- หน้าแรก
- นางเอกจากนิยายหลุดมาในชีวิตจริง ทำไงดี!?
- บทที่ 103 รสเปรี้ยวหวานของเธอกับฉัน
บทที่ 103 รสเปรี้ยวหวานของเธอกับฉัน
บทที่ 103 รสเปรี้ยวหวานของเธอกับฉัน
ฉู่เกอจะมีจิตใจดีหรือเปล่านั้นยังไม่แน่ชัด แต่ที่แน่ ๆ คือชายคนนั้นลืมไปเสียสนิทว่าคืนนี้ตัวเองก็ต้องจองโรงแรมเหมือนกัน ความคิดในใจที่ถูกเปิดโปงจนหมดเปลือก ทำให้หญิงสาวก็เดินออกไปอย่างหัวเสีย ไม่รู้ต้องใช้เวลานานแค่ไหนถึงจะง้อให้หายโกรธได้
ฉู่เกอกับชิวอู๋จี๋ต่างก็แอบหัวเราะขบขันกับสีหน้าของชายผู้โชคร้ายนั่น ก่อนจะหันกลับมากินอาหารทะเลของตัวเองต่อ
ฉู่เกอน่ะจะมีเล่ห์เหลี่ยมอะไรได้ ก็แค่พักห้องเดียวกันอีกแล้ว ยังไงก็พักด้วยกันแทบทุกวันอยู่แล้วนี่นา ชิวอู๋จี๋เองก็ดูไม่ทุกข์ร้อนอะไร
เขาจะกล้าทำอะไรได้? ต่อให้กล้าก็เตะให้กระเด็นได้อยู่ดี
ชิวอู๋จี๋ไม่เพียงไม่ตื่นเต้น ยังเร่งเร้าอีกว่า “กินกันอิ่มแล้วใช่ไหม ไปดูโรงแรมกันหน่อยไหม?”
พนักงานเสิร์ฟที่เดินผ่าน เหลือบมองทั้งสองอย่างแปลกใจ ก่อนจะรีบเดินจากไปแทบจะน้ำตาไหล
ฉู่เกอแปลกใจ “ดูเหมือนเธอก็กินไม่เยอะนี่ ไม่กินอีกหน่อยเหรอ?”
“อะไรที่มากเกินไปก็ไม่ดี” ชิวอู๋จี๋เช็ดปากอย่างใจเย็น ลุกขึ้นยืนพลางพูดช้า ๆ “ทุกครั้งที่ยังรู้สึกไม่เต็มอิ่ม จะได้มีเหตุผลให้คาดหวังถึงครั้งหน้า ถ้ากินจนจุใจไปแล้ว ครั้งหน้าก็จะไม่มีอะไรให้น่าตื่นเต้นอีก...”
“หืม...ไม่คิดว่าจะได้ฟังคำสอนจากอาจารย์” ฉู่เกอหัวเราะ “ไม่พูดถึงเหตุผลหรอก แต่เรื่องจริงคือเธอประหยัดเงินได้เยอะเลยนะ”
ชิวอู๋จี๋ถลึงตาใส่เขา นี่เขารู้ได้ยังไงว่าเราเป็นคนประหยัด?
ฮืออ...ปูเมื่อกี้แพงจะตาย กินไปใจยังเจ็บอยู่เลย
รู้งี้กลางคืนแอบลงทะเลไปจับปูเองกลับมาทำกินเองดีกว่า
“พูดมากจริง!” ชิวอู๋จี๋แกล้งดุ “รีบไปจ่ายเงินเลยนะ อยากรู้เหมือนกันว่าจะเสียดายเงินไหม!”
ฉู่เกอกลับไม่รู้สึกเสียดายเงินเลย ไม่ใช่เพราะตอนนี้เขารวยจนไม่สนค่าอาหารทะเล แต่เพราะเตรียมใจจะเปย์เต็มที่อยู่แล้ว พอเธอประหยัดให้ กลับกลายเป็นจ่ายน้อยกว่าที่คิดไว้เสียอีก...
แบบนี้คืนนี้จะจองโรงแรมดี ๆ หน่อยก็ได้นะ?
เขาหยิบมือถือขึ้นมาเปิดเสียนเฉิง (ชื่อแอปพลิเคชัน) ค้นหาดู ก็พบว่ามีโรงแรมออนเซ็นใกล้ ๆ ระดับดาวก็ดูดี...
