เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 7 แก่นแท้พืชผล

บทที่ 7 แก่นแท้พืชผล

บทที่ 7 แก่นแท้พืชผล


ซักพักลูกค้าคนแรกก็เดินเข้ามา

หลังจากเลือกของอยู่ซักพักเขาก็ซื้อถั่วพุ่มและพริกอย่างละครึ่งกิโล

เขาได้เงินแปดหยวนสำหรับการค้าขายครั้งแรก

หลี่หานดีใจมากเขาพบว่าไม่ว่าจะได้เงินมากน้อยแค่ไหนเขาก็ยังมีความสุขอยู่ดี

ตอนนี้เขากำลังหวังให้ลูกค้าคนที่สองเข้ามาไว ๆ มันรู้สึกเหมือนตอนเขากำลังลุ้นหวย

หลังจากที่รอไม่นานลูกค้าคนที่สองก็ปรากฏขึ้นเธอเป็นลูกค้าที่ยังสาวและสวย

การที่เมืองนี้มีสาวสวยมากมายทำให้หลี่หานรู้สึกดีมาก

เธอซื้อแตงกวาและถั่วพุ่มอย่างละครึ่งกิโลด้วยเงินทั้งหมดเจ็ดหยวน

ในตอนนี้หลี่หานไม่ได้คิดถึงเรื่องของระบบเลย

เมื่อวานนี้เขาแค่ต้องการจะทดสอบดูว่าการขายของด้วยแผงลอยจะทำให้ระบบกลับมาใช้งานได้อีกครั้งหรือไม่

แต่ตอนนี้เขากับรู้สึกชอบการขายผักที่แผงลอยของเขาไปแล้ว

นั่งอยู่ข้างถนนแบบนี้ในทุก ๆ วันและรอลูกค้าเดินเข้ามาหา ซึ่งในระหว่างที่รอ เขาก็ยังชายตามองสาว ๆ ได้อีกด้วย

แน่นอนว่านี่เป็นความคิดของหลี่หานเพียงคนเดียวเท่านั้น

ในสายตาของคนอื่น หลี่หานที่มาตั้งแผงลอยขายผักตั้งแต่อายุน้อยแบบนี้ คนอื่นคงคิดว่าเขาเป็นแค่พวกไร้ความฝันและไร้จุดมุ่งหมายในชีวิต

เช่นเดียวกับสาวสวยคนนั้นในตอนนี้ หลังจากที่เธอจ่ายเงินแล้วก็มีสีหน้าที่น่ารังเกียจปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเธอ

ความหล่อของเขาทำอะไรไม่ได้เลยเหรอ?

แน่นอนว่ามันใช้ได้ แต่ก็แค่คนหล่อที่ไร้จุดมุ่งหมายในชีวิตเท่านั้น

แถมยังทำให้สาว ๆ รู้สึกรังเกียจได้อีกด้วย

แต่ถ้าหากไม่หล่อล่ะก็ จะมีแต่ทำให้สาว ๆ ดูถูกและรังเกียจ

ถึงอย่างนั้นหลี่หานก็ไม่ได้แคร์เกี่ยวกับสิ่งที่คนอื่นคิด เขาเป็นคนที่หล่อแต่ไม่มีจุดมุ่งหมายก็แค่นั้นเอง

มีคนเข้ามาซื้อของมากมาย วันนี้ธุรกิจของเขากำลังไปได้สวย ตอนนี้ 11 โมงเช้า แต่ผักในตะกร้าไม้ไผ่ทั้งสองใบของเขาเกือบจะขายหมดแล้ว

วันนี้หลี่หานไม่ได้คิดเกี่ยวกับระบบอีกแล้ วเขารู้สึกดีออกมาใจจริงของเขาที่ได้ขายผัก

แต่อย่างไรก็ตาม----

[ติ๊ง! ยินดีด้วย โฮสท์ได้รับแก่นแท้พืชผลหนึ่งขวดจากระบบ และได้ทำการเปิดใช้งานกระเป๋ามิติระดับแรก และแก่นแท้พืชผลจะอยู่ในกระเป๋ามิติ โฮสท์สามารถนำออกมาใช้งานได้ตามต้องการ]

“หืม?”

