายใต้ทักษะอันยอดเยี่ยมของนักปรุงยาระดับสูง ทุกสิ่งทุกอย่างราบรื่นอย่างยิ่ง ทำให้ผู้ที่เห็นก็อดรู้สึกนับถือไม่ได้

ชายร่างกำยำมองดูวิธีการปรุงยาของหวังลี่ ดวงตาเต็มไปด้วยความตกตะลึง เขาแม้จะไม่เข้าใจการปรุงยา แต่ก็เคยติดต่อกับนักปรุงยาบางคน จะเคยเห็นใครปรุงยาแบบนี้ได้อย่างไร

ไม่นาน วิธีการปรุงยาอันแปลกประหลาดและยอดเยี่ยมของหวังลี่ก็ดึงดูดผู้ฝึกตนที่เดินผ่านไปมาจำนวนมาก

ทุกคนมองดูวิธีการปรุงยาอันแปลกประหลาดของหวังลี่ ดวงตาต่างก็ฉายแววประหลาดใจ

ครึ่งชั่วยามต่อมา ผู้คนรอบๆ ยิ่งมากขึ้นเรื่อยๆ และโอสถเสริมวิญญาณก็ปรุงสำเร็จแล้ว

เมื่อฝาเตาหลอมยาถูกเปิดออก ยาเม็ดสีม่วงสองเม็ดก็ลอยออกมา ถูกหวังลี่ส่งไปยังมือของชายร่างกำยำ

“โอสถเสริมวิญญาณ!”

“ไม่นึกเลยว่าจะเป็นโอสถเสริมวิญญาณ ได้ยินว่ายาชนิดนี้มีประโยชน์ต่อคนมาก!”

ในฝูงชนมีผู้ฝึกตนผู้รู้เรื่องยาคนหนึ่งมองเห็นว่าเป็นยาอะไรในทันที

ในทันใดนั้น สายตานับสิบคู่ก็จับจ้องไปที่ยาเม็ดนั้น

ส่วนชายร่างกำยำราวกับได้ของล้ำค่า รีบเก็บมันใส่ถุงเก็บของ จากนั้นก็หยิบหินวิญญาณ 200 ก้อนที่ตนเองมีทั้งหมดออกมา มอบให้หวังลี่

“ขอบคุณท่านปรมาจารย์! คราวนี้ลูกข้ามีทางรอดแล้ว”

ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเคารพ เห็นได้ชัดว่าขอบคุณหวังลี่อย่างยิ่ง จึงเคารพจากใจจริง

หวังลี่โบกมือให้เขาไปได้แล้ว จากนั้นก็หันไปมองยังฝูงชนที่อยู่ตรงนั้น

“ทุกท่านมียาใดต้องการให้ข้าปรุงหรือไม่?”

ในทันใดนั้น ผู้ฝึกตนหลายคนก็รีบยืนขึ้นจากฝูงชน

“ท่านปรมาจารย์ ข้า ข้าต้องการปรุงโอสถโลหิตปราณ”

“ท่านปรมาจารย์ ท่านพอจะปรุงโอสถลวงจิตให้ข้าน้อยได้หรือไม่?”

“ท่านปรมาจารย์ ข้า ข้าต้องการปรุงโอสถสงบจิต”

“……”

ตลอดบ่าย หวังลี่ปรุงยาอยู่ตลอดเวลา และฝูงชนที่มุงดูก็ยิ่งมากขึ้นเรื่อยๆ

มองดูยาเม็ดทีละเม็ดที่ปรุงขึ้นจากมือของหวังลี่ ดวงตาของทุกคนต่างก็แสดงสีหน้าประหลาดใจ

“นี่เป็นเม็ดที่เท่าไหร่แล้ว?”

“ท่านปรมาจารย์ผู้นี้ไม่เคยพลาดเลยแม้แต่ครั้งเดียว ช่างน่าประหลาดใจจริงๆ”

“พลังวิญญาณของเขามหาศาลยิ่งนัก! ต้องเป็นผู้อาวุโสระดับก่อตั้งรากฐานเป็นแน่!”

