- หน้าแรก
- เลือกฮีโร่คลาส C ผมโดนชาวเน็ตบูลลี่มาสามปีเต็ม
- บทที่ 35: ความสิ้นหวังของถังจื่อเฉิน!
บทที่ 35: ความสิ้นหวังของถังจื่อเฉิน!
บทที่ 35: ความสิ้นหวังของถังจื่อเฉิน!
บทที่ 35: ความสิ้นหวังของถังจื่อเฉิน!
ถังจื่อเฉินที่กำลังหลับสบายๆ อยู่ จู่ๆ ก็ลืมตาแล้วลุกขึ้นยืน!
แถมใบหน้ายังเคร่งขรึมจริงจัง
เฉินเย่เห็นดังนั้น ก็รู้ทันทีว่า ต้องมีอะไรบางอย่างกำลังเข้ามาใกล้แน่ๆ
"มีคนมาเหรอ?"
"ใช่ จำนวนไม่น้อยเลย..."
เสียงคนเดิน กับเสียงผีดิบกระโดด แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ถังจื่อเฉินย่อมแยกแยะออกได้อย่างแน่นอน
เมื่อครู่ตอนถังจื่อเฉินนอนอยู่ หูเธอแนบกับพื้นพอดี ก็เลยได้ยินเสียงเคลื่อนไหว
หยุดไปครู่หนึ่ง ถังจื่อเฉินก็พูดด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียดว่า "พวกเราโดนล้อมแล้ว"
คราวนี้ แม้แต่เฉินเย่ก็รู้แล้วว่าไม่ปกติ
แต่เขาก็ไม่ได้ตื่นตระหนกอะไร
ด้วยความแข็งแกร่งของเขาในตอนนี้ นอกจากจะเจอถังจื่อเฉินสักหลายสิบคน ควบคุมมีดบินโลหะผสมรุมถล่มเขาพร้อมกัน ถึงจะสร้างความคุกคามให้เขาได้
ในมิติประหลาดจะมีถังจื่อเฉินเป็นสิบๆ คนได้ยังไงกัน?
ครู่ต่อมา...
รอบๆ ก็มีเงาร่างคนปรากฏขึ้นมาไม่หยุด มีคนเดินออกมาจากพงหญ้าข้างๆ ทั่วทุกทิศทุกทาง
ถังจื่อเฉินพูดถูก
เธอกับเฉินเย่ โดนล้อมไว้จริงๆ ด้วย
เฉินเย่กวาดตามองไปรอบๆ ในใจก็ประเมินว่า จำนวนคนที่ล้อมพวกเขาอยู่ อย่างน้อยก็เป็นร้อยคน
จู่ๆ ก็มีคนโผล่มาเยอะขนาดนี้ แถมยังมาล้อมพวกเขาไว้อีก เห็นได้ชัดว่ามาอย่างไม่เป็นมิตร!
"ถังจื่อเฉินซัง สวัสดีตอนเย็นครับ!"
ไอ้หนุ่มยุ่นคนหนึ่ง ยิ้มแล้วเอ่ยปาก "พวกเราเจอกันอีกแล้วนะครับ"
เฉินเย่มองไปทางไอ้หนุ่มคนนั้น ก็จำได้ทันทีว่า อีกฝ่ายก็คือไอ้เวรตะไลที่เมื่อหลายวันก่อน เอาผลไม้ป่าสองสามลูกมาคิดจะแลกปลากับพวกเขานั่นเอง
เขาโคตรจะจนปัญญาเลย
ทำไมพวกตัวร้ายถึงได้ชอบพูดมากกันจังวะ?
จะลงมือก็รีบๆ ลงมือสิ
ยังจะมาทักทายอะไรกันอีก?
ไม่รู้หรือไงว่าตัวร้ายส่วนใหญ่ตายเพราะพูดมากเนี่ยหา?
"พวกคุณจะทำอะไร? ทำไมต้องมาล้อมพวกเราด้วย?"
