เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ระบบประมูลบอสวายร้าย ตอนที่ 110 เส้นทางจักรพรรดิปรากฏ!

ระบบประมูลบอสวายร้าย ตอนที่ 110 เส้นทางจักรพรรดิปรากฏ!

ระบบประมูลบอสวายร้าย ตอนที่ 110 เส้นทางจักรพรรดิปรากฏ!


ระบบประมูลบอสวายร้าย ตอนที่ 110 เส้นทางจักรพรรดิปรากฏ!

“......!”

กลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวอย่างที่สุดปะทุขึ้นจากร่างของผู้สูงสุดผู้ดูอึมครึม เขาเข้าใจถึงเจตนาของฉู่สวินแล้ว สัมผัสได้ถึงความโกรธเกรี้ยวและความอัปยศอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ในฐานะยอดฝีมือ ไฉนเลยจะยอมรับความอัปยศเช่นนี้ได้

ถูกแขวนประจานเป็นธง

เพื่อเตือนผู้มาทีหลัง

หากเป็นเพียงร่างไร้วิญญาณก็แล้วไป

แต่กลับยังเหลือดวงจิตไว้หนึ่งสาย

นี่มิใช่การเซ่นไหว้เป็นธงแล้ว

แต่เป็นการหยามเหยียดถึงขีดสุด

“ตูม!” กลิ่นอายบนร่างของผู้สูงสุดผู้ดูอึมครึมผู้นี้น่าสะพรึงกลัว ในฐานะผู้สูงสุด เมื่อเรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว เมื่อไม่มีทางถอยอีกต่อไป สัญชาตญาณดิบและความเหี้ยมโหดในกระดูกก็ถูกปลดปล่อยออกมาเช่นกัน “ข้าเพียงแค่จะแจ้งให้พวกเจ้ารู้”

ฉู่สวินน้ำเสียงสงบนิ่ง “และพวกเจ้าไม่มีที่ว่างให้ต่อต้าน!”

เขากล่าวอย่างเย็นชา นอกลานประมูลเขาอาจจะทำอะไรคนเหล่านี้ไม่ได้ แต่ภายในอาณาเขตที่ครอบคลุมเขาก็คือเทพเจ้า!

“กักขัง!”

“ทำลาย!”

วาจาสิทธิ์

เพียงเอ่ยออกมาสองคำ

ตบะทั้งร่างของผู้สูงสุดผู้เยาว์วัยและดูอึมครึมผู้นี้ก็ถูกทำลายไปจนหมดสิ้น เหลือไว้เพียงร่างกายเนื้อระดับผู้สูงสุดที่ว่างเปล่า

ซู่!

บ่าวชราชุดเทาถือหอกยาวเล่มหนึ่งแทงทะลุหว่างคิ้วของเขา มีโลหิตสีแดงสดหยดหนึ่งร่วงหล่นลงมา ส่วนร่างกายก็ถูกซัดปลิวไปโดยตรง ตรึงไว้บนท้องฟ้าสูง กลายเป็นธงที่โบกสะบัด

ผู้สูงสุดสตรี

ยังมีผู้สูงสุดอีกท่านหนึ่งที่ไม่ปรากฏชื่อ ทั้งสองคนต่างก็ใจสลาย ความแตกต่าง มันมากเกินไปแล้ว ไม่มีแม้แต่ช่องว่างให้ต่อต้าน ผู้สูงสุดที่ไม่ปรากฏชื่อผู้นั้นกล่าวอย่างสิ้นหวัง “ข้าไม่ยินยอมที่จะตายเช่นนี้ ความตายของผู้สูงสุด สมควรที่จะมีคนนับร้อยล้านต้องมาฝังร่วม”

“ปัง!”

หอกยาวเล่มหนึ่งแทงทะลุหัวใจของเขา

ตรึงไว้บนท้องฟ้าของตลาดมืดเช่นเดียวกัน

ปล่อยให้ลมพัดแดดส่อง

แต่ตนเองกลับไม่ดับสูญ

ผู้สูงสุดสตรีที่เหลืออยู่เพียงคนเดียวร่างกายสั่นสะท้านดุจแกลบ สหายทั้งสามของนางคนหนึ่งตาย อีกสองคนถูกประจานเป็นธง ทำให้เปลวเพลิงแห่งความโกรธที่ลุกโชนอยู่ในอกถูกดับจนหมดสิ้น อ้อนวอนขอชีวิตว่า “ไว้ชีวิตข้าด้วยเถิด......!”

“ได้!”

“เซ่นไหว้เป็นธง!”

“อีกหลายปีให้หลังหากข้าคิดจะจากไปจากที่แห่งนี้ ย่อมต้องปล่อยพวกเจ้าไปอย่างแน่นอน!” ฉู่สวินกล่าวอย่างสงบนิ่ง

นี่ทำให้ผู้สูงสุดสตรีใจเย็นเยียบลงไปถึงขั้วหัวใจ

อีกหลายปีให้หลังหรือ

ใครจะรู้ว่าจะเป็นเมื่อใดกัน

“เป๊าะ!”

