เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 3 - เด็กหนุ่มและเด็กสาว

บทที่ 3 - เด็กหนุ่มและเด็กสาว

บทที่ 3 - เด็กหนุ่มและเด็กสาว


“ชิ เจ้าหมาบ้านี่!”

เด็กหนุ่มแกว่งดาบด้วยแรงทั้งที่มี มันโจมตีไปยังร่างของสุนัขคลั่ง แต่เพราะขนที่หนาของมัน ทำให้ดาบหยุดชะงักลงจนสุนัขตัวนั้นหลบไปได้ก่อนจะถูกปะทะจึงไม่ได้รับความเสียหายใดๆ เด็กหนุ่มเข้าสู่ระยะโจมตีของพวกมันอีกครั้ง

“--กร๊าก!!”

เด็กหนุ่มเล็งเป้าหมายไปที่สุนัขที่ท่าทางจะลืมเสื้อผ้าไว้ที่ไหนซักแห่งตรงหน้าเขา แต่เขากลับลืมไปว่ามันยังมีสุนัขอีกตัวที่อยู่ข้างหลังเขา และมันก็พุ่งเข้ากัดที่ข้อเท้าของเด็กหนุ่ม.

“หว่า--!?”

โชคดีที่เขี้ยวของมันพลาดไปโดนรองเท้าบูทหนาของเขา กันเขาจากการบาดเจ็บไปหวุดหวิด แต่ฝ่ายตรงข้ามยังไม่ยอมแพ้ มันกัดแล้วก็ดึงไปดึงมาราวกับกำลังพยายามฉีกกระฉากรองเท้าบูทถึงแม้ว่าเด็กหนุ่มจะพยายามสะบัดออก แต่สุนัขตัวนั้นก็ยังคงกัดแน่นไม่ยอมปล่อย...

ทันใดนั้นเขาก็ตัดสินใจ ด้วยความเร่งรีบ เขาใช้ดาบในมือแทงมัน หลังจากนั้นสุนัขอีกตัวที่คอยจังหวะอยู่ก็กระโดหมายจะขย้ำคอของเด็กหนุ่ม

“อุหว่า…!?!”

เขาเอนตัวไปด้านหลังโดยสันชาติญาณ เขายกยกดาบขึ้นกันคมเขี้ยวไว้ได้หวุดหวิด เขาพยายามจะดันกลับไป แต่ไม่สามารถต้านทางแรงได้จึงล้มลงไปด้านหลังทั้งที่ยังมีสุนัขคลั่งอยู่ด้านบน

“…แฮ!!”

เมื่อเหตุการณ์เป็นเช่นนั้น เขาก็พยายามดิ้นรนเอาชีวิตรอด สุนัขคลั่งทั้งสองอ้าปากกว้าง

ในตอนนั้นเอง ด้วยอะไรบางอย่างร่างของสุนัขคลั่งทั้งสองก็ถูกดีดออกจากร่างของเด็กหนุ่ม พวกมันหันไปมองรอบๆอย่างขลาดกลัวและจ้องที่ว่างเปล่าที่หนึ่ง

“--เอ๊ง?!”

สุนัขทั้งสองวิ่งหนีหางจุกก้นจากไปพร้อมกับเสียงร้องไห้อย่างหวาดกลัว

“…ระ รอดแล้วสินะ…?”

เขาพึมพำ ทันใดนั้นก็เกิดเงาขนาดใหญ่ทาบทับร่างของเขา และเมื่อเขาหงายหน้าขึ้น เขาก็ต้องตกตะลึง

“วะ ไว...ไวเวิร์น?! นะ นี่... นี่มัน มะ มังกรโบราณ”

จากสายตาแล้ว ไม่ใช่มังกรไวเวิร์นที่ใช้ขี่อยู่ในเมืองหลวง ตัวของมันใหญ่มาก อีกทั้งยังส่องแสงเป็นสีทองและมี 4 ขา-ดูแล้วน่าจะกลืนไวเวิร์นทั่วไปได้ภายในคำเดียว มันเป็นอสูรกายที่ใหญ่โตมากจริงๆเพียงการชำเลืองมองจากดวงตาสีทองก็ทำให้เด็กหนุ่มขนลุกซู่ ดวงตาเบิกกว้าง ในเวลานั้นเขาได้พ่ายแพ้ให้กับความหวาดกลัวไปแล้วโดยสิ้นเชิง

“—อะ เอ๋----!!”

เขาโยนดาบในมือทิ้งเช่นเดียวกับหัวของเขาที่ว่างเปล่า

ในตอนนั้นเองเขาก็รู้สึกถึงร่างที่ยืนอยู่บนหัวของมังกรโบราณ แต่มันอาจเป็นเพียงภาพหลอนเนื่องจากความกลัวมากเกินไปก็ได้

“……”

แต่ถึงกระนั้นก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นแม้ว่าเวลาจะผ่านไปนานก็ตามหรือว่าเราจะรอดแล้ว…? เขาคิด ก่อนจะหันไปมองรอบๆช้าๆราวกับเต่า ทันใดนั้นมีเสียงเด็กสาวที่ใสกังวานราวกับเสียงระฆังดังขึ้นจากด้านหลังเขา

“เฮ้ นายนะ เป็น NPC (Non-Player Character) ใช่ไหม คงไม่ได้เป็นผู้เล่น (Player) หรอกนะ?”

