เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

คุณหมอย้อนเวลา - ตอนที่ 7 : การแสดงผาดโผน (3)

คุณหมอย้อนเวลา - ตอนที่ 7 : การแสดงผาดโผน (3)

คุณหมอย้อนเวลา - ตอนที่ 7 : การแสดงผาดโผน (3)


ตอนที่ 7 – การแสดงผาดโผน (3)

“ห๊า?” จองกุกผงะขึ้นมาจากผนังอย่างรวดเร็ว..

“ดูเหมือนจะมีอะไรเกิดขึ้น..” โดลซกมองออกไปด้านนอกสลึมสลืม

นักแสดงที่เริ่มมึนเมาวิ่งไปที่ห้องทีละคนๆ คนพวกนั้นดูเป็นผู้ชายดุดันที่ดูเหมือนพร้อมจะมีเรื่องกับผู้คนตลอดเวลา

“พวกมันเป็นนักเลงนายท่าน.. ระวังตัวไว้จะดีกว่า” โดลซกปิดประตูเบาๆ

ระบบป้องกันเสียงในยุคโชซ็อนแย่มากจริงๆ แม้จะปิดประตูไปก็ไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้น พวกเขายังคงได้ยินเสียงดังมาจากห้องข้างๆอยู่ดี

“ท่านหัวหน้า! ท่านหัวหน้า! ลืมตาขึ้นสิ!”

“ท่านเป็นอะไรไป?”

“ท่านพ่อ! เขาไม่หายใจแล้ว!”

มีเสียงผู้หญิงดังแทรกขึ้นมาจากเสียงทุ้มๆของผู้ชาย จองกุกรู้อยู่แล้วว่านั่นเป็นผู้หญิง แต่เขาไม่รู้ว่าเธอคือลูกสาวของหัวหน้าคณะ

จองกุกพยายามฟังดูว่าเกิดอะไรขึ้นกับห้องข้างๆกันแน่ และโดลซกก็ขยับเข้าไปใกล้ผนัง

“นายท่าน.. ดูเหมือนมีคนล้มลง”

“อืมม.. เป็นหัวหน้าคณะ”

“แย่แล้ว.. ได้ยินมาว่าพวกเขาต้องเข้าไปแสดงที่จวนผู้ว่าในวันพรุ่งนี้ แต่ดูเหมือนพวกเขาอาจจะแสดงไม่ได้แล้วตอนนี้ พวกนั้นคงไม่ยกโทษให้เขาแน่”

“เขาได้รับบาดเจ็บ.. ทำไมถึงจะไม่ได้รับการให้อภัย?”

“นี่มันไม่ใช่แค่เรื่องในครอบครัว ท่านอาจารย์ของพวกเราก็จะไปร่วมงานด้วย คนใหญ่คนโตอีกหลายคนก็จะไปรวมกันอยู่ที่นั่น รวมถึงท่านผู้ว่าและท่านเทศมนตรีตามหัวเมืองต่างๆก็จะมาร่วมด้วยเช่นกัน”

“อ่อ!”

ปัญหาอยู่ที่หน้าตาของท่านผู้ว่า หากใครก็ตามที่ทำให้งานมีปัญหา เขาผู้นั้นก็จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ

และหากเป็นงานของท่านผู้ว่า.. ท่านผู้ว่าก็คงต้องรับผิดชอบอย่างแน่นอน

จองกุกมองกระเป๋าแพทย์ในมือ ‘ผมจะไปตรวจเขาดีไม๊นะ?’

เมื่อจองกุกขยับมือ โดลซกถึงกับตกใจ “นายท่านจะเข้าไปหรือขอรับ?”

“ข้าไปไม่ได้งั้นรึ?”

โดลซกปิดปากเงียบเมื่อได้ยินคำถามเหมือนไม่เห็นด้วย

จองกุกไม่ใช่คนที่ชอบยุ่งเรื่องของคนอื่น ปกติเขาก็พยายามหลีกเลี่ยงไม่เข้าไปยุ่งกับเรื่องที่จะนำปัญหามาให้เขาอยู่แล้ว

‘แต่นี่มันยุคโชซ็อน.. ใครจะไปสู้กับคนใหญ่คนโตได้? นอกเหนือจากนั้น ที่นี่ก็ไม่ใช่พื้นที่หลังเขา ที่นี่คือตัวเมือง และนี่ก็ยังหัววันอยู่ ไม่น่าจะเป็นอะไร’

โดลซกไม่กล้าขัด “ไม่มีอะไรที่นายท่านไม่ควรทำขอรับ..”

