เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 11 พิเศษ

ตอนที่ 11 พิเศษ

ตอนที่ 11 พิเศษ


ตอนที่ 11

พิเศษ

"ข้ามาเข้าสำนักตามคำสั่งของอาจารย์ขอรับ นี่เป็นจดหมายจากอาจารย์"หนิงหลงเดินเข้าไปหาหว่านจือก่อนจะนำจดหมายฉบับหนึ่งออกมาเตรียมจะมอบให้ตามที่อาจารย์สั่ง เห็นอาจารย์บอกว่าขอเพียงยื่นจดหมายให้ก็เข้าสำนักได้เลย

กึก….

แต่แทนที่จะรับจดหมายเอาไว้ หว่านจือกลับปัดจดหมายของหนิงหลงออกก่อนจะมองหนิงหลงด้วยท่าทีไม่ชอบใจนัก

"ข้าไม่สนหรอกนะว่าอาจารย์ของเจ้าเป็นใคร แต่จดหมายแบบนี้ใช้อะไรไม่ได้หรอก หากเจ้าอยากจะเข้าสำนักก็เข้ารับการทดสอบอย่างถูกต้องซะ"หว่านจือว่าพลางแสดงท่าทีไม่พอใจออกมา เจ้าคนที่หวังจะพึ่งพาอำนาจของผู้อื่นนี้สำหรับหว่านจือช่างไร้ความเหมาะสมกว่าเจ้าจงอะไรนั่นเป็นสิบๆเท่า

"งั้นหรือขอรับ งั้นข้าต้องทดสอบอะไรหรือขอรับ"หนิงหลงได้ยินว่าจดหมายใช้ไม่ได้ก็ได้แต่เก็บจดหมายไป ก็ในเมื่อพวกเขายืนยันว่าต้องทำการทดสอบเช่นนั้นก็ทำการทดสอบตามที่พวกเขาบอกก็จบไม่ใช่หรือ

"ตามข้ามา"หว่านจือว่าพลางพาหนิงหลงเดินไปที่ลานฝึกของสำนักเพื่อจะเริ่มการทดสอบ ส่วนศิษย์พี่อย่างหลี่ซานจงนั้นกลับไม่คิดจะตามไป แม้จะนิสัยเสียไปบ้างแต่หว่านจือก็เป็นศิษย์ที่ได้รับการยอมรับจากคนในสำนัก หากหว่านจือบอกว่าทดสอบผ่านก็ไม่มีใครคิดจะคัดค้านหรอก

"อ่าว...ซานจง เจ้ามาทำอะไรตรงนี้งั้นหรือ"ระหว่างกำลังจะกลับเข้าไปด้านใน ชายคนหนึ่งก็เดินเข้ามาในสำนักพร้อมเอ่ยปากทักทายหลี่ซานจงด้วยท่าทีคุ้นเคย

"อาวุโสหง ท่านออกไปทำธุระมาหรือขอรับ"หลี่ซานจงถามพลางมองอาวุโสหงที่เพิ่งกลับเข้ามาในสำนักด้วยท่าทีประหลาดใจ ไม่เห็นรู้เลยว่าอาวุโสหงมีธุระอะไรข้างนอก

"ใช่ ได้ยินว่าคนรู้จักของท่านเจ้าสำนักกำลังเดินทางมาถึงเมืองอัคนีข้าก็เลยจะออกไปรับเสียหน่อย ไม่นึกเลยว่าจะคลาดกันได้"อาวุโสหงว่าพลางถอนหายใจออกมาด้วยท่าทีเหนื่อยใจ

"คนรู้จักของท่านเจ้าสำนักหรือขอรับ"หลี่ซานจงได้ยินก็มีท่าทีตกใจมากขึ้นไปอีก เจ้าสำนักของสำนักเพลิงบัญญัติคือยอดฝีมือที่ใช้เพลิงได้เก่งกาจที่สุดเป็นบุคคลระดับตำนานที่เหล่าศิษย์ในสำนักภูมิใจ หากจะมีคนรู้จักของเจ้าสำนักมาพบก็คงต้องเป็นผู้สูงศักดิ์เป็นแน่

"เห็นว่าเป็นศิษย์ของคนรู้จักฝากให้มาฝึกฝนการควบคุมไฟกับท่านเจ้าสำนักโดยตรงด้วย ข้าอยากเห็นกับตาจริงๆว่าเป็นเด็กแบบไหน"อาวุโสหงพูดด้วยท่าทีเสียดาย ท่านเจ้าสำนักถึงกับรับสอนด้วยตนเองเชียวนะ

"ฝากฝังหรือขอรับ ข้านึกว่าสำนักเราไม่รับศิษย์แบบนั้นเสียอีก"หลี่ซานจงได้ยินก็ยิ่งแปลกใจ ตลอดมาสำนักเพลิงบัญญัติไม่มีเรื่องเช่นนี้มาก่อนไม่ใช่หรืออย่างไร

