เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 13 อิจฉา

ตอนที่ 13 อิจฉา

ตอนที่ 13 อิจฉา


โตเกียว หรือก็คือเมืองโตเกียว นั้นเป็นเมืองหลวงในปัจจุบันและเป็นจังหวัดที่มีประชากรมากที่สุดในญี่ปุ่น

เดิมทีแล้วในปี ค.ศ. 1603 เมืองท่าที่ชื่อว่าเอโดะ ก็ได้กลายเป็นศูนย์การทางการปกครองประเทศที่สำคัญและตอนนั้นมันก็ได้กลายเป็นที่ประทับของโชกุน โทกุกาวะ และในกลางศตรวรรษที่ 18 เอโดะก็ได้กลายเป็นเมืองที่มีประชาการมากที่สุดในโลกด้วยการที่มีประชากรมากกว่าหนึ่งล้านคน และในยุคสิ้นสุดระบอบโชกุนในปี 1868 เมืองหลวงในเกียวโตก็ได้ย้ายไปอยู่เมืองอื่นซึ่งได้ถูกเรียกว่าโตเกียว

ความจริงแล้ว ในฐานะที่เป็นคนจากเกียวโต ชิชโอะนั้นมีความรู้สึกซับซ้อนต่อโตเกียวมากเพราะสองจังหวัดนี้มีความขัดแย้งต่อกัน

เกียวโตนั้นเป็นเมืองหลวงญี่ปุ่นในอดีตแต่โตเกียวนั้นเป็นเมืองหลวงของญี่ปุ่นในสมัยเมจิ

สำหรับคนที่กลับชาติมาเกิดอย่างชิชิโอะนั้นไม่ได้สนใจเรื่องนี้มากเท่าไหร่ แต่โองะ ชิชิโอะคนก่อนนั้นกลับเป็นคนที่ภาคภูมิใจในเกียวโตมาซึ่งนั่นก็ส่งผลกับเขาด้วย แม้จะเป็นแบบนั้น เขาก็ไม่อยากจะรู้สึกแบบนั้นเลย

สุดท้ายแล้วชิชิโอะก็ส่ายหัวแล้วหันไปคุยกับจิฮิโระต่อ

วันนี้ จิฮิโระนั้นไม่ได้ขับรถของเธอไปโรงเรียนแต่เธอกลับพาชิชิโอะเดินไปตามถนนในขณะชมทัศนียภาพรอบๆระหว่างทาง ภายในเมืองใหญ่แบบนี้มีคนอาศัยอยู่ถึงล้านคน แต่เธอกลับสงสัยว่าสามีในอนาคตของเธอนั้นไปอยู่ที่ใหนกันแน่

“โรงเรียนของเธออยู่ไม่ไกลจากที่นี่หรอ ซึ่งมันหากจากหอพักแค่ถนนไม่กี่เส้นเอง ดังนั้นเธอจะเลือกเดินไปเรียนแทนก็ได้เพราะมันใช้เวลาแค่ 20 นาทีเอง ถ้าหากเธอไม่อยากเดิน ในหอพักซากุระโซวก็มีจักรยานอยู่นะซึ่งหากว่าเธอขี่จักรยานไปโรงเรียน มันก็คงจะเร็วกว่า แต่ตอนนี้เรามาเดินกันก่อน เพราะฉันจะพาเธอดูเส้นทางไปกลับ”

เมื่อได้ยินคำอธิบายของจิฮิโระ ชิชิโอะก็คิดว่าการเดินไปเรียนนั้นดีกว่เยอะเพราะระยะห่างระหว่างหอพักและโรงเรียนนั้นก็ไม่ได้ห่างกันมากนักแถมมันยังเป็นการออกกำลังกายด้วย

