เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 11 ใครเป็นคนแต่งเพลงคนนี้กัน?

บทที่ 11 ใครเป็นคนแต่งเพลงคนนี้กัน?

บทที่ 11 ใครเป็นคนแต่งเพลงคนนี้กัน?


หลายวันต่อมา

หลี่หานเด็ดมะเขือเทศขึ้นมาชิมอีกครั้ง

ครั้งนี้เขารู้สึกอย่างได้อย่างชัดเจนว่ารสชาติของมันนั้นอร่อยและดีกว่าครั้งก่อนมาก

ซึ่งมันแน่นอนอยู่แล้วว่ามะเขือเทศเหล่านี้จะเป็นมะเขือเทศที่อร่อยที่สุดในโลกเพราะเขาใช้แก่นแท้พืชผลกับมัน

ตาของหลี่หานรู้สึกเปล่งประกายด้วย จิตวิญญาณแห่งการเพาะปลูก เขาอาจจะสามารถทำฟาร์มโดยมีถนนถงเทียนอยู่ข้างหน้าด้วยความสะดวกสบาย

เมื่อคิดถึงชีวิตที่สวยงามและสุขสบายแบบนี้ผู้คนมักจะชอบขวนขวายมองหามัน

ด้วยวิธีนี้...คุณก็สามารถมีความสุขกับชีวิตได้อย่างแท้จริง

อย่างไรก็ตาม แก้นแท้พืชผลมีอยู่แค่ขวดเดียว ซึ่งสามารถใช้ได้อย่างมากก็หนึ่งร้อยหยด

แต่ถ้าหากต้องการที่จะเปิดฟาร์ม แก่นแท้พืชผลหนึ่งร้อยหยดต้องไม่พออย่างแน่นอน

กว่าจะเริ่มทำฟาร์มได้คงต้องรอไปอีกนาน

อย่างน้อยก็ต้องรอให้ระบบเปิดใช้งานได้สำเร็จซะก่อน

หลี่หานได้คิดดูแล้ว เขาคิดว่าระบบยังไม่ได้เปิดใช้งานอย่างแท้จริง

ในขณะเดียวกันก็แทบจะมั่นใจได้ว่าระบบจะเปิดใช้งานได้แน่นอน

ยิ่งไปกว่านั้นเขายังคงต้องตั้งแผงขายผักต่อไปเท่านั้น

ไม่เช่นนั้นระบบคงไม่มอบแก่นแท้พืชผลกับระบบกระเป๋ามิติมาให้เขาแน่นอน

แน่นอนว่าไม่จำเป็นต้องกังวลเกี่ยวกับการเปิดฟาร์มเพราะต้องทำทีละขั้นตอน

ก่อนอื่นเลยก็ต้องบอกพ่อแม่เพื่อให้พวกเขาเข้าใจและรับรู้เรื่องต่าง ๆ

ซึ่งแน่นอนมันง่าย ๆ

สุดท้ายคือเรื่องเขียนเพลง เขาจะได้หาข้ออ้างเพื่อบอกพ่อแม่ว่าการอยู่ที่หมู่บ้านทำให้เขามีแรงบันดาลใจในการเขียนเพลงดี ๆ ได้

ด้วยการเขียนเพลงที่ทำให้เขาได้เงินมาหนึ่งแสนหยวน พ่อแม่ของเขาจะต้องเห็นด้วยอย่างแน่นอน

นอกจากนี้ ด้วยรสชาติของผลไม้ที่มันดีขึ้นเขาจะต้องพยายามหาวิธีทำให้พ่อแม่ไม่แปลกใจและไม่รู้เรื่องนี้มากเกินไป

ดังนั้น เรื่องของการทำฟาร์มจึงไม่มีอะไรให้น่ากังวลซักเท่าไหร่

แต่ถ้าหากเรื่องมันใหญ่เกินไป มันจะต้องถูกสงสัยแน่ ๆ

……

ส่วนในเรื่องของโฆษณาของภาพยนตร์เรื่อง “ความทุกข์ของภูติจิ้งจอก” ยังคงดำเนินต่อไปเรื่อย ๆ โดยเรื่องของหลี่หานและเพลง “จิ้งจอกขาวกับบัณฑิต” ก็ยังคงถูกพูดถึงและมีคนถกเถียงมากมาย

แต่หลี่หานที่เป็นบุคคลที่ถูกพูดถึงกลับไม่เคยออกมาแก้ไขความข้องใจนี้เลยยิ่งทำให้ความสงสัยของผู้คนเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ

โดยทีมงานของ “ความทุกข์ของภูติจิ้งจอก” นั้นได้ออกมาพูดซ้ำอีกครั้งว่าเพลง “จิ้งจอกขาวกับบัณฑิต” นั้นเป็นฝีมือของหลี่หานเพียงคนเดียวโดยพวกเขานั้นไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องเลยแม้แต้น้อยและพวกเขาก็ไม่ได้ตั้งใจจะใช้ชื่อเขาเพียงคนเดียวเพื่อการโฆษณา