"ไม่ใช่แบบนั้นหรอก แต่ได้ยินว่าลูกศิษย์คนนั้นสำเร็จวิชาควบคุมเพลิงขั้นที่หกไปแล้ว ไม่จำเป็นต้องทดสอบอะไร แถมท่านเจ้าสำนักจะรับเข้าเป็นศิษย์ส่วนตัวอีกด้วย จริงสิถ้ามีชายที่ชื่อหนิงหลงเดินทางมาก็ต้อนรับเขาให้ดีล่ะ"ตอนแรกหลี่ซานจงก็แค่ตกใจนิดหน่อย แต่พอยิ่งได้ฟังก็ยิ่งทำหน้าถอดสี หนิงหลง งั้นหรือ ไม่ใช่ว่าเด็กที่หว่านจือเพิ่งจะพาเข้าไปก็ชื่อนี้ไม่ใช่หรือ

.

.

.

"เจ้าเห็นนี่ไหม มันคือแผ่นโลหะนิลเยือก เป็นแร่ที่มีคุณสมบัติความเย็นและทนความร้อนได้สูงมาก ถ้าเจ้าหลอมมันได้ด้วยไฟของเจ้าก็ถือว่าทดสอบผ่าน"หว่านจือพาหนิงหลงเดินเข้าไปที่ลานฝึกก่อนจะเดินมายืนกอดอกที่หน้าเสาโลหะที่สูงราวๆ 2 เมตรด้วยท่าทางเหมือนกำลังทำตัวเป็นครูฝึกไม่มีผิด

"ขอรับ…."หนิงหลงเห็นแร่นิลเยือกก็เบิกตาเป็นประกาย แร่นิลเยือกแม้ไม่ได้หายาก แต่ก็เป็นแร่ที่มีราคา ได้เห็นชิ้นใหญ่เช่นนี้ทำเอาอยากหลอมไปทำอาวุธเลย

"รออะไรอยู่ล่ะ ใช้พลังของเจ้าหลอมมันซะ"หว่านจือยิ้มออกมาบางๆพลางมองท่าทีของหนิงหลงอย่างใจเย็น จริงๆแล้วโลหะนิลเยือกจุดหลอมละลายสูงมาก ต่อให้เป็นหว่านจือเองก็หลอมมันไม่ได้หรอก แต่เดิมการทดสอบเข้าสำนักก็เพียงให้ผู้เข้าทดสอบแสดงพลังของตนออกมากับเสาเหล็กนิลเยือกเพื่อดูว่าจะใช้ไฟได้ดีแค่ไหนเท่านั้น

"งั้น…."หนิงหลงมองเหล็กนิลเยือกด้วยท่าทีตื่นเต้น ในกำไลของหลินฟานมีแร่ต่างๆอยู่บ้าง ซึ่งเหล็กนิลเยือกก็มีอยู่ด้วยทำให้หนิงหลงเคยหลอมเหล็กนิลเยือกมาแล้ว เพียงแต่ไม่เคยหลอมแผ่นที่ใหญ่ขนาดนี้มาก่อน ตัวเขาเองก็ไม่มั่นใจเช่นกันว่าจะสามารถหลอมมันได้หรือไม่

วูบ….

หนิงหลงยื่นมือไปสัมผัสแผ่นเหล็กนิลเยือกด้วยท่าทีตั้งใจก่อนจะใช้พลังวิญญาณของตนเปลี่ยนเป็นความร้อนส่งออกไปยังแผ่นเหล็กนิลเยือก สำหรับช่างตีเหล็กแล้วการหลอมโลหะถือเป็นงานสำคัญเช่นเดียวกับการถือค้อนสร้างรูปร่าง แม้จะไม่มั่นใจ แต่ก็คิดว่าตนเองทำได้แน่ๆเหมือนกัน

"หว่านจือ ไม่ต้องทดสอบแล้ว”หนิงหลงยังไม่ทันได้เริ่มหลอมเหล็กนิลเยือก อยู่ๆหลี่ซานจงก็วิ่งเข้ามาพร้อมห้ามการทดสอบเอาไว้เสียก่อน

“ศิษย์พี่มีอะไรงั้นเหรอ”หว่านจือขมวดคิ้วออกมาด้วยท่าทีงุนงง ทำไมต้องเข้ามาห้ามเอาไว้ด้วย การทดสอบกำลังจะเริ่มแล้วแท้ๆ

“หว่านจือ น้องชายผู้นี้เป็นคนรู้จักของท่านเจ้าสำนัก ไม่ต้องทำการทดสอบแล้ว”หลี่ซานจงตอบพลางเดินเข้าไปแนะนำตัวกับหนิงหลงอย่างสุภาพ แม้หลี่ซานจงจะเป็นศิษย์พี่ใหญ่ในรุ่นปัจจุบันของสำนักเพลิงบัญญัติ แต่หนิงหลงจะถูกรับเป็นศิษย์ส่วนตัวของท่านเจ้าสำนัก หลี่ซานจงที่เป็นเพียงศิษย์ธรรมดาย่อมมีฐานะต่ำกว่านิดหน่อย

“ล้อเล่นหรือเปล่าขอรับ ถึงจะเป็นคนรู้จักของท่านเจ้าสำนักก็เถอะ แต่การรับคนโดยไม่ทดสอบก่อนเช่นนี้มันไม่ถูกต้องนะขอรับ”แม้หลี่ซานจงจะเข้าใจ แต่หว่านจือที่ยึดถือกฎของสำนักอย่างมากกลับยอมฟัง ต่อให้เป็นใครก็ตามก็ต้องผ่านการทดสอบถึงจะเข้าสำนักได้ แบบนั้นถึงจะถูกต้องสิ

“ไม่จำเป็นต้องทดสอบหรอก เจ้าคือหนิงหลงสินะ”อยู่ๆเสียงของชายคนหนึ่งก็ดังออกมาจากทางประตูที่หลี่ซานจงเดินวิ่งเข้ามา ใบหน้าของชายที่เพิ่งจะเดินเข้ามานั้นเป็นใบหน้าที่ดูอ่อนโยน เพียงแต่ทันทีที่เห็นว่าผู้มาคือใคร หว่านจือและหลี่ซานจงก็รีบคุกเข่าลงกับพื้นทันที

“ท่านเจ้าสำนัก ยินดีที่ได้พบขอรับ”หลี่ซานจงพูดจบก็ก้มหัวลงไปต่ำกว่าเดิมมาก ชายผู้นี้คือ หยางเยี่ยนเหว่ย เจ้าสำนักเพลิงบัญญัตินั่นเอง

“หว่านจือ หนิงหลงเป็นศิษย์ของสหายข้า ที่เขาฝากฝังหนิงหลงให้ข้าดูแลนั้นไม่ได้ฝากเข้าเป็นศิษย์ของสำนักเพลิงบัญญัติหรอกนะ แต่เป็นการฝากตัวข้าที่เป็นสหายของเขาเท่านั้น หนิงหลงเลยไม่ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของสำนัก แต่เป็นเหมือนญาติของข้าคนหนึ่งต่างหาก”เจ้าสำนักหยางพูดด้วยท่าทียิ้มแย้มก่อนจะมองไปทางหนิงหลงด้วยท่าทีเอ็นดู

“งั้น.....พวกเราควรปฏิบัติเช่นไรกับเขาดีขอรับ”หว่านจือที่ได้ฟังก็แสดงท่าทีงุนงงออกมา ไม่เข้าสำนักแต่มาอยู่ในสำนักงั้นหรือ แล้วแบบนี้หนิงหลงอยู่ตำแหน่งไหนกันแน่

“เขาเหมือนเป็นหลานของข้า งั้นก็ปฏิบัติกับเขาเหมือนอี้เฟยก็แล้วกัน”เจ้าสำนักหยางคิดอยู่พริบตาหนึ่งเท่านั้นก็ตัดสินใจออกมาอย่างง่ายดาย ในเมื่อรับหนิงหลงเข้ามาในฐานะหลาน ก็ให้หนิงหลงมีฐานะเหมือนบุตรสาวของตนอย่าง หยางอี้เฟย ก็แล้วกัน

“ขอรับ......”ได้ยินเจ้าสำนักบอกเช่นนั้นหว่านจือก็พอจะยอมรับได้ น้องหยางอี้เฟยเป็นบุตรสาวคนเล็กของท่านเจ้าสำนักอายุเพียง 12 ปีเท่านั้น นางอาศัยอยู่ในสำนักเรียนรู้วิชาของสำนัก แต่น่าเสียดายที่ความสามารถของนางนั้นไม่ได้โดดเด่นอะไรนักทำให้ฝึกฝนวิชาของสำนักได้ไม่ดีเท่าที่ควร หากบุตรสาวของเจ้าสำนักที่ฝึกฝนวิชาได้ไม่ดีสามารถอาศัยในสำนักได้ หลานชายอย่างหนิงหลงต่อให้ฝีมืออ่อนแอแค่ไหนก็ได้รับสิทธิ์อยู่ในสำนักอยู่ดี

“หลานหนิงหลง เจ้าตามข้ามาเถอะ ข้าจะพาเจ้าไปดูห้องพักของเจ้า”เจ้าสำนักหยางเดินเข้าไปหาหนิงหลงก่อนจะพาหนิงหลงแยกออกไป ปล่อยให้ศิษย์ทั้งสองคนได้แต่มองตามจนทั้งสองลับตาไป