หลี่หานผงะเล็กน้อย ระบบเปิดใช้งานสำเร็จแล้วเหรอ?

หลี่หานไม่ได้ดีใจอยู่ แต่เขากำลังตกตะลึง

“ระบบ นายเปิดใช้งานสำเร็จแล้วงั้นเหรอ?” หลี่หานถามระบบในใจ

แต่อย่างไรก็ตาม ระบบก็ยังคงไม่ตอบเขา

สถานการณ์นี่มันอะไรกัน?

หลี่หานรู้สึกงงเล็กน้อย แต่เขาเดาได้แค่ว่าระบบยังคงไม่สามารถเปิดใช้งานได้สำเร็จ

บางทีอาจจะเป็นเพราะการที่เขาไม่มีจุดหมายในชีวิต?

เลิกสนใจมันแล้วไปดูของที่ระบบให้มาดีกว่า

กระเป๋ามิติก็ตามชื่อของมัน เป็นกระเป๋าที่สามารถใส่ของอะไรไปก็ได้

ช่องเก็บของนั้นมีเพียงเขาเท่านั้นที่สามารถมองเห็นได้ โดยมันมีขนาดสีเหลี่ยมเท่าลูกบาศก์

นอกจากนี้ยังมีข้อความเขียนไว้ด้วย

ตามข้อความที่เขียนทำให้หลี่หานได้รู้ว่ากระเป๋ามิติระดับแรกจะเก็บได้แค่ของที่ไม่มีชีวิตเท่านั้น

ของดี! นี่มันของดี!

หลี่หานรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย ด้วยกระเป๋ามิติอันนี้ เท่ากับว่าเขาก็สามารถเก็บอะไรก็ได้ไว้กับเขางั้นเหรอ?

การได้ครอบครองระบบนี่มันดีจริง ๆ เลย

ในข้างในของกระเป๋ามิติก็เป็นช่องเก็บของโดยมีสีเหลี่ยมหลายสิบช่อง

โดยมีขวดกระเบื้องสีขาวอยู่ในนั้น น่าจะต้องเป็นของขวัญจากระบบอีกชิ้นนึง

แก่นแท้พืชผล!

และข้อความที่เขียนไว้ : สามารถใช้ได้กับทุกพืชผล หยดสิ่งนี้ลงบนรากของพืช จะทำให้รสชาติของมันดียิ่งขึ้น!

หลี่หานรู้สึกประหลาดใจอีกครั้ง ด้วยสิ่งนี้ เขาสามารถทำให้ผักทั้งหมดในบ้านของเขารสชาติดีขึ้นหรือไม่?

และถ้าหากเขาขายมันอีกครั้งก็คงจะไม่ยากถ้าเขาต้องการขายมันแพงขึ้น?

หึม...เดี๋ยวนะ หลี่หานนึกขึ้นได้ในฉับพลันถึงจุดอีกสำคัญที่สุดว่าทำไมระบบถึงให้แก่นแท้พืชผล?

ระบบยอมรับจุดหมายของเขาแล้วงั้นเหรอ? ระบบปล่อยให้เขาใช้ชีวิตอย่างไร้จุดหมายแล้วใช่ไหม?

สิ่งนี้มีความเป็นไปได้สูงมาก

ถึงแม้ว่าระบบจะเป็นสิ่งมีชีวิตที่เหนือความคาดหมาย แต่โฮสท์ก็มีอำนาจมากกว่าอยู่ดี

เขาสามารถเปลี่ยนระบบได้ แต่ระบบไม่สามารถเปลี่ยนเขาได้ มันทำได้แค่ช่วยเหลือเขาเท่านั้น

เมื่อนึกถึงในจุดนี้ หลี่หานก็รู้สึกดีใจมากกว่าเดิม

“หนุ่มน้อย ฉันจะซื้อแตงกวาที่เหลือทั้งหมด นายมีเหลือเท่าไหร่?” ลูกค้าถาม

“ผมจะให้เงินคุณ” หลี่หานอยู่ในอารมณ์ที่ดีมาก ๆ

เมื่อลูกค้าได้ยินดังนั้นก็ยิ้มออกมา “โอเค ถ้างั้นฉันจะซื้อมันทั้งหมดเลย ชั่งน้ำหนักให้หน่อย”

