- หน้าแรก
- นางเอกจากนิยายหลุดมาในชีวิตจริง ทำไงดี!?
- บทที่ 28 โลกที่ค่อย ๆ เปิดกว้าง
บทที่ 28 โลกที่ค่อย ๆ เปิดกว้าง
บทที่ 28 โลกที่ค่อย ๆ เปิดกว้าง
ชายร่างผอมในชุดดำคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้นที่ประตู มือกำมีดสั้นไว้แน่น เขาค่อย ๆ ย่องไปทางห้องอย่างเงียบเชียบ ดวงตากวาดมองไปรอบ ๆ เต็มไปด้วยความระแวดระวังและดุร้าย
บ้านหลังนี้พอเดินเข้ามาก็จะเห็นห้องนอนเล็กก่อน ประตูไม่ได้ปิด เขาแค่ชำเลืองตามองก็ถึงกับตะลึงงัน
หญิงสาวผู้หนึ่งงามเลิศในปฐพี สวมชุดนอนลายน่ารัก นั่งขัดสมาธิหลับตาอยู่ริมเตียง
น้ำลายของชายคนนั้นแทบจะไหลออกมา สวยอะไรขนาดนี้...
จากนั้นก็เปลี่ยนเป็นอาการตื่นเต้นปนดีใจแทบคลั่ง
นี่ไม่ใช่คนที่เขาต้องมาตามหา อาจจะเข้าห้องผิดก็ได้...แต่โชคครั้งนี้มันช่างเหนือความคาดหมายดีจริง ๆ!
เขาย่องเท้าเข้าไปใกล้ยิ่งกว่าเดิม ดวงตาแดงก่ำด้วยความตื่นเต้น
แต่ในจังหวะนั้นเอง หญิงสาวบนเตียงก็ลืมตาขึ้นมาด้วยแววตาเย็นเยียบ
แสงวาบขึ้นมาในห้องเหมือนสายฟ้าผ่า
ชายชุดดำเหมือนตกลงไปในฝันร้ายที่น่าสะพรึงกลัวที่สุด ร่างกายขยับไม่ได้ เอ่ยปากร้องก็ไม่ออก หายใจก็ไม่ได้ ราวกับหลุดเข้าไปในนรกของผีร้าย
ทันใดนั้นเอง มีเสียงฝีเท้าดังมาจากข้างหลัง ก่อนจะมีไม้กวาดฟาดเข้าที่หลังศีรษะของเขาอย่างแรง ชายชุดดำพยายามจะยกมือป้องกันแต่ขยับไม่ได้เลย ใบหน้าเต็มไปด้วยความหวาดกลัวก่อนจะล้มฟุบลงกับพื้น
นี่มันอะไรกัน เวทตรึงร่างเหรอ?
หญิงสาวบนเตียงหันไปมองด้านหลัง รังสีสังหารที่เย็นเฉียบแปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มในทันที
ฉู่เกอถือไม้กวาด เดินเข้ามาทางชายที่ล้มอยู่กับพื้นแล้วฟาดซ้ำอีกชุดใหญ่ พลางถามด้วยความตื่นเต้นปนกังวล “ไม่เป็นไรใช่ไหม?”
ชิวอู๋จี้อยากจะขำ “ถามใครน่ะ?”
“เอ่อ...” ฉู่เกอหยุดมือไป พลันนึกได้ว่าตัวเองควรกังวลเรื่องความปลอดภัยของขโมยมากกว่าของชิวอู๋จี้...ต่อให้ตอนนี้ร่างนี้จะอ่อนแอลงแค่ไหน เธอก็ยังเป็นผู้ฝึกเซียน แถมยังเป็นร่างแยกของสุดยอดจอมยุทธ์! แล้วตัวเองจะตื่นเต้นไปทำไมเนี่ย...
รอยยิ้มของชิวอู๋จี้กลับยิ่งลึกซึ้ง “เขาเดินทะลุประตูเข้ามา เสียงเบาขนาดนั้น เจ้ายังจับสัญญาณได้อีกเหรอ?”