◆◇◆◇

เด็กสาวที่แปลกประหลาด นั่นคือสิ่งที่เด็กหนุ่ม—นักผจญภัยหน้าใหม่ที่เพิ่งจะอายุได้ 15 ปีชื่อ 'โจอี้'

ใช้บรรยายเธอเขาหันไปมองเจ้าของคำถามที่เขาไปไม่เข้าใจ

“….เทพธิดาจันทรา”

เขาหลุดปากพูดออกไป เมื่อได้เห็นเด็กสาวที่งดงามเสียจนไม่น่าเชื่อผิวกายสีขาวนวลไร้ซึ่งรอยด่างพร้อยราวกับถูกปกคลุมไว้ด้วยไอแสงจันทร์ เส้นผมสีดำขลับทิ้งตัวยาวจนถึงเอวเหมือนถูกมนต์ของราตรียามค่ำคืนและหมู่ดารา และเมื่อเพ็งมองดวงหน้าของเธอ ก็ทำให้เขารู้สึกว่าเหล่าสาวงามที่เขาเคยเห็นในงานเทศกาล กลายเป็นฝักทองหรือหุ่นไล่กาไปเลย

ถึงแม้เขาจะเคยอ่านเทพนิยายต่างๆมามากมาย แต่สิ่งที่ใช้ ‘หญิงงามล่มเมือง’ หรือ ‘ไซเรน’ ก็ไม่อาจเทียบเท่า มันเป็นความงามถึงขนาดที่ทำให้แทบลืมหายใจ

“-การถูกชมตรงๆแบบนี้ มันก็ทำให้อายนิดหน่อยนะ”

รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเด็กสาว นิ้วเรียวบางแตะลงใบหน้าของตัวเองอย่างลำบากใจ ด้วยท่าทางเช่นนั้นของเธอ ทำให้'โจอี้'ตระหนักขึ้นมาได้ว่าคนตรงหน้ามีตัวตนจริงๆ เขาฟื้นคืนสติขึ้นมา

เขาลุกขึ้นมาจากพื้นอย่างเชื่องช้าและปัดเศษฝุ่นทรายออกจากร่าง แล้วหันไปทางเด็กสาวอย่างใจเย็นดูจากสายตา เธอนั้นประมาณ 10-12 ปี ชุดที่สวมใส่เป็นของชั้นหนึ่งที่ประเมินค่าไม่ได้ ชุดกระโปรงสีดำยาวถึงหัวเข่าประดับตกแต่งด้วยช่อดอกกุหลาบสีแดงที่หรูหราและดูสดใหม่ราวกับยังมีชีวิต

ตามจริงแล้ว ทั้งที่คาดผม ถุงเท้าสีขาวบริสุทธิ์และรองเท้าสีดำของเธอนั้นล้วนถูกตกแต่งด้วยดอกกุหลาบ การตกแต่งเช่นนั้นทำให้ดูสมบูรณ์แบบอย่างน่าลึกลับหลายๆส่วนของกระโปรงส่องแสง มันถูกตกแต่งด้วยบางสิ่งที่ไม่ใช่แก้วสี แต่เป็นอัญมณีชนิดหนึ่งที่ไม่รู้จัก ในมือของเธอคือร่มกันแดดชั้นดีที่มีรอยจีบอยู่มากมาย

โดยไม่ต้องสงสัยเธอช่างดูราวกับเจ้าหญิงที่ไม่น่ามีอยู่จริงเกินกว่าคำใดจะบรรยายเพียงแค่เพียงคำเดียวคงไม่พอที่จะบรรยาย หากจะบรรยายเธอออกมาคงต้องใช้ถ้อยคำมากมาย แต่ทว่าตอนนี้เขามีบางอย่างที่จะต้องทำ

“อะ เอ่อ มังกรโบราณสีทองบินจากไปแล้วใช่ไหม?!”

ประโยคนั้นทำให้เด็กสาวตกอยู่ในความตกใจครู่หนึ่ง

“-อา ดูเหมือนมันจะบินหนีไปแล้ว ช่างน่ากลัวจริงๆ ว่าไหม?~”

ตามทางเธอชี้ไป ฟิ้ว~

(TL: เสียงถอนหายใจ)

มันไม่มีอะไรในไกลๆนั่น

“…ถะ…ถ้างั้น…ก็รอดแล้วสินะ…”

'โจอี้'ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ด้วยเหตุผลบางอย่างเด็กสาวดูแปลกๆ.

“อืม~ ดูจากท่าทางของเขาไม่ต่างไปจากคนปกติเลย ยังกับไม่ใช่พวก AI อือ...”

