เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

คุณหมอย้อนเวลา - ตอนที่ 1 : เบจองกุกไปโชซอน

คุณหมอย้อนเวลา - ตอนที่ 1 : เบจองกุกไปโชซอน

คุณหมอย้อนเวลา - ตอนที่ 1 : เบจองกุกไปโชซอน


ตอนที่ 1 – เบจองกุกไปโชซอน

จองกุกกำลังสวมเสื้อกาวน์ที่แข็งราวกับชุบด้วยกาวน้ำข้าวที่คนเกาหลียุคก่อนนิยมใช้ เขาดูมั่นใจมากขณะที่เดินสวมเสื้อกาวน์ออกมา..

“สวัสดีตอนเช้า.. ศาสตราจารย์เบ..!”

“สวัสดีตอนเช้าเช่นกันครับ”

“นี่คุณกำลังสับเปลี่ยนเวรเหรอ?”

“ไม่.. ผมกำลังจะไปพบท่านผู้อำนวยการ ไว้เจอกัน”

“ครับศาสตราจารย์..”

จองกุกขึ้นลิฟท์ไปหลังจากที่เดินผ่านพยาบาลและบรรดาแพทย์ประจำบ้าน (Resident) ไป  จากเงาในกระจกทำให้เห็นใบหน้าที่ดูหล่อเหลาเป็นพิเศษ

เขาได้รับตำแหน่งศาสตราจารย์ตั้งแต่อายุได้เพียงสามสิบต้นๆ และเป็นคนรูปร่างหน้าตาดี ไหล่กว้าง รูปร่างบอบบาง เขาไม่จู้จี้จุกจุกเรื่องผู้หญิงมากนัก และก็ไม่รังเกียจที่จะมีปฏิสัมพันธ์กับบรรดาสาวๆ เขาชอบการเอ็นเตอร์เทนสาวๆ บางครั้งเขาก็ไปสนุกกับสาวๆที่เคยเจอกันมาเมื่อหลายปีก่อน และบางครั้งก็ออกไปกับสาวๆพร้อมกันทีเดียวสองสามคนต่อวัน

แต่ปัญหาอยู่ที่ใจของเขาเอง.. เขายังไม่พบเจอใครที่เขาชื่นชอบจริงๆ ดูเหมือนว่าเขาคงทิ้งความคิดเรื่องความรักโรแมนติคอะไรพรรณนั้นไว้ในท้องแม่ไปแล้ว เพราะเขาไม่เคยตกหลุมรักผู้หญิงคนใหนเลย และเขาก็ไม่กระตือรือร้นที่จะพัฒนาความสัมพันธ์กับหญิงสาวคนใหนด้วย

...

‘ผมหวังว่านี่จะไม่ใช่การประชุมที่จัดขึ้นโดยลูกสาวของศาสตราจารย์บางท่านนะ ผมจะไปมีความสัมพันธ์กับผู้หญิงที่ผมไม่รู้จักได้ยังไงกัน? และถ้าเธอเป็นลูกสาวของบรรดาศาสตราจารย์ ก็ยิ่งยากที่จะบอกปัด หลังจากที่ได้พบกันอย่างเป็นทางการเพียงสองสามครั้ง’

เขาไม่ชอบการพบเจอกันที่ดูจริงจัง..

‘ติ๊งต่อง’

ขณะที่เขากำลังครุ่นคิดอยู่นั้น ลิฟท์ก็มาหยุดอยู่ที่ชั้นบนสุด ด้านซ้ายมือมีประตูเล็กๆ และภายในห้องก็มีประตูอีกบานหนึ่ง

เขาจะต้องเปิดประตูห้องเข้าไปจึงจะได้พบกับท่านผู้อำนวยการ

เมื่อจองกุกเดินเข้าไปใกล้ เลขานุการที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ก็ทักทายว่า “ศาสตราจารย์เบ.. รอสักครู่น่ะคะ”

“ครับ..”

เมื่อเลขานุการเข้าไปรายงานว่าเขามาถึงแล้ว ประตูห้องก็เปิดออก..

“ศาสตราจารย์เบ! เข้ามาสิ” ท่านผู้อำนวยการทักทายด้วยน้ำเสียงสดใสเหมือนเช่นเคย

‘เขาคงมีอะไรจะบอกผม’ จองกุกถอนหายใจขณะเดินตรงไปยังห้องท่านผู้อำนวยการ สายตาของเขาเหลือบไปเห็นกระเป๋าเครื่องมือสำหรับออกตรวจสีดำวางอยู่บนทางเดินที่ทอดไปยังห้องของท่านผู้อำนวยการ

ยังมีคนใช้กระเป๋าออกหน่วยโบราณแบบนี้อีกเหรอ..