แตงกวาทั้งหมดได้ถูกขาย

และอีกไม่นาน ถั่วพุ่ม มะระและพริกก็ได้ขายหมดเหมือนกัน

เป็นวันที่ดีอีกวันนึง

……

ณ เหิงเตี้ยน

ทีมงานของ “ความทุกข์ของภูติจิ้งจอก” ได้ถ่ายทำฉากสุดท้ายเสร็จแล้ว

ผู้กำกับตู้เมิ่งหุย พูด “ยอดเยี่ยม!” เพื่อให้กำลังใจทีมงาน

หลังจากที่ทำงานมานาน ในที่สุดก็ถึงเวลา

ทีมงานทุกคนกำลังรอผลจากตู้ขายตั๋วหนัง

“ผู้กำกับตู้ฉั นไม่คาดคิดเลยว่าเราจะได้เพลงที่เหมาะสมและสมบูรณ์แบบนี้ฉันอยากจะขอบคุณคุณซูจริง ๆ ถ้าไม่ใช่คำแนะนำของเธอ เราจะได้เพลงธีมแบบนี้มาได้อย่างไร?” รองผู้อำนวยการกงจื่อผิงกล่าว

ตู้เมิ่งหุยหัวเราะและพูดว่า"ใช่แล้ว เรื่องนี้เป็นเรื่องน่าประหลาดใจจริง ๆ ด้วยธีมเพลงนี้ การขายตั๋วของภาพยนตร์ของเราจะดีมากกว่าก่อนหน้านี้แน่นอน แถมเพลงต้องเป็นเพลงที่มีอิทธิพลต่อคนดูอย่างมากแน่นอน"

กงจื่อผิงกล่าวว่า“ถ้าคุณดูแค่เพลงนี้อย่างเดียว มันก็ไม่น่าทึ่งเท่าไหร่ แต่เมื่อรวมกับภาพยนตร์ของเราแล้ว มันก็น่าทึ่งเกินไป นักศึกษาที่ชื่อหลี่หานเป็นนักเล่นดนตรีอย่างแน่นอน ผู้กำกับตู้ เมื่อเราถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องต่อไป เราสามารถเชิญเขาให้มาปรับแต่งเพลงประกอบภาพยนตร์ได้”

ตู้เมิ่งหุยพยักหน้าและพูดว่า"ฉันคิดเรื่องนี้มานานแล้วและฉันถามคุณซูโดยเฉพาะเกี่ยวกับสถานการณ์ของเขา อย่างไรก็ตาม คำตอบของคุณซูทำให้ฉันประหลาดใจมาก"

“โอ้?” กงจื่อผิงถามต่อ “แล้วคุณซูพูดว่าอย่างไรบ้าง?”

ตู้เมิ่งหุยพูด “คุณซูบอกว่าหลี่หานกลับไปที่บ้านเกิดเพื่อขายผักและบางทีเขาอาจจะไม่แต่งเพลงอีกต่อไป”

“ตะ..ตั้งแผงลอยขายผัก?” กงจื่อผิงดูตกใจเล็กน้อย

ตู้เมิ่งหุยยิ้มเล็กน้อย “คุณซูบอกมาอย่างนั้นน่ะ ผมเองก็ไม่รู้ว่าจริงหรือเปล่า”

“เป็นไปไม่ได้”

“ไม่รู้สิ บางทีนักปราชญ์ก็ค่อนข้างคิดอะไรแตกต่างจากคนปกติ”

“มันค่อนข้างยากที่จะเข้าใจจริง ๆ น่าจะเป็นคุณซูที่ทำพลาด”

“บางทีนะ แต่อย่างไรก็ตามตอนนี้ยังไม่ต้องคิดอะไรมากหรอก ที่เราต้องทำก็แค่โปรโมทหนัง”

“แน่นอน ด้วยเพลง”จิ้งจอกขาวกับบัณฑิต“นี่จะเป็นส่วนที่เด่นที่สุดของเรา”

“แน่นอน เนื้อหาในการโปรโมทต้องเน้นไปที่เพลงนี้!”

"……"

……

จบบทที่ บทที่ 7 แก่นแท้พืชผล

คัดลอกลิงก์แล้ว