แต่ทว่า ด้วยการย้ำคำพูดของทีมงาน “ความทุกข์ของภูติจิ้งจอก” นั้นกับยิ่งทำให้ดูน่าสงสัยขึ้นไปอีก

แต่ผลสุดท้ายก็คือมีคนรู้จักภาพยนตร์เรื่อง “ความทุกข์ของภูติจิ้งจอก” กับเพลง “จิ้งจอกขาวกับบัณฑิต” มากขึ้น ส่วนหลี่หานพวกเขาก็แค่รู้จักในฐานะคน ๆ หนึ่ง

สำหรับหนัง “ความทุกข์ของภูติจิ้งจอก”แล้ว มันเป็นสิ่งที่ดี

แต่สำหรับหลี่หานอาจจะไม่ใช่

เพราะหลี่หานถูกตราหน้าว่าเป็น “บุคคลที่ขายชื่อเสียง”

โดยชื่อเสียงที่มีนั้นไม่ใช่ชื่อเสียงในด้านที่ดีซักเท่าไหร่

และชื่อเสียงของเขาในด้านนี้ก็จะถูกลืมในไม่ช้า

เหยียนอี้ปินและเพื่อนร่วมชั้นที่อิจฉาและไม่มีความสุขกำลังรู้สึกดีกับความโชคร้ายของเขาแต่ในขณะเดียวกันซู่หยูชิงรู้สึกเสียใจและเธอต้องการที่จะลบล้างเรื่องนี้บนอินเทอร์เน็ต

แต่อย่างไรก็ตามตัวต้นเหตุอย่างหลี่หานกับไม่สนใจเรื่องนี้เธอจึงทำได้แค่โกรธอยู่ภายในใจ

……

หลายวันต่อมาภาพยนตร์ “ความทุกข์ของภูติจิ้งจอก” ก็ได้ถูกปล่อยออกมาอย่างเป็นทางการ

ผู้คนนับไม่ถ้วนกำลังเดินเข้าโรงหนัง

โดยผู้คนที่ต้องการที่จะฟังเพลง “จิ้งจอกขาวกับบัณฑิต” ก็จะได้ฟังเพลงอย่างสมใจหวังซักที

สำหรับพวกเขา ไม่ว่าหลี่หานจะเป็นคนแต่งเพลงหรือไม่ แต่เพลงนี้มันก็ดีมาก

สำหรับหลายคนในที่นี้ ด้วยเพลงดี ๆ แบบนี้ พวกเขาไม่สนว่าใครจเป็นคนแต่งขึ้นมาเลย

อย่างไรก็ตาม ยังมีคนอีกหลายคนที่เลือกที่จะไม่ฟังเพราะสงสัยในตัวของผู้แต่ง

ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นเรื่องปกติ

โดย “ความทุกข์ของภูติจิ้งจอก” บอกเล่าเรื่องราวของความรักที่เจ็บปวด

หนึ่งคื่อจิ้งจอกขาวที่กลายร่างเป็นมนุษย์หลังฝึกฝนมาเป็นหมื่นปีและอีกหนึ่งเป็นบัณฑิตที่น่าสงสารผู้มอบชีวิตให้กับการศึกษา

ทั้งสองคนตกหลุมรักกัน

จิ้งจอกขาวเต้นรำและคลุกคลีอยู่กับบัณฑิตที่เรียนอย่างหนักมาเป็นเวลาสิบปี

และในที่สุดบัณฑิตก็ได้ติดชื่อสีทองกวงจงเย่าจู่

ในค่ำคืนที่ผู้หญิงที่อยู่ในเรือนหอไม่ใช่จิ้งจอกขาว แต่เป็นเจ้าหญิง

ค่ำคืนที่หิมะตกหนัก

ภายใต้ต้นพีชที่อยู่ไม่ไกลจากเรือนหอ สุนัขจิ้งจอกตัวขาวราวกับหิมะสวยงามกำลังเต้นรำไปพร้อมดนตรีดุจดั่งนางฟ้า

แต่อย่างไรก็ตาม

เพลงได้จบลงและจิ้งจอกขาวก็ได้หายตัวไปในความว่างเปล่า

คืนนั้นบัณฑิตได้ฝันบางอย่าง

แต่หลังจากที่เขาตื่นขึ้นมา บัณฑิตก็น้ำตาไหลและเสียใจอย่างมาก

ความตั้งใจของเขาไม่ใช่การแต่งงานกับเจ้าหญิง

หลังจากที่บัณฑิตได้ติดชื่อทองแล้ว เจ้าหญิงก็ต้องการให้เขามาเป็นคนของเจ้าหญิง

โดยบัณฑิตก็ได้แต่พูดปัดไปว่าเขามีภรรยาที่ดีคอยเขาอยู่ที่บ้านอยู่แล้ว

เจ้าหญิงจึงบอกให้ครูของนางทำอะไรซักอย่าง และเจ้าหญิงยังได้รู้ว่าภรรยาที่บัณฑิตกล่าวอ้างมาก็คือจิ้งจอกขาวเจ้าหญิงจึงขอให้ครูของนางลบบิดเบือนความทรงจำของบัณฑิตทำให้หันมารักนางได้หรือไม่

