- หน้าแรก
- เลือกฮีโร่คลาส C ผมโดนชาวเน็ตบูลลี่มาสามปีเต็ม
- บทที่ 25: นาย...มันไม่ได้เรื่อง!
บทที่ 25: นาย...มันไม่ได้เรื่อง!
บทที่ 25: นาย...มันไม่ได้เรื่อง!
บทที่ 25: นาย...มันไม่ได้เรื่อง!
อันที่จริง
ก่อนหน้านี้ในห้องเรียน
ตอนที่ถังจื่อเฉินบอกว่าเธอมีคนที่เลือกจะร่วมทีมด้วยแล้ว ในใจเฉินเย่ก็พอจะเดาๆ ได้อยู่บ้าง
เพียงแต่ว่า เรื่องแบบนี้ถ้าถังจื่อเฉินไม่พูดออกมาเอง ก็พูดยาก
ก็แน่ล่ะสิ
ท่านประธานเฉินก็แค่ฝากฝังให้เธอช่วยดูแลลูกชายเขาในแดนลับเท่านั้นเอง
การดูแลเฉยๆ มันไม่จำเป็นต้องร่วมทีมก็ได้นี่นา
ถ้าเป็นเฉินเย่ ถ้าเขารับปากจะดูแลใคร เขาก็คงจะไม่ไปร่วมทีมกับคนนั้นหรอก
เพราะถ้าจัดทีมแล้ว ก็ต้องแบ่งผลประโยชน์ของตัวเองน่ะสิ!
ใครจะไปยอม?
ตอนนี้สาวเจ้ามาหาถึงที่ ทำให้ลางสังหรณ์ของเฉินเย่กลายเป็นข้อสันนิษฐาน
ไม่แน่ว่า อาจจะมาพูดเรื่องจัดทีมจริงๆ ก็ได้!
ถ้าข้อสันนิษฐานเป็นจริง สำหรับความใจกว้างของถังจื่อเฉิน เฉินเย่ก็รู้สึกซาบซึ้งใจมาก
แต่ว่า...
ซาบซึ้งก็ส่วนซาบซึ้ง แต่ทำไมต้องนัดเจอกันในป่าละเมาะด้วยล่ะ?
คนดีๆ ที่ไหนเขาไปป่าละเมาะกัน?
เธอไม่รู้หรือไงว่า มีแต่พวกคู่รักแอบแซ่บ หรือพวกเล่นจ้ำจี้ในที่ไม่ลับเท่านั้นแหละ ที่จะชอบมุดเข้าป่าละเมาะน่ะ?
...
นักเรียนชายคนนั้น เป็นแค่คนส่งสาร พูดจบก็เดินจากไป
พอเขาไปแล้ว คนในหอพักทั้งสามคน ต่างก็จ้องเฉินเย่เขม็ง
"ตาเฉิน!" เฉียนฟู่กุ้ยเอ่ยปากเป็นคนแรก เขาฝืนยิ้ม "แกนี่มันไม่เบาเลยนะ! ไม่พูดไม่จา แอบไปสอยหัวหน้าถังมาได้ตั้งแต่เมื่อไหร่วะ?"
ท่าทางอิจฉาตาร้อนสุดๆ
เฉินเย่ยังไม่ทันจะได้พูดอะไร ลู่หย่งก็แย้งขึ้นมาก่อน "ฟู่กุ้ย แกอย่าพูดมั่วซั่วสิ บางที หัวหน้าถังอาจจะมีธุระอะไรกับเฉินเย่ก็ได้นะ?"
พูดไปพลาง ลู่หย่งก็แอบขยิบตาให้เฉียนฟู่กุ้ย ให้เฉียนฟู่กุ้ยสังเกตอาการของจ้าวเจิงหน่อย อย่าพูดจาไม่คิด
ในตอนนี้สีหน้าของจ้าวเจิง ดูไม่ได้เลย...
"มีธุระกับเฉินเย่ ก็พูดกันตรงๆ ก็ได้นี่ ทำไมต้องแอบๆ ซ่อนๆ นัดเจอกันในป่าละเมาะด้วยล่ะ?"