นอกจากนี้ ในระหว่างเดิน ชิชิโอะก็ชื่นชมทัศนียภาพของโตเกียวไปด้วยเพราะเมื่อชาติก่อน เขานั้นไม่ใช่คนญี่ปุ่น และเมื่อเขานึกถึงตัวตนเมื่อชาติที่แล้วของเขา เขาก็คิดว่าเขาจะต้องซื้อหนังสือเกี่ยวกับกฏหมายและภาษีของประเทศนี้สักหน่อยแล้วเพราะเขารู้ดีว่าเขาจะต้องมีความรู้เรื่องกฏหมายและภาษีของประเทศ เพื่อที่เขาจะได้สามารถหลีกภาษีเวลาทำธุรกิจได้

แม้การปล่อยให้ผู้เชี่ยวชาญเป็นคนจัดการเรื่องทั้งหมดจะเป็นเรื่องที่ดี แต่ การรู้ข้อมูลพื้นฐานไว้ก็ไม่ใช่เรื่องแย่อะไรเพราะมันจะทำให้เขาไม่โดนหลอก

ในขณะคิดเรื่องราวพวกนี้ ชิชิโอะก็พูดคุยกับจิฮิโระด้วยท่าทางอันผ่อนคลาย จากนั้นไม่นานพวกเขาก็เดินผ่านทางสามแพร่งแล้วจึงเดินผ่านถนนหลักที่มีการจราจรคับคั่ง ต่อมา พวกเขาก็เดินเข้าไปในย่านการค้าและไปริ้มรสขนมญี่ปุ่นที่มีชื่อเสียง ซึ่งนั่นก็คือไทยากิ

ในขณะที่กินไทยากิ ชิชิโอะก็รู้สึกว่ามันหวานมากแต่เขาก็คิดว่ามันไม่แปลกอะไรเพราะผู้คนในโตเกียวส่วนใหญ่นั้นชอบรสชาติเข้มข้นซึ่งเหมือนกับคนคันไซที่ชอบอาหารที่มีรสชาติบางเบา

จากนั้นทั้งสองคนก็เดินผ่านศาลเจ้าที่มีชื่อเสียงและแม้ว่าจะมองจากระยะไกล พวกเขาก็มองเห็นศาลเจ้าอันสูงใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่บนเนินเขา นอจากนี้พวกเขาก็ยังมองเห็นโทริอิสีแดงสดใสที่ตั้งอยู่ตรงหน้าทางเข้าของศาลเจ้า

ส่วนทางเดินที่อยู่ใต้ฝ่าเท้าของพวกเขานั้นก็ช่างสะอาดและพิถีพิถันมากด้วย ซึ่งดูเหมือนว่าพึ่งจะมีคนทำความสะอาดที่นี่ไป มิฉะนั้นแล้ว หากว่าไม่มีใครทำความสะอาดเลย มันก็คงจะถูปกคลุมไปด้วยเศษใบไม้แล้วหล่ะ

จากนั้นชิชิโอะก็พบว่าอาคารของศาลเจ้านั้นน่าจะถูกสร้างขึ้นในสมัยเอโดะซึ่งมันตั้งอยู่มาหลายร้อยปีแล้ว ซึ่งมันก็เหมือนกับไวน์ที่ยิ่งเก่าก็ยิ่งแพง เขาเชื่อว่าหากมีคนอยากจะซื้อศาลเจ้านี้ มันจะต้องแพงมากแน่ๆ

“ที่นี่คือศาลเจ้าฟูชิมิอินาริหล่ะ มีอะไรหรอ ชิชิโอะ? สนใจงั้นหรอ? โดยปกติแล้ว ผ็คนมักจะมาสักการะศษลเจ้านี้เพื่อขอให้พืชผลอุดมสมบูรณ์ ขอให้ธุรกิจเจริญเตือบโตหรือขอให้เดินทางอย่างปลอดภัย ถ้าอยากจะไปสักการะศาลเจ้าหล่ะก็  เธอสามารถไปขอให้เธอสมหวังในเรื่องเรียนและเรื่องรักได้หล่ะนะ แต่ศาลเจ้าแบบนี้ก็มีอยู่ในเกียวโตด้วยไม่ใช่หรอ?”

