เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 103 รสเปรี้ยวหวานของเธอกับฉัน

บทที่ 103 รสเปรี้ยวหวานของเธอกับฉัน

บทที่ 103 รสเปรี้ยวหวานของเธอกับฉัน


ฉู่เกอจะมีจิตใจดีหรือเปล่านั้นยังไม่แน่ชัด แต่ที่แน่ ๆ คือชายคนนั้นลืมไปเสียสนิทว่าคืนนี้ตัวเองก็ต้องจองโรงแรมเหมือนกัน ความคิดในใจที่ถูกเปิดโปงจนหมดเปลือก ทำให้หญิงสาวก็เดินออกไปอย่างหัวเสีย ไม่รู้ต้องใช้เวลานานแค่ไหนถึงจะง้อให้หายโกรธได้

ฉู่เกอกับชิวอู๋จี๋ต่างก็แอบหัวเราะขบขันกับสีหน้าของชายผู้โชคร้ายนั่น ก่อนจะหันกลับมากินอาหารทะเลของตัวเองต่อ

ฉู่เกอน่ะจะมีเล่ห์เหลี่ยมอะไรได้ ก็แค่พักห้องเดียวกันอีกแล้ว ยังไงก็พักด้วยกันแทบทุกวันอยู่แล้วนี่นา ชิวอู๋จี๋เองก็ดูไม่ทุกข์ร้อนอะไร

เขาจะกล้าทำอะไรได้? ต่อให้กล้าก็เตะให้กระเด็นได้อยู่ดี

ชิวอู๋จี๋ไม่เพียงไม่ตื่นเต้น ยังเร่งเร้าอีกว่า “กินกันอิ่มแล้วใช่ไหม ไปดูโรงแรมกันหน่อยไหม?”

พนักงานเสิร์ฟที่เดินผ่าน เหลือบมองทั้งสองอย่างแปลกใจ  ก่อนจะรีบเดินจากไปแทบจะน้ำตาไหล

ฉู่เกอแปลกใจ “ดูเหมือนเธอก็กินไม่เยอะนี่ ไม่กินอีกหน่อยเหรอ?”

“อะไรที่มากเกินไปก็ไม่ดี” ชิวอู๋จี๋เช็ดปากอย่างใจเย็น ลุกขึ้นยืนพลางพูดช้า ๆ “ทุกครั้งที่ยังรู้สึกไม่เต็มอิ่ม จะได้มีเหตุผลให้คาดหวังถึงครั้งหน้า ถ้ากินจนจุใจไปแล้ว ครั้งหน้าก็จะไม่มีอะไรให้น่าตื่นเต้นอีก...”

“หืม...ไม่คิดว่าจะได้ฟังคำสอนจากอาจารย์” ฉู่เกอหัวเราะ “ไม่พูดถึงเหตุผลหรอก แต่เรื่องจริงคือเธอประหยัดเงินได้เยอะเลยนะ”

ชิวอู๋จี๋ถลึงตาใส่เขา นี่เขารู้ได้ยังไงว่าเราเป็นคนประหยัด?

ฮืออ...ปูเมื่อกี้แพงจะตาย กินไปใจยังเจ็บอยู่เลย

รู้งี้กลางคืนแอบลงทะเลไปจับปูเองกลับมาทำกินเองดีกว่า

“พูดมากจริง!” ชิวอู๋จี๋แกล้งดุ “รีบไปจ่ายเงินเลยนะ อยากรู้เหมือนกันว่าจะเสียดายเงินไหม!”

ฉู่เกอกลับไม่รู้สึกเสียดายเงินเลย ไม่ใช่เพราะตอนนี้เขารวยจนไม่สนค่าอาหารทะเล แต่เพราะเตรียมใจจะเปย์เต็มที่อยู่แล้ว พอเธอประหยัดให้ กลับกลายเป็นจ่ายน้อยกว่าที่คิดไว้เสียอีก...

แบบนี้คืนนี้จะจองโรงแรมดี ๆ หน่อยก็ได้นะ?

เขาหยิบมือถือขึ้นมาเปิดเสียนเฉิง (ชื่อแอปพลิเคชัน) ค้นหาดู ก็พบว่ามีโรงแรมออนเซ็นใกล้ ๆ ระดับดาวก็ดูดี...

ไม่รู้ว่าแทบทุกที่ต้องมีโรงแรมออนเซ็นหรือเปล่า แต่ฉู่เกอรู้ดีว่าแถวหนานเจียงนี่มีน้ำพุร้อนจริง ๆ ถ้าได้แช่คงจะดี ก่อนหน้านี้ที่ริมทะเลไม่ได้แช่น้ำร้อนก็รู้สึกเสียดาย ถ้าได้ลองแช่น้ำพุร้อนแท้ ๆ ก็คงไม่เลว...