“……”

ไม่นาน ตะวันก็ลับขอบฟ้า ดวงจันทร์ลอยเด่นอยู่บนกิ่งไม้

หลังจากหวังลี่ปรุงยาเม็ดสุดท้ายเสร็จแล้ว ก็เก็บแผงขายของ ประสานมือคารวะฝูงชนที่มุงดู:

“สหายธรรมทุกท่าน ยาสำหรับวันนี้ก็ปรุงเสร็จเพียงเท่านี้ พรุ่งนี้หลี่ผู้นี้จะมาตั้งแผงขายของที่นี่ต่อ หากมียาใดที่ท่านต้องการให้หลี่ผู้นี้ปรุง พรุ่งนี้โปรดรออยู่ที่นี่ได้เลย”

พูดจบ หวังลี่ก็เหาะจากไปอย่างรวดเร็ว

มองดูแผ่นหลังของหวังลี่

บางคนก็เกิดความคิดแปลกๆ ขึ้นมา

แต่ส่วนใหญ่ความทะเยอทะยานก็ถูกสติปัญญากดข่มไว้

นามสกุลหลี่ ทั้งยังมีทักษะการปรุงยาที่สูงส่งถึงเพียงนี้ ทั้งยังมาตั้งแผงปรุงยาในตลาดที่อยู่ภายใต้การควบคุมของตระกูลเซียนหลี่ ความเชื่อมโยงต่างๆ เหล่านี้ทำให้พวกเขาอดคิดมากไม่ได้

หวังลี่ออกจากตลาด เมื่อเห็นว่าไม่มีใครตามมา ก็อดผิดหวังไม่ได้ นึกว่าจะได้เงินก้อนโตเสียแล้ว

เดินตรงไปข้างหน้า เมื่อเห็นศพที่ตายอย่างไม่สงบอยู่ข้างทาง หวังลี่ก็ตะลึงไปในทันที

มองดูสภาพศพ หวังลี่ก็อดทอดถอนใจไม่ได้: “ในโลกนี้ หากไม่มีความแข็งแกร่ง เพียงแค่ประมาทเล็กน้อย ก็คงจะกลายเป็นศพอยู่ข้างทาง……”

ศพนั้นคือชายร่างกำยำที่เคยขอให้หวังลี่ปรุงโอสถเสริมวิญญาณให้ก่อนหน้านี้

ครึ่งก้านธูปต่อมา หวังลี่กลับมาถึงเรือนพำนักเป่ยซานก่อนที่ประตูภูเขาจะปิด

หลังจากปิดประตูห้องให้สนิทแล้ว หวังลี่ก็หยิบหินวิญญาณ 800 ก้อนที่หามาได้ในวันนี้ เติมเข้าไปในระบบจำลองทั้งหมด

จากนั้น…… จำลอง เริ่มทำงาน!

【ระดับคุณสมบัติพรสวรรค์: ขาว, ดำ, เหลือง, ฟ้า, ม่วง, แดง, ทอง, รุ้ง】

【กำลังเริ่มระบบจำลอง】

【กำลังสุ่มพรสวรรค์……】

【ยินดีด้วย ท่านได้รับพรสวรรค์สีฟ้า: จิตกระจ่างแห่งกระบี่】

【จิตกระจ่างแห่งกระบี่: ท่านมีพรสวรรค์ด้านกระบี่ที่แข็งแกร่งมาโดยกำเนิด หากฝึกฝนอย่างขยันหมั่นเพียร ไม่ช้าก็เร็ว ท่านจะกลายเป็นนักกระบี่ผู้ยิ่งใหญ่】

【เริ่มการจำลอง……】

【วันนี้ท่านแสดงทักษะการปรุงยาที่น่าประหลาดใจในตลาด】

【ท่านมีชื่อเสียงโด่งดังในตลาดอย่างรวดเร็ว】

【เนื่องจากท่านอ้างว่าตนเองนามสกุลหลี่ ทำให้ทุกคนต่างก็คาดเดาว่าท่านมีความสัมพันธ์กับตระกูลเซียนหลี่หรือไม่】

【วันที่สอง ท่านเพิ่งจะมาถึงตลาดเพื่อตั้งแผงขายของ ก็ถูกคนนับร้อยล้อมรอบ พวกเขาทั้งหมดมาหาท่านเพื่อปรุงยา】

【ท่านไม่ปฏิเสธผู้ใด รับเงินทำงาน】

【หนึ่งเดือนผ่านไป ท่านได้รับคำสั่งซื้อจำนวนมาก ท่านทำกำไรอย่างงาม】

【ภายใต้การเสริมพลังของอัจฉริยะด้านการปรุงยาและอัจฉริยะด้านค่ายกล ประสบการณ์การปรุงยาและประสบการณ์ด้านค่ายกลของท่านเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว】

【แม้ท่านจะมีพรสวรรค์อันน่าทึ่งในด้านค่ายกล แต่ผู้คนกลับเต็มใจที่จะมาหาท่านเพื่อปรุงยามากกว่า】