นางทำลายระดับบนร่างของตนเอง ยอมรับโดยปริยาย

เพราะไม่มีที่ว่างให้ต่อต้าน

อย่างน้อยที่สุด

นี่ก็ยังมีความหวังอยู่บ้าง

แม้จะถูกแขวนประจานให้ลมพัดแดดส่อง เป็นความอัปยศ แต่ท้ายที่สุดก็ยังมีหนทางรอดอยู่หนึ่งสาย

ณ แดนไกล

ราชันหกมงกุฎ

ผู้พิทักษ์สุสาน

ยอดฝีมือแห่งทะเลวิญญาณมรณะต่างก็ขนหัวลุก

พวกเขาไม่สงสัยในความเป็นผู้สูงสุดของลานประมูลแห่งนี้อีกต่อไปแล้ว เกรงว่าจะเป็นลานมรรคผู้สูงสุดที่ร่วงหล่นมาจากโลกเซียน ไม่รู้ว่าเหตุใดจึงมาตกอยู่ที่นี่

ณ แดนไกล

กลุ่มคนของลานมรรคผู้สูงสุดยอดพิศวงที่กำลังเหินข้ามมาอย่างรวดเร็วต่างก็โง่งมไปโดยสิ้นเชิง มองดูภาพอันน่าสะพรึงกลัวบนท้องฟ้า พากันขนหัวลุก กล่าวว่า “มีผู้สูงสุดสิ้นชีพ!”

“ไม่น่าจะเป็นไปได้กระมัง หรือว่าสงครามใหญ่จะจบลงแล้ว เป็นไปไม่ได้ ผู้สูงสุดสี่คนคิดจะสังหารผู้สูงสุดสองคนมิใช่เรื่องง่ายดายถึงเพียงนั้น อีกอย่างลานประมูลแห่งนั้นเกรงว่าจะมิใช่เพียงเท่านี้!”

ประมุขสถาบันกลับนิ่งเงียบไม่เอ่ยวาจามองดูนิมิตบนท้องฟ้า เดิมทีที่แห่งนี้ไร้เมฆหมื่นลี้ ฟ้าครามดุจถูกชำระล้าง แต่บัดนี้กลับมีฝนโลหิตโปรยปรายลงมา หยาดฝนเม็ดใหญ่ทีละเม็ด ๆ ร่วงหล่นลงมา ส่งเสียงซู่ซ่า

ฝนโลหิตตกลงบนดวงดาว ตกลงบนอุกกาบาต ทั้งยังตกลงบนเส้นทางเบื้องหน้าที่เงียบสงัด ฝนโลหิตที่สะเทือนใจทำให้พวกเขาตระหนักได้ว่านี่คือสวรรค์ร่ำไห้ เศร้าโศกให้แก่ความตายของผู้สูงสุด

ต่อมาความว่างเปล่าก็เริ่มปริแตก ปรากฏรอยแยกขนาดมหึมาขึ้นมามากมาย มีน้ำพุสีแดงพวยพุ่งออกมา นี่คือปฐพีร่ำไห้

ภาพเหตุการณ์เหล่านี้สั่นสะเทือนทุกคน ทำให้พวกเขาอดไม่ได้ที่จะบังเกิดความเศร้าโศกจากในใจ มีความเศร้าที่มิอาจควบคุมได้ อยากจะร่ำไห้โหยหวน ร้องไห้ให้แก่ผู้สูงสุดที่สิ้นชีพผู้นี้

ตูม!

ต่อมา ฉากที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าก็ปรากฏขึ้น ท่ามกลางฝนโลหิตนั้นปรากฏมังกรสายฟ้าสีดำทีละสาย ๆ ขึ้นมา วายุคลั่งโหมกระหน่ำ หลังจากนั้น ผู้คนยิ่งได้เห็นว่าท้องฟ้า ณ แดนไกลกำลังปริแตก มีซากศพตกลงมาจากเบื้องบน

ซ่า ซ่า!

มีซากศพที่ใหญ่โตดุจดวงดาว ทั้งยังมีซากศพของทารก ตกลงในสายธารดาราแปรเปลี่ยนเป็นกระดูกขาว ปลิวไปตามสายลม ไม่รู้ว่ากำลังล่องลอยไปยังที่ใด

การปรากฏของนิมิตนานาชนิดเหล่านี้

ล้วนกำลังกล่าวว่า

ผู้สูงสุดสิ้นชีพ!