เนื่องจากจิฮิโระก็มองเห็นชิชิโอะยืนอยู่ใต้ประตูโทริอิอยู่นาน ดังนั้นเธอจึงเริ่มพูดแหย่เขา

“ก็จริงนะครับ ในเกียวโต มีศาลเจ้าใหญ่ๆเพียบเลยแต่ผมไม่คิดว่าจะมีศาลเจ้าขนาดใหญ่แบบนี้ในโตเกียวด้วย”

ในความคิดของเขา ชิชิโอะนั้นคิดว่าผู้คนส่วนใหญ่ในโตเกียวนั้นไม่ได้สนใจเรื่องศาสนาเหมือนดั่งคนในเกียวโต แต่ดูเหมือนว่าเขาจะคิดผิด

จากนั้นพวกเขาก็เดินทางต่อไปซึ่งพวกเขาได้เดินไปเกือบครึ่งชั่วโมงเนื่องจากพวกเขามักจะแวะข้างทางบ่อยๆและในที่สุดพวกเขาก็เดินไปถึงโรงเรียนตอน 8 .30 น.

ทั้งสองฝั่งของโรงเรียนั้นได้ถูกต้นซากุระที่บานสะพรั่งบดบังแสงเอาไว้และนอกจากนี้ยังต้นไม้ที้อยู่รอบๆที่ทำตัวราวกับเป็นฉากหลังที่ซึ่งทำให้เขาหวนคำนึงถึงอดีตของเขาขึ้นมาทันที แต่ในเวลาเดียวกัน เขาก็ยอมรับว่าที่นี่ช่างใหญ่มาก

อย่างไรก็ตาม โรงเรียนนี้ยังปิดอยู่ซึ่งไม่มีนักเรียนคนใหนมาเรียนเลย แต่ที่รอบประตูโรงเรียนนั้นกลับมีนักเรียนที่สวมชุดนักเรียนมัธยมต้นอยู่กันหลายคนซึ่งเขาสามารถบอกได้เลยว่าคนพวกนั้นอยู่ในสถานการณ์เดียวกับเขาซึ่งนั่นคือมาทำข้อสอบเข้าเรียนโรงเรียนนี้

แม้ชิชิโอะจะเข้าใจว่าทำไมเขาถึงรู้สึกว่าเหมือนเคยเห็นเซ็นโกคุ จิฮิโระ และทาจิบานะ รุยมาก่อนแต่เขาก็ไม่ได้สนใจอะไรมากนักเรพาะเขานั้นเคยเห็นพวกเธอแค่ในอนิเมะแต่ในตอนนี้ เขาได้มาอาศัยอยู่ในโลกนี้ซึ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นนั้นก็คือของจริง ไม่ว่าจะเป็นจิฮิโระ หรือรุยพวกเธอทั้งสองคนนั้นก็คือคนจริงๆไม่ใช่ตัวแสดงซึ่งเขาไม่ควรจะคิดว่าพวกเธอเป็นตัวละครอนิเมะ

ชิชิโอะนั้นไม่คิดว่าการรู้พล็อตเรื่องนั้นจะช่วยอะไรเขาได้และแทนที่จะสนใจเรื่องพวกนี้ เขากลับคิดว่าเอาเวลาไปสนใจอนาคตของตัวเองจะดีกว่า

ชิชิโอะนั้นมีระบบโกงซึ่งหากว่าเขาไม่สามารถใช้ระบบได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ มันก็คงจะน่าเสียดาย แม้เขาไม่คิดที่จะเป็นมหาเศรษฐีของโลกนี้ แต่เขาก็อยากจะมีชีวิตอย่างสงบสุข แต่ทว่าก่อนที่จะไปถึงเป้าหมายนั้น เขาจะต้องผ่านการสอบเข้าเสียก่อน