“อืม เพราะยังไม่นอน...ได้ยินเสียงผิดปกตินิดหน่อยก็เลยระวังตัว”
ที่จริงเพราะมัวแต่จับตาดูเสียงฝั่งข้างห้องอยู่มากกว่า...ชิวอู๋จี้คิดในใจ แต่ไม่ได้พูดออกมา ตัวเองเป็นแค่นักเขียนที่แรงไม่มีจะสู้ไก่ ยังปวดเมื่อยไปทั้งตัวอยู่เลย แต่พอเกิดเรื่องก็รีบคว้าไม้กวาดวิ่งเข้ามาแบบนี้...รู้สึกประหลาดดีเหมือนกัน
เธอเอ่ยเสียงเรียบ “ระวังตัวหน่อยสิ ตัวเองก็ไม่เก่งอะไร แถมเขายังมีมีด...จะไปจับขโมยอะไรนักหนา ไม่รักชีวิตหรือไง”
ฉู่เกอหน้าแดงก่ำ พูดเสียงดัง “นี่มันหน้าที่ของผู้ชาย!”
“เหอะ...” ชิวอู๋จี้มองเขาตั้งแต่หัวจรดเท้าสักพัก ก่อนจะก้มลงมองขโมยที่นอนอยู่
ฉู่เกอก็มองขโมยบนพื้นด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์
ชายชุดดำร้องไห้จนหน้าตาเปื้อนน้ำตา ในใจตะโกน—ในที่สุดพวกเขาก็นึกขึ้นได้ว่ามีคนอยู่บนพื้นด้วยเหรอ? คู่รักคู่นี้มันยังไงกันแน่ นี่คือสภาพที่ขโมยโดนจับควรได้รับเหรอ? คิดไว้ตั้งหลายร้อยวิธีว่าจะตายยังไง ไม่เคยนึกว่าจะเป็นแบบนี้...
ชิวอู๋จี้หันไปถามฉู่เกอ “ที่นี่ถ้าจับขโมยได้ ปกติทำยังไง? ฆ่าได้เองเลยไหม หรือว่าต้องส่งตำรวจ?”
ชายชุดดำ: “?”
ฉู่เกอรีบตอบ “ต้องส่งตำรวจ ห้ามฆ่านะ!”
ชิวอู๋จี้ถามต่อ “ถ้าเขากลายเป็นคนปัญญาอ่อนล่ะ?”
ฉู่เกอ “หา?”
ชิวอู๋จี้พูดอย่างไม่รู้สึกผิด “ฉันว่าจะลองค้นวิญญาณดู”
ฉู่เกอ “...อย่าเลย ถ้าเขากลายเป็นปัญญาอ่อนขึ้นมา จะอธิบายยังไงล่ะ โดนหาว่าทำร้ายคนเปล่า ๆ ถามเอาก็พอแล้ว”
“ถ้าไม่ยอมพูดล่ะ?” ชิวอู๋จี้จริงจัง “ลองดูได้นะ เขาอ่อนแอขนาดนี้ ฉันอาจจะค้นได้โดยไม่ทำร้ายวิญญาณ แต่ก็ไม่รับประกัน...”
ยังพูดไม่ทันจบ ชายชุดดำก็ร้องเสียงหลง “อยากรู้อะไรถามมาเลยครับ! ผมพูดเอง! จะบอกหมดเลย!”
กับคนที่มองปราดเดียวก็ทำให้คนตรึงร่างได้แบบนี้ ใครมันจะกล้าเสี่ยงว่าพูดจริงหรือขู่เล่น ถ้าโดนค้นวิญญาณจนกลายเป็นคนปัญญาอ่อนจริง ๆ สู้ไปนอนคุกยังจะดีกว่า!
ชิวอู๋จี้มองตาเขาตรง ๆ รอยยิ้มที่พูดคุยกับฉู่เกอเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นเย็นยะเยือก “เวทเดินทะลุกำแพงของนายได้มายังไง?”
ชายชุดดำ “...”
สนใจแต่เรื่องนี้เหรอ? ไม่ใช่ควรถามก่อนเหรอว่ามาทำอะไรที่นี่?
เห็นเขาอึกอัก ชิวอู๋จี้ก็ปล่อยรังสีสังหาร ดรรชนีขาวราวหยกจะกดลงที่หน้าผากเขา
ชายชุดดำไม่สงสัยเลยว่าผู้หญิงคนนี้กล้าฆ่าคนจริง ๆ เขาร้องไห้เสียงดัง “มันเป็นพรสวรรค์ที่ตื่นขึ้นมาเองครับ...มีคนแบบผมอีกเยอะ...”
ชิวอู๋จี้ชะงักปลายนิ้ว เงยหน้ามองสบตากับฉู่เกอ
มีคนแบบนี้อีกเยอะ?
พลังวิญญาณฟื้นคืน? คนตื่นพลังพิเศษ?