มีผู้สูงสุดสิ้นชีพจริง ๆ

“ข้าสัมผัสอย่างละเอียดแล้ว ผู้ที่ตายนี้......อาจจะเป็นผู้สูงสุดของเผ่าเทพ ‘เสิน’!” ประมุขสถาบันสูดหายใจเข้าลึก ๆ เอ่ยคำพูดออกมาอย่างยากลำบาก ทำให้คนรอบข้างต่างก็สั่นสะท้านขึ้นมา

“เป็นไปไม่ได้ นั่นคือผู้สูงสุดสี่คนร่วมกันสังหารเข้าไป แม้จะไม่ใช่คู่มือก็ย่อมสามารถจากไปได้อย่างสบาย ๆ อีกอย่าง ข้าแม้แต่คลื่นพลังส่วนเกินจากการต่อสู้ก็ยังไม่สัมผัสได้ แล้วจะเป็นเขาได้อย่างไร?” เจ้าตำหนักเทพเปลวเพลิงไม่เชื่อ

“สิ่งที่ข้าสัมผัสได้ก็เหมือนกับประมุขสถาบัน!” เจ้านิกายเต๋าก็มีสีหน้าซับซ้อน ไม่รู้ว่าควรจะมีอารมณ์เช่นไร พวกเขามาชมการต่อสู้ ยังไม่ทันจะไปถึงที่ คนก็ตายเสียแล้ว นี่จะไม่น่าขันเกินไปหน่อยหรือ?

ไป

ไปดูกันเถิดก็จะรู้เอง

พวกเขาเร่งความเร็วขึ้น

ในไม่ช้า

ก็มาถึงสถานที่ที่คุ้นเคย

เขตดาวนอกตลาดมืดแห่งนั้น ตอนแรกประมุขสถาบันยังคงขมวดคิ้วอยู่ ที่นี่ไม่มีร่องรอยการต่อสู้แม้แต่น้อย ลานประมูลที่อยู่ไกลออกไปก็ตั้งตระหง่านอยู่อย่างสงบนิ่ง ราวกับโถงเซียน ปราณเซียนอบอวล

แต่ในทันใดนั้น ดวงตาของเขาก็หดเล็กลง จับจ้องเขม็งไปยังโลหิตหยดหนึ่ง โลหิตหยดนั้นลอยอยู่ในแดนไกล ตลอดเส้นทางปะทะเข้ากับดาวมรณะที่เคลื่อนที่อย่างรวดเร็ว บดขยี้ดวงดาวจนแหลกละเอียดโดยตรง

“โลหิตผู้สูงสุด!” เขาหวาดผวา

ผู้ที่ค้นพบมิใช่เพียงเขา คนอื่น ๆ ก็ทยอยกันเห็นแล้ว มีโลหิตผู้สูงสุดทีละหยด ๆ กำลังกระจายตัวออกไป ไหลไปยังเขตดาวโดยรอบ เจ้านิกายเต๋ากล่าวอย่างตกตะลึงว่า “มิใช่โลหิตของชายชราน้อยแห่งเผ่าเทพ!”

จะเป็นผู้ใดกัน?

จิตใจของพวกเขาสั่นสะท้าน

กระทั่งฝีเท้าที่ก้าวไปข้างหน้าก็ยังเชื่องช้าลง

หนึ่งก้าว

หนึ่งก้าว

ค่อย ๆ เข้าใกล้

พวกเขามองเห็นลานประมูลแห่งนั้นได้อย่างชัดเจนโดยสมบูรณ์ ขณะเดียวกัน ก็ได้เห็นร่างไร้วิญญาณสามร่างที่แขวนอยู่นอกตลาดมืด ชายสองหญิงหนึ่ง บางคนถูกแทงทะลุหว่างคิ้วตรึงไว้บนกำแพงเมืองทางเข้าตลาดมืด

ยังมีบางคนที่ถูกแทงทะลุหัวใจ คอเอียงไปข้างหนึ่ง ถูกตรึงสังหารอย่างสิ้นเรี่ยวแรง

แต่รูปลักษณ์ของพวกเขากลับคุ้นเคยถึงเพียงนี้

“ตูม!”

ศีรษะของยอดฝีมือจากสถาบันกลุ่มหนึ่งแทบจะระเบิดออก ร่างกายถอยกลับไปหลายหมื่นลี้โดยไม่รู้ตัว ณ แดนไกลจับจ้องเขม็งไปยังร่างไร้วิญญาณสามร่างนั้น พวกเขาจำได้แล้ว กล่าวอย่างน่าขนลุกว่า “คือผู้สูงสุดสี่คนที่ผ่านนอกสถาบันไป!”

ก่อนหน้านี้ยอดฝีมือเผ่าเทพผู้นั้นร่วมมือกับผู้สูงสุดทั้งสี่คนนี้เหินข้ามลานมรรคผู้สูงสุดยอดพิศวง ก่อให้เกิดคลื่นลมใหญ่หลวง ยากที่จะไม่ให้ผู้คนสนใจได้ ใครจะรู้ว่า ชั่วพริบตาก็กลายเป็นร่างไร้วิญญาณที่ถูกตรึงไว้ ณ ที่แห่งนี้แล้ว

“คือสามคนนั้นจริง ๆ!”

“ผู้ใดลงมือกันแน่ คือเจ้าของลานประมูลหรือ?”

พวกเขาสