เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

คุณหมอย้อนเวลา - ตอนที่ 3 : ไม่ใช่เพราะอาหารไม่ย่อย (2)

คุณหมอย้อนเวลา - ตอนที่ 3 : ไม่ใช่เพราะอาหารไม่ย่อย (2)

คุณหมอย้อนเวลา - ตอนที่ 3 : ไม่ใช่เพราะอาหารไม่ย่อย (2)


ตอนที่ 3 – ไม่ใช่เพราะอาหารไม่ย่อย (2)

“กระเป๋าสีดำหรือขอรับ?”

“ใช่.. ใบที่ผมถือมา”

“อ่อ! ขอรับนายท่าน”

โดลซกวิ่งไปหยิบกระเป๋า.. ในขณะเดียวกันก็พึมพำอย่างงุนงง.. สองคนที่ดูจะประหลาดใจที่สุดคือท่านหมอและชายชราซังนัมนั่นเอง

“นี่ท่านกำลังทำอะไร? เราจำเป็นต้องให้ยาแก้อาหารไม่ย่อยแก่เขา”

ท่านหมอดูต่อต้านและไม่พอใจกับสิ่งที่จองกุกเพิ่งทำลงไป ด้วยฐานะของหมอที่เขาเป็นอยู่ ปกติจะได้รับการปฏิบัติอย่างดีจากผู้คนทั่วไปรวมถึงเหล่าขุนนาง ยิ่งไปกว่านั้นเขาก็ไม่ใช่คนธรรมดาสามัญ แต่เป็นถึงชนชั้นสูงแม้ว่าจะเป็นลูกของอนุภรรยาก็ตาม

แต่จองกุกกลับหัวเราะเยาะ..

‘แผนโบราณกับแผนปัจจุบัน’

เขาไม่รู้ว่าเหตุใดจึงคิดเช่นนั้น.. แต่เขาจะปล่อยให้คนไข้ได้รับการรักษาในลักษณะแบบนี้ต่อไปไม่ได้ เขาจึงผลักท่านหมอเบาๆให้หลีกทาง

“ไอ้เด็กเมื่อวานซืน! นี่เจ้าทำแบบนั้นกับท่านหมอได้ยังไงกัน เราต้องพยายามไปขอร้องท่านหมออยู่หลายครั้งกว่าท่านหมอจะมาได้?” ซังนัมระเบิดออกมาด้วยความโกรธ และแสดงตัวว่าอยู่ข้างท่านหมออย่างชัดเจน

นอกจากเสียงเอะอะโวยวายรอบๆตัวเขา.. จองกุกก็ไม่รู้ว่าตัวเขาเองตอนนี้อยู่ที่ใหน และเกิดอะไรขึ้น เขาจึงยืนนิ่งไม่ขยับเขยื้อน

‘คนที่นอนป่วยอยู่นั้น.. นั่นคือเรื่องจริง’

จองกุกเป็นศัลยแพทย์ที่เก่งที่สุดในเกาหลี.. หากคนไข้อยู่ในการดูแลของเขาแล้ว และหากเขาเป็นผู้ลงมือทำการผ่าตัดคนไข้เองล่ะก็ คนไข้ส่วนใหญ่จะรอดชีวิต

“นี่ครับนายท่าน..” โดลซกรีบส่งกระเป๋าให้กับเขาโดยไม่สนใจกับอารมณ์โกรธเกรี้ยวไม่พอใจที่แผ่กระจายอยู่ทั่วห้อง

ดูเหมือนเขาจะเป็นคนรับใช้ที่เชื่อฟังจองกุกมาก

“ดีมาก..” จองกุกเปิดกระเป๋าออกมาอย่างรีบร้อน อุปกรณ์ด้านในค่อนข้างพร้อม เพราะเป็นกระเป๋าที่เตรียมไว้สำหรับให้ท่านประธาน

‘ว่าแต่ทำไมมันถึงได้หนักอย่างนี้นะ!’