ฉู่เกอถาม “เยอะขนาดไหน? ฉันอยู่มากว่าสามสิบปีไม่เห็นรู้เรื่องเลย?”
ชายชุดดำรีบเออออ “จริง ๆ แล้วมีน้อยมาก ๆ คนธรรมดาไม่รู้หรอกครับ...คนที่พลังเพิ่งตื่นใหม่ ๆ อย่างคุณก็เป็นเรื่องปกติที่จะไม่เจอใครเหมือนกัน แต่พอเวลาผ่านไป มันก็จะมีเหตุการณ์บางอย่างที่เชื่อมโยงกัน แล้วก็เริ่มมีสังคมของแต่ละกลุ่มขึ้นมา...”
เหมือนอย่างตอนนี้ไงล่ะ
ฉู่เกอสบตากับชิวอู๋จี้อีกครั้ง ก่อนจะถามในที่สุด “นายมีพลังเดินทะลุกำแพง แต่กลับเอามาใช้ขโมยของ? กลุ่มของนายมันดูไฮโซดีนะ?”
“ขโมยของ?” ชายชุดดำลังเลไปครู่หนึ่ง ไม่ตอบ
ปลายนิ้วของชิวอู๋จี้เริ่มเปล่งแสงน่ากลัวขึ้นมา
“อย่า ๆ อย่าค้นวิญญาณ! ผมพูดแล้ว!” เขาร้องไห้เสียงสั่น “ผมมาตามหาศัตรูครับ แค่รู้ว่าเธออยู่แถบนี้ ไม่รู้ห้องไหน เลยต้องหาไปทีละห้อง...”
ฉู่เกอหรี่ตามองเขาอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะพูดขึ้น “หมอนี่โกหกนะ อัดมัน”
ชิวอู๋จี้ไม่ทันคิดว่าเขาตัดสินได้ยังไงว่าหมอนี่โกหก แต่พอฉู่เกอพูด เธอก็เงื้อมือใช้ฝ่ามือวิเศษฟาดเข้าใส่ทันที
ฟาดทีเดียวฟันของชายชุดดำกระเด็นออกหนึ่งซี่ หน้าเขาบวมเป่งเลือดเต็มปาก “ผมบริสุทธิ์นะ! พูดจริงทุกอย่าง!”
“ยังจะหลอกอีก” ฉู่เกอแค่นเสียงเยาะ “ใครมันจะมาหาเป้าหมายบ้านต่อบ้านตอนกลางวันแสก ๆ ไม่ใช่ควรเป็นกลางคืนเหรอ? ไม่ใช่ทุกคนหรอกนะที่นอนกลางวัน แสดงว่านายรู้อยู่แล้วว่าคนที่ตามหาต้องไม่อยู่บ้าน หรือถ้าอยู่ก็กำลังหลับ นายถึงเลือกเวลานี้ เป้าหมายมันชัดเจน ไม่ใช่ว่าสุ่มหา”
ใบหน้าชายชุดดำเปลี่ยนสี ชิวอู๋จี้เองก็ชะงักไปเล็กน้อย อดชมฉู่เกอไม่ได้ มือวิเศษฟาดซ้ำอีกที “ใกล้ตายแล้วยังจะโกหก!”
ฉู่เกอกอดอกยืนมองชายชุดดำที่ถูกฟาดจนเลือดอาบหน้า ร้องโหยหวนอย่างเวทนา ก่อนจะรู้สึกเจ็บแก้มตัวเองนิด ๆ
ผู้หญิงคนนี้นี่มันดุจริง ๆ...ตัวเองรอดตายมาได้ก่อนหน้านี้ถือว่าโชคดีสุด ๆ
คงเพราะหน้าตาดี เธอเลยไม่กล้าตีแรง
“พูดแล้ว ๆ ...” ชายชุดดำร้องไห้สะอึกสะอื้น “ผมมาจัดการ ‘เยว่หยิง’ ...ผมเคยสะกดรอยตามเธอ ลิฟต์หยุดที่ชั้นนี้แต่ผมไม่กล้าเดินตามติด...”
ในหัวของฉู่เกอพลันนึกถึงเด็กสาวที่อยู่ห้องตรงข้าม
กลางวันไม่ค่อยออก นอนดึก กลับบ้านมีกลิ่นเหล้า แถมหัวแตก
เป็นเธอเหรอ?
“เธอทำงานอะไร?”
