เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 14 รสชาติของผักดีขึ้นจริงๆ

บทที่ 14 รสชาติของผักดีขึ้นจริงๆ

บทที่ 14 รสชาติของผักดีขึ้นจริงๆ


ด้วยการรที่ติดต่อกับหลี่หานแบบส่วนตัวไม่ได้ ทั้งสองนักร้อง เฉินยู่รุ่ยและเซี่ยฮุย ในฐานะนักร้องของ "จิ้งจอกขาวกับบัณฑิต" นั้นพูดไว้ได้ดีมาก

หลังจากที่เนื้อหาของการสัมภาษณ์ของพวกเขาแพร่กระจายออกไป ในที่สุดสิ่งหนึ่งก็ออกมาชัดเจน

นั่นคือ ไม่ว่าจะเป็นสื่อบันเทิงหรือตัวบุคคล คำตอบที่ได้ก็เหมือนกัน

"จิ้งจอกขาวกับบัณฑิต " เป็นผลงานของหลี่หานเพียงคนเดียว

นอกจากนี้ สมมติฐานที่ว่าเพลงนี้ถูกแต่งขึ้นโดยทีมงานและบุคคลอื่น

สื่อบันเทิงต่าง ๆ พยายามค้นหาทีมงานที่เหลือหรือ "บุคคลอื่น" นั้น

แต่ก็ไม่พบเบาะแส

สิ่งนี้สามารถแสดงให้เห็นได้ว่าสมมติฐานนั้นไม่เป็นจริง

มิฉะนั้น ด้วยเครือข่ายข้อมูลในปัจจุบัน คงจะสามารถหาเบาะแสนั้นเจอแล้ว

ไม่มีเบาะแสอะไรเลยเพราะมันไม่มีอยู่จริง

สิ่งนี้สามารถแสดงให้เห็นได้ว่า "จิ้งจอกขาวกับบัณฑิต" เป็นผลงานของหลี่หานเพียงคนเดียวจริงๆ

ไม่ว่าใครจะเชื่อหรือไม่ก็ตาม

ในที่สุดพวกเขาก็ค่อยๆเลือกที่จะเชื่อ

แน่นอนว่ายังมีคนที่ยังไม่อยากจะเชื่อเช่นกัน

นอกจากนี้ ยังมีความสงสัยในใจอีกสองสามอย่างที่ไม่สามารถไข้อข้องใจได้

ประการแรก: เนื่องจากหลี่หานสามารถแต่ง "จิ้งจอกขาวกับบัณฑิต" ขึ้นมาได้ นั่นหมายความว่าความสามารถทางดนตรีของเขาจะต้องสูงมากสิ?

เหตุใดเขาจึงซ่อนความสามาราถมาตลอดสี่ปีและไม่เคยแสดงความสามารถของเขาเลย?

ประการที่สอง: ทำไมเขาถึงแต่งเพลง "จิ้งจอกขาวกับบัณฑิต" เมื่อเขาเรียนจบล่ะ?

เป็นการสร้างความสนใจครั้งใหญ่เหรอ?

เนื่องจากเป็นภาพยนตร์เรื่องดัง ทำไมเขาถึงยังไม่ออกมาพูดจนถึงตอนนี้ล่

นี่เป็นคำถามที่สามเช่นกัน ทำไมหลี่หานถึงปฏิเสธที่จะพูดถึงอยู่เสมอ?

หรืออจเป็นจริงอย่างที่เฉินยู่รุ่ยกล่าวไว้ ว่าหลี่หานไม่อยากมีชื่อเสียง?

ชายหนุ่มอายุ 21 ปีที่เพิ่งจบการศึกษาจากมหาลัยการารดนไม่อยากจะมีชื่อเสียงและความั่งคั่ง เป็นไปไดเหรอ?

หรือหลี่หานรู้ดีว่า แม้ว่าเขาจะไม่ได้อกมาพูดอะไร แต่ท้ายที่สุด ทุกคนก็จะเชื่อว่าเขาเป็นผู้แต่ง "จิ้งจอกขาวกับบัณฑิต" จริงๆ

เขาจงใจแสร้งทำเป็นไม่แยแสต่อชื่อเสียงและความมั่งคั่ง’งั้นเหรอ?

คำถามที่สี่ หลี่หานกลับบ้านเกิดจริงๆหรือ? เขากลับไปทำอะไรที่บ้านเกิด?

มีคนพูดถึงเรื่องนี้บนอินเทอร์เน็ตมากมาย

บางคนกล่าวว่าหลี่หานอาจจะไม่อยากมีชื่อเสียงจริงๆ อัจฉริยะมักจะแตกต่างจากคนทั่วไปนัก

ยังคงมีผู้คนที่คาดเดาและถกเถียงเกี่ยวกับเรื่องนี้มากมาย

ทำไมหลี่หานถึงซ่อนความสามารรถถึงสี่ปี?

เหตุใดจึงแต่ง "จิ้งจอกขาวกับบัณฑิต" ในตอนที่จบมหาลัย?

กลับบ้านเกิดไปทำอไร?