ในกระเป๋าใบนั้นมีทั้งอุปกรณ์สำหรับทำการผ่าตัด รวมถึงพวกยาฆ่าเชื้อ ยาปฏิชีวินะ ยาชา และยาสลบ นอกจากนั้นยังมีค้อนเล็กๆ สิ่ว และเลื่อยมือ

หรือจะเรียกกระเป๋าใบนี้ว่า ‘ห้องผ่าตัดฉุกเฉินขนาดเล็ก’ ก็ยังได้

หลังจากมีปากเสียงและลงไม้ลงมือกันนิดหน่อย ท่านหมอก็ไม่กล้าเข้าใกล้จองกุกอีก แต่เป็นซังนัมที่ตะโกนด่าเขาแทน..

คนรับใช้ที่อาศัยอยู่ร่วมบ้านเดียวกันนั้นเป็นมากกว่าแค่คนรับใช้ คนรับใช้อาจจะใกล้ชิดกับเจ้านายมากเกินกว่าที่คนนอกจะจินตนาการได้ ดังนั้น.. เป็นธรรมดาที่เขาเองจะค่อนข้างรู้สึกกังวลเกี่ยวกับชีวิตของเด็กชาย

“บอกฉันมาว่าแกคิดจะทำอะไร”

เมื่อได้ยินเช่นนั้น จองกุกก็มองซังนัม สายตาของซังนัมที่มองเขานั้นก็ช่างเหมือนจริงราวกับเป็นพ่อของเขาจริงๆ ‘นี่ไม่ใช่ความฝันอย่างแน่นอน เพราะทุกอย่างดูเหมือนจริงและจับต้องได้’

แต่.. ลึกๆในใจของเขาก็ยังไม่อยากจะเชื่อว่านี่คือเรื่องจริง

‘นี่ผมย้อนกลับมาในอดีตอย่างงั้นเหรอ? มันเป็นไปไม่ได้’ จองกุกประหลาดใจ แต่ความคิดเรื่องการเดินทางมาในอดีต ก็ดูเป็นเรื่องที่พอจะอธิบายได้มากที่สุดหากพิจารณาจากพื้นที่รอบๆใกล้เคียง

‘แต่ช่างเถอะ.. สิ่งสำคัญตอนนี้คือการช่วยชีวิตเด็กชายไว้ก่อน’

เขาตอบขณะที่กำลังสวมถุงมือผ่าตัด..

“ท่านครับ.. ไม่สิ.. พ่อครับ กรุณาปล่อยเขาไว้กับผมสักครู่ เราจำเป็นต้องช่วยชีวิตเขาก่อน”

“ใช่.. เราถึงต้องให้ท่านหมอมารักษาเขา”

“ไม่.. หมอนี่หลอกลวง”

“อะไรนะ? นี่เจ้าพูดอะไรของเจ้า?” แม้ชายชราจะพูดกับเขากระโชกโฮกฮาก แต่ดูเหมือนเขาจะรักลูกชายของเขามากทีเดียว เพราะสายตาและสีหน้าของเขาตอนนี้ดูเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง..

นั่นเพราะตอนเด็กๆนั้น.. ใครๆก็เรียกเขาว่าอัจฉริยะ

“นี่มันเรื่องตลกอะไรกัน? นี่เจ้าเรียนมาจากฮีจุนอย่างงั้นรึ?”

จองกุกไม่รู้ว่าใครคือฮีจุน และนั่นก็ไม่สำคัญสำหรับเขา

‘แต่นั่นอาจเป็นข้ออ้างที่ดีได้..’

และตอนนี้.. จองกุกก็ได้เตรียมวางยาชาเฉพาะที่แล้ว เขาเงียบและไม่สนใจฟังคำถามอีก..

“ใช่..ใช่.. ผมเรียนมาจากเพื่อน โดลซกปิดประตูให้สนิท และอย่าให้มีลมเข้า ถ้าลมเข้าแม้แต่น้อยโอซกจะตายทันที”

“โอ้.. ขอรับ.. ขอรับ..”

แต่เมื่อโดลซกพยายามจะปิดประตู ซังนัมก็ตะโกนออกมาอย่างดัง “โดลซก.. นี่แกจะเชื่อฟังใคร?”