เพื่อเหตุนั้นเจ้าหญิงจึงต้องแกล้งป่วยหนักและต้องการยาเพื่อที่จะมาช่วยเธอ

คืนก่อนที่จะเข้าเรือนหอ บัณฑิตได้เรียกจิ้งจอกขาวออกมา

เมื่อจิ้งจอกขาวมาถึง นางก็คิดว่าจะได้อยู่กับบัณฑิตที่เรือนหอและเติบโตไปด้วยกัน

แต่อย่างไรก็ตามสิ่งที่เธอได้พบกับเป็นบัณฑิตอี๋เจี้ยนที่แทงหัวใจของเธอ

ไม่เป็นไรถึงแม้ว่าคุณจะฆ่าฉันด้วยน้ำมือของคุณเองอย่าง น้อยก็ให้ฉันได้เต้นรำเป็นครั้งสุดท้ายสำหรับคุณ

หลังจากการเต้นรำครั้งนี้จบลง ฉันก็จะสลายหายไประหว่างสวรรค์และโลก

หลังจากที่ตื่นขึ้นมาจากฝัน บัณฑิตก็ได้ความทรงจำเดิมของเขากลับมา

เธออยู่กับฉันมาสิบปีและยังจะเติบโตไปพร้อมกันแต่ทว่าฉันกับฆ่าเธอด้วยน้ำมือของฉันก่อนที่ฉันจะไปร่วมรักกับผู้หญิงอื่นที่เรือนหอ

หัวใจของฉันแทบฉีกขาดออกมา!

ความจริงคือ

“ เมื่อจารึกรายชื่อทองคำ ชื่อเสียงและโชคลาภก็รุ่งโรจน์

หลังจากเรือนหอ หยินและหยางจะถูกแยกออกจากกันด้วยคนและผีด้วยเส้นทางที่แตกต่าง

ตอนที่ฉันรักคุณ คุณคือจิ้งจอกหมื่นปี

ตอนที่ฉันเสียคุณ คุณได้หายไป

คุณเต้นรำให้ฉันอีกครั้งได้ไหม

คุณคือจิ้งจอกขาวที่ผมปลดปล่อยเมื่อหนึ่งหมื่นปีก่อน

……"

โรงหนังเงียบมากโดยมีเพียงเสียงร้องเพลงก้องอยู่ในทุกมุมของโรงละคร

พอรู้เรื่องทั้งหมดแล้วให้ลองฟังเพลงอีกครั้ง

ก็จะพบว่าเพลงนี้นั้นทำให้ผู้คนที่ได้ฟังอีกครั้งรู้สึกได้ถึงอารมณ์เศร้าได้อย่างง่ายดาย

เพลงนี้ผสมผสานเข้ากับเนื้อหาของเรื่องได้อย่างลงตัว

นี่มันเป็นเพลงของจิ้งจอกขาวและบัณฑิตในเรื่องชัด ๆ

โดยมีจิ้งจอกขาวกับบัณฑิตร้องด้วยกัน

แต่แทนที่ด้วย เฉินยู่รุ่ย เซี่ยฮุย ที่เป็นนักร้อง

แม้ว่าเพลงนี้จะไม่ได้เป็นเพลงที่เพอร์เฟค แต่ว่าสำหรับหนัง “ความทุกข์ของภูติจิ้งจอก” มันช่างลงตัวกันอย่างน่าเหลือเชื่อ

และจะไม่มีเพลงไหนเพอร์เฟคไปกว่าเพลงนี้อีกแล้ว

เพลงนี้มันเกิดมาเพื่อภาพยนตร์เรื่องนี้ชัด ๆ

เพราะงั้น...

ทุกคนในโรงหนังก็ได้ค้นพบว่าคนที่แต่งเพลงนี้มีความสามารถมากกว่าที่ทุกคนคิด!

เขาช่างเป็นอัจฉริยะอย่างแท้จริง

ไม่มีอะไรให้น่าสงสัยอีกแล้ว

คนที่สร้างเพลงนี้ขึ้นมา...

เขาเป็นใครกันแน่นะ?

……

จบบทที่ บทที่ 11 ใครเป็นคนแต่งเพลงคนนี้กัน?

คัดลอกลิงก์แล้ว