คำถามพวกนี้ค่อยๆเป็นประเด็นมากขึ้น

ผลสุดท้ายก็ไม่ได้คำตอบที่ชัดเจนและยังคงมีข้อสงสัยอยู่มากมาย

แต่หลี่หานตอนนี้ก็มีชื่อเสียงมากทีเดียว

อย่างน้อยตอนนี้เขาก็มีชื่อเสียงมากมาย

มีชื่อเสียงด้านดี แต่ก็มีชื่อเสียงด้านไม่ดีด้วย

ชื่อเสียงนี้จะอยู่ได้นานแค่ไหน? ไม่มีใครรู้คำตอบนี้

……

หมู่บ้านหยวนซี

การรบกวนจากโลกภายนอกไม่มีผลต่อหลี่หาน

ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา หลี่หานไม่รู้ว่ามีสื่อหรือบุคคลจำนวนเท่าใดที่พยายามจะติดต่อหาเขา

เขาไล่ปฏิเสธไปทีละคน

ตอนนี้เขาแค่อยากมีความสุขกับการขายผักในทุกๆวัน

เงิน 600,000 ของลิขสิทธิ์ออนไลน์ที่ซื้อโดยแพลตฟอร์มเพลงเฉียนคุนได้ถูกโอนไปยังบัญชีซึ่งช่วยให้หลี่หานเพลิดเพลินกับบรรยากาศนี้ไปได้มากขึ้น

นอกจากนี้เมื่อเขาแสดงจำนวนเงินที่โอนเข้าบัญชีใหพ่อแม่ดู

พ่อกับแม่ก็ไม่เข้ามายุ่งเกี่ยวกับเรื่องงานอีกต่อไป

ให้หลี่หานออกไปหางานทำ?

งานประเภทใดที่สามารถสร้างรายได้ 700,000 หยวนในช่วงเวลาสั้นๆได้ ?

นอกจากนี้ ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา หลี่หานยังบอกกับพ่อแม่ของตนว่าเขาวางแผนที่จะปลูกผักและผลไม้ไว้ที่บ้าน จากนั้นค่อยขายพวกมัน

และกล่าวว่าเขากำลังศึกษาวิธีการปลูกทางวิทยาศาสตร์ วิธีการจัดการและวิธีการเพาะปลูกและการเปลี่ยนแปลงสภาพดินหลายอย่าง

ที่สามารถทำให้ผักและผลไม้ที่ปลูกมีรสชาติดีขึ้น

และที่สำคัญที่สุด หลี่หานก็บอกว่าขณะปลูกผัก เขาก็จะไม่หยุดเขียนเพลง

ในขั้นตอนการปลูกและการวิจัยนั้นทำให้เขาได้รับแรงบันดาลใจการแต่งเพลงใหม่ๆมากขึ้น

700,000 อยู่ต่อหน้าพ่อแม่แล้ว จึงเป็นธรรมดาที่จะไม่คัดค้านอะไร หลี่หานอยากทำอะไรก็ทำไปเลย

พ่อกับแม่ยังได้กล่าวอีกว่า หากหลี่หานต้องการทำการวิจัยและการรทดลองใด ๆ พวกเขาจะเตรียมการให้เอง

สำหรับสิ่งที่หลี่หานกล่าวว่ามีวิธีการปลูกผักและผลไม้ที่ทำให้รสชาติองมันดีขึ้น พ่อกับแม่ไม่ค่อยเชื่อมากนัก

หลี่หานก็ไม่ได้พูดอะไรเพิ่มเติม

แต่จัดสรรปลูกผักต่างๆเช่นแตงกวา มะเขือเทศ มะระ ถั่วพุ่ม ฯลฯ

จากนั้นก็นำแก่นแท้พืชผลออกมาหยดหนึ่งแล้วหยดลงในถังน้ำขนาดใหญ่เพื่อรดน้ำผักที่ปลูก

หลังจากที่แก่นแท้พืชผลถูกเจือจางด้วยถังน้ำขนาดใหญ่ ผลลัพย์ที่ออกก็จะไม่สะดุดตาเกินไป และสิ่งที่หลี่หานต้องการก็คือผลที่เจือจางน้อยกว่านี้

สองสามวันต่อมา หลี่หานหยิบแตงกวาสองลูกออกมาและให้พ่อแม่ของเขาชิม

บอกกับพ่อแม่ตนว่านี่คือแตงกวาที่เขาปลูกในดินใหม่โดยใช้วิธีการจัดการที่เป็นวิทยาศาสตร์มากขึ้น ดินใหม่นี้ยังได้รับการปรับแต่งบางอย่าง

หลี่หานถามพ่อกับแม่ว่ารสชาติองมันดีกว่าเดิมหรือไม่?

หลังจากพ่อแม่ของหลี่หานได้ชิมแล้ว พวกเขาก็พบว่า ... รสชาติของมันดูเหมือนจะดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

จากนั้น พวกเขาก็เชื่อว่าหลี่หานอาจมีวิธีปลูกผักและผลไม้ที่ทำให้รสชาติของมันดีขึ้นจริงๆ

เมื่อพ่อแม่ของหลี่หานมีความคิดเช่นนี้  หากพวกเขาพบว่าผักและผลไม้ที่หลี่หานปลูกไว้ดูเหมือนรสชาติจะดีขึ้นเรื่อย ๆ พวกเขาก็จะไม่ต้องแปลกใจกับมันมากนัก

จากนั้น หลี่หานยังคงรดน้ำผักด้วยแก่นพืชผลที่เจือจางต่อไป

หลี่หานกล่าวกับพ่อแม่ว่าเขาจะรื้อผักที่หน้าบ้าน

พ่อกับแม่ก็ปล่อยให้เขารื้อ

ส่งผลให้ผักทั้งหมดมีรสชาติที่ดียิ่งขึ้น

ไม่ว่าจะรับประทานดิบหรือหลังทอดก็เหมือนกัน

ไม่เพียง แต่รสชาติจะดีขึ้นเท่านั้น แต่ผักยังเติบโตได้ดีกว่าเมื่อก่อนและพวกเขาก็ดูจะพึงพอใจกับมันพอสมควร

แม่และพ่อถอนหายใจด้วยความรู้สึก

เด็กคนนี้เกิดมาเพื่อเป็นคนปลูกผักรึเปล่านะ?

……

จบบทที่ บทที่ 14 รสชาติของผักดีขึ้นจริงๆ

คัดลอกลิงก์แล้ว