- หน้าแรก
- ระบบประมูลบอสวายร้าย
- ระบบประมูลบอสวายร้าย ตอนที่ 410 ของชิ้นที่สาม
ระบบประมูลบอสวายร้าย ตอนที่ 410 ของชิ้นที่สาม
ระบบประมูลบอสวายร้าย ตอนที่ 410 ของชิ้นที่สาม
ระบบประมูลบอสวายร้าย ตอนที่ 410 ของชิ้นที่สาม
ความหมาย
“ของชิ้นที่สาม!”
“คัมภีร์นิรันดร์!”
ฉู่สวินมิได้อารัมภบทเช่นเดียวกับของหลายชิ้นก่อนหน้า หลังจากแลกเปลี่ยนคัมภีร์นิรันดร์แล้ว เขาก็เอ่ยชื่อออกมาโดยตรง แม้จะมีเพียงไม่กี่อักขระ แต่ผู้คนต่างก็เข้าใจความหมายในนั้น
“คัมภีร์นิรันดร์!”
เทพหลิว
เฒ่าประหลาดเป่ยหมิง
ประมุขสถาบันจี้เซี่ย
ทั้งสามท่านนี้ต่างก็ทั่วร่างสั่นสะท้าน มีความคิดว่าวรยุทธชิ้นที่สามนี้จะต้องร้ายกาจอย่างยิ่งยวด กระทั่งอาจจะถือกำเนิดวรยุทธที่ใกล้เคียงกับระดับนิรันดร์ขึ้นมาเล่มหนึ่ง ที่ไหนจะคิดว่าจะนำคัมภีร์นิรันดร์ออกมาโดยตรง
“นี่......!”
“เป็นไปได้หรือ?”
เหล่าผู้สูงสุดเขตต้องห้ามก็เบิกตากว้างเช่นกัน เพิ่งจะประมูลม้วนภาพหกพู่กันไปก็กลับนำคัมภีร์นิรันดร์นี้ออกมาอีก ไม่ว่าจะคิดอย่างไรก็รู้สึกว่าน่าเหลือเชื่อ
“โอ้!”
โดยไม่มีการหยุดชะงักมากนัก เพียงแค่สะบัดแขนเสื้อคราหนึ่งก็มีคัมภีร์ม้วนหนึ่งลอยอยู่เหนือลานประมูล อักขระโบราณ 360 ตัวที่สาดส่องประกายแสงทีละตัว ๆ ลอยอยู่ที่นั่น ปลดปล่อยประกายแสงอันลึกลับออกมา ทำให้ประกายแสงแห่งจิตวิญญาณของผู้คนเบ่งบานอย่างต่อเนื่อง
“พรึ่บ พรึ่บ พรึ่บ!”
“ข้ารู้สึกว่าปัญญาของข้ากำลังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง!”
“นี่ดูเหมือนจะมิใช่การตระหนักรู้ฉับพลัน!”
ประมุขสถาบันก็อดไม่ได้ที่จะร้องอุทานออกมา การตระหนักรู้ฉับพลันเป็นเพียงการทะลวงผ่านที่น่าเหลือเชื่อในชั่วเวลาสั้น ๆ แต่บัดนี้กลับทำให้ประกายแสงแห่งจิตวิญญาณเบ่งบาน ราวกับกำลังพัฒนาปัญญาของตนเอง การดำรงอยู่เช่นนี้จะเป็นการเก็บเกี่ยวชั่วนิรันดร์
“ซี้ด!”
“ข้าเพียงแค่มองดูอักขระตัวเดียวเท่านั้น!”
“หากเป็นทั้งม้วนเล่า?”
เจ้านิกายเต๋าก็สูดลมหายใจเย็นเยียบอย่างกะทันหัน สายตาของเขาจับจ้องไปยังอักขระตัวหนึ่งอย่างเอาเป็นเอาตาย เพราะอักขระตัวนี้ช่างคุ้นเคยเกินไปนัก ข้างกายก็มีคนกระซิบกระซาบเสียงเบาว่า “เหตุใดจึงมีอักขระตัวหนึ่งที่คล้ายคลึงถึงเพียงนี้?”
“หืม?”