ชิชิโอะนั้นรู้สึกว่าเขาน่าจะไม่เป็นอะไรเพราะเขานั้นได้ ‘การเสริมแกร่งความทรงจำ’มาแล้ว ดังนั้นการทำข้อสอบผ่าน่าจะเป็นเรื่องง่ายสำหรับเจขาแต่เขาไม่มั่นใจเรื่องคะแนนเท่าไหร่

เมื่อชิชิโอะและจิฮิโระกำลังจะเดินเข้าไปในโรงเรียน พวกเขาก็มองเห็นหญิงสาวทีมผมสีน้ำตาลยาวไปจนถึงเอวที่ทำทลงหน้าม้าปิดหน้าด้านบนบริเวณตวาขาของเธอที่เป็นสีมรกต

เมื่อเห็นเธอคนนี้ ชิชิโอะก็ขมวดคิ้วซึ่งเขารู้สึกว่าเหมือนเขาเคยเห็นผู้หญิงคนนี้มาก่อน

‘แต่หน้าอกเธอนี่ใหญ่ชิบ!!’

ชิชิโอะนั้นยอมรับว่าเขานั้นเป็นคนรักนมแต่ในฐานะสุภาพบุรุษแล้ว เขาก็ไม่ควรจะแสดงออกมาตรง ไม่ใช่หรอ?

อย่างไรก็ตาม

<พบเป้าหมาย!!>

<ยินดีด้วย คุณได้รับความเชี่ยวชาญของความรู้ระดับอนุบาลศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนต้น และมัธยมศึษาตอนปลาย!!  >

‘หืม?’

“วันนี้คุณทำงานด้วยหรอค่ะ? ทาจิบานะเซ็นเซย์”จิฮิโระก็รู้สึกประหลาดใจเมื่อจู่ๆเธอเห็นหญิงสาวตรงหน้าเดินออกมาจากโรงเรียน

“อ่า อรุณาสวัสดิ์ค่ะ เซ็นโกคุเซ็นเซย์!! ใช่ค่ะ พอดีรองผู้อำนวยการบอกให้ฉันมาทำหน่ะค่ะ ฉันเลยปฏิเสธไม่ได้”หญิงสาวตรงหน้าก็แสดงสีหน้าเศร้าๆออกมาและจากนั้นเธอก็สังเกตเห็นชิชิโอะที่ยืนอยู่ข้างๆจิฮิโระ “เซ็นโกคุเซ็นเซย์ เด็กคนนี้เป็นหลานของคุณหรอค่ะ?”เธอนั้นได้ยินว่าจิฮิโระนั้นจะพาหลานมาวันนี้และเพราะแบบนั้นเอง เธอจึงรู้สึกสนใจ

“สวัสดีครับ ทาจิบานะเซ็นเซย์”ชิชิโอะก็โค้งหัวเล็กน้อยแล้วพูดแนะนำตัว “ผมชื่อว่าโองะ ชิชิโอะ วันนี้ผมมาสอบเข้าเรียนต่อหน่ะครับ ฝากเนื้อฝากตัวด้วยครับ”เมื่อเขาเห็นผู้หญิงคนนี้และนึกถึงรุยที่เขาพบเมื่อคืนแล้วเขาก็รู้เลยว่าเธอเป็นใคร  แต่เขาไม่คาดคิดว่าผู้หญิงคนนี้จะเป็นอาจารย์ในโรงเรียนมัธยมปลายแห่งนี้

‘งั้นที่นี่ก็น่าจะมีพระเอกอยู่หลายคนแน่ๆเลย?’

