เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 17 สอน

ตอนที่ 17 สอน

ตอนที่ 17 สอน


ตอนที่ 17

สอน

"อึก……"ทันทีที่เห็นหยางเซียงเซียนเดินออกมาเหล่าคนของสำนักเทพอัคคีก็พากันกลืนน้ำลายลงคอทันทีเพราะหยางเซียงเซียนผู้นี้ได้ชื่อว่าเป็นนางมารแห่งสำนักเพลิงบัญญัติเลยทีเดียว ว่ากันว่ามีวันหนึ่งที่สำนักเพลิงอันดับ 2 ทำให้นางไม่พอใจจนนางเผาคนของสำนักเพลิงอันดับ 2 ไปหลายคน นางอารมณ์ร้อนแถมยังมีพลังมหาศาลอีกด้วย

วูบ….

เปลวเพลิงรอบๆตัวหยางเซียงเซียนก่อตัวเป็นรูปเสื้อคลุมสีแดงสดราวกับเป็นเพียงเครื่องสวมใส่ แต่ถึงอย่างนั้นไอร้อนรอบตัวของหยางเซียงเซียนก็ยังแผ่ออกมามหาศาลจนทำเอาอากาศรอบๆบิดเบี้ยวไปหมด วิชาที่นางใช้ออกมาคือวิชาประจำตัวของนางก่อนจะเข้าตระกูลหยางเสียอีก วิชานี้มีชื่อว่าอาภรณ์ดอกเหมยโดยวิชานี้จะสร้างเปลวเพลิงปกคลุมร่างกายด้วยความร้อนมหาศาลจนเพลิงที่ห่อหุ้มร่างกายเป็นสีแดงสดราวกับดอกเหมยไม่ใช่สีส้มเช่นไฟปกติ ว่ากันว่าความร้อนที่ปกคลุมร่างกายของผู้ใช้วิชาสามารถละลายศาสตราวุธที่เข้ามาหาตัวได้อย่างง่ายดาย เพียงเดินเข้าไปในกลุ่มคนก็สามารถสังหารหมู่ได้อย่างง่ายดาย

"น้องหญิงใจเย็นก่อน"หยางเยี่ยนเหว่ยเดินเข้าไปหาภรรยาโดยไม่กลัวความร้อนที่นางแผ่ออกมาแม้แต่น้อย เขาเพียงแตะไปบนบ่าของนางที่มีเปลวเพลิงปกคลุมจนน่าจะละลายเหล็กได้ในพริบตาอย่างเบามือก่อนจะกล่อมให้นางใจเย็นลง

"ท่านเจ้าสำนักเทพอัคคี ท่านเดินทางมาไกลถึงสำนักของเรานอกจากอยากทราบว่าทำไมพวกเราเป็นสำนักอันดับหนึ่งแล้วยังมีเรื่องอะไรอีกหรือไม่"หยางเยี่ยนเหว่ยถามพลางบังคับให้พลังไฟของภรรยาเบาลงไม่ให้ไอร้อนทะลักออกไปทำร้ายฝ่ายสำนักเทพอัคคี

"ไม่เห็นต้องถาม ข้าอยากจะให้สำนักเทพอัคคีของข้ากลายเป็นสำนักอันดับหนึ่งเท่านั้นเอง"เจ้าสำนักเทพอัคคีว่าพลางปล่อยพลังวิญญาณของตนออกมาบ้าง แต่ไม่ใช่เท่านั้นเขายังยื่นมือออกมาข้างหน้าก่อนจะเรียกทวนเล่มหนึ่งออกมาจากกำไลมิติอีกด้วย ทวนเล่มนี้ไม่ใช่ของที่เจ้าสำนักเทพอัคคีเคยใช้ เป็นทวนวิเศษระดับตำนานขั้นที่ 3 เสียด้วย

"มิน่าล่ะถึงได้มีท่าทีมั่นใจนัก ได้ยินว่าหลายเดือนก่อนท่านได้ลูกสะใภ้ตระกูลอ้าวแต่งเข้ามา ที่แท้ก็ได้บ้านของลูกสะใภ้สนับสนุนนี่เอง"หยางเซียงเซียนมองไปทางเจ้าสำนักเทพอัคคีด้วยท่าทีไม่พอใจนัก ตระกูลอ้าวเป็นตระกูลที่ร่ำรวยมากในอาณาจักรผลาญสุริยัน ได้ยินว่าครอบครองแม้กระทั่งอาวุธระดับราชันเลยทีเดียว การที่เจ้าสำนักเทพอัคคีอยู่ๆก็กล้าเข้ามาท้าทายสำนักเพลิงอันดับหนึ่งอย่างสำนักเพลิงบัญญัตินั้นก็คงเพราะได้อาวุธชิ้นใหม่มาจากตระกูลอ้าวกระมัง