“ไม่ได้เข้าสำนักหรอกหรือ แสดงว่าท่านอาวุโสหงเข้าใจผิดสินะ”หลี่ซานจงว่าพลางมองตามหนิงหลงไปด้วยท่าทีเสียดาย แม้จะเป็นญาติของเจ้าสำนักเลยเข้ามาอยู่ได้โดยไม่ต้องเข้าร่วมสำนักก็เถอะ แต่หากที่อาวุโสหงเข้าใจถูกต้อง หนิงหลง ผู้นี้ก็เป็นบุคคลที่น่าเสียดายหากไม่นำมาร่วมสำนักให้ได้

“ทำไมล่ะศิษย์พี่ อย่างกับท่านต้องการให้เจ้าเด็กนั่นเข้าร่วมสำนักให้ได้เสียอย่างนั้นล่ะ”หว่านจือได้ยินหลี่ซานจงบ่นออกมาก็เลิกคิ้วด้วยท่าทีสงสัย ตัวเขายอมรับให้หนิงหลงเข้ามาอยู่ในสำนักเพราะเป็นญาติของท่านเจ้าสำนักก็จริง แต่ยังไม่ยอมรับว่าหนิงหลงเหมาะสมจะเป็นคนของสำนักเลย

“ท่านอาวุโสบอกว่าน้องหนิงหลงบรรลุวิชาควบคุมเพลิงถึงระดับหกแล้ว อายุขนาดเขาบรรลุได้ถึงขั้นนี้อนาคตต้องเป็นผู้น่าเกรงขามอย่างแน่นอน”หลี่ซานจงยังคงแสดงท่าทีเสียดายออกมา หรือเมื่อครู่เขาไม่ควรห้ามหว่านจือแล้วปล่อยให้ทดสอบจนจบและรับหนิงหลงเข้าสำนักมาแบบงงๆไปเลยดี

“ระดับหก? ท่านล้อข้าเล่นแล้ว ข้าฝึกแทบตายยังอยู่แค่ระดับสี่เท่านั้นเองนะ มุกตลกของท่านเรื่องนี้ไม่ขำนะขอรับ”หว่านไม่คิดว่าเรื่องที่หลี่ซานจงเล่ามาจะเป็นเรื่องจริงแม้แต่น้อย ศิษย์พี่ท่านนี้ชอบเล่นมุกตลกหน้าตายแบบนี้บ่อยๆ นี่ต้องเป็นมุกตลกอีกแน่ๆ

ตึง.....!!

หลี่ซานจงยังไม่ทันได้ตอบอะไรออกมา อยู่ๆแผ่นโลหะนิลเยือกที่ตั้งอยู่บนลานฝึกก็เอนตัวล้มลงมานอนกับพื้นเสียอย่างนั้นทำให้หว่านจือและหลี่ซานจงต้องหันไปมองว่าทำไมอยู่ๆแผ่นโลหะถึงล้มลงมาได้

“...............”หว่านจือเห็นภาพตรงหน้าก็เหงื่อตกทันที แผ่นโลหะนิลเยือกที่ล้มลงมานั้นงองุ้มอย่างกับคนหลังค่อม และที่มันล้มลงมาก็เพราะมันเสียสมดุลนั่นเอง ซึ่งสาเหตุที่มันงอเช่นนี้ก็เป็นอย่างอื่นไปไม่ได้เพราะผู้ที่แตะต้องแผ่นโลหะนิลเยือกแผ่นนี้มีเพียงหนิงหลงผู้เดียวเท่านั้น

“น่าเสียดายจริงๆ”หลี่ซานจงเห็นก็ยิ่งเสียดาย หนิงหลงแตะแผ่นโลหะนี้เพียงครู่เดียวเท่านั้นยังทำเอาแผ่นโลหะนิลเยือกที่รับความร้อนได้มหาศาลอ่อนตัวจนงอได้ หากเขาตั้งใจหลอมมันจริงๆก็คงละลายมันได้แน่ๆ

“นี่ท่านล้อข้าเล่นหรือเปล่า ไม่จริงมั้ง”หว่านจือเห็นภาพตรงหน้าก็ยังไม่อยากจะเชื่อรีบหันไปหาศิษย์พี่ของตนราวกับจะขอให้ศิษย์พี่ยอมบอกกับตนว่ามันคือเรื่องโกหกหรือเรื่องบังเอิญ แต่หลี่ซานจงหลับส่ายหน้าช้าๆก่อนจะแสดงท่าทีเสียดายออกมาเช่นเดิม แต่เอาเถอะหนิงหลงยังอยู่ในสำนักพวกเขายังมีโอกาสโน้มน้าวหนิงหลงให้เข้าสำนักอย่างเป็นทางการได้อยู่

จบบทที่ ตอนที่ 11 พิเศษ

คัดลอกลิงก์แล้ว