ที่นี่คือซูวอน.. และเขาก็เป็นคนของตระกูลเบแห่งซูวอน แม้ว่าซังนัมจะลาออกจากราชการแล้ว แต่ก็ยังคงมีอำนาจอยู่ เขายังคงมีผู้ติดตามอยู่มากมายและยังทำงานให้กับในวังด้วย แม้แต่ข้าราชการตามหัวเมืองยังต้องส่งของกำนัลไปที่บ้านของเขา

“ถ้าเช่นนั้นก็ไปกันได้..” จองกุกเดินออกจากห้องไปพร้อมกระเป๋าในมือ โดลซกลุกขึ้นจากเก้าอี้แม้จะยังคงลังเล

ถ้าเจ้านายจะไป.. บ่าวอย่างเขาก็ต้องตามไปด้วยอยู่แล้วสินะ?

....

ประตูห้องเปิดอ้าอยู่..

เมื่อจองกุกมองเข้าไปด้านใน เขาเห็นผู้คนต่างพากันทำวิธีต่างๆนานาเพื่อให้ชายคนนั้นฟื้น พวกเขาพากันเอาน้ำพรม เขย่าไหล่ และก็ทำทุกสิ่งทุกอย่างที่พวกเขาทำได้

“ไปตามหมอมา! หมอ!”

นักแสดงผาดโผนที่ปลอมตัวเป็นผู้ชายตะโกนเสียงแหลมออกมา ผมของเธอเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อที่อาจเกิดจากการสวมหน้ากาก หรืออาจเป็นเพราะตกใจกับเหตุฉุกเฉินนี้

นักแสดงบางคนตะโกนและร้องออกมาอย่างหมดหวัง.. “เขาตายแล้ว.. เรียกหมอมาจะมีประโยชน์อะไรกัน? อนิจจา!”

นาทีนั้น.. จองกุกกระแอมเบาๆเพื่อส่งเสียงให้ทุกคนรู้ว่าเขามาถึงแล้ว และทำการเคาะประตู ซึ่งไม่จำเป็นเลยเพราะประตูก็เปิดอ้าอยู่ก่อนแล้ว “ข้างในเป็นเช่นไรบ้าง?”

ผู้คนในห้องพากันตื่นตัวเพราะเสียงแปลกนั่น..

“แกเป็นใคร?” ผู้ชายที่เป็นคนโหนเชือกยืนขึ้นตรงหน้าจองกุก แม้เขาจะตัวเตี้ยกว่าจองกุกแต่ก็หนากว่า ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยน้ำตาเพราะเพิ่งจะผ่านการร้องไห้มา

โดลซกขยับเข้าไปยืนตรงกลาง..

“เชอะ! นายของข้าเป็นบุตรชายตระกูลเบ”

“อะไรนะ! ตระกูลเบงั้นรึ?” ชายผู้นั้นไม่ได้ถอยหนีแต่ก็ลดอาการก้าวร้าวลง

นั่นเพราะว่าจองกุกเป็นพวกชนชั้นสูง..

“เจ้านายของข้าเก่งเรื่องการรักษามาก ท่านผู้เฒ่าต้องรู้สึกเป็นเกียรติที่นายของข้าจะมาดูอาการให้” โดลซกมองผู้คนที่มองมาด้วยความภาคภูมิใจ

ในสายตาของจองกุก โดลซกไม่มีอะไรนอกจากเป็นบ่าว แต่เขาถนัดเรื่องข่มผู้อื่น  และการคุยโวของเขาต่อหน้าบรรดานักแสดงนั้นก้ได้ผลดีทีเดียว เพราะทำผู้หญิงที่เป็นนักแสดงผาดโผนเริ่มแสดงอาการสนใจ

“ท่านเป็นหมอรึ?”

นั่นเป็นสิ่งที่โดลซกเองก็ไม่มั่นใจ นี่เป็นครั้งแรกของเขาที่ได้เห็นฝีมือของนายน้อยเมื่อวานนี้ ความจริงสำหรับจองกุกก็คือ นี่เป็นครั้งแรกที่จองกุกจะได้ทำงานที่เป็นประโยชน์ต่อโลกใบนี้

“อืม..” โดลซกพึมพำแทนการตอบคำถาม แต่เป็นจองกุกที่ตอบ เขาเดินเข้าไปด้านใน ทิ้งผู้ชายที่ยืนอยู่ด้านหน้าเขาไว้อย่างนั้น

เนื่องจากจองกุกเป็นคนที่มีบุคลิคสง่างามน่าเกรงขาม จึงไม่มีใครกล้าโต้แย้งเขา

“ใช่.. ข้าเป็นหมอ” จองกุกพูดขณะที่สำรวจลำคอของหัวหน้าคณะ เป็นเรื่องปกติที่จะจับข้อมือเพื่อตรวจอาการ แต่จองกุกเลือกตรวจอาการที่ลำคอ จึงทำให้ผู้คนที่อยู่ในห้องต่างพากันประหลาดใจ แต่ก็ไม่มีใครกล้าขัดขวาง

จองกุกเครียดขึ้นมาทันที ‘ชีพจรไม่เต้นแล้ว’

ในบางคนอาจจับชีพจรไม่พบหากความดันเลือดต่ำเกินไป ดังนั้นในเคสนี้ แพทย์จะต้องทำการตรวจเส้นเลือดที่ต้นขา ที่อยู่แถวขาหนีบ

แต่เมื่อจองกุกสัมผัสที่ขาหนีบของชายคนนั้น ก็มีเสียงคัดค้านดังขึ้นมาในห้อง “ท่านกำลังจะทำอะไร?”