“พ่อ.. ถ้าอยากให้โอซกรอด พ่อต้องเชื่อผม”

เสียงของเขาสงบเยือกเย็น และกระแสของความมั่นใจได้แผ่ซ่านออกมาจากตัวเขา ราวกับว่าไม่มีใครสามารถหยุดเขาได้ รังสีแห่งความเชี่ยวชาญนั้นสาดส่องไปทั่วพื้นที่ราวกับพระอาทิตย์ทรงกลด

โดลซกเองก็ไม่กล้าปฏิเสธที่จะไม่ทำตาม แม้แต่ซังนัมเองยังอยู่ในอาการเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง

นี่เป็นชีวิตของน้องชายเขา ในสถานการณ์ที่เร่งด่วนเช่นนี้ จองกุกคือคนที่น่าเชื่อถือที่สุดสำหรับโดลซก แม้ในบางเวลาเขาอาจจะดูไม่ได้เรื่องบ้างก็ตาม

‘แม้ว่าตอนนี้จองกุกจะดูไม่ได้เรื่องได้ราว แต่ตอนเด็กๆความเฉลียวฉลาดของเขาก็เป็นที่โจษจันอย่างมาก’

ตอนอายุสามขวบผู้คนเรียกเขาว่าอัจฉริยะ เพราะเขาสามารถท่องฮันจามุน (อักษรจีน1000คำ) ได้ และเป็นความภาคภูมิใจของครอบครัวเบแห่งซูวอน ด้วยรูปร่างหน้าตาที่หล่อเหลาของเขา มีผู้คนมากมายที่อยากให้ลูกสาวของตนได้แต่งงานกับเขา และเขาก็เป็นที่รู้จักดีในหมู่ของพวกแม่สื่อในเวลานั้น

‘แต่ตอนนี้เขาไม่ได้เรื่องเลยสักนิด แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังคงเป็นที่รักใคร่ของใครต่อใคร’

โดลซกยังจำเหตุการณ์ในวัยเด็กของเขาได้ ในเวลานั้นเขาก็ป่วยและนอนซึมไร้เรี่ยวแรงเหมือนกันโอซกในตอนนี้ และตอนนั้นนายน้อยก็จับกระต่ายเพื่อนำมาลดไข้ให้กับเขา เขาเป็นเพียงแค่บ่าว แต่นายน้อยก็ยังดูแลเขาแม้ในยามเจ็บป่วย

เขาไม่เคยลืมว่านายน้อยยื่นกระต่ายให้เขาด้วยมือที่เย็นเป็นน้ำแข็งจนแดงกล่ำ

“นายท่าน.. นายน้อยบอกว่าโอซกอาจตายได้” โดซกพูดเพียงแค่นั้น เขาก็ปิดประตูและกลับไปหาจองกุก ยังมีเสียงตะโกนมาจากข้างนอกให้ได้ยินอยู่บ้างแต่ก็ไม่รุนแรงนัก

“นายท่าน.. จะให้ข้าทำอะไรบ้าง?”

“ถือตะเกียงไว้ ในนี้ค่อนข้างมืดจะได้เห็นชัดขึ้น”

“ขอรับนายท่าน แต่..”

“อะไร?”

“ท่านจะช่วยชีวิตโอซกใช่ไหมขอรับ?”

ได้ยินคำพูดของโดลซก.. ท่านหมอก็ทำเสียงสูงขึ้นจมูก “ช่วยชีวิตงั้นรึ? หึ!”

แต่เมื่อจองกุกหันกลับไปมอง ท่านหมอก็ทำแกล้งกระแอม แต่ก็ยังคงอยู่ในห้อง

ดูเหมือนเขาจะอยากรู้อยากเห็นว่าจองกุกจะรักษาเด็กชายอย่างไร

“โดลซก”

“ขอรับ”

“ถือตะเกียงไว้ให้แน่น.. แล้วก็ไม่ต้องถามอะไรที่ไร้สาระ”

“ขอรับนายท่าน”

“โอซก.. มันอาจจะหนาวมากแล้วก็เจ็บนิดหน่อย”

“ขอรับท่าน..”

หลังจากพูดจบ.. จองกุก็จัดการฉีดยาชาเข้าไปที่ท้องของเด็กชายหลายเข็ม

‘ไม่เคยคิดว่าจะต้องทำการผ่าตัดครั้งนี้ด้วยยาชาเฉพาะที่เท่านั้น’ เขามองโอซกอย่างกังวล เขาไม่ลังเลสงสัยในฝีมือของเขา แต่เขากังวลกับความอดทนของเด็กชาย

“ห้ามขยับเขยื้อน..”