ชิชิโอะก็ขึ้นขึ้นมาทันทีแต่จากนั้นเขาก็โยนความคิดนั้นไปเมื่อเขาได้ยินน้ำเสียงอันแสนหวานและขี้เล่นนี้

“ยินดีที่ได้รู้จักจะ ฉันหวังว่าเธอจะสอบได้ที่ดีๆนะ!!”ทาจิบานะเซ็นเซย์ก็ยิ้มออกมาอย่างสดใสพร้อมทั้งตบไหล่ชิชิโอะ จากนั้นเธอก็จ้องมองชิชิโอะจากบนลงร่างซึ่งเธอยอมรับเลยว่าเขาช่างหล่อเหลามาก แม้จะเป็นแบบนั้นแต่ในฐานะหลานของจิฮิโระแล้ว เขาก็ดูจะสุภาพเป็นอย่างมากซึ่งทำให้เธอรู้สึกประทับใจเลย

“ขอบคุณมากครับ ผมก็หวังว่าจะสอบได้ที่ดีๆ”

ชิชิโอะก็โค้งตัวให้เธอแล้วเดินเข้าไปในโรงเรียนพร้อมกับจิฮิโระ แม้เขาจะรู้สึกสงสัยในอาจารย์คนนี้แต่เขาคิดว่าเอาไว้ค่อยทำทีหลังเพราะเขาตัดสินใจจะรับรางวัลที่ได้มานี้ในทันที

<รับรางวัลเลยหรือไม่>

<ใช่/ไม่ใช่>

ชิชิโอะก็กดรับ ‘ความเชี่ยวชาญของความรู้ระดับอนุบาลศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนต้น และมัธยมศึษาตอนปลาย’ในทันทีพร้อมกับคิดว่าบางทีเจ้าสิ่งนี้อาจจะช่วยเขาในการทำข้อสอบได้มากแน่ๆ และหลังจากรับรางวัลแล้ว เขาก็สัมผัสได้ถึงข้อมูลมากมายที่ไหลเข้ามาในหัวของเขา

“ไว้เจอกันนะ!!!”

ทาจิบานะก็โบกมือให้กับทั้งสองในขณะเฝ้ามองชิชิโอะและจิฮิโระที่เดินเข้าไปในโรงเรียนพร้อมกับคิดถึงวิธีการสอนของจิฮิโระในโรงเรียนและจากนั้นก็คิดถึงชิชิโอะที่ยืนอยู่ตรงหน้าเธอเมื่อครู่นี้ ซึ่งเธอนั้นรู้สึกว่ามันตลกมา จากนั้นแล้เธอก็ยิ้มออกมาในขณะจ้องมองแผ่นหลังของพวกเขา และผ่านไปไม่นานนักเธอก็หันหน้ามาตะโกนใส่คนที่เข้ามาในโรงเรียน

“นักเรียนที่ทุกคนที่มาเข้าร่วมการสอบเข้าเรียนต่อในโรงเรียนมัธยมปลายที่เป็นโรงเรียนย่อยของมหาวิทยาลัยซุยเมย์(Suimei University)ในวันนี้!! กรุณานำใบสมัครออกมาแล้วเดินต่อแถวเข้าไปในโรงเรียนทีละคนด้วยค่ะ!!”

--

จิฮิโระก็พาชิชิโอะเดินไปตามป้ายที่บอกทางไปสาถนที่จัดการสอบ ในระหว่างนั้นเธอก็แอบมองชิชิโอะอย่างลับๆเนื่องจากเธอรู้ดีว่าทาจิบานะ ฮินะนั้นเป็นอาจารย์ที่สวยมากแถมมีนักเรียนมากมายที่ตกหลุมรักเธอด้วยแต่ว่าเธอก็พบว่าชิชิโอะดูเหมือนจะไม่สนใจอาจารย์คนนั้นเลยซึ่งนั่นทำให้เธอรู้สึกดีใจขึ้นมา

ทางชิชิโอะนั้นไม่รู้ว่าจิฮิโระกำลังคิดอะไรอยู่เพราะเขามัวุ่นอยู่กับความรู้ทึ่เขาได้รับ แม้เขาจะรู้สึกอึ้งในตอนที่เขาได้รับความรู้ระดับชั้นอนุบาล ชั้นประถม

ชิชิโอะนั้นดีใจที่เขาได้รับความรู้ในระดับมัธยมต้นและมัธยมปลายซึ่งเขารู้สึกว่าเขาสามารถทำข้อสอบนี้ได้แน่ๆเพราะรางวัลที่เขาได้รับมานี้นั่นเอง อย่างไรก็ตาม เขากลับสงสัยว่านี่ระบบต้องการจะให้เขาคบกับอาจารย์งั้นหรือเนี่ย?