แต่ก็มีเสียงโห่ร้องดังขึ้นมาไม่นาน

“เงียบๆ!”

จองกุกจำได้ว่าหัวหน้าคณะได้รับอุบัติเหตุระหว่างการแสดงชุดสุดท้าย ‘หน้าอกของเขากระแทกเข้ากับศรีษะของใครบางคน’

มันไม่ใช่แค่เรื่องน่าตกใจเล็กๆน้อยๆที่จะมองข้ามได้โดยไม่มีผลกระทบใดๆตามมา

“เขามีปัญหาเรื่องความร้อนในร่างกาย.. เอาล่ะถอดเสื้อของเขาออก”

“อะไรนะ?”

“ไม่ต้องถามมาก.. ทำตามคำสั่งข้าก็พอ”

นาทีนั้น.. คนที่รู้สึกตัวคนแรกคือโดลซก เพราะเขาได้เคยเห็นทักษะที่น่าทึ่งของจองกุกมาแล้ว เขาจึงไม่ลังเลแม้แต่น้อย

“ขอรับนายท่าน!”

“นี่ท่านกำลังทำอะไร? เขาเป็นหัวหน้า..”

“หุบปากของเจ้าซะ แล้วถอดเสื้อของเขาออก”

“เอ่อ.. เอ่อ..”

เมื่อนักแสดงผาดโผนขยับตามคำสั่งของเขา ผู้ชายคนอื่นๆก็ขยับตามเช่นกัน ไม่ใช่เพียงเพราะเขามาจากตระกูลสูง แต่เพราะความมั่นใจที่แฝงออกมาพร้อมกับคำพูดของเขานั่นเอง ที่ทำให้ทุกคนหายคลางแคลงใจและยอมทำตามคำสั่งของเขาอย่างว่าง่าย

“หู้..”

และทันทีที่ถอดเสื้อออก ก็ปรากฏรอยช้ำอย่างชัดเจนอยู่บนหน้าอกของเขา จองกุกทำการตรวจร่างกายและพูดกับบ่าวของเขา “โดลซก.. เปิดกระเป๋าออก”

“ขอรับนายท่าน..”

จองกุกหยิบเข็มฉีดยาอันใหญ่ และหูฟังออกมา..

“ใช่แล้ว.. เป็นอย่างที่คิดไว้จริงๆ”

เสียงหัวใจเต้นอ่อน แต่ไม่ได้เกิดจากการบีบของหัวใจมีปัญหา แต่เป็นเพราะเลือดที่คั่งอยู่ในโพรงหัวใจ

“โดลซก.. จับคนป่วยไว้”

“ขะ-ขอ..!”

จองกุกแทงเข็มเข้าไปที่หน้าอกของหัวหน้าโดยไม่รอให้โดลซกพูดจบ เมื่อเขาทำเช่นนั้น เลือดสีแดงก็ไหลออกมาตามกระบอกเข็มฉีดยา เมื่อนักแสดงผาดโผนเห็นเช่นั้นก็ร้องเสียงดังออกมา “ท่านบ้าไปแล้วรึ?”

แต่จองกุกไม่ใส่ใจ เมื่อเขาลงมือแล้ว เขาไม่เคยถอยกลับ..

“โดลซก.. ดูให้ดีและจำไว้!”

“อะไรนะ?”

“นี่เป็นวิธีการช่วยชีวิตคน.. ดังนั้นเจ้าจงตั้งใจดูให้ดี”

แม้ว่าเลือดที่คั่งอยู่จะถูกดูดออกมาแล้ว แต่การเต้นของหัวใจยังคงอ่อนแรง ดังนั้นจองกุกจึงต้องเริ่มทำการปั๊มหัวใจ

สิ่งที่จองกุกกำลังทำอยู่นั้นคือการปั๊มหัวใจที่เรียกว่า CPR ผู้คนที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ต่างพากันคิดว่าจองกุกกำลังจะฆ่าชายคนนั้น

ชายร่างใหญ่กำลังกดหน้าอกของชายที่หมดสติซ้ำแล้วซ้ำอีก..