ใบหน้าสวยของถังจื่อเฉินเคร่งขรึมจริงจังมาก
เธอไม่ได้มีพลังเหมือนเฉินเย่ ย่อมไม่มีทางจะชิลล์ได้ขนาดนั้น
ไอ้หนุ่มคนนั้นกำลังจะยิ้มแล้วพูดอะไรบางอย่าง...
เฉินเย่จู่ๆ ก็พูดตัดบทขึ้นมา:
"เดี๋ยวก่อน!"
จากนั้น...
ท่ามกลางสายตาที่เต็มไปด้วยความงุนงงของทุกคน เขาก็เปิดกระเป๋า หยิบมือถือออกมาเปิดเครื่อง เล็งกล้องไปทางไอ้หนุ่มคนนั้น แล้วเปิดโหมดถ่ายวิดีโอ
ใช่แล้ว
เฉินเย่พกมือถือเข้ามาด้วย
เพราะในมิติประหลาดไม่มีสัญญาณ มือถือของเขาก็เลยปิดเครื่องไว้ตลอด ตอนนี้เปิดเครื่องขึ้นมา แบตเตอรี่ยังเหลืออยู่ครึ่งหนึ่งเลย
"เอาล่ะ แกพูดต่อได้แล้ว..."
ไอ้หนุ่มยุ่นอึ้งไป ก่อนจะหัวเราะลั่น
"ฉันรู้ว่าแกคือใคร ได้ยินว่าตอนไลฟ์สด แกผสานกับฮีโร่ระดับ C ใช่ไหม? ฉันนับถือในความกล้าของแกจริงๆ... แกเอามือถือถ่ายพวกเราไว้ กะจะเก็บไว้เป็นหลักฐานงั้นเหรอ?"
ไอ้หนุ่มยุ่นพูดไปหัวเราะไป "ไอ้โง่เอ๊ย! ต้องรอดชีวิตออกไปได้ วิดีโอในมือแกถึงจะเป็นหลักฐานได้ น่าเสียดาย แกกับแฟนสาวของแก กำลังจะต้องมาตายอยู่ที่นี่แล้ว"
ดูเหมือนไอ้หนุ่มคนนี้ จะมั่นใจว่าตัวเองชนะแน่แล้ว ก็เลยพูดเป้าหมายของตัวเองออกมาอย่างไม่ปิดบัง แถมยังไม่คิดจะห้ามเฉินเย่ถ่ายวิดีโอเลยสักนิด
สำหรับพฤติกรรมของไอ้หนุ่มคนนี้ เฉินเย่ขอประเมินด้วยคำสองคำ...
ปัญญาอ่อน!!
เฉินเย่ไม่ได้พูดอะไร เพียงแต่ถือมือถือถ่ายวิดีโอไปเรื่อยๆ แถมยังค่อยๆ หมุนกล้องไปรอบๆ ถ่ายทุกคนเก็บไว้จนหมด
เขากำลังกลุ้มใจอยู่เลยว่าจะไปหาผีดิบจำนวนมากมาฆ่าได้ยังไง!
ไอ้พวกนี้ก็ดันมาส่งถึงที่ซะงั้น
ในเมื่อพวกมันเป็นฝ่ายมาหาเรื่องก่อนเอง งั้นเดี๋ยวเขาป้องกันตัวเกินกว่าเหตุไปหน่อย ก็คงจะสมเหตุสมผลดีใช่ไหมล่ะ?
"พวกคุณมาเพื่อฉันใช่ไหม?"
