เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 121 ไก่อ่อน ก็แค่กลุ่มไก่อ่อนกลุ่มหนึ่ง

บทที่ 121 ไก่อ่อน ก็แค่กลุ่มไก่อ่อนกลุ่มหนึ่ง

บทที่ 121 ไก่อ่อน ก็แค่กลุ่มไก่อ่อนกลุ่มหนึ่ง


บทที่ 121 ไก่อ่อน ก็แค่กลุ่มไก่อ่อนกลุ่มหนึ่ง

แปล Tarhai

กลุ่ม https://www.facebook.com/groups/1743836472377756/

ลงตอนที่ 1-200 ราคา 200 ลงทุกวัน วันละ 6-7 ตอน

ติดต่อที่ https://www.facebook.com/profile.php?id=100002039138559

อ่านบนเว็บอีกแห่ง

https://amnovel.com/cat.php?id=58

 

“แข็งแกร่งมาก ผู้ชายคนนี้เอาชนะพี่เปาได้”

"ชายคนนี้เป็นใคร ? เขาล้มพี่เปาด้วยหมัดเดียวได้ยังไง?"

"ฉันไม่เคยเห็นเขามาก่อน เขามาจากไหน?"

ชายหลายสิบคนรอบๆทั้งหมดต่างตะลึง

ในความคิดของพวกเขา พี่เปาแข็งแรงมากและเขาสามารถทำลายไม้กระดานด้วยหมัดเดียว โดยปกติ ผู้ชาย 4 หรือ 5 คนก็ยังทำอะไรเขาไม่ได้ เขาพ่ายแพ้ด้วยหมัดเดียวได้ยังไง ?

พวกเขาตะลึงงันงงและตื่นตระหนกเล็กน้อย

หลิวรูหยันและคนรอบข้างก็ตะลึงด้วย

นี่เป็นครั้งแรกที่หลิวรูหยันได้เห็นฉิงเฟิงต่อสู้ ก่อนหน้านี้เธอกังวลว่าฉิงเฟิงจะไม่สามารถรับมือกับจางซันเปาได้ เธอต้องการโทรเรียกตำรวจ เธอไม่คาดคิดว่าฉิงเฟิงจะล้มจางซันเปาบินไปด้วยหมัดเดียว

จางซันเปาแข็งแกร่งเป็นอย่างมากและเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ เขาดูเต็มไปด้วยพลัง ในทางกลับกันฉิงเฟิงผอมสูง เหมือนกับว่าเขาไม่มีกล้ามเนื้อมากนักแต่เขากลับระเบิดความแข็งแกร่งออกมาได้อย่างน่ากลัวมาก

ผู้ชมก็ยังประหลาดใจด้วย พวกเขาเป็นพลเมืองของเมืองทะเลตะวันออกและเคยได้ยินชื่อพี่เปาเป็นธรรมดา เขาเป็นคนที่เข้มแข็งและเป็นผู้นำคนที่ 3 ของแก๊งม้าขาว

ในความคิดของพวกเขา พี่เปาล้มคนอื่นมาโดยตลอด พวกเขาไม่เคยได้ยินว่ามีใครที่เอาชนะเขาได้ นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขาได้เห็นพี่เปาพ่ายแพ้

"ฉันแพ้ ... ฉันแพ้จริงๆ"

ใบหน้าของจางซันเปาซีดเซียว ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความไม่เชื่อ

เพื่อฝึกฝนหมัดปืนใหญ่ของเขา เขาใช้กำปั้นในการชกกระสอบทราย ไม้กระดานและบล็อกไม้ทุกวัน วัตถุเหล่านี้ล้วนแตกสลายโดยกำปั้นของเขามาหมดแล้ว

เขาไม่ได้คาดคิดว่าจะพบกับปรมาจารย์วันนี้ ชายตรงหน้าเขาคนนี้มีฝีมือในศิลปะการต่อสู้และเป็นผู้เชี่ยวชาญ เขาไม่ใช่คนที่สามารถต่อกรกับฉิงเฟิงได้

การโจมตีที่แข็งแกร่งที่สุดของเขาหมดท่าต่อการเคลื่อนไหวเพียงครั้งของฉิงเฟิง

"พวกแกยังยืนอยู่ทำไม ? ไป ไปฆ่ามัน!"

ใบหน้าของจางซันเปาหงุดหงิด เขาสั่งให้ลูกน้องไปรุมยำฉิงเฟิง ไม่ว่าแกจะแข็งแรงแค่ไหน แกจะแน่ไปกว่าชายฉกรรจ์เป็นสิบคนได้ยังไง?