แต่คงเป็นไปไม่ได้ที่จะได้แช่กับชิวอู๋จี๋...แค่ก คิดอะไรอยู่เนี่ย!

ไม่ใช่วันหยุด โรงแรมก็จองง่าย ห้องในแอปก็มีให้เลือกเยอะ ฉู่เกอเลยยังไม่รีบจอง คิดว่าจะไปดูของจริงก่อนค่อยตัดสินใจ

“เฮ้ย ฉู่เกอ ฉู่เกอ!” จู่ ๆ ชิวอู๋จี๋ก็ดึงชายเสื้อเขา “ทำไมที่นี่ถึงมีถังหูลู่ขายด้วยล่ะ?”

ฉู่เกอมองตาม เห็นข้างทางมีคุณตาคนหนึ่งตั้งเสาไม้พันฟางไว้ แล้วเสียบถังหูลู่เรียงเป็นแถวดูน่ารักทีเดียว

“ที่นี่เป็นเมืองเขตของกินเล่นแปลก ๆ แบบนี้เยอะจริง ๆ หนานเจียงก็มีนะ แต่ต้องไปหาในตรอกเก่า ๆ ในเมืองเก่า อวี่หวานโหย่วเหยียน (เกี๊ยวหมูแบบฝูเจี้ยน) ของแท้ ก็ต้องเข้าไปกินในซอยเล็ก ๆ ถึงจะได้รสชาติจริง ๆ”

แต่ชิวอู๋จี๋ไม่สนของกินพื้นเมืองอะไรหรอก เธอตื่นเต้นรีบลากเขาไปที่ถังหูลู่ “ไม่อยากเชื่อเลยว่าโลกนี้ก็มีถังหูลู่ด้วย!”

ฉู่เกอชะงักไปนิด คิดถึงที่เธอเคยเขียนไว้ในอัตชีวประวัติ ว่าเด็กหญิงตัวน้อยนั่งแกว่งขาเปื้อนดินอยู่ริมคันนา เฝ้ารอพ่อค้าหาบเร่มาขายลูกอม

ที่แท้ตอนนั้นเธอก็มีถังหูลู่กินเหมือนกันสินะ ถังหูลู่สมัยนี้กับเมื่อก่อนคงต่างกันแค่จ่ายเงินด้วยการสแกนมือถือก็พอ

ชิวอู๋จี๋หยิบมือถือขึ้นมาสแกนจ่ายเงินซื้อถังหูลู่มา 1 ไม้ แล้วเอียงหัวคิดแป๊บ ก่อนจะสแกนอีกครั้งซื้อมาอีก 1 ไม้

ฉู่เกอนึกว่าเธอจะกินสองไม้เสียอีก ที่ไหนได้ ชิวอู๋จี๋ยื่นไม้หนึ่งมาให้เขาอย่างน่ารัก “อันนี้ของนาย คนละอัน”

ฉู่เกออยากจะลูบหัวเธอใจจะขาด

มือก็เผลอยกขึ้นแล้ว แต่ก็ต้องเก็บกลับมาอย่างเก้อเขิน รับถังหูลู่มาแทน

ชิวอู๋จี๋เหมือนจะดูออกว่าเขาคิดอะไรอยู่ เธอเบ้ปาก สะบัดหางม้า เดินเลียถังหูลู่ไปอย่างไม่สนใจ

ฉู่เกอก็ได้แต่เดินตามเงียบ ๆ คนละไม้ ไม่พูดอะไร ชิวอู๋จี๋เหมือนกำลังย้อนรำลึกถึงรสชาติในวัยเด็ก ส่วนฉู่เกอก็กำลังลิ้มรสความรู้สึกของชิวอู๋จี๋

ยามค่ำคืนในเมืองเขต แสงไฟข้างทางทอดเงาบนตัวทั้งสอง แม้มองไม่ชัด แต่ท่วงท่ากลับคล้ายกันราวกับเงาสะท้อน

จนกระทั่งถึงหน้าโรงแรมออนเซ็น ทั้งสองก็ยังไม่ได้พูดอะไร เมื่อเดินถึงประตู ก็หยุดพร้อมกัน พอประตูอัตโนมัติเปิดก็เดินเข้าไปพร้อมกันอีก

ความพร้อมเพรียงนี้ ทำเอาพนักงานสาวที่เคาน์เตอร์ข้ามขั้นตอนถามจำนวนห้องไปเลย “สองท่านจะรับห้องเตียงใหญ่หรือห้องแยกเตียงคะ?”