เขาคงจะไม่สนใจถ้าเป็นวันปกติธรรมดาๆ แต่ในวันที่พิเศษแบบนี้เขากลับรู้สึกว่ามันมีอะไรแปลกๆ

.....

ขณะที่จองกุกกำลังเดินเข้ามา.. ท่านผู้อำนวยการก็ยืนรออยู่พอดี

“เห้.. ศาสตราจารย์เบ.. เข้ามาข้างในสิ”

“สวัสดีตอนเช้าครับท่านผู้อำนวยการ..”

“ผมต้องขอโทษด้วยที่โทรหาคุณในวันที่ยุ่งแบบนี้”

“ไม่เลยครับ.. วันนี้ผมไม่มีตารางตรวจพิเศษอะไร” แต่ถ้ามีตรวจสักเคสก็น่าจะดี เขาจะได้มีข้ออ้างไม่ต้องมาที่นี่..

ผู้อำนวยการถูมือเข้าด้วยกัน ‘ดูเหมือนว่าท่านผู้อำนวยการ คงต้องมีเรื่องยุ่งยากมาขอให้เขาทำแน่ๆ’

‘เขาจะถูมือแบบนั้นเวลาที่ขอให้ผมไปเล่นกอล์ฟเป็นเพื่อนเขาในวันหยุด’ จองกุกคิด

‘แล้วตอนนี้เขาก็ถูมือแบบเดิมเร็วๆถึงสองครั้ง จะมีอะไรที่น่าหงุดหงิดไปกว่าการต้องตื่นแต่เช้าไปเล่นกอล์ฟในวันตรุษจีนที่ลมพัดเย็นอีกล่ะ?’

จองกุกฝืนยิ้มระหว่างที่รอฟังท่านผู้อำนวยการพูดต่อให้จบ..

.....

“คุณรู้จักท่านประธานใช่ไม๊? ผมหมายถึงท่านประธานของโรงพยาบาล”

ทำไมศาสตราจารย์ในโรงพยาบาลอย่างเขา ถึงจะไม่รู้จักท่านประธานของโรงพยาบาลล่ะ? จองกุกพยักหน้า..

“ท่านประธานต้องการให้คุณไปรักษาท่านที่บ้าน แล้วท่านก็มีหญิงสาวจะแนะนำให้คุณรู้จัก”

“ขอโทษนะครับ?”

“ผมบอกกับท่านประธานไปแล้วว่ามันคงจะแปลกๆ ที่ศาสตราจารย์เบจะไปเยี่ยมท่านที่บ้าน แต่ท่านประธานยังคงยืนยันเหมือนเดิม”

“ห๊า..” จองกุกมองผู้อำนวยการพร้อมกับถอนหายใจ ‘นี่ถ้าเป็นการไปเยี่ยมเยียนท่านประธาน และต้องนั่งคุยกับผู้หญิง ผู้อำนวยการน่าจะต้องถูมือสองครั้งให้เร็วกว่าที่ทำอยู่ตอนนี้...’

เป็นการยากที่จะปฏิเสธ.. แม้เขาอยากจะปฏิเสธมาก แต่ก็คงจะทำไม่ได้.. เพราะนี่ฟังดูคล้ายเป็นคำสั่งมากกว่าอย่างอื่น..

เขาเป็นถึงประธานของโรงพยาบาลจุงมู..

และเป็นประธานของจุงมูกรุ๊ปที่ใหญ่ที่สุดในเกาหลี กลุ่มนี้มีชื่อเสียงด้านรักชาติ และนั่นคือเหตุผลว่าเหตุใดกลุ่มบริษัทถืงได้มีชื่อว่า จางมูจง อี ซุนจิน (อีซุนจินคือแม่ทัพเรือในยุคโชซ็อนที่ช่วยประเทศให้รอดพ้นจากญี่ปุ่น)

ถ้าท่านประธานต้องการให้เขาไปเยี่ยมที่บ้าน เขาคงต้องทำตามคำสั่งจะดีกว่า แม้บ้านของท่านประธานยังตั้งอยู่ในเขตที่ค่อนข้างอันตรายอย่าง DMZ (ดีเอ็มซี มาจากคำว่า Demilitarized Zone แปลว่าเขตปลอดทหาร แบ่งกันตามชายแดนเกาหลีเหนือ เกาหลีใต้ ทหารของฝ่ายใดก็ห้ามเข้าไปในโซนนี้ แม้แต่ทหารยังไม่ให้เข้า พลเรือนแทบไม่ต้องพูดถึง หรืออาจเรียกว่าเขตปลอดผู้คนก็น่าจะได้เช่นกัน)