ไม่รู้ว่าแทบทุกที่ต้องมีโรงแรมออนเซ็นหรือเปล่า แต่ฉู่เกอรู้ดีว่าแถวหนานเจียงนี่มีน้ำพุร้อนจริง ๆ ถ้าได้แช่คงจะดี ก่อนหน้านี้ที่ริมทะเลไม่ได้แช่น้ำร้อนก็รู้สึกเสียดาย ถ้าได้ลองแช่น้ำพุร้อนแท้ ๆ ก็คงไม่เลว...
แต่คงเป็นไปไม่ได้ที่จะได้แช่กับชิวอู๋จี๋...แค่ก คิดอะไรอยู่เนี่ย!
ไม่ใช่วันหยุด โรงแรมก็จองง่าย ห้องในแอปก็มีให้เลือกเยอะ ฉู่เกอเลยยังไม่รีบจอง คิดว่าจะไปดูของจริงก่อนค่อยตัดสินใจ
“เฮ้ย ฉู่เกอ ฉู่เกอ!” จู่ ๆ ชิวอู๋จี๋ก็ดึงชายเสื้อเขา “ทำไมที่นี่ถึงมีถังหูลู่ขายด้วยล่ะ?”
ฉู่เกอมองตาม เห็นข้างทางมีคุณตาคนหนึ่งตั้งเสาไม้พันฟางไว้ แล้วเสียบถังหูลู่เรียงเป็นแถวดูน่ารักทีเดียว
“ที่นี่เป็นเมืองเขตของกินเล่นแปลก ๆ แบบนี้เยอะจริง ๆ หนานเจียงก็มีนะ แต่ต้องไปหาในตรอกเก่า ๆ ในเมืองเก่า อวี่หวานโหย่วเหยียน (เกี๊ยวหมูแบบฝูเจี้ยน) ของแท้ ก็ต้องเข้าไปกินในซอยเล็ก ๆ ถึงจะได้รสชาติจริง ๆ”
แต่ชิวอู๋จี๋ไม่สนของกินพื้นเมืองอะไรหรอก เธอตื่นเต้นรีบลากเขาไปที่ถังหูลู่ “ไม่อยากเชื่อเลยว่าโลกนี้ก็มีถังหูลู่ด้วย!”
ฉู่เกอชะงักไปนิด คิดถึงที่เธอเคยเขียนไว้ในอัตชีวประวัติ ว่าเด็กหญิงตัวน้อยนั่งแกว่งขาเปื้อนดินอยู่ริมคันนา เฝ้ารอพ่อค้าหาบเร่มาขายลูกอม
ที่แท้ตอนนั้นเธอก็มีถังหูลู่กินเหมือนกันสินะ ถังหูลู่สมัยนี้กับเมื่อก่อนคงต่างกันแค่จ่ายเงินด้วยการสแกนมือถือก็พอ
ชิวอู๋จี๋หยิบมือถือขึ้นมาสแกนจ่ายเงินซื้อถังหูลู่มา 1 ไม้ แล้วเอียงหัวคิดแป๊บ ก่อนจะสแกนอีกครั้งซื้อมาอีก 1 ไม้
ฉู่เกอนึกว่าเธอจะกินสองไม้เสียอีก ที่ไหนได้ ชิวอู๋จี๋ยื่นไม้หนึ่งมาให้เขาอย่างน่ารัก “อันนี้ของนาย คนละอัน”
ฉู่เกออยากจะลูบหัวเธอใจจะขาด
มือก็เผลอยกขึ้นแล้ว แต่ก็ต้องเก็บกลับมาอย่างเก้อเขิน รับถังหูลู่มาแทน
ชิวอู๋จี๋เหมือนจะดูออกว่าเขาคิดอะไรอยู่ เธอเบ้ปาก สะบัดหางม้า เดินเลียถังหูลู่ไปอย่างไม่สนใจ
ฉู่เกอก็ได้แต่เดินตามเงียบ ๆ คนละไม้ ไม่พูดอะไร ชิวอู๋จี๋เหมือนกำลังย้อนรำลึกถึงรสชาติในวัยเด็ก ส่วนฉู่เกอก็กำลังลิ้มรสความรู้สึกของชิวอู๋จี๋
ยามค่ำคืนในเมืองเขต แสงไฟข้างทางทอดเงาบนตัวทั้งสอง แม้มองไม่ชัด แต่ท่วงท่ากลับคล้ายกันราวกับเงาสะท้อน
จนกระทั่งถึงหน้าโรงแรมออนเซ็น ทั้งสองก็ยังไม่ได้พูดอะไร เมื่อเดินถึงประตู ก็หยุดพร้อมกัน พอประตูอัตโนมัติเปิดก็เดินเข้าไปพร้อมกันอีก
ความพร้อมเพรียงนี้ ทำเอาพนักงานสาวที่เคาน์เตอร์ข้ามขั้นตอนถามจำนวนห้องไปเลย “สองท่านจะรับห้องเตียงใหญ่หรือห้องแยกเตียงคะ?”