ถังจื่อเฉินดูเหมือนจะรู้ตัวแล้วว่าเรื่องเป็นอย่างไร
ไอ้หนุ่มยุ่นพยักหน้า "ใช่แล้ว แต่ละทีมที่อยู่ที่นี่ ก็เป็นตัวแทนของประเทศหนึ่ง พวกเขาก็เหมือนกับพวกเรา ไม่ต้องการให้ประเทศเซี่ยของพวกคุณ มีคุณหญิงฉินคนที่สองเกิดขึ้นมาอีก"
พอได้ยินคำพูดนี้ ใบหน้าสวยของถังจื่อเฉินก็ซีดเผือดลงไปหลายส่วน
สายตาเธอกวาดมองไปรอบๆ คนเหล่านี้ หลายคนในมือถึงกับถือโล่โลหะผสม เห็นได้ชัดว่าเตรียมมาเพื่อรับมือกับความสามารถของเธอโดยเฉพาะ
นี่คือแผนลอบสังหารที่วางแผนมาอย่างดี!
เป้าหมายคือเธอ!
ดูจากท่าทางแล้ว ถังจื่อเฉินก็เข้าใจดีว่า คืนนี้ถ้าไม่มีปาฏิหาริย์เกิดขึ้น เธอก็คงจะรอดได้ยากแล้ว
เธอเม้มปากแน่น ทันใดนั้นก็เอ่ยปากขึ้นว่า "เพื่อนร่วมทีมของฉันเขาบริสุทธิ์ ปล่อยเขาไปได้ไหม?"
คำถามนี้...
ช่างโง่เขลาเสียจริง
ด้วยสติปัญญาของถังจื่อเฉิน ไม่น่าจะพูดออกมาได้เลยนะ
เธอแค่ไม่อยากจะลากเฉินเย่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ก็เลยลองเสี่ยงดูสักตั้ง
เดิมทีเธอชวนเฉินเย่มาร่วมทีม ก็เพื่อจะช่วยเหลือเฉินเย่ เป็นการตอบแทนบุญคุณของท่านประธานเฉิน
ไม่คิดเลยว่าจะมาทำร้ายเฉินเย่ซะงั้น
ถ้าวันนี้เฉินเย่ต้องมาตายเพราะเธอจริงๆ ต่อให้แม่สาวคนนี้ตายไป ก็คงจะรู้สึกผิดจนนอนตายตาไม่หลับแน่!
อีกฝ่ายปฏิเสธอย่างที่คาดไว้...
"เสียใจด้วยครับถังจื่อเฉินซัง เรื่องนี้ต้องเก็บเป็นความลับ พวกเราปล่อยเขาไปไม่ได้หรอกครับ"
ไอ้หนุ่มยุ่นยิ้มแล้วพูดต่อ "ถ้าพวกคุณยอมทิ้งอาวุธแต่โดยดี ผมรับปากได้ว่าจะให้พวกคุณตายอย่างสบายๆ หน่อย เอาไหมล่ะครับ?"
เฉินเย่โคตรจะจนปัญญาเลย
ไอ้ผีห่าซาตานตัวนี้จะพูดมากอะไรนักหนาวะ!
ไม่ใช่แค่เฉินเย่ที่รู้สึกว่าพูดมาก แม้แต่เพื่อนร่วมทีมของมัน ก็เริ่มจะทนไม่ไหวแล้ว
"เฮ้ๆ พวกแกพูดจบหรือยัง! อย่ามาเสียเวลาเลย กูหิวแล้ว ผู้หญิงคนนี้ ก็คืออาหารเย็นของกู!"
ถังจื่อเฉินได้ยินดังนั้น แววตาก็เย็นชาลงทันที มองไปยังคนที่พูด
นั่นเป็นชายผิวขาวร่างกำยำ
ในตอนนี้กำลังจ้องมองเธอด้วยสายตาละโมบ ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม
เธอตัดสินใจในใจแล้วว่า เดี๋ยวพอเริ่มสู้กัน จะจัดการไอ้สารเลวที่น่าขยะแขยงคนนี้เป็นคนแรก...
จากนั้น เธอก็ถอยหลังไปก้าวหนึ่ง มาอยู่ข้างๆ เฉินเย่ กระซิบเสียงเบาว่า "เฉินเย่ เดี๋ยวพอเริ่มสู้กัน คุณวิ่งไปทางซ้ายนะ อย่าหันกลับมามอง ฉันจะพยายามถ่วงเวลาพวกเขาไว้ให้คุณเอง!"