“ท่านสั่งให้ผมจัดกระเป๋าสำหรับออกหน่วยตรวจให้ด้วย ข้างในมียามากมายหลายอย่างที่ท่านประธานต้องการ ในกระเป๋านั่นนอกจากยาสามัญ ก็ยังมีเครื่องมือแพทย์อย่างอื่นอีก คุณก็เอาไปให้เขา แล้วก็แกล้งทำเป็นไม่รู้อะไรก็แล้วกัน”

ดูเหมือนว่าเขาคงต้องไปพบท่านประธานอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะดูเหมือนท่านผู้อำนวยการได้ตัดสินใจแทนเขาไปแล้ว

“แล้วจะให้ผมไปยังไง?”

“คุณบอกว่าวันนี้คุณไม่มีเคสด่วนใช่ไม๊..?”

“ใช่ครับ..” เขาบอกไปแล้วอย่างชัดเจนตั้งแต่แรก ดังนั้นตอนนี้เขาจึงปฏิเสธอะไรไม่ได้แล้ว

“งั้นก็ไปตอนนี้เลย ผมเตรียมรถไว้ให้คุณเรียบร้อยแล้ว”

“ห๊า.. ครับ”

“ขอโทษนะ.. แต่.. มันน่าจะเป็นผลดีกับคุณ คุณไม่สนใจผู้หญิงที่ใหนอยู่แล้ว ถ้าคุณแต่งงานกับหญิงสาวที่ท่านประธานแนะนำ มันก็จะดีกับตัวคุณ”

“ไร้สาระ! แต่ผมก็เข้าใจ ผมไปก่อนล่ะครับ”

“โอเค.. ตามสบาย”

....

จองกุกเข้าไปนั่งในรถเก๋งพร้อมกระเป๋าเครื่องมือแพทย์สีดำ หลังจากผ่านไปครู่หนึ่งรถเก๋งคันเดิมก็มาหยุดอยู่ที่หน้าพิพิธภัณฑ์ส่วนตัวในฮันนัมดง ป้ายชื่อพิพิธภัณฑ์ค่อนข้างเล็กจนเขาเองก็ไม่ทันสังเกตุ

คนขับรถกดปุ่ม.. แล้วประตูก็เปิดออก..

“เชิญคุณเข้าไปด้านในได้เลยครับ”

“ได้..” จองกุกก้มหัวลงแล้วเดินเข้าไปด้านใน ปกติเขาเป็นคนค่อนข้างมั่นใจในตัวเอง แต่วันนี้เขากลับไม่รู้สึกแบบนั้น..

สถานที่แห่งนี้ค่อนข้างทรุดโทรมกว่าที่เขาคาดคะเนไว้มาก เมื่อเดินเข้าไปด้านใน เขาก็มองเห็นทางเดินที่มีแสงไฟส่องกระพริบอยู่

‘นี่มันดูเย็นยะเยือกมากกว่าทรุดโทรมเสียอีก’ เขารู้สึกราวกับว่าผู้ที่รอคอยเขาอยู่นั้นคือยมฑูตมากกว่าจะเป็นท่านประธานของโรงพยาบาล

“ศาสตราจาร์เบ?” จู่ๆก็มีเสียงก็ดังขึ้นมา..

“ห๊ะ? นั่นใครพูด?” จองกุกมองไปรอบๆทางเดิน และเขาก็เห็นลำโพงและกล้องติดตั้องอยู่บนเพดาน

.....

“ท่านประธานครับ?”

“คุณเดินเข้ามาตามทางได้เลย”

“ครับ.. ผมกำลังไป”

มันเป็นคำสั่งของท่านประธานที่มีฐานะสูงศักดิ์ เขาทำอะไรไม่ได้นอกจากได้แต่ทำตาม  ยิ่งไปกว่านั้นเขาเองยังเป็นเหมือนคนที่ช่วยชีวิตคนของท่านประธานไว้ด้วย เขาก็ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดท่านประธานจึงดูชื่นชอบเขาเป็นพิเศษ

ตอนที่เขายังเป็นแพทย์ประจำบ้าน (Resident) อยู่นั้น ด้วยความบังเอิญ.. มีเหตุให้เขาต้องรักษาเลขานุการของท่านที่อยู่ในห้องฉุกเฉิน และหลังจากเหตุการณ์นั้น ท่านประธานจะจองตัวเขามาตลอด

....