เฉียนฟู่กุ้ยไม่รู้ว่ามองไม่เห็นสายตาของลู่หย่ง หรือว่าเขาจงใจจะพูดแบบนี้กันแน่
จ้าวเจิงดูเหมือนจะทนฟังต่อไปไม่ไหวแล้ว เอ่ยปากขึ้น "ตาเฉิน ในเมื่อหัวหน้าถังตามหา แกก็ไปก่อนเถอะ! พวกเรารอที่โรงอาหาร"
"อืม!"
เฉินเย่รับคำ แล้วเดินออกจากหอพัก
จริงๆ แล้วเขาก็อธิบายได้นะ
แค่บอกทุกคนไปว่า พ่อของเขาเคยฝากฝังให้ถังจื่อเฉินดูแลเขา ก็จบแล้ว
แต่เขาคิดว่ามันไม่จำเป็น และก็ไม่มีหน้าที่ต้องอธิบาย
ถ้าพูดเรื่องนี้ออกไป พอข่าวแพร่ออกไป ก็จะส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงของพ่อเขาอีก
...
ในป่าละเมาะมีสระน้ำอยู่แห่งหนึ่ง
ริมสระน้ำ เฉินเย่มองเห็นร่างของถังจื่อเฉิน
"หัวหน้าห้องครับ ได้ยินว่ามีธุระกับผมเหรอครับ?"
เฉินเย่ยิ้มทักทาย พร้อมกับแอบสำรวจหญิงสาวตรงหน้าเงียบๆ
ต้องบอกเลยว่า รูปร่างหน้าตาและออร่าของสาวน้อยคนนี้มันดีจริงๆ รูปร่างก็สูงโปร่ง อรชรอ้อนแอ้น ทุกอย่างดูสมบูรณ์แบบ
ติดอยู่นิดเดียวตรงที่ขนาดของ "เนินอก" มันไม่ค่อยจะใหญ่เท่าไหร่... (事業線 - ซื่อเย่เซี่ยน - เส้นทางอาชีพ, ในที่นี้หมายถึงร่องอก)
นี่ก็ไม่ถือว่าเป็นปัญหาใหญ่อะไรนัก ยังไงซะถังจื่อเฉินก็เพิ่งจะบรรลุนิติภาวะ ยังมีโอกาสพัฒนาได้อีก
มิน่าล่ะ พวก "อัจฉริยะฟ้าประทาน" ในชั้นเรียนอย่างจ้าวเจิง ถึงได้แอบชอบเธอกันนัก
รูปลักษณ์ภายนอกของถังจื่อเฉิน ตรงสเปคเทพธิดาในฝันของเด็กหนุ่มเป๊ะ
แน่นอนว่า ไม่มีใครสมบูรณ์แบบร้อยเปอร์เซ็นต์
ข้อเสียของถังจื่อเฉิน อาจจะเป็นออร่าที่ดูเย็นชาไปหน่อย ทำให้คนไม่ค่อยกล้าเข้าใกล้ อีกอย่าง ดวงตาของเธอถึงแม้จะสวยมาก แต่ก็ไม่มีแววสดใสเหมือนเด็กสาวทั่วไป สายตาดูลุ่มลึก เหมือนจอมยุทธ์หญิงผู้แบกรับชะตากรรมของใต้หล้าอยู่ตลอดเวลา แฝงไว้ด้วยความเศร้าที่ไม่อาจคลี่คลาย
"เฉินเย่ คุณน่าจะรู้ว่าฉันมาหาคุณเพื่ออะไร"
ถังจื่อเฉินเปิดฉากพูดเข้าประเด็นทันที
เฉินเย่พยักหน้า "พ่อผมเคยบอกไว้แล้วครับว่า ท่านฝากให้คุณช่วยดูแลผมในแดนลับ"
"ถ้าอย่างนั้น คุณตกลงที่จะเป็นเพื่อนร่วมทีมของฉันใช่ไหมคะ?" ถังจื่อเฉินถาม
เฉินเย่ถึงกับอึ้ง
จะมาจับคู่จริงๆ เหรอเนี่ย?