ชิวอู๋จี๋ไม่รู้ว่าห้องเตียงใหญ่กับห้องแยกเตียงต่างกันยังไง เธอจึงกลับไปใช้วิธีเดิมตอนเพิ่งมาถึงโลกนี้ คือเงียบแล้วปล่อยให้ฉู่เกอเป็นคนจัดการ

ฉู่เกอลังเลอยู่ในใจ

แน่นอนว่าเขาอยากได้ห้องเตียงใหญ่ แต่คาดว่าผลลัพธ์คงถูกเตะลงไปนอนพื้น สุดท้ายเลยคิดว่าขอห้องแยกเตียงดีกว่า  อย่างน้อยก็ถือว่าก้าวหน้าได้อยู่ห้องเดียวกันแล้วไม่ใช่เหรอ?

คิดได้ดังนั้นก็กลั้นใจตอบอย่างเด็ดขาด “ผมดูเป็นคนแบบนั้นเหรอ? เอาห้องแยกเตียงสิ!”

ชิวอู๋จี๋ได้ยินก็พยักหน้า ห้องแยกเตียงฟังดูสมเหตุสมผลกว่าห้องเตียงใหญ่...เดี๋ยวนะ หมายความว่ายังไง สรุปว่าหมายถึงอยู่ห้องเดียวกันเหรอ?

“เดี๋ยว ๆ!” ชิวอู๋จี๋รีบโผล่หน้าไปดู เห็นฉู่เกอหยิบบัตรประชาชนออกมาลงทะเบียนเรียบร้อยแล้ว

ชิวอู๋จี๋ขัดใจ “ฉันก็มีบัตรประชาชนนะ ฉันก็จะ...”

ยังพูดไม่ทันจบก็เห็นราคา 688

ชิวอู๋จี๋เงียบไปทันที

แพงกว่าปูเมื่อกี้อีก

พนักงานหญิงหน้าเคาน์เตอร์เงยหน้ามองเธอ “บัตรประชาชนของคุณต้องลงทะเบียนอยู่แล้วค่ะ...สมัยนี้คนกล้าทำอะไรเองแบบนี้ไม่ค่อยมีแล้วนะคะ”

เดินเข้ามาพร้อมกัน แทะถังหูลู่เข้ามาพร้อมกัน จะมาแยกห้องอีกเหรอ? คงไม่ใช่ความหมายแบบนั้นมั้ง...

ชิวอู๋จี๋จึงยื่นบัตรประชาชนให้เงียบ ๆ

นี่เป็นครั้งแรกที่ใช้บัตรประชาชนในโลกนี้ ทำไมรู้สึกแปลก ๆ ก็ไม่รู้ คิดถึงตอนที่เคยอยากทำเรื่องไม่ดี แต่กังวลเพราะไม่มีตัวตนในโลกนี้ สรุปบัตรประชาชนมันมีไว้สำหรับทำเรื่องไม่ดีจริง ๆ เหรอเนี่ย?

ฉู่เกอเองก็ยืนงง ๆ ข้าง ๆ ไม่แน่ใจว่าควรจะเสียใจดีไหม

ตอนแรกตั้งใจจะแค่แวะมาดูโรงแรมออนเซ็นก่อนค่อยตัดสินใจ ที่ไหนได้ โดนถามแค่ประโยคเดียว สมองก็คิดแต่เรื่องจะเอาเตียงใหญ่หรือเตียงแยก...เฮ้อ

ช่างเถอะ ได้อยู่ห้องเดียวกันสำคัญกว่าได้แช่น้ำพุร้อนอีก!

แล้วพนักงานหญิงหน้าเคาน์เตอร์ก็เสริมขึ้นมาอีกว่า “ถ้าทั้งสองท่านอยากแช่น้ำพุร้อน โทรเรียกที่เคาน์เตอร์ได้เลยนะคะ เราจะส่งถังไม้สำหรับแช่น้ำพุร้อนไปให้ถึงห้อง...”

ฉู่เกอไม่เคยเชื่อหรอกว่าน้ำในถังไม้นั่นคือน้ำพุร้อนจริง ๆ แต่ก็ยังดีกว่าไม่มีอะไรเลย...