ระหว่างทางที่เดินเข้าไป.. เขาได้กลิ่นฝุ่นอับๆ สองข้างทางที่เขามองเห็นก็มีเพียงวัตถุโบราณ และดูเหมือนจะเป็นของต้องห้ามที่ห้ามเก็บเป็นสมบัติส่วนตัวในบ้านด้วย

ของพวกนั้นล้วนเป็นอาวุธ..

‘ท่านประธานนี่แปลกมาก ทำไมเขาเรียกผมมาพบในสถานที่แบบนี้?’

หลังจากเดินไปได้ครู่หนึ่ง เขาก็มาถึงห้องสุดท้ายที่มีประตูเปิดอ้าอยู่ เขาได้ยินเสียงพึมพำมาจากด้านใน..

แน่นอนว่าเป็นเสียงของท่านประธาน แต่ถึงอย่างนั้นเขาเองก็ฟังไม่ค่อยเข้าใจ

‘ทำไมฟังดูไม่เหมือนภาษาเกาหลีเลย..’ เขารู้สึกกังวลใจขณะที่ยืนอยู่หน้าประตูที่เปิดไว้เพียงครึ่งเดียว

‘อะแฮ่ม..’ เขากระแอมเบาๆอย่างสุภาพเพื่อเป็นการบอกว่าเขาได้มาถึงแล้ว

“อืมม.. เขามาข้างในสิ”

จองกุกเปิดประตูและเดินเข้าไป กลิ่นหอมอาโรมาจากชาลอยเข้ามาเหมือนเป็นการทักทายเขา..

‘นั่นเป็นชาผู่เอ๋อนี่’

ชายชราผมขาวโพลนกำลังนั่งอยู่บนโซฟา แม้เขาจะมีผมสีขาว แต่ใบหน้าของเขาก็ยากที่จะเดาอายุได้

ท่านผู้อำนวยการเล่าให้เขาฟังครั้งหนึ่งว่า.. ท่านประธานหน้าตาเหมือนเดิมตั้งแต่หนุ่มจนแก่ ผู้คนต่างพูดกันล้อเลียนหน้าตาของเขา บางครั้งก็เรียกเขาว่าแวมไพร์

เขามีผิวพรรณที่สวยงามและละเอียดละออ ถ้าเป็นในยุคโชซ็อน เขาก็คงจะไม่ดูเหมือนคนทั่วๆไป ดูเหมือนว่าการมาของเขาคงไม่ใช่แค่การมาเยี่ยนเยียน หรือแค่มาตรวจรักษาแล้วล่ะ..

“ไม่ได้พบกันนานนะ..” ในแววตาที่สดใสของท่านประธาน ดูเหมือนมีความต้องการบางอย่างซ่อนอยู่

“ครับท่านประธาน.. ท่านสบายดีไม๊ครับ?”

“หืมม” ท่านประธานมองจองกุกโดยไม่บอกให้เขานั่งลง “ใหนๆคุณก็มาถึงที่นี่แล้ว ช่วยวัดความดันให้ผมหน่อย”

“ครับท่าน..”

เขาเรียกศัลยแพทย์มาที่บ้านเพื่อวัดความดันเลือดนี่นะ.. จองกุกรู้สึกว่าเขาควรจะวัดความดันเลือดของตัวเองก่อน

เขาพยายามปลอบใจตัวเอง แล้วเตรียมเครื่องวัดความดันเลือด..

“ท่านยื่นแขนมาให้ผมหน่อยครับ?”

“อืมม.. นี่”

“เจ็บหน่อยนะครับท่าน.. ความดันปกติครับ อยู่ที่ 120 และ 80”

“งั้นรึ? อาจเป็นเพราะวันนี้ผมเพิ่งเล่นกอล์ฟมา มันดีมากเลยนะ” ท่านประธานยิ้มขณะจิบน้ำชา “คุณชอบดื่มชาไม๊?”

“ครับท่าน..”

“ถ้าชอบ.. ก็ลองสักแก้วสิ”

จองกุกจิบชาที่ท่านประธานรินให้กับเขา กลิ่นหอมหวานของชาทำให้เขารู้สึกสบาย และในที่สุดเขาก็มีโอกาสได้มองภาพและบรรยากาศรอบๆห้อง..