ชิวอู๋จี๋ไม่รู้ว่าห้องเตียงใหญ่กับห้องแยกเตียงต่างกันยังไง เธอจึงกลับไปใช้วิธีเดิมตอนเพิ่งมาถึงโลกนี้ คือเงียบแล้วปล่อยให้ฉู่เกอเป็นคนจัดการ
ฉู่เกอลังเลอยู่ในใจ
แน่นอนว่าเขาอยากได้ห้องเตียงใหญ่ แต่คาดว่าผลลัพธ์คงถูกเตะลงไปนอนพื้น สุดท้ายเลยคิดว่าขอห้องแยกเตียงดีกว่า อย่างน้อยก็ถือว่าก้าวหน้าได้อยู่ห้องเดียวกันแล้วไม่ใช่เหรอ?
คิดได้ดังนั้นก็กลั้นใจตอบอย่างเด็ดขาด “ผมดูเป็นคนแบบนั้นเหรอ? เอาห้องแยกเตียงสิ!”
ชิวอู๋จี๋ได้ยินก็พยักหน้า ห้องแยกเตียงฟังดูสมเหตุสมผลกว่าห้องเตียงใหญ่...เดี๋ยวนะ หมายความว่ายังไง สรุปว่าหมายถึงอยู่ห้องเดียวกันเหรอ?
“เดี๋ยว ๆ!” ชิวอู๋จี๋รีบโผล่หน้าไปดู เห็นฉู่เกอหยิบบัตรประชาชนออกมาลงทะเบียนเรียบร้อยแล้ว
ชิวอู๋จี๋ขัดใจ “ฉันก็มีบัตรประชาชนนะ ฉันก็จะ...”
ยังพูดไม่ทันจบก็เห็นราคา 688
ชิวอู๋จี๋เงียบไปทันที
แพงกว่าปูเมื่อกี้อีก
พนักงานหญิงหน้าเคาน์เตอร์เงยหน้ามองเธอ “บัตรประชาชนของคุณต้องลงทะเบียนอยู่แล้วค่ะ...สมัยนี้คนกล้าทำอะไรเองแบบนี้ไม่ค่อยมีแล้วนะคะ”
เดินเข้ามาพร้อมกัน แทะถังหูลู่เข้ามาพร้อมกัน จะมาแยกห้องอีกเหรอ? คงไม่ใช่ความหมายแบบนั้นมั้ง...
ชิวอู๋จี๋จึงยื่นบัตรประชาชนให้เงียบ ๆ
นี่เป็นครั้งแรกที่ใช้บัตรประชาชนในโลกนี้ ทำไมรู้สึกแปลก ๆ ก็ไม่รู้ คิดถึงตอนที่เคยอยากทำเรื่องไม่ดี แต่กังวลเพราะไม่มีตัวตนในโลกนี้ สรุปบัตรประชาชนมันมีไว้สำหรับทำเรื่องไม่ดีจริง ๆ เหรอเนี่ย?
ฉู่เกอเองก็ยืนงง ๆ ข้าง ๆ ไม่แน่ใจว่าควรจะเสียใจดีไหม
ตอนแรกตั้งใจจะแค่แวะมาดูโรงแรมออนเซ็นก่อนค่อยตัดสินใจ ที่ไหนได้ โดนถามแค่ประโยคเดียว สมองก็คิดแต่เรื่องจะเอาเตียงใหญ่หรือเตียงแยก...เฮ้อ
ช่างเถอะ ได้อยู่ห้องเดียวกันสำคัญกว่าได้แช่น้ำพุร้อนอีก!
แล้วพนักงานหญิงหน้าเคาน์เตอร์ก็เสริมขึ้นมาอีกว่า “ถ้าทั้งสองท่านอยากแช่น้ำพุร้อน โทรเรียกที่เคาน์เตอร์ได้เลยนะคะ เราจะส่งถังไม้สำหรับแช่น้ำพุร้อนไปให้ถึงห้อง...”
ฉู่เกอไม่เคยเชื่อหรอกว่าน้ำในถังไม้นั่นคือน้ำพุร้อนจริง ๆ แต่ก็ยังดีกว่าไม่มีอะไรเลย...