เขาต้องการใช้ประโยชน์จากจำนวนคนของพวกเขาเพื่อล้มฉิงเฟิง

คนหลายสิบคนล้อมรอบฉิงเฟิงเมื่อพวกเขาได้ยินคำสั่งของพี่เปา ใบหน้าของพวกเขาบิดเบี้ยวและข่มขู่

"วิ่ง!"

อาการกังวลปรากฏในดวงตาของหลิวรูหยัน เมื่อเธอเห็นฉิงเฟิงถูกล้อมรอบ

มีคนเป็นสิบคนล้อมรอบฉิงเฟิง ไม่ว่าเขาจะแข็งแรงแค่ไหน เขาจะสามารถเอาชนะชายเป็นสิบได้อย่างไร?

"ไม่ต้องกังวล พวกมันเป็นแค่กลุ่มไก่ป่วยๆ"

ฉิงเฟิงยิ้มเล็กน้อยให้หลิวรูหยันและบอกให้เธอไม่ต้องกังวล

สำหรับเขา ถึงแม้คนสิบกว่าคนพวกนี้จะตัวใหญ่และดูแข็งแรงแต่พวกเขาก็ยังอ่อนแอเกินไป

แม้ว่าจะมีคนมาเพิ่มอีกสักโหล พวกเขาก็ยังเป็นภัยคุกคามต่อฉิงเฟิงไม่ได้

"แกกล้าเรียกพวกเราว่าไก่ป่วยเหรอ ? พวกเรา ไปฆ่ามัน!"

คนมากกว่าสิบคนร้องออกมาและรีบพุ่งเข้าหาฉิงเฟิงเมื่อได้ยินคำสบประมาทของเขา

วูบ!

ฉิงเฟิงเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วเหมือนลมกรดท่ามกลางชายมากกว่าสิบคน เขาล้มหนึ่งคนต่อการโจมตีหนึ่งครั้งด้วยการเตะและต่อย

ความฝันนั้นสวยงามแต่ความเป็นจริงโหดร้าย

ชายมากกว่าสิบคนถูกกำจัดในเวลาไม่นาน พวกเขากรีดร้องเสียงดังบนพื้นดินตามมาด้วยเลือดไหลจากในปากของพวกเขาและแขนขาหัก

กลุ่มชายผู้น่ากลัวได้กลายเป็นทารกขี้แยในพริบตา

อ่อนแอ เป็นแค่กลุ่มคนที่อ่อนแอเกินไป ฉิงเฟิงคิดและมองไปที่คนเหล่านั้นด้วยความดูถูกในสายตาของเขา

"บอกมา ใครส่งพวกนายมา?"

ฉิงเฟิงเดินไปหาพี่เปาและถามอย่างเย็นชา

พี่เปาเม้มริมฝีปากและปฏิเสธที่จะพูดเมื่อได้ยินการสอบปากคำของฉิงเฟิง

มีกฎในแก๊งม้าขาวที่สมาชิกไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลของลูกค้าได้ ไม่งั้นพวกเขาจะถูกลงโทษโดยกฏของแก๊ง ใครก็ตามที่ละเมิดกฎจะถูกจับหรือแม้กระทั่งแขนขาหัก

"ไม่พูดใช่มั้ย ? งั้นมาดูกันว่าปากของนายจะแข็งแค่ไหน"

ฉิงเฟิงยิ้มอย่างเย็นชาและกระทืบลงไปบนขาขวาของพี่เปาอย่างหนักหน่วง

อ้ากกก!

พี่เปาแผดเสียงร้องออกมาอย่างเจ็บปวดขณะที่ขาข้างขวาของเขาหักในทันที ใบหน้าของเขาซีดและมีเม็ดเหงื่อไหลออกมาจากหน้าผากของเขา

"บอกมา ใครสั่งให้พวกนายมา ถ้านายไม่พูดฉันจะหักขาอีกข้าง"

ฉิงเฟิงเลิกคิ้วขึ้นและพูดอย่างเย็นชา

พี่เปาเป็นคนที่อยู่ในวงการนังเลงข้างถนน เขาปากแข็งมากและไม่ยอมพูด

แกร๊ก!