"คิดว่าตระกูลข้ามีแค่นั้นหรือยังไง"อยู่ๆเสียงหญิงสาวคนหนึ่งก็ดังมาจากด้านหลังเจ้าสำนักเทพอัคคี ท่าทางนางจะเป็นลูกสะใภ้ตระกูลอ้าวกระมัง

"ตระกูลของข้าไม่พอใจนักที่สำนักของสามีเป็นเพียงสำนักเพลิงอันดับสาม ข้าก็เลยต้องมาชิงตำแหน่งของสำนักพวกเจ้า"สะใภ้ตระกูลอ้าวพูดจบเหล่าศิษย์และเหล่าอาจารย์ในสำนักก็ชักอาวุธออกมาด้วยใบหน้ายิ้มแย้มเหมือนตนเองได้เปรียบเต็มที่ อาวุธที่คนของสำนักเทพอัคคีนำออกมานั้นล้วนแล้วแต่เป็นอาวุธระดับชั้นเลิศ และ สูงทั้งนั้น นับว่าเป็นคลังอาวุธที่น่าตกใจมากทีเดียว

แต่เดิมสำนักเพลิงอันดับ 1 2 และ 3 ต่างมีระดับต่างกันไม่มากหากประลองกันก็อาจจะตัดสินผลแพ้ชนะได้ยากลำบาก เพราะแบบนั้นเจ้าสำนักเทพอัคคีก็เลยมั่นใจมากว่าหากมีอาวุธพวกนี้ฝ่ายตนต้องเอาชนะสำนักเพลิงบัญญัติได้อย่างแน่นอน

"อะไรกันเนี่ย อาวุธวิเศษมากมายขนาดนี้ขี้โกงชัดๆ"หว่านจือศิษย์ของสำนักเพลิงบัญญัติมองไปทางอาวุธของพวกฝ่ายเทพอัคคีด้วยท่าทีกดดัน อาวุธวิเศษสามารถเพิ่มพลังของผู้ใช้ได้ การที่พวกมันเอาอาวุธวิเศษมามากมายขนาดนี้ก็เท่ากับว่าคนของสำนักเทพอัคคีแต่ละคนจะสามารถใช้พลังออกมาได้มากกว่าเดิมแน่ๆ

"ยอดเลย ข้าเพิ่งเคยเห็นคนถืออาวุธวิเศษมากขนาดนี้เลยนะขอรับ มีทั้งระดับสูง ทั้งระดับชั้นเลิศเลย ทวนนั้นระดับตำนานสินะ"หนิงหลงที่ตามเจ้าสำนักมาตั้งแต่แรกมองไปทางเหล่าคนของสำนักเทพอัคคีด้วยท่าทีตื่นเต้น อาวุธพวกนั้นใหม่เอี่ยมและดูทรงพลังดีจริงๆ เป็นช่างตีเหล็กแบบไหนกันนะที่สร้างพวกมันขึ้นมา

"น้องหนิงหลงเจ้าดูออกด้วยงั้นหรือ"หลี่ซานจงมองไปทางหนิงหลงด้วยท่าทีประหลาดใจ ถึงพวกตนจะรู้ว่าพวกมันถืออาวุธวิเศษอยู่เพราะพลังของพวกมันเพิ่มขึ้นจากที่เคยเจอ แต่ก็ไม่มีความรู้จะแยกแยะว่าระดับของอาวุธพวกนั้นสูงต่ำแค่ไหน

"ขอรับ อย่างสร้อยคอของท่านน้าเซียงเซียนก็เป็นระดับตำนานขั้นที่ห้านะขอรับ"หนิงหลงว่าพลางชี้ไปที่คอของหยางเซียงเซียน หากมองผ่านๆมันก็เป็นสร้อยคอปกติ แต่หากมองผ่านสายตาของหนิงหลง สร้อยคอเส้นนั้นก็เป็นอาวุธเช่นเดียวกัน คำว่าอาวุธสำหรับอาวุโสหมิงซานนั้นไม่ได้จำกัดเพียงกระบี่กระบองเท่านั้น แต่ยังหมายถึงเกราะ สร้อยคอ ปลอกแขน กำไลข้อมือที่มีผลให้ผู้สวมใส่แข็งแกร่งขึ้นด้วย และจากมุมมองของหนิงหลง อาวุธที่แข็งแกร่งที่สุดในที่นี้ก็คือสร้อยคอของท่านน้าเซียงเซียนนั่นเอง