น้ำเสียงของถังจื่อเฉิน ยังคงสงบนิ่งเหมือนเดิม
เพียงแต่ครั้งนี้ เจือไปด้วยความเด็ดเดี่ยว
พอได้ยินคำพูดนั้น...
เฉินเย่อึ้งไปเลย
เขาไม่คิดเลยว่า มาถึงขนาดนี้แล้ว แม่สาวคนนี้ก็ยังคิดถึงแต่เขาอยู่!
เพราะงั้น...
"หัวหน้าห้อง คุณแอบชอบผมจริงๆ ใช่ไหม?"
เฉินเย่ทำหน้าจริงจัง "คุณบอกมาตามตรงเลยนะ ที่คุณมาชวนผมร่วมทีมเนี่ย ก็เพราะอยากจะเคลมผมใช่ไหมล่ะ?"
ถังจื่อเฉิน: "..."
บรรยากาศที่กำลังโศกเศร้าสุดซึ้ง...
พังพินาศย่อยยับเพราะไอ้สารเลวนี่คนเดียวเลย!
เธอไม่รู้จะพูดอะไรดีแล้วจริงๆ
"แปะๆ!"
ไอ้หนุ่มยุ่นที่อยู่ฝั่งตรงข้าม ทันใดนั้นก็ปรบมือขึ้น
"สองท่านนี่รักกันดูดดื่มจริงๆ นะครับ! น่าเสียดาย สหายของผม คงจะรอไม่ไหวแล้ว สองท่าน ไปสู่สุคติเถอะครับ!"
ไอ้หมอนี่ต้องศึกษาวัฒนธรรมประเทศเซี่ยมาแน่ๆ
ถึงสำเนียงจะยังไม่ค่อยเป๊ะเท่าไหร่ แต่การเลือกใช้คำพูด ในบรรดาชาวต่างชาติแล้ว ถือว่าคล่องแคล่วมากเลยทีเดียว
ในจังหวะที่กำลังจะเริ่มสู้กันนั้นเอง...
ทันใดนั้น จากทางด้านซ้าย ก็มีชายหนุ่มคนหนึ่งก้าวออกมา
"ขอโทษทีครับ ขอรบกวนทุกท่านสักครู่นะครับ!"
ทุกคนต่างก็อึ้งไป มองชายหนุ่มคนนั้นด้วยความไม่เข้าใจ
เฉินเย่โคตรจะจนปัญญาเลย
ไอ้พวกนี้จะเรื่องเยอะอะไรกันนักหนาวะ!
"นายพุทธิชัย แกมีอะไร?"
ไอ้หนุ่มยุ่นขมวดคิ้ว ถามเป็นภาษาอังกฤษ
ฟังจากชื่อแล้ว น่าจะเหมือนคนแถวประเทศไทยนะ
ชายหนุ่มที่ชื่อพุทธิชัยคนนั้น เหลือบมองไอ้หนุ่มยุ่นอย่างเย็นชา แววตาเต็มไปด้วยความเกลียดชังที่ไม่ปิดบัง
"อย่างแรก ฉันต้องขอแก้ไขนายหน่อย ฉันไม่ได้ชื่อพุทธิชัย แล้วฉันก็ไม่ใช่คนไทยด้วย ชื่อจริงของฉันคือ ลีแจยอง เกิดในตระกูลลีแห่งคาบสมุทรเกาหลี!
"ลีจงซี คือพี่ชายของฉัน!"
พอพูดประโยคนี้ออกมา ทุกคนก็ยิ่งงงเป็นไก่ตาแตกเข้าไปใหญ่
แต่ไม่นาน ก็มีคนนึกออกว่าลีจงซีคือใคร ทันใดนั้นสีหน้าก็เปลี่ยนไปอย่างมาก