เขาอดไม่ได้ที่จะพูด "หัวหน้าห้องครับ พ่อผมฝากให้คุณช่วยดูแลผมในแดนลับ จริงๆ แล้วไม่ต้องร่วมทีมก็ได้นี่ครับ ผมแค่ตามคุณไปก็พอแล้ว คุณทำแบบนี้ มันไม่เป็นการเสียผลประโยชน์ของตัวเองเหรอครับ? ถ้าจัดทีมแล้ว ค่าศักยภาพที่ได้จากการฆ่าผีดิบกระโดด มันต้องแบ่งกับเพื่อนร่วมทีมครึ่งๆ เลยนะครับ"
"ฉันรู้ค่ะ"
ถังจื่อเฉินกล่าว "ในใจของฉัน พ่อของฉันเป็นคนที่สำคัญมาก ท่านประธานเฉินเคยช่วยชีวิตพ่อของฉันไว้ สำหรับฉันแล้ว ท่านไม่เพียงแต่จะเป็นผู้มีพระคุณ แต่ยังเป็นวีรบุรุษที่น่าเคารพอีกด้วย!"
"เฉินเย่ ทุกคนก็มีความคิดเป็นของตัวเอง คุณเลือกที่จะผนึกกับฮีโร่ระดับ C ฉันก็ไม่เข้าใจจริงๆ หรอกค่ะ แต่ก็จะไม่พูดอะไร ในเมื่อท่านประธานเฉินฝากฝังให้ฉันดูแลคุณ ฉันก็จะต้องพยายามอย่างสุดความสามารถ เพื่อตอบแทนบุญคุณของท่านประธานเฉิน"
"งั้นก็เพื่อเป็นการตอบแทนบุญคุณสินะครับ?"
เฉินเย่ถอนหายใจออกมาอย่างซาบซึ้ง แล้วก็ยิ้มพูด "ผมนึกว่า คุณมองเห็นอะไรพิเศษในตัวผมซะอีก!"
นี่มันเป็นคำพูดล้อเล่นชัดๆ
ไม่คิดว่า ถังจื่อเฉินกลับพิจารณาเฉินเย่อย่างจริงจัง แล้วพูดด้วยท่าทีเคร่งขรึม "รูปร่างหน้าตาของคุณ ก็ตรงตามข้อกำหนดของฉันอยู่หรอกค่ะ แต่ว่า คู่ครองในอนาคตที่ฉันวาดฝันไว้ จะต้องแข็งแกร่งกว่าฉัน คุณ...มันอ่อนหัด!"
ดันมาโดนผู้หญิงพูดใส่หน้าว่า "อ่อนหัด" เนี่ยนะ?
มันหยามกันชัดๆ!
เฉินเย่แทบอยากจะท้าดวลกับสาวน้อยตรงหน้าเดี๋ยวนั้นเลย!
ด้วยความแข็งแกร่งของเขาในตอนนี้ รับรองว่าสามารถ "ปลดล็อก" น้องสาวตรงหน้าให้ครบสิบแปดกระบวนท่าได้สบายๆ (ในที่นี้คือ ทำให้ยอมจำนน หรือสั่งสอนบทเรียนรัก)
"หัวหน้าห้องครับ พรสวรรค์ของคุณมันดีขนาดนี้ คนรุ่นเดียวกัน หาคนเก่งกว่าคุณไม่ได้แล้วล่ะครับ เพราะฉะนั้น ตามข้อกำหนดของคุณแล้ว คุณคงจะต้องขึ้นคานไปจนแก่เฒ่าแน่ๆ"
ถังจื่อเฉินพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย "การอยู่เป็นโสดไปจนแก่เฒ่าก็ไม่ได้มีอะไรไม่ดีนี่คะ อย่างน้อยก็ไม่ต้องมาเสียเวลากับเรื่องหยุมหยิมในครอบครัว"
เฉินเย่: "..."
เขาพอจะมองออกแล้วว่า สาวน้อยตรงหน้านี่ ทัศนคติมันไม่เหมือนเด็กสาวทั่วไปจริงๆ
เกรงว่าสิ่งที่อีกฝ่ายไขว่คว้า คงจะเป็นพลังที่แข็งแกร่ง
มิน่าล่ะ เฉินเย่ถึงได้รู้สึกอยู่เสมอว่า ในตัวถังจื่อเฉิน มองไม่เห็นความสดใสร่าเริงของวัยหนุ่มสาวเลย
"ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ฉันไปก่อนนะคะ" เสียงของถังจื่อเฉินดังขึ้น
เฉินเย่พยักหน้า "ครับ ผมก็ต้องไปกินข้าวที่โรงอาหารเหมือนกัน"
ทั้งสองคนก็แยกย้ายกันไป
...