"เอ๊ะ สร้อยคอนั่นนะเหรอ"หว่านจือได้ยินที่หนิงหลงพูดก็เลิกคิ้วด้วยท่าทีตกใจ สร้อยคอนั่นพวกตนเห็นอาจารย์หญิงสวมมานานแล้ว นึกว่าเป็นของที่ท่านเจ้าสำนักมอบให้เสียอีกเพราะเห็นนางไม่เคยถอดออกมาเลย

"ขอรับ อัญมณีที่ประดับอยู่ตรงกลางเป็นหินที่ชื่อว่า หินคล้อยตะวันขอรับ เป็นหินที่มีพลังธาตุไฟสูงมากเลยขอรับ"หนิงหลงตอบพลางยิ้มออกมาเหมือนเป็นเรื่องปกติที่จะเห็นสร้อยคอระดับตำนานเช่นนี้ และสิ่งที่พวกหลี่ซานจงเข้าใจก็ไม่ผิดนักหรอก สร้อยคอเส้นนี้เป็นของที่หยางเยี่ยนเหว่ยมอบให้ภรรยาสุดที่รักจริงๆ เพียงแต่มันก็ไม่ใช่แค่สร้อยคอ แต่เป็นอาวุธด้วย

"ช่วยไม่ได้ งั้นพวกเราก็คงต้องสอนท่านเจ้าสำนักเทพอัคคีแล้วว่าทำไมพวกเราถึงได้เป็นสำนักอันดับหนึ่งกัน"หยางเยี่ยนเหว่ยว่าพลางเรียกเอาดาบของตนเองออกมา ปกติแล้วหยางเยี่ยนเหว่ยไม่ค่อยได้ใช้อาวุธนัก เพราะลำพังแค่ความสามารถของเขาก็เหมาะกับคำว่าเจ้าสำนักธาตุไฟอันดับ 1 แล้ว หยางเยี่ยนเหว่ยเลยใช้อาวุธแค่ตอนทำสงครามกับอาณาจักรศัตรูเท่านั้น บางทีสำนักเทพอัคคีที่เคยแต่ประลองกับสำนักเพลิงบัญญัติในงานประลองทั่วไปก็เลยไม่เคยเห็นอาวุธประจำตัวของท่านเจ้าสำนักหยางเยี่ยนเหว่ย

"น้องหญิง ยังไงพวกเขาก็เป็นคนของอาณาจักรเรา เว้นชีวิตให้สักหน่อยแล้วกัน"หยางเยี่ยนเหว่ยยิ้มบางๆออกมาก่อนจะปล่อยพลังเพลิงออกมาจากดาบ พริบตาที่เปลวเพลิงไหลออกมา ดาบของหยางเยี่ยนเหว่ยก็เปล่งแสงสีแดงออกมาพร้อมเปลี่ยนใบมีดของมันเป็นสีส้มราวกับกำลังโดนหลอมละลายไม่มีผิด

"ระดับราชัน….ขั้นที่สิบ"เจ้าสำนักเทพอัคคีที่ได้เห็นอาวุธของหยางเยี่ยนเหว่ยเป็นครั้งแรกก็ใจหายวาบ สำนักเทพอัคคีมีประวัติศาสตร์ไม่นานนักเลยไม่เคยได้เห็นหยางเยี่ยนเหว่ยสมัยอยู่ท่ามกลางสนามรบและใช้ ดาบเพลิงบูรพา ฟาดฟันศัตรูจนดับดิ้นมาก่อน เจ้าสำนักที่เข้าใจไปเองว่าสำนักใหม่อย่างพวกตนสามารถเทียบสำนักเพลิงอันดับ 1 ได้แล้วนั้นเพิ่งจะได้ตาสว่างเอายามนี้เอง

"ท่านเจ้าสำนักเพลิงบัญญัติช้าก่อน"ทันทีที่เห็นดาบเพลิงบูรพาของหยางเยี่ยนเหว่ย เจ้าสำนักเทพอัคคีก็รีบยกมือห้ามเอาไว้เสียก่อน

"เอ่อ ท่านเข้าใจผิดแล้ว พวกเราไม่ได้มาหาเรื่องท้าตีท้าต่อยนะขอรับ"เจ้าสำนักเทพอัคคีว่าพลางกระแอมกระไอด้วยท่าทีขัดๆเสียอย่างนั้น ทำเอาคนของสำนักเพลิงบัญญัติพากันแอบอมยิ้มกันถ้วนหน้า