แต่จากนั้นเอง ชิชิโอะก็สังเกตเห็นว่าจิฮิโระจ้องมองเขาอย่างไม่วางตา “มีอะไรหรือเปล่าครับ พี่จิฮิโระ?”

“เธอไม่สนใจในตัวครูสาวคนเมื่อกี้เลยหรอ?”จิฮิโระถาม

“สนใจสิครับ แล้วเธอชื่ออะไรหรอครับ?”ชิชิโอะถาม

“เธอมีชื่อว่าทาจิบานะ ฮินะซึ่งเธอเป็นอาจารย์สอนภาษาอังกฤษคนใหม่แต่ห้ามไปคิดอะไรแปลกๆกับเธอนะเข้าใจใหม?”จิฮิโระก็พูดออกมาอย่างเข้มงวด

“…แล้วทำไมน้าถึงคิดว่าผมจะทำอะไรแปลกๆกับเธอหล่ะ?”ชิชิโอะก็ถามออกมาด้วยความสับสน

“ถ้าหากเธอไม่คิดเรื่องนั้นก็ดีไป แต่เธอไม่คิดเลยหรอว่าอาจารย์คนนั้นเป็นคนสวยหน่ะ?”จิฮิโระก็พูดออกมา ซึ่งความจริงแล้ว เธอรู้สึกอิจฉาฮินะมากเพราะตัวเธอนั้นแก่แต่ทางฮินะกลับเด็กกว่าเธอมาก นอกจากนี้เธอยังรู้ด้วยว่าพ่อของนักเรียนส่วนใหญ่และโดยเฉพาะกับพวกที่เป็นเศรษฐีนั้นต่างหลงไหลในตัวฮินะมากกว่าเธอซึ่งนั่นทำให้เธอรู้สึกเสียใจมากกว่าเดิมอีกเพราะทั้งๆที่เธออายุปาไป 30 กว่าแล้วเธอก็ยังไม่มีสามีเลย

“อย่าไปคิดมากเลยน่า พี่จิฮิโระ ในสายตาของผม คุณสวยกว่าตั้งเยอะ”ชิชิโอะก็พูดออกมาอย่างไม่ลังเลพร้อมทั้งแสดงสีหน้าจริงใจออกมาด้วย

“หืม!! ปากหวานจริงนะ!!”

จิฮิโระก็ตบไหล่ชิชิโอะแล้วพูดว่า “ฉันชักสงสัยแล้วสิว่าจะมีผู้หญิงกี่คนกันที่เผลตกหลุมรักเธอเพราะปากหวานแบบนี้หน่ะหน่ะ”

“…”

แม้ชิชิโอะนั้นอยากจะพูโอะไรออกมาแย้งแต่เขาก็ตัดสินใจจะเงียบไว้เพราเขาขี้เกียจไปพูดตอแยด้วยแถมเขาอยากจะเพ่งสมาธิอยู่กับความรู้ที่เขาได้รับมาจากรางวัลเมื่อครู่นี้

อย่างไรก็ตาม ชิชิโอะกลับไม่ได้ตระหนักเลยว่าเพราะคำชมของเขา จิฮิโระนั้นก็ได้ยิ้มออกมาอย่างสดใสแถมตอนนี้เธอก็ดูจะอารมณ์ดีด้วย

จากนั้นแล้วทั้งสองคนก็เดินไปที่ห้องสองเพราะการสอบจะเริ่มต้นขึ้นในไม่ช้า

จบบทที่ ตอนที่ 13 อิจฉา

คัดลอกลิงก์แล้ว