ฉู่เกอรับคีย์การ์ดมาเงียบ ๆ ทั้งเขาและชิวอู๋จี๋ต่างก็มีความคิดในใจ...เอ่อ ต่างคนต่างคิดอะไรอยู่คนละเรื่อง เดินไปที่ลิฟต์ด้วยกัน
จากนั้นก็กินถังหูลู่หมดไม้พร้อมกัน แล้วก็โยนไม้ไผ่ลงถังขยะหน้าลิฟต์พร้อมกันอีก ก่อนจะเงยหน้ามองตัวเลขหน้าลิฟต์ขึ้นพร้อมกัน
“ทำไมต้องทำเหมือนฉันทุกอย่างเลย!” ชิวอู๋จี๋กัดฟันถาม
ฉู่เกอ “...ฉันก็อยากถามเธอเหมือนกัน”
แขกที่รอลิฟต์อยู่ข้าง ๆ ต่างก็แอบอมยิ้มมองทั้งคู่ สีหน้าแต่ละคนดูใจดีราวกับป้า ๆ ใจดี ทั้งสองเลยเริ่มรู้สึกเขิน ต่างคนต่างหันหน้าหนี ไม่พูดอะไรอีก
พอเข้าห้อง ฉู่เกอเสียบคีย์การ์ดไฟก็สว่างขึ้นทันที
ชิวอู๋จี๋ปิดประตูดังปัง แล้วคว้าคอเสื้อฉู่เกอกดติดผนัง “ก็เพราะนายแหละ ทำให้ฉันกินถังหูลู่ยังไม่รู้รสชาติเลย!”
ฉู่เกอเม้มปาก ก่อนจะหัวเราะออกมา “แต่ฉันน่ะ ลิ้มรสได้เต็มที่เลยนะ อยากฟังไหม?”
ชิวอู๋จี๋ชะงัก “อะไร?”
“หวาน ๆ เปรี้ยว ๆ” ฉู่เกอพูดเสียงนุ่ม “เหมือนกับความรู้สึกในใจฉันเลย”
ชิวอู๋จี๋นิ่งอึ้งไปพักใหญ่ ก่อนจะปล่อยคอเสื้อเขาแล้วสะบัดหน้าหนี “ฮึ!” เดินเข้าไปในห้อง
มองดูเตียงคู่สองเตียงที่วางเรียงกัน ชิวอู๋จี๋ทำหน้ารังเกียจ “คืนนี้ฉันจะไปลงทะเล นายก็นอนอยู่ตรงนี้ไปเถอะ!”
นี่แหละคือเหตุผลที่ยอมอยู่ห้องเดียวกัน?
ฉู่เกอหัวเราะเบา ๆ “ถ้าเป็นแบบนั้น ห้องนี้ก็เสียเปล่าสิ...เพราะฉันจะไปกับเธอด้วย”
ชิวอู๋จี๋มองเขาด้วยสายตาดูถูก “นายจะช่วยอะไรได้?”
“ถึงจะทำได้แค่เป็นกองเชียร์ ฉันก็ไม่ยอมอยู่เฉย ๆ ปล่อยให้เธอไปเสี่ยงคนเดียวหรอก” ฉู่เกอเดินเข้ามา เผลอจะยื่นมือไปลูบหัวเธออีก แต่ก็ต้องอดใจไว้
ชิวอู๋จี๋มองเขาตรง ๆ “นายอยากลูบหัวฉันใช่ไหม เมื่อกี้ก็ทีนึง ตอนนี้ก็อีกที”
ฉู่เกอกัดฟัน “ใช่”
พูดจบก็ยื่นมือไปลูบหัวเธอ ยีผมจนยุ่งเหยิง “ต่อให้โดนเธอต่อย ฉันก็อยากบอกว่า เธอน่ารักยิ่งกว่าชิวอู๋จี๋ในจินตนาการของฉันซะอีก...”
ในที่สุดก็ได้ลูบหัวเธอเสียที อึดอัดมาตั้งแต่ต้นทาง รู้สึกโล่งเหมือนคนท้องผูกแล้วได้ปลดปล่อย ต่อให้โดนเธอตีตายก็ยอม
ผมของชิวอู๋จี๋ถูกรุกรานจนยุ่งเหยิง เธอเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยสายตาโกรธจัด
อยากจะต่อยเขา แต่ก็โดนคำพูดของเขาพาใจล่องลอยไปอีกทาง
จริงเหรอ?
ฉัน...น่ารัก? คำนี้ใช้กับฉันได้ด้วยเหรอ?
ไม่ใช่สิ ฉันน่ารักยิ่งกว่าชิวอู๋จี๋ในจินตนาการของเขาอีกเหรอ?
———