“ข้าจะไม่ขยับขอรับ”

“บอกฉันถ้าเธอรู้สึกเจ็บ”

“ขอรับ”

จากนั้น.. จองกุกก็จัดการกับความกังวลของตนเอง เมื่อใบมีดคมส่องกระทบแสงไฟ เขารู้สึกแปลกๆ

โดลซกถามเขาด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ “นายท่าน.. ท่านจะใช้มันทำอะไรหรือขอรับ?”

“ถือตะเกียงไว้ให้สูงๆถ้าเธออยากให้โอซกมีชีวิตรอด”

“ขอรับ ขอรับ”

โดลซกกัดฟันและมือก็ถือตะเกียง เขาจำต้องทำตามคำสั่งจองกุก เพราะมันคือความเป็นความตายของโอซก

“เอาล่ะ.. จากนี้ไปต้องไม่มีใครขยับเขยื้อน” ขณะที่พูดจองกุก็ทำการเปิดหน้าท้องด้านขวาของโอซกด้วยความกังวล เลือดสีแดงสดๆไหลออกมาจากแผลผ่าที่ยาวราวสามเซ็นติเมตร

ท่านหมอที่ยืนดูอยู่อย่างเงียบๆแสดงความเกรี้ยวกราดออกมา

“นี่ท่านบ้าไปแล้วรึ?”

“เงียบ!”

“ไม่! ข้าต้องรายงานเรื่องนี้ให้ท่านอาจารย์ทราบ” ท่านหมอลุกขึ้นตะโกน ปฏิกิริยาของท่านหมอนั้นไม่ได้เกิดขึ้นเพียงเพราะคำสอนของขงจื้อสอนที่ว่าทุกส่วนของร่างกายได้มาจากบิดามารดา ในสมัยต้นโชซ็อนคำสอนของขงจื้อยังไม่แพร่หลายเหมือนยุคปลายโชซ็อน แต่เป็นเพราะการได้เห็นเลือดสดๆที่ไหลออกมานั้นทั้งน่าประหลาดและน่าตกใจในคราวเดียวกัน

และท่านหมอก็คิดว่าโดลซกคงรู้สึกเช่นเดียวกันกับเขา..

“โอ้.. โอ้.. นายท่านขอรับ?”

“ถือตะเกียงไว้”

“เอ่อ.. ขอรับ”

โดลซกเชื่อฟังอย่างมากเพราะเขาถือตะเกียงไว้แน่นตามคำสั่งของจองกุก และพยายามไม่แสดงปฏิกิริยาใดๆออกมาอีก

มีเพียงท่านหมอที่ดูเหมือนจะกำลังโมโหอย่างมาก..

โดลซกมองจองกุกอย่างขาดสติและไม่รู้ควรทำเช่นไร ส่วนจองกุกก็ไม่ละสายตาจากรอยผ่าแม้เพียงเสี้ยววินาที

“ทำให้เขาเงียบ”

“เอ่อ.. ทำอย่างไรขอรับ?”

“ทำยังไงก็ได้.. เขากำลังรบกวนการผ่าตัด จับตะเกียงไว้ให้แน่นๆ”

“ขอรับ.. แล้วก็”

สำหรับโดลซกแล้ว ท่านหมอคือปัญหาใหญ่ แต่เขาไม่มีทางเลือกอื่น น้องชายของเขาอาจตายได้หากยังคงเป็นเช่นนี้ บางทีถ้าหากเขาบอกกับท่านหมอว่าเขาทำตามคำสั่งของนายท่าน เขาก็อาจจะไม่โดนทำโทษถึงตายก็ได้

“ท่านหมอ..ขอรับ”

“มีอะไรรึเจ้าหนู?”

“อย่าเรียกข้าว่าเจ้าหนู”

“อ๊าค..”