ร่างของเจ้านิกายเต๋าสั่นสะท้าน รีบมองตามคำชี้แนะของเขาไป เมื่อได้เห็นอักขระตัวที่สองก็ตะลึงงันไปอย่างเห็นได้ชัด พึมพำว่า “จริงด้วย อักขระตัวนี้ออกจะคล้ายกับอักษร ‘หลิน’ ในคาถาเก้าอักขระอยู่บ้าง!”
พรึ่บ!
พร้อมกับที่เบนสายตาไปก็ยิ่งสูดลมหายใจเย็นเยียบ กล่าวว่า “อีกตัวหนึ่ง!”
“ปิง!”
“โต้ว!”
พร้อมกับที่สายตากวาดผ่านไปอย่างรวดเร็ว ในใจของเจ้านิกายเต๋าก็บังเกิดคลื่นลมโหมกระหน่ำ สุดยอดวิชาลับที่ไม่ถ่ายทอดของนิกายเต๋า คาถาเก้าอักขระ กลับสามารถค้นพบร่องรอยได้ภายในคัมภีร์นิรันดร์ม้วนนี้
มิใช่เพียงเขา บุรุษร่างคลุมเครือจากอารามเต๋าก็กำลังสูดลมหายใจเย็นเยียบเช่นกัน สายตาจับจ้องไปยังอักขระโบราณไม่กี่ตัวนั้นอย่างร้อนแรง ในใจเต็มไปด้วยความน่าสะพรึงกลัว สั่นสะท้านกล่าวว่า “คาถาเก้าอักขระมีต้นกำเนิดมาจากคัมภีร์ม้วนนี้ หรือว่าคัมภีร์ม้วนนี้ใช้เก้าอักขระ?”
เขายากที่จะจินตนาการได้
สุดยอดวิชาของนิกายเต๋ากลับสามารถพบเห็นได้ในคัมภีร์นิรันดร์
อดไม่ได้ที่จะนึกถึงผู้สร้างคาถาเก้าอักขระ พลันพึมพำว่า “หรือว่าผู้แต่งคาถาเก้าอักขระเคยชมดูคัมภีร์ม้วนนี้ แล้วอาศัยสิ่งนี้สร้างเก้าอักขระขึ้นมา?”
เมื่อคิดดูแล้วก็ยิ่งรู้สึกว่าความเป็นไปได้นี้สูงมาก คัมภีร์ระดับนิรันดร์ม้วนนี้เป็นไปไม่ได้ที่จะเพิ่งปรากฏขึ้นมาเมื่อไม่นานมานี้ เช่นนั้นก็มีความเป็นไปได้เพียงอย่างเดียว คือเคยปรากฏขึ้นมาแล้วครั้งหนึ่ง กระทั่งอาจจะเกี่ยวข้องกับนิกายเต๋า
ในใจอดไม่ได้ที่จะลุกโชนขึ้นมาเป็นเปลวเพลิงสายหนึ่ง ก่อนหน้านี้บุรุษร่างคลุมเครือภายในอารามเต๋าก็ยอมแพ้การดิ้นรนไปแล้ว การแข่งขันราคาน่าสะพรึงกลัวเกินไป บัดนี้เขากลับมีความคิดที่จะคว้ามาให้ได้โดยไม่เสียดายทุกสิ่งทุกอย่าง กระทั่งยอมขายสมบัติสืบทอดของนิกายเต๋าบางอย่างก็ไม่เสียดาย
“น่าอัศจรรย์ยิ่งนัก!”
“คัมภีร์ม้วนนี้สมกับที่เป็นคัมภีร์นิรันดร์!”
“อยากจะมองดูอีกสักสองสามครั้งจริง ๆ!”
ผู้สูงสุดอารามอุดรหลายท่านก็จมดิ่งอยู่ข้างใน ยากที่จะถอนตัวได้ เพียงรู้สึกว่าทุกนาทีทุกวินาทีล้วนเป็นความหรูหรา ปรารถนาให้เจ้าของลานประมูลช้าลงไปอีกครึ่งค่อนวัน หลายวันกระทั่งหลายเดือนให้หลังจึงค่อยประมูล เพื่อให้เวลาพวกเขาได้หยั่งรู้
“ฟู่ว!”