【เนื่องจากท่านสามารถปรุงยาได้ทุกชนิดไม่ว่าจะซับซ้อนเพียงใด ทำให้ผู้คนอดคาดเดาไม่ได้ว่าท่านเป็นนักปรุงยาระดับสูงหรือไม่】

【ท่านไม่ยอมรับ และก็ไม่ปฏิเสธ】

【ผู้อาวุโสฝ่ายธุรการของตระกูลเซียนหลี่นัดพบท่าน】

【ท่านปฏิเสธ】

【ผู้อาวุโสฝ่ายธุรการของตระกูลเซียนหลี่นัดพบท่านอีกครั้ง】

【ท่านชั่งน้ำหนักอย่างถี่ถ้วนแล้วจึงตกลง】

【ท่านได้พบกับผู้อาวุโสฝ่ายธุรการ หลี่เต้าเสวียน】

【หลี่เต้าเสวียนสอบถามว่าท่านเป็นศิษย์สายใด】

【ท่านบอกว่าท่านเพียงแค่นามสกุลหลี่ ไม่ใช่ศิษย์ของตระกูลเซียนหลี่】

【หลี่เต้าเสวียนยื่นกิ่งมะกอกให้ท่าน】(ยื่นกิ่งมะกอก หมายถึง การเสนอสันติภาพ, การแสดงความเป็นมิตร, การพยายามประนีประนอม, หรือการเชื้อเชิญให้เข้าร่วมหรือร่วมมือกัน)

【ท่านปฏิเสธ】

【การพบกันระหว่างท่านกับหลี่เต้าเสวียนจบลงด้วยความไม่พอใจ】

【ท่านเริ่มขึ้นราคา】

【ท่านเริ่มตามหาตำรับยาโอสถชีวะวิญญาณ】

【ท่านได้สมปรารถนา】

【ท่านเริ่มรวบรวมสมุนไพรสำหรับปรุงโอสถชีวะวิญญาณ】

【ท่านเดินทางไปยังหอคอยหมื่นสมบัติเพื่อซื้อตำราวิชากระบี่ <คัมภีร์กระบี่สวรรค์ลึกล้ำ> ซึ่งภายในบรรจุคาถาทั้งหมดตั้งแต่ระดับรวบรวมลมปราณจนถึงระดับแก่นทองคำ】 (คัมภีร์กระบี่สวรรค์ลึกล้ำ คือคัมภีร์กระบี่เสวียนเทียนในภาษาจีนครับ)

【ตามตำนาน <คัมภีร์กระบี่สวรรค์ลึกล้ำ> เป็นมรดกที่นักกระบี่ผู้ยิ่งใหญ่คนหนึ่งทิ้งไว้】

【แต่เนื่องจากวิชานี้ให้ความสำคัญกับพรสวรรค์ด้านกระบี่ของผู้ฝึกฝนอย่างยิ่ง ทำให้แม้ว่าวิชานี้จะแพร่หลาย แต่ก็มีน้อยคนนักที่จะฝึกฝนสำเร็จ】

【ท่านเริ่มเปลี่ยนไปฝึกฝนวิชาอื่น】

【พรสวรรค์จิตกระจ่างแห่งกระบี่ทำงาน】

【ปีที่สอง ภายใต้การตั้งรางวัลอย่างงาม ท่านรวบรวมสมุนไพรสำหรับโอสถชีวะวิญญาณได้ครบถ้วน ท่านเริ่มปรุงโอสถชีวะวิญญาณ】

【ท่านเริ่มเตรียมตัวสำหรับแปดปีข้างหน้า】

【ท่านเปลี่ยนไปฝึกฝน <คัมภีร์กระบี่สวรรค์ลึกล้ำ> สำเร็จ ท่านกลายเป็นนักกระบี่ผู้ยิ่งใหญ่】

“อ๊ะ! เร็วขนาดนี้เลยรึ?” เมื่อเห็นว่าตนเองใช้เวลาเพียงหนึ่งปีก็เปลี่ยนวิชาสำเร็จ หวังลี่ก็ตะลึงไปในทันที

นี่คืออานุภาพอันแข็งแกร่งของพรสวรรค์งั้นรึ? แน่นอนว่า ลูกมังกรย่อมเป็นมังกร ลูกหงส์ย่อมเป็นหงส์ ลูกหนูย่อมขุดรูเป็น……

แต่ว่า หวังลี่พลันคิดขึ้นได้ว่า หากสรรพสิ่งในโลกล้วนมีคุณสมบัติพรสวรรค์เป็นของตนเอง แล้วคุณสมบัติพรสวรรค์ดั้งเดิมของตนเองคืออะไรกันแน่?