เพียงยกเท้าถีบแค่ครั้งเดียว ท่านหมอก็กระเด็นไปอยู่ที่มุมห้อง แต่นั่นทำให้ตะเกียงในมือสั่นเล็กน้อย แต่นั่นไม่มีปัญหาสำหรับจองกุก เขาได้เปิดเยื่อบุช่องท้องแล้วในตอนนี้ และกำลังจัดการกับไส้ติ่งที่กำลังเป็นหนอง

‘เป็นเรื่องปกติที่จะปวดขนาดนั้นหากเป็นไส้ติ่งอักเสบ’

นี่ถ้าไส้ติ่งแตก เด็กชายคงไม่ทางรอด เว้นแต่จะมีเครื่องไม้เครื่องมือและสภาพแวดล้อมที่สะอาดปลอดเชื้อกว่านี้ เขาก็พอจะทำอะไรได้บ้าง แต่ที่นี่เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลย

“เธอยังสบายดีใช่ไม๊?”

“ขอรับนายท่าน”

“เก่งมากเด็กน้อย.. ใกล้จะเสร็จแล้ว”

‘อึก!’ โดลซกกลืนน้ำลายที่แห้งขณะที่มองดูว่าจองกุกทำอะไร เขาใช้มีดเฉือนร่างกายคนโดยที่คนถูกเฉือนยังมีชีวิตอยู่.. ถ้าไม่ใช่จองกุกจะมีใครที่ทำแบบนี้ได้ มีแต่เขาที่เอาชนะความตายได้

ไม่.. หากโอซกตาย เขาจะไม่ปล่อยจองกุกแน่..

“จับตะเกียงให้แน่น”

“ขอรับ.. ขอรับ..”

เพราะเขากำลังคิดเรื่องไม่ซื่อกับจองกุก เขาจึงตอบไปด้วยเสียงที่ดังและเร็วกว่าเดิม

นาทีนั้น.. จองกุกจัดการมัดไส้ติ่งด้วยเชือกแล้วตัดด้วยกรรไกร จากนั้นการผ่าตัดก็ค่อนข้างง่ายหลังจากที่หาไส้ติ่งพบแล้ว

“เรียบร้อยแล้ว.. ตอนนี้ฉันจำเป็นต้องเย็บ นิ่งๆไว้นะ”

“ขอรับนายท่าน”

“ไม่เจ็บใช่ไม๊?”

“ไม่ขอรับ”

จองกุกจัดการเย็บปิดผนังบุช่องท้อง แล้วตามด้วยเย็บผิวหนังปิด รอยบากที่เปิดกว้างเมื่อครู่ตอนนี้ถูกเย็บปิดจนแน่น

หากพิจารณาจากประสบการณ์และทักษะของจองกุก การผ่าตัดครั้งนี้จัดได้ว่าเป็นการผ่าตัดที่ไม่มีอะไรสำหรับเขา แต่สำหรับโดลซกแล้ว.. มันคือความมหัศจรรย์

ผ่าสดๆแล้วก็ปิด..

นี่ไม่ใช่อะไรใหญ่โตสำหรับจองกุก เขาผ่านเคสผ่าตัดมามากมายตั้งแต่สมัยที่ยังเป็นแพทย์ประจำบ้าน (Resident)

จากนั้นเขาก็ถอดถุงมือออกแล้วพยักหน้าเบาๆ..

“เธอทำได้ดีมาก.. ตอนนี้ไข้ก็จะไม่มีแล้ว หลับฝันดีนะ”

“ขอรับนายท่าน”

“ขอรับ”

โอซกนอนหลับไป หลังจากที่ต้องต่อสู้กับความเจ็บป่วยมาเป็นเวลาหลายวัน และความเครียดที่เกิดจากการผ่าตัด สีหน้าของเขาดูสงบขึ้นกว่าก่อนหน้านี้มาก

โดลซกพูดอะไรไม่ออก เขายังคงถือตะเกียงไว้ในมือ และใบหน้าของเขาภายใต้แสงตะเกียงก็เต็มไปด้วยความประหลาดใจ

ไม่แปลก.. เพราะสิ่งที่เขาเห็นดูเหมือนจะเป็นเรื่องมหัศจรรย์สำหรับเขา

“นายท่าน.. ท่านทำได้ยังไงกัน?”

จบบทที่ คุณหมอย้อนเวลา - ตอนที่ 3 : ไม่ใช่เพราะอาหารไม่ย่อย (2)

คัดลอกลิงก์แล้ว