เทพหลิวค่อย ๆ เบิกดวงตางามขึ้นมา พยายามอย่างยิ่งที่จะเบนสายตาไปยังบุรุษหนุ่มบนเวที เพื่อใช้สิ่งนี้บรรเทาความปรารถนาในจิตใจ สูดหายใจเข้าลึก ๆ พึมพำว่า “คัมภีร์นิรันดร์!”
แทบจะในชั่วขณะที่คัมภีร์ม้วนนี้ลอยอยู่เบื้องบนนางก็มั่นใจแล้ว ประกายแสงแห่งจิตวิญญาณที่เบ่งบานอยู่ตลอดเวลานั้นกระทั่งนางก็ยังได้ผล นี่เป็นเรื่องที่คิดก็ยังไม่กล้าคิด
แม้สายตาเพิ่งจะเบนไปเพียงวินาทีเดียว สัญชาตญาณก็ปรารถนาจะมองกลับไปอีกครั้ง มีเพียงการมองไปยังท่านเจ้าของลานประมูลบนเวทีจึงจะสามารถรักษาจิตใจดั้งเดิมไว้ได้อย่างยากลำบาก ไม่ไปจ้องมอง
“น่ากลัว!”
เทพหลิวกวาดตามองไปในงาน ไม่ว่าจะเป็นเฒ่าประหลาดเป่ยหมิง หรือเหล่าผู้สูงสุดเขตต้องห้ามเหล่านั้น เกรงว่าล้วนตกอยู่ในความคลุ้มคลั่ง ปรารถนาจะปล้นชิงอักขระม้วนนี้ แม้จะเป็นเพียงอักษรเดียวในช่วงเวลาสั้น ๆ
“ตึง!”
เสียงค้อนประมูลตกลงบนโต๊ะ ส่งเสียงที่ใสกังวานออกมา ราวกับระฆังใหญ่มหามรรคที่กระแทกเข้าสู่จิตใจ ทำให้ทุกคนราวกับถูกอัสนีฟาดจนตื่นขึ้นมา มองไปอย่างกระจัดกระจาย
บนเวทีประมูลมุมปากของฉู่สวินประดับด้วยรอยยิ้ม กล่าวว่า “คัมภีร์นิรันดร์ ทั้งม้วนมีสามร้อยหกสิบอักษร ทุกอักษรล้วนมีความลี้ลับของมัน เมื่อรวมกันแล้วยิ่งเป็นคัมภีร์ที่สมบูรณ์ม้วนหนึ่ง เป็นของชิ้นที่สาม ทั้งยังอาจกล่าวได้ว่าเป็นแกนกลางก้นหีบของการประมูลครั้งนี้!”
“ซี้ด!”
แม้ในใจจะเต็มไปด้วยความคิดเกี่ยวกับคัมภีร์นิรันดร์ แต่ยามที่เจ้าของลานประมูลเอ่ยวาจานี้ออกมา ร่างกายและจิตใจของผู้คนนับไม่ถ้วนก็ยังคงสั่นสะท้านขึ้นมาโดยไม่มีสาเหตุ แกนกลางก้นหีบ นี่คือการประมูลครั้งนี้กำลังจะจบลงแล้วหรือ ทั้งยังเป็นการปิดฉากชั่วนิรันดร์ของลานประมูลด้วยหรือ?
ต่างก็รู้ดีว่าการประมูลครั้งนี้คือครั้งสุดท้าย
และแกนกลางก้นหีบก็ออกมาแล้ว
มิใช่เป็นการบ่งบอกถึงการจบสิ้นหรอกหรือ
อารมณ์ที่เต็มไปด้วยความยินดีในใจพลันซับซ้อนขึ้นมาในทันที สายตาทุกคู่เผยความอาลัยอาวรณ์ ความไม่เต็มใจ ความปรารถนา ทั้งยังมีความหม่นหมองและอารมณ์ที่ซับซ้อนอีกมากมาย กระทั่งความยินดีและความสั่นสะเทือนจากคัมภีร์ม้วนนี้ก็ยังถูกเจือจางไปไม่น้อย