นักแสดงผาดโผนมองด้วยความงุนงง รวมถึงคนอื่นๆที่อยู่ในห้องด้วยเช่นกัน แต่จองกุกไม่สนใจที่จะโต้ตอบคนเหล่านั้น เขาจดจ่ออยู่เพียงแค่การเต้นของหัวใจของผู้ป่วย

“หัวใจยังคงเต้นอ่อนอยู่.. เอาล่ะคราวนี้ตาเจ้าแล้ว”

“หา.. ข้าน้อยหรือขอรับ?”

“ใช่.. กดลงตรงกลางระหว่างราวนมของเขาด้วยฝ่ามือ แขนตั้งตรง”

“อ่อ.. ขอรับนายท่าน”

โดลซกรู้สึกว่าผู้คนในห้องเริ่มไม่พอใจ แต่เขาก็ยังคงพยักหน้ารับคำ

เขารู้สึกว่าหากหัวหน้าไม่ฟื้น เขาคงต้องตายแน่ๆ จองกุกเป็นคนในตระกูลสูง เขาคงไม่ถูกฆ่า แต่สำหรับเขานั้นคงหลีกเลี่ยงไม่ได้

ขณะที่โดลซกกำลังกดหน้าอกของหัวหน้าด้วยแรงทั้งหมดที่มีอยู่เพราะกลัวว่าจะต้องถูกฆ่านั้น จองกุกก็ทำสิ่งที่น่าตกใจมากยิ่งขึ้น

“ฮึบ” เขาทำการเป่าปากเพื่อผายปอด

เมื่อเห็นการกระทำที่ ‘น่าเกลียด’ เช่นนั้น นักแสดงผาดโผนรีบจับไหล่ของจองกุก “นี่ท่านทำอะไรน่าอายกับท่านพ่อของข้า? ถ้าท่านจะต้องตาย ก็ไม่เป็นไร แต่อย่างทำเรื่องน่าอายเยี่ยงนี้กับเขา”

ถึงอย่างนั้น.. จองกุกก็มีสติพอที่จะไม่ปล่อยให้เธอรบกวนการรักษา แม้แต่หญิงแกร่งก็ไม่สามารถหยุดเขาให้หยุดช่วยชีวิตคนไข้ได้ หญิงสาวถึงกับเกาะไหล่เขาและขยับไปพร้อมกัน

แล้วจองกุกก็รีบตะโกนบอกโดลซกทันที “หยุด.. หยุดก่อน”

ขณะที่พวกเขาทำแบบนั้น ผู้คนต่างพากันมาห้อมล้อม บางคนก็ถือกระบอง บางคนก็ถือของมีคมมาด้วย

โดลซกตอบขณะที่รู้สึกกังวลอย่างมาก “ขอรับ.. ขอรับ!”

จองกุกตรวจที่คอเงียบๆอีกครั้ง แล้วเริ่มพยักหน้า

“ไม่ต้องกังวลแล้ว.. เขาจะฟื้นอีกในไม่ช้า”

ได้ยินแบบนั้น.. ออนนี่ก็จ้องมองเขาด้วยดวงตาเบิกกว้าง เธอมั่นใจว่าพ่อของเธอตายแล้วแน่ๆ แล้วคนตายทำไมถึงฟื้นได้ล่ะ?

เมื่อผู้คนต่างพากันมองจองกุกด้วยความงุนงง ชายหนุ่มที่โหนเชือกในการแสดงก็ยกกระบอกขึ้นมาโชว์พร้อมพูดว่า “เอาล่ะ.. ถ้าเขาไม่ฟื้น ข้าไม่ปล่อยท่านไปแน่”

ไม่ใช่มีเขาเพียงคนเดียวที่มีสายตาดุร้าย คนทั้งหมดในคณะที่อยู่ที่นั่น ก็แสดงอาการต่อต้านและเป็นปฏิปักษ์ออกมาอย่างชัดเจน ดูเหมือนว่าความเคารพที่มีให้กับหัวหน้าของพวกเขา จะมีมากกว่าความกลัวที่มีให้กับพวกชนชั้นสูง

โดลซกกระซิบอย่างกังวล “นายท่าน.. พวกเขาดูช่างดุร้าย”

“อย่ากังวล.. ข้ารับรองว่าเขาต้องฟื้นอย่างแน่นอน”

“จริงหรือขอรับ?”

โดลซกรู้สึกว่าคำว่า ‘อย่ากังวล’ ทำให้เขายิ่งกังวลมากขึ้น เขาภาวนาให้ชายแปลกหน้าที่เขาไม่เคยพบหน้ามาก่อนนี้มีชีวิตรอด ‘ได้โปรด.. ได้โปรด.. อย่าให้เรื่องราวแย่ไปกว่านี้เลย’

จบบทที่ คุณหมอย้อนเวลา - ตอนที่ 7 : การแสดงผาดโผน (3)

คัดลอกลิงก์แล้ว