เพิ่งจะถึงโรงอาหาร
ก็มีคนตะโกนทักเฉินเย่
"ตาเฉิน ทางนี้!"
เฉินเย่มองไป ก็เห็นเพื่อนร่วมห้องจองโต๊ะไว้ให้แล้ว กำลังรอเขาอยู่
กระทั่งข้าวก็ยังตักไว้ให้แล้วด้วย
พอเฉินเย่เดินไปนั่งลง ลู่หย่งก็ยิ้มพูด "วันนี้เจ้าสัวเฉียนของเราเป็นเจ้ามือ เขาบอกว่าไม่ต้องเกรงใจ ตกเย็นยังมีโปรแกรมต่ออีกนะ"
บนโต๊ะ มีกับข้าววางอยู่เยอะแยะจริงๆ
เฉินเย่จึงพูด "งั้นก็ต้องขอบคุณเจ้าสัวที่เลี้ยงดูปูเสื่อแล้วล่ะครับ"
ในบรรดาสี่คนในหอพัก คนที่รวยที่สุด ย่อมเป็นเฉียนฟู่กุ้ยอย่างแน่นอน
ที่เจ้าหมอนี่เข้าอู่ต้าได้ ก็เพราะพ่อเขาใช้ "พลังเงินตรา" บริจาคเงินก้อนโตให้อู่ต้านั่นแหละ
แต่เรื่องนี้เฉียนฟู่กุ้ยไม่รู้
ยังคิดว่าตัวเองถูกอู่ต้ารับเข้าเป็นกรณีพิเศษอยู่เลย
พ่อของเขาก็ช่างใส่ใจความรู้สึกของลูกชายจริงๆ อุตส่าห์ทำถึงขนาดนี้
ในตอนนี้
เฉียนฟู่กุ้ยก็พูดขึ้นมาอย่างแผ่วเบา "พรุ่งนี้ก็ต้องเข้าแดนลับแล้ว ฉันจนป่านนี้ยังหาเพื่อนร่วมทีมไม่ได้เลย ครั้งนี้คงจะไม่ได้กลับมาแล้วล่ะ เงินเก็บไว้ไม่ใช้จะเอาไปทำอะไร?"
"พ่อฉันเคยบอกว่า เรื่องที่เจ็บปวดที่สุดในชีวิต ก็คือคนตายไปแล้ว แต่เงินยังใช้ไม่หมด เพราะฉะนั้น พวกนายไม่ต้องเกรงใจ"
คำพูดนี้พอหลุดออกมา
ทุกคนก็พากันทำหน้าเจื่อนๆ ไปตามๆ กัน
"ถุย! ถุย! ฟู่กุ้ย แกอย่ามาพูดจาเป็นลางร้ายสิ!" ลู่หย่งเอ่ยปากเป็นคนแรก
จ้าวเจิงพูดเสริม "เรื่องในแดนลับ ใครจะไปพูดได้ ต่อให้จัดทีมแล้ว ก็ไม่ได้รับประกันว่าจะปลอดภัย สิ่งสำคัญคือทัศนคติ! ฟู่กุ้ย ทัศนคติของนายตอนนี้น่ะ มันไม่ค่อยจะถูกต้องเท่าไหร่แล้วนะ"
ปลอบน่ะปลอบได้
แต่ไม่มีใครยอมลุกขึ้นมา บอกว่าจะร่วมทีมกับเฉียนฟู่กุ้ย...
เฉียนฟู่กุ้ยหัวเราะเยาะตัวเอง
เขาก็รู้ดีว่า สภาพของตัวเองแบบนี้ จะไปโทษคนอื่นที่รังเกียจเขาก็ไม่ได้
"อย่าพูดถึงเรื่องนี้เลย...เอ้อใช่ ตาเฉิน หัวหน้าถังตามหานายเรื่องอะไรเหรอ?"
คำถามนี้พอหลุดออกมา
ลู่หย่งกับจ้าวเจิง ต่างก็พากันหูผึ่งทันที