"มีอะไรเข้าใจผิดงั้นหรือ ท่านทำลายประตูสำนักของเรา แล้วยังบอกว่าอยากจะชิงชื่อสำนักอันดับหนึ่งไปจากพวกเราอีกต่างหาก"หยางเยี่ยนเหว่ยถามพลางยิ้มออกมาด้วยท่าทีสบายๆ แม้ระดับพลังของเจ้าสำนักเพลิงบัญญัติอย่างหยางเยี่ยนเหว่ยจะอยู่ที่ระดับราชาสวรรค์เช่นเดียวกับเจ้าสำนักเทพอัคคี แต่วิชาของสำนักเพลิงบัญญัติก็ยังเหนือกว่าสำนักเทพอัคคีขั้นหนึ่ง วันนี้เจ้าสำนักเทพอัคคีคิดจะเอาอาวุธวิเศษมาข่มสำนักเพลิงบัญญัติ แต่ก็โดนตอกหน้ากลับแบบหาที่ลงแทบไม่ทันเสียแล้ว

"เอ่อ…. เรื่องประตู…..จริงสิข้าซุ่มซ่ามเองเผลอทำประตูของท่านพัง แฮะๆ ท่านเจ้าสำนักหยางเดี๋ยวประตูข้าจะซ่อมให้ท่านเองนะ"เจ้าสำนักเทพอัคคีเปลี่ยนท่าทีไปอย่างกับหน้ามือเป็นหลังมือเลยทีเดียว อยู่ต่อหน้าระดับยอดฝีมือที่ถืออาวุธระดับราชันขั้นที่ 10 แบบนี้ทวนระดับตำนานของตนคงโดนฟันทีเดียวขาดครึ่งเป็นแน่ แบบนั้นนอกจากจะพ่ายแพ้ยับเยินแล้วตนต้องหาอาวุธระดับตำนานไปคืนตระกูลอ้าวแน่ๆ มีหวังสำนักเทพอัคคีได้กินน้ำข้าวก็งานนี้ล่ะ

"แล้วเรื่องสำนักอันดับหนึ่งล่ะ พวกเจ้าอยากจะชิงมันไปไม่ใช่หรือ"หยางเซียงเซียนถามพลางเดินออกมายืนเคียงข้างสามี ยามปกตินางก็น่ากลัวอยู่แล้ว ยามนี้ยิ่งน่ากลัวเข้าไปใหญ่

"เอ่อ…..คุณนายหยาง ท่านอาจจะเข้าใจความหมายของข้าผิดไป จริงสิ….ข้าบอกว่าอยากเรียนรู้จากสำนักของพวกท่านไงล่ะขอรับ เผื่อสักวันสำนักข้าจะได้ยิ่งใหญ่เช่นสำนักอันดับหนึ่งอย่างพวกท่านบ้าง"เจ้าสำนักเทพอัคคีพลิกลิ้นราวกับลิ้นจะขาดออกจากกันเสียให้ได้ เล่นเอาคนของฝ่ายเทพอัคคีเหงื่อตกกันยกใหญ่ แต่พวกเขาก็เข้าใจว่าทำไมเจ้าสำนักถึงทำแบบนั้น ต่อหน้าอาวุธระดับราชัน มีอาวุธระดับชั้นเลิศกี่เล่มก็ไม่พอหรอก

"งั้นก็ดีเลย พวกเราจะได้สอนพวกเจ้าว่าทำไมพวกเราถึงได้เป็นสำนักอันดับหนึ่งได้ เตรียมใจรับคำสอนกันให้ดีล่ะ”หยางเซียงเซียนยิ้มเย็นยะเยียบก่อนจะเดินออกไปนำหน้าสามี แม้จะเป็นสำนักอันดับ 3 แต่สำนักเทพอัคคีก็เป็นสำนักธาตุไฟที่มีฝีมือ พวกเขาคงไม่ตายง่ายๆด้วยการโจมตีของนางหรอกกระมัง....

“ตายซะ”พริบตาที่หยางเซียงเซียนระเบิดพลังออกมา เหล่าศิษย์ของสำนักเทพอัคคีที่พลังไม่แข็งแกร่งพอต่างโดนไอร้อนอัดจนต้องถอยไปหลายก้าวทันที ไม่ใช่เพียงหยางเยี่ยนเหว่ยเท่านั้นที่อยู่ระดับราชาสวรรค์ แต่หยางเซียงเซียนเองก็เช่นกัน แม้ในยามประลองนางจะไม่ได้ลงประลอง แต่หากเป็นเรื่องระหว่างสำนักเช่นนี้นางสามารถลงมือได้อย่างเต็มที่เลย

“เป็นคำติดปากจริงๆด้วย”หนิงหลงได้ยินที่ท่านน้าเซียงเซียนตะโกนออกมาระหว่างซัดฝ่ามือของตนไล่โจมตีคนของสำนักเทพอัคคีก็เข้าใจทันทีว่าทำไมน้องอี้เฟยถึงได้ติดคำพูดแบบนั้นมา

จบบทที่ ตอนที่ 17 สอน

คัดลอกลิงก์แล้ว