【หนึ่งเดือนต่อมา ท่านปรุงยาสำเร็จ และกินโอสถชีวะวิญญาณเข้าไป】

【ท่านขจัดโอสถสกัดกั้นลมปราณในร่างกายได้แล้ว!】

【ตระกูลใหญ่ต่างๆ เริ่มชักชวนท่านเข้าร่วม】

【หอคอยหมื่นสมบัติและกองกำลังอื่นๆ ก็ส่งคำเชิญมาให้ท่านเช่นกัน】

【ท่านเริ่มซื้อตำราคาถาอาคมจำนวนมากเพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้ตนเอง】

【ท่านขอซื้อตำรับยาโอสถก่อตั้งรากฐานจากหอคอยหมื่นสมบัติ】

【ท่านได้สมปรารถนา ได้รับตำรับยาโอสถก่อตั้งรากฐาน】

【ท่านเริ่มรวบรวมสมุนไพรสำหรับโอสถก่อตั้งรากฐาน】

【ท่านเริ่มหาวิธีแก้ไขโอสถกลืนวิญญาณ】

【ปีที่สาม ท่านได้รับสมุนไพรสำหรับปรุงโอสถก่อตั้งรากฐานมาหนึ่งต้น】

【คาถาอาคมโจมตีของท่านก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว】

【ท่านเรียนรู้วิชาสังหารห้าธาตุ วิชาควบคุมกระบี่】

【ปีที่สี่ ท่านได้รับสมุนไพรสำหรับปรุงโอสถก่อตั้งรากฐานมาหนึ่งต้น】

【วิชาหลบหนีของท่านก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว】

【ท่านเรียนรู้วิชาหลบหนีห้าธาตุ】

【ปีที่ห้า ท่านได้รับสมุนไพรสำหรับปรุงโอสถก่อตั้งรากฐานมาหนึ่งต้น】

【วิชาป้องกันของท่านก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว】

【ท่านเรียนรู้วิชาป้องกันห้าธาตุ】

【ธุรกิจของท่านยิ่งใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ทุกวันมีคนมาหาท่านเพื่อปรุงยานับไม่ถ้วน ในตอนนี้เองท่านจึงเข้าใจว่าเหตุใดนักปรุงยาจำนวนมากจึงตั้งเงื่อนไขในการปรุงยาไว้สูงนัก】

【แต่ท่านเชี่ยวชาญวิชาจิตใจสองด้าน แม้จะปรุงยาอยู่ ก็ยังสามารถแบ่งสมาธิไปทำเรื่องอื่นได้】

【ปีที่หก ตระกูลเซียนหลี่หยุดแจกจ่ายทรัพยากรบำเพ็ญเพียร ศิษย์นอกตระกูลทุกคนร้องไห้โหยหวน ท่านไม่มีปฏิกิริยาใดๆ】

【ท่านได้รับงานลึกลับชิ้นหนึ่ง ผู้ซื้อขอให้ท่านไม่เปิดเผยการปรุงยา】

【ท่านรับคำเชิญ ทราบว่าอีกฝ่ายต้องการปรุงโอสถก่อตั้งรากฐาน】

【ภายใต้เงื่อนไขที่อีกฝ่ายสัญญาว่าจะแบ่งให้ท่านหนึ่งเม็ด ท่านก็รับงานนี้】

【ครึ่งปีต่อมา ท่านปรุงโอสถก่อตั้งรากฐานได้สำเร็จสามเม็ด ท่านได้รับส่วนแบ่งหนึ่งเม็ด】

【ท่านประกาศหยุดกิจการหนึ่งปีแล้วกลับไปยังตระกูลเซียนหลี่ หลังจากจัดวางค่ายกลผนึกวิญญาณรอบๆ ที่พักอาศัย เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้อื่นตรวจพบความผิดปกติแล้ว ท่านก็เริ่มกลืนยาเม็ดพยายามทะลวงผ่าน】

【สามเดือนต่อมา ท่านออกจากด่าน】

【ท่านทะลวงผ่านล้มเหลว ไม่ได้ทะลวงผ่านสู่ระดับก่อตั้งรากฐานสำเร็จ】

【ท่านนึกถึงท่านเทียนจุนหานขึ้นมาทันที เมื่อคิดว่าอีกฝ่ายก็กลืนโอสถก่อตั้งรากฐานจำนวนมากจึงทะลวงผ่านได้ ท่านก็รู้สึกโล่งใจขึ้น】