มีโบราณวัตถุและงานศิลปะหลายๆอย่างที่เขารู้สึกเหมือนเคยเห็นจากที่ใหนมาก่อน! ดาบอันใหญ่ที่แขวนอยู่ด้านหลังของท่านประธานก็ดูน่าประทับใจ

“คุณสนใจวัตถุโบราณไม๊?” ท่านประธานสังเกตุเห็นสายตาที่นิ่งเงียบของจองกุกที่ยิ้มแทนคำตอบ

ถ้าเขาตอบว่าไม่ในตอนนี้.. เขาก็จะไม่อยู่ในจิตใจของท่านประธานอีกเลย ในสมัยเรียนเขาเคยอยู่ชมรมกวี และเขาก็ค่อนข้างสนใจพวกวัตถุโบราณ เขายังเคยท่องกลอนจีนอยู่หลายต่อหลายครั้ง “ผมชอบครับท่าน”

“อ่อ.. ถ้างั้นก็ลองดูภาพวาดนี้สิ” ท่านประธานบอกขณะดึงม้วนภาพออกมาจากลิ้นชัก

มันเป็นม้วนภาพที่เก่ามากๆ และเป็นภาพวาดของใครบางคน แต่ก็ไม่สามารถเห็นใบหน้าได้ชัดเพราะมีคราบสีแดงติดอยู่

ดูเหมือนจะเป็นของไม่ค่อยมีค่า เพราะท่านประธานดูไม่ค่อยหวงแหน แม้จะดูเหมือนไม่มีอะไรสำคัญ แต่เขาก็ไม่อาจละสายตาจากมันได้

จองกุกไม่รู้ตัวว่าจิตใจของเขาได้จดจ่ออยู่กับภาพม้วนนั้น..

ท่านประธานถามราวกับรู้อยู่แล้วว่าจะเกิดอะไรขึ้น “เป็นภาพที่สวยงามใช่ไม๊? เขาพูดแปลกมาก แต่จองกุกก็ไม่ทันสังเกตุ เขาสัมผัสได้ถึงความรู้สึกโหยหาที่ส่งออกมาจากภาพวาดนั้น แล้วพูดขึ้นมาด้วยความอยากรู้อยากเห็น”

“ท่านครับ.. เอ่อ.. ผู้ชายคนนี้.. ไม่ใช่สิ สองคนนี้.. เป็นใครกันครับ?”

“ผมไม่รู้จริงๆ คุณดูดาบในมือเขาสิ?” ในภาพมีดาบแบบเดียวกันกับดาบเล่มใหญ่ที่แขวนอยู่ด้านหลังของท่านประธาน.. และในภาพยังก็มีรูปอย่างอื่นด้วยอย่างเช่น.. ชิงช้า เชือก หนังสือ แปรง แล้วก็เข็มสำหรับทำการฝังเข็ม

ดูเหมือนว่าท่านประธานจะรู้อะไรบางอย่าง ปากของเขาขยับเหมือนต้องการจะบอกอะไร แต่จองกุกก็เอาแต่จ้องมองภาพวาดนั้น

“ดูราวกับว่าทั้งคู่เป็นสามีภรรยากัน ผู้ชายและผู้หญิง” เขาชี้ไปที่เงาของคนสองคนบนภาพ จากภาพวาดนั้น ไม่มีอะไรสามารถบ่งบอกเพศได้เลย แต่จองกุกยังคงมั่นใจว่าทั้งคู่เป็นสามีภรรยากัน

“อย่างงั้นรึ? ในความคิดขอบคุณ.. ทั้งคู่ดูเหมือนสามีภรรยาอย่างงั้นรึ?” ท่านประธานรู้สึกทึ่งกับการสิ่งที่เขาสังเกตุเห็น

“ท่านพูดว่าอะไรนะครับ? เอ่อ..” เขารู้สึกแปลกเมื่อมองภาพ ดูเหมือนชายในภาพดูช่างมีเสน่ห์น่าดึงดูด

จองกุกสัมผัสภาพม้วนนั้นอย่างหลงใหล ท่านประธานไม่ห้ามเขา และได้แต่พึมพำราวกับรู้ว่ากำลังจะเกิดอะไรขึ้น

เมื่อมือของจองกุกสัมผัสเข้ากับม้วนภาพนั้น เขาก็รู้สึกราวกับว่าโลกได้หมุนกลับหัว เขาคิดว่าเขาจับอะไรบางอย่างไว้ได้ แต่ความจริงแล้วเขาคว้าอะไรไม่ได้เลยนอกจากกระเป๋าเครื่องมือแพทย์สีดำใบนั้น

เขาได้ยินเสียงท่านประธานตะโกนดังมาแต่ไกล แต่ก็ฟังไม่เข้าใจ เพราะเสียงนั้นเบามากไม่ต่างจากเสียงยุง

...

ในไม่ช้า.. ใครบางคนก็เขย่าตัวเขาปลุกให้ตื่น..

“นายท่าน.. นายท่าน..! นายท่านกำลังหลับหรือขอรับ?”

จบบทที่ คุณหมอย้อนเวลา - ตอนที่ 1 : เบจองกุกไปโชซอน

คัดลอกลิงก์แล้ว