ฉิงยกขาขวาขึ้นและเหยียบหักขาซ้ายของพี่เปา

"บอกมาว่าใครสั่งพวกนายมา ถ้านายไม่บอกฉันจะหักกระดูกสันหลังของนายและนายจะเป็นอัมพาตไปตลอดชีวิต"

แม้ว่าฉิงเฟิงจะมีรอยยิ้มบนใบหน้า แต่คำพูดของเขาก็หนาวเย็น

ปิศาจ

นี่มันปีศาจ

ในขณะนั้นจางซันเปา รู้สึกหวาดกลัวอย่างมากต่อฉิงเฟิง

เขารู้ว่าถ้าคำตอบของเขาไม่เป็นที่พอใจฉิงเฟิง กระดูกสันหลังเขาจะถูกทำลายหมดแน่

หากกระดูกสันหลังของเขาหัก เขาจะกลายเป็นคนพิการและเขาจะถูกฆ่าโดยศัตรูเก่าของเขาในวันพรุ่งนี้แน่

"อย่าหักกระดูกสันหลังฉัน ! ฉันบอกแล้วๆ มันคือนายน้อยหยางจี๋จ่ายเงินให้เราสั่งสอนคุณ"

จางซันเปาพูดอย่างรวดเร็วเมื่อเห็นดวงตาแห่งความหนาวเย็นในสายตาของฉิงเฟิง

ในขณะนั้นจางซันเปาเกลียดหยางจี๋ไปทั้งหัวใจ เขาตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้ ทั้งหมดเป็นเพราะเขา

เพื่อช่วยชีวิตตนเองจางซันเปาได้ทรยศต่อหยางจี๋อย่างรวดเร็ว

"หยางจี๋ .. นายกล้ามากที่จ้างคนมาทำแบบนี้ หาที่ตาย"

ฉิงเฟิงยิ้มอย่างเย็นชาด้วยความโกรธเมื่อได้ยินว่าหยางจี๋จ้างคนเหล่านี้มาสั่งสอนเขา

ที่ตลาดการพนันหิน, หยางจี๋ได้พยายามหาเรื่องเขา เยาะเย้ยเขา แต่สุดท้ายเขาแพ้

ตอนแรกเขาคิดว่าหยางจี๋จะเจียมเนื้อเจียมตัวสักหน่อยหลังจากเสียเงินเดิมพัน ฉิงเฟิงไม่ได้คาดคิดว่าหยางจี๋จะมาหาเรื่องเขาไวขนาดนี้

"หยางจี๋อยู่ที่ไหน?"

ฉิงเฟิงขมวดคิ้วเล็กน้อยและถาม

"เขาอยู่ที่ตลาดพนันหิน เขาบอกให้เราพาคุณไปที่นั่นหลังจากที่เราหักขาคุณแล้ว..."

จางซันเปาได้เปิดเผยตำแหน่งของหยางจี๋อย่างรวดเร็วด้วยความหวาดกลัว

"ไปสั่งสอนหยางจี๋กันเถอะ"

ฉิงเฟิงยิ้มอย่างเย็นชาและขอให้หลิวรูหยันขับรถพาเขาไปสู่ตลาดพนันหิน

อย่างที่ครูทุกคนเคยพูดไว้ อย่าผลัดวันประกันพรุ่ง แน่นอนฉิงเฟิงกำลังจะไปแก้แค้นทันที

 

ที่ตลาดการพนัน

"ทำไมพี่เปาไม่โทรมาสักที เขาหักขาฉิงเฟิงไปหรือยัง?"

หยางจี๋เดินไปเดินมารอบๆ ในห้องสุดหรู มีความวิตกกังวลบนใบหน้าของเขา

เขาสั่งให้พี่เปาหักขาของฉิงเฟิงและพาเขามาที่นี่ หยางจี๋ต้องการหยกจักรพรรดิจากฉิงเฟิงอีกด้วย

แต่ผ่านไปนานแล้วพี่เปาก็ยังไม่โทรหาเขาหยางจี๋เริ่มกังวล

หยางจี๋เรียกใช้พี่เปามาแล้วหลายครั้ง เขาอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นแต่ไม่มีใครรับสายโทรศัพท์ ทำให้เขากังวลมาก

ก๊อก ก๊อก ก็อก!

ทันใดนั้นก็มีเสียงเคาะประตู แสงแห่งความสุขปรากฏขึ้นบนใบหน้าของหยางจี๋ เขาคิดว่าพี่เปามาถึงแล้วในที่สุดและรีบเดินออกไปเปิดประตู

แต่เมื่อเขาเปิดประตูเขาก็สับสน คนที่ยืนอยู่นอกประตูไม่ใช่พี่เปาแต่เป็นลี่ฉิงเฟิง

ฉิงเฟิงมองหยางจี๋อย่างเย็นชา ด้วยมือไขว้หลัง

 

จบบทที่ บทที่ 121 ไก่อ่อน ก็แค่กลุ่มไก่อ่อนกลุ่มหนึ่ง

คัดลอกลิงก์แล้ว