【ปีที่เจ็ด สหายวัยเยาว์ของท่าน หลินอวี่ มาหาท่านและหลิวจื่อตวนที่เรือนพำนักเป่ยซาน ภายใต้การชักชวนของหลิวจื่อตวน ท่านก็ไปเที่ยวตลาดกับพวกเขา】

【ตอนบ่าย หลี่อวิ๋นซีกลับมายังตระกูลเซียน ก่อให้เกิดความฮือฮาชั่วขณะ】

【หลี่อวิ๋นซีสังเกตเห็นหลินอวี่ในกลุ่มคน และตักเตือนเขาว่าในฐานะศิษย์ของตระกูล ควรฝึกฝนอย่างเต็มที่ อย่ามั่วสุมกับพวกท่านสองคน เที่ยวเล่นในตลาดจนเสียการฝึกฝน】

【ขณะที่รถม้ากำลังจะจากไป ท่านสัมผัสได้ว่าหลี่อวิ๋นซีมองมาที่ท่านอีกครั้ง】

【ท่านและนางสบตากันอยู่ครู่หนึ่ง ต่างก็ละสายตาไป】

【หลินอวี่ตัดขาดความสัมพันธ์กับพวกท่าน】

【เดือนกุมภาพันธ์ปีที่เจ็ด ท่านได้รับตำราวิชาหลบหนีของพรรคมาร วิชาหลบหนีเงาโลหิต】

【เดือนมีนาคมปีที่เจ็ด ท่านปรุงโอสถกระจ่างวิญญาณสำเร็จ】

【เดือนเมษายนปีที่เจ็ด ท่านปรุงโอสถเสริมสร้างกระดูกสำเร็จ】

【เดือนพฤษภาคมปีที่เจ็ด ท่านชวนหลิวจื่อตวนไปผ่อนคลายที่หออรเทวี】

【เดือนมิถุนายนปีที่เจ็ด ท่านชวนหลิวจื่อตวนไปผ่อนคลายที่หออรเทวีต่อ】

【เนื่องจากการแทรกแซงของท่าน หลิวจื่อตวนและเจียงชิงเยียนไม่ได้พบกัน】

【ปลายเดือนธันวาคมปีที่เจ็ด ท่านชวนหลิวจื่อตวนไปดื่มเหล้าเมามายที่หออรเทวีทั้งคืน จากนั้นท่านก็เริ่มเตรียมตัวสำหรับการเดินทางไปยังดินแดนลึกลับที่กำลังจะมาถึง】

【ปีที่แปด คืนแรกของปีใหม่ ศิษย์หอลงทัณฑ์ระดับรวบรวมลมปราณขั้นแปดคนหนึ่งลอบโจมตีท่าน ท่านแกล้งทำเป็นถูกโจมตีสำเร็จ】

【ท่านถูกป้อนยาเม็ดลวงจิต】

【ท่านถูกผนึกด้วยวิชาผนึก】

【ท่านหักแขนหักขาของตนเอง】

【โอสถกระจ่างวิญญาณในร่างกายของท่านเริ่มทำงาน】

【ท่านโคจรพลังวิญญาณทะลวงผ่านผนึก】

【โอสถเสริมสร้างกระดูกในร่างกายของท่านเริ่มทำงาน】

【ท่านฟื้นคืนสติ……】

【กระดูกของท่านเริ่มสร้างขึ้นใหม่……】

【ท่านถูกขายให้กับสำนักเทียนอี】

【ท่านเข้าสู่ดินแดนลึกลับ……】

【ท่านตื่นขึ้นในดินแดนลึกลับ สังหารศิษย์สำนักเทียนอีตรงหน้าด้วยมือเปล่า จากนั้นก็หันไปมองยังเจี่ยชิงในฝูงชน】

【ท่านเปิดโปงตัวตนของเจี่ยชิงต่อหน้าสาธารณชน และประกาศว่าตนเองเป็นศิษย์ที่นิกายเทพปิศาจส่งมา จุดประสงค์คือเพื่อช่วยเหลือเจี่ยชิงในการค้นหาตำแหน่งของดินแดนล่มสลายเซียน】

【ทันใดนั้น สีหน้าของเจี่ยชิงก็มืดครึ้มลง……】

(จบตอน)

จบบทที่ บทที่ 13 ปรุงยาในตลาด

คัดลอกลิงก์แล้ว