ฉู่เกอรับคีย์การ์ดมาเงียบ ๆ ทั้งเขาและชิวอู๋จี๋ต่างก็มีความคิดในใจ...เอ่อ ต่างคนต่างคิดอะไรอยู่คนละเรื่อง เดินไปที่ลิฟต์ด้วยกัน

จากนั้นก็กินถังหูลู่หมดไม้พร้อมกัน แล้วก็โยนไม้ไผ่ลงถังขยะหน้าลิฟต์พร้อมกันอีก ก่อนจะเงยหน้ามองตัวเลขหน้าลิฟต์ขึ้นพร้อมกัน

“ทำไมต้องทำเหมือนฉันทุกอย่างเลย!” ชิวอู๋จี๋กัดฟันถาม

ฉู่เกอ “...ฉันก็อยากถามเธอเหมือนกัน”

แขกที่รอลิฟต์อยู่ข้าง ๆ ต่างก็แอบอมยิ้มมองทั้งคู่ สีหน้าแต่ละคนดูใจดีราวกับป้า ๆ ใจดี ทั้งสองเลยเริ่มรู้สึกเขิน ต่างคนต่างหันหน้าหนี ไม่พูดอะไรอีก

พอเข้าห้อง ฉู่เกอเสียบคีย์การ์ดไฟก็สว่างขึ้นทันที

ชิวอู๋จี๋ปิดประตูดังปัง แล้วคว้าคอเสื้อฉู่เกอกดติดผนัง “ก็เพราะนายแหละ ทำให้ฉันกินถังหูลู่ยังไม่รู้รสชาติเลย!”

ฉู่เกอเม้มปาก ก่อนจะหัวเราะออกมา “แต่ฉันน่ะ ลิ้มรสได้เต็มที่เลยนะ อยากฟังไหม?”

ชิวอู๋จี๋ชะงัก “อะไร?”

“หวาน ๆ เปรี้ยว ๆ” ฉู่เกอพูดเสียงนุ่ม “เหมือนกับความรู้สึกในใจฉันเลย”

ชิวอู๋จี๋นิ่งอึ้งไปพักใหญ่ ก่อนจะปล่อยคอเสื้อเขาแล้วสะบัดหน้าหนี “ฮึ!” เดินเข้าไปในห้อง

มองดูเตียงคู่สองเตียงที่วางเรียงกัน ชิวอู๋จี๋ทำหน้ารังเกียจ “คืนนี้ฉันจะไปลงทะเล นายก็นอนอยู่ตรงนี้ไปเถอะ!”

นี่แหละคือเหตุผลที่ยอมอยู่ห้องเดียวกัน?

ฉู่เกอหัวเราะเบา ๆ “ถ้าเป็นแบบนั้น ห้องนี้ก็เสียเปล่าสิ...เพราะฉันจะไปกับเธอด้วย”

ชิวอู๋จี๋มองเขาด้วยสายตาดูถูก “นายจะช่วยอะไรได้?”

“ถึงจะทำได้แค่เป็นกองเชียร์ ฉันก็ไม่ยอมอยู่เฉย ๆ ปล่อยให้เธอไปเสี่ยงคนเดียวหรอก” ฉู่เกอเดินเข้ามา เผลอจะยื่นมือไปลูบหัวเธออีก แต่ก็ต้องอดใจไว้

ชิวอู๋จี๋มองเขาตรง ๆ “นายอยากลูบหัวฉันใช่ไหม เมื่อกี้ก็ทีนึง ตอนนี้ก็อีกที”

ฉู่เกอกัดฟัน “ใช่”

พูดจบก็ยื่นมือไปลูบหัวเธอ ยีผมจนยุ่งเหยิง “ต่อให้โดนเธอต่อย ฉันก็อยากบอกว่า เธอน่ารักยิ่งกว่าชิวอู๋จี๋ในจินตนาการของฉันซะอีก...”

ในที่สุดก็ได้ลูบหัวเธอเสียที อึดอัดมาตั้งแต่ต้นทาง รู้สึกโล่งเหมือนคนท้องผูกแล้วได้ปลดปล่อย ต่อให้โดนเธอตีตายก็ยอม

ผมของชิวอู๋จี๋ถูกรุกรานจนยุ่งเหยิง เธอเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยสายตาโกรธจัด

อยากจะต่อยเขา แต่ก็โดนคำพูดของเขาพาใจล่องลอยไปอีกทาง

จริงเหรอ?

ฉัน...น่ารัก? คำนี้ใช้กับฉันได้ด้วยเหรอ?

ไม่ใช่สิ ฉันน่ารักยิ่งกว่าชิวอู๋จี๋ในจินตนาการของเขาอีกเหรอ?

———

จบบทที่ บทที่ 103 รสเปรี้ยวหวานของเธอกับฉัน

คัดลอกลิงก์แล้ว