เธอพึมพำบางอย่างแล้วพยักหน้ายืนยันในอีกด้านหนึ่ง 'โจอี้'ที่ถูกจำแนกว่าเป็น 『คนปกติ』ก็เกิดโกรธขึ้นมา

“ขอโทษนะ ฉันนะเป็นนักผจญภัยผู้เก่งกาจ อย่าตัดสินฉันว่าเป็นคนธรรมดาสิ”

เขาพูดออกมาขณะยึดอกขึ้นอย่างทะนงตนครั้นแล้ว เด็กสาวก็เปลี่ยนไปด้วยความประหลาดใจ เธอมองไปที่เด็กหนุ่มด้วยดวงตาเป็นประกายราวกับเด็กๆ

“เห~~ นักผจญภัย! ช่างน่าประหลาดใจที่ได้เห็นนักผจญภัยจริงๆแบบนี้”

เด็กสาวแสดงท่าทางออกมาอย่างที่คิด ด้วยความอารมณ์ดี 'โจอี้'โชว์บัตรกิลด์ที่เอาออกมาจากกระเป๋า

“แน่นอน และบัตรนี้คือสิ่งยืนยันว่าฉันคือนักผจญภัย”

แม้ว่าจะไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงนำออกมาเช่นนี้ แต่สิ่งที่เขียนอยู่บนแผ่นเหล็กบางๆนั้นคือชื่อเต็มของ'โจอี้' ความเป็นสมาชิก และอะไรบางอย่างที่เหมือนกับเลเวล เด็กสาวสำรวจมันด้วยดวงตาที่เหมือนมองเหยื่อ

“โจอี้ อลัน 15 ปี สังกัดเมืองอาระ.... โอ สมาชิกกิลด์นักผจญภัยเมืองอาระสินะ? Rank F นักดาบ.... ไม่สิ นักสู้มือเปล่าที่มีดาบ งั้นหรอ? ไม่มีประวัติต้องโทษ อา อ่านยากจัง ทำไมถึงใช้แต่ฮิราคานะกับคันตาคานะนะ- ทำไมถึงไม่ใช่คันจิละ?”

(TL: ภาษาญี่ปุ่นมีการเขียนสามแบบ คือ ฮิราคานะ, คันตาคานะ และคันจิ)

“อะไรคือคันจิ?”

“…มันเป็นสัญลักษณ์ที่เป็นที่รู้จักดีในการแบ่งแยกคำที่ความหมายต่างกัน”

อย่างไรก็ตามเด็กสาวถอนหายใจเมื่อได้เห็นสีหน้าสับสนของเขา

“-อา ช่างมันเถอะ ลืมสิ่งที่พูดไปซะ ดูเหมือนจะรบกวนเกินไปแล้ว ขอตัวละ”

เด็กสาวก้มศีรษะลงเล็กน้อยเร็วๆแล้วหันหลังไป 'โจอี'หยุดเธอไว้อย่างลนลาน

“ดะ เดี๋ยวก่อน เธอจะไปที่ไหน?”

“แน่นอน ก็ต้องเมืองอยู่แล้วไม่ใช่หรอ? ก่อนหน้านี้จากข้างบน... อืม ไม่จากระยะนี้ก็เห็นทางไปเมืองอยู่ ตอนนี้ฉันก็คงจะไปที่นั้นแหละ”

ด้วยสีหน้านึกไม่ถึง เธอชี้ปลายร่มไปทางเมืองอาระ ขณะที่เด็กสาวกางร่มในมือ แต่ไม่ว่าจะดูอย่างไรเธอก็ดูอ่อนแอ ไร้ทางสู้ 'โจอี้'ไม่เข้าใจเป็นอย่างยิ่งถ้าเธอเดินเท้าจากที่นี้ไปตามแสงอาทิตย์ก็อาจจะถึงได้

ไม่ อย่างแรกคือ เด็กสาวมีใบหน้าที่สวยงามมากและสวมชุดที่มีราคาแพง ไม่มีทางที่เธอจะไปถึงได้ด้วยตัวคนเดียวมันจะต้องมีพวกโจรผู้ร้ายมาอย่างแน่นอน ขโมยและอาชญากรรมจะตามเธอไปทุกที่ เมื่อกลุ่มคนเห็นเธอ เพียงได้สบตา พวกเขาจะล่อลวงให้ทำร้ายเธอ

เธอเหมือนป้ายเดินได้เขียนไว้ว่า 「ได้โปรดลักพาตัวฉันที」

'โจอี้'กังวลเกี่ยวกับคำร้องขอที่ยังไม่สำเร็จดีอยู่ครู่หนึ่ง แต่เขาก็ตัดสินใจทิ้งความลังเลนั้นไป

“….ถ้าอย่างนั้น ให้ฉันคุ้มกันเธอไปแล้วกัน!”

โดยไม่เข้าใจคำที่เขาประกาศ เด็กสาวเอียงคออย่างน่ารัก

End

ที่มา:https://my.dek-d.com/anom0206/writer/viewlongc.php?id=1475351&chapter=5

จบบทที่ บทที่ 3 - เด็กหนุ่มและเด็กสาว

คัดลอกลิงก์แล้ว