“ใต้ดิน...ต่อยมวยเถื่อน...เธอชนะเยอะเกินไปจนมีคนไม่พอใจ...แล้วก็มีคนสงสัยว่าเธอรับงานฆ่าคนด้วย มีคดีที่เกี่ยวข้องกับเธอ...”
ฉู่เกอเม้มปาก รู้สึกเหมือนเรื่องมันจะหลุดกรอบความจริงไปใหญ่
สมัยนี้นี่ยังมีพวกต่อยมวยเถื่อน นักฆ่า แถมยังเป็นสาวสวยที่อยู่ห้องตรงข้ามตัวเองอีก
โชคดีนะที่ตัวเองกับจางฉีเหรินแค่จินตนาการเล่น ๆ ว่าจะไปจีบเขา ถ้าคนรู้เข้าคงโดนฟาดจนขยับไม่ได้แน่
เอาเถอะ ไหน ๆ ตัวละครนางเอกยังโผล่ออกมาจากในนิยายแล้ว เรื่องเหนือจริงขนาดไหนก็คงไม่แปลก ฉู่เกอถามต่อโดยไม่รู้ตัว “นักฆ่ามีจริงเหรอ? ทำไมไม่เคยได้ยินข่าวคนถูกฆ่า...”
พูดไปครึ่งประโยคก็เงียบลง
คดีเสียชีวิต หายตัว ทุกวันมันก็เยอะอยู่แล้ว ตำรวจก็ไม่ได้เปิดเผยทุกคดีนี่ คนธรรมดาจะไปรู้อะไร? เหมือนมวยใต้ดินนั่นแหละ อยู่มาตั้งนานก็เจอแต่ในนิยาย
เขาเงยหน้าขึ้นสบตากับชิวอู๋จี้อีกครั้ง เหมือนเธอจะรู้ว่าเขาคิดอะไร จึงเอ่ยเสียงต่ำ “อยากไปดูในวงการพวกนั้นไหม?”
ฉู่เกอลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แต่ก็ส่ายหน้า “ไม่รู้ระดับพลังของฝ่ายนั้น เราอย่าไปยุ่งดีกว่า ทำเป็นไม่รู้ดีที่สุด เธอลบความทรงจำหมอนี่ช่วงหลัง ๆ ได้ไหม? เดี๋ยวฉันจะเอาไปส่งตำรวจ”
ชิวอู๋จี้มองเขาโดยไม่พูดอะไร
ตามความคิดเธอแล้ว เรื่องแค่นี้ไม่เห็นต้องกลัว ออกจะน่าสนใจด้วยซ้ำ ถ้าเข้าไปเกี่ยวข้องเร็วก็จะได้เข้าใจโลกเหนือมนุษย์นี้เร็วขึ้น พวกกลุ่มลับวงในแบบนี้ เรื่องสร้างตัวตนปลอม ๆ อะไรก็ไม่ใช่ปัญหา ดีกว่านั่งเบื่ออยู่บ้านเยอะ
แต่ดูชัดเจนว่าฉู่เกอไม่อยากเปลี่ยนแปลงชีวิตปกติอย่างกะทันหัน
ก่อนหน้านี้เธอไม่ร้อนใจ ฉู่เกออยากเร่งเรื่องต่าง ๆ ให้เร็วขึ้น ตอนนี้กลับกลายเป็นฉู่เกออยากถอย เธอกลับอยากเดินหน้า
เพราะมุมมองต่อเหตุการณ์ต่างกันอย่างสิ้นเชิง
ทั้งสองมองหน้ากันอยู่นาน ชิวอู๋จี้จึงยิ้มบาง ๆ “ได้ ตามใจเจ้า ลบความทรงจำช่วงสั้น ๆ ไม่น่ามีปัญหา...ถึงแค่ก่อนเขาเดินเข้าประตูละกัน ตื่นมาก็ไม่รู้ว่าตัวเองโดนอะไร จู่ ๆ ก็ถูกจับซะงั้น...”
ฉู่เกอถอนหายใจ หยิบมือถือขึ้นมาคิดว่าจะโทร 110 หรือโทรหาหลินอู่หยางดี
ชิวอู๋จี้ฟาดหน้าชายชุดดำอีกที “เอาเงินกับของมีค่าทั้งหมดออกมา! ข้าอยู่ในโลกมนุษย์มาตั้งนาน อดทนไม่ออกไปปล้นเอง ยังจะมีคนเอามาส่งถึงที่อีก!”
ชายชุดดำ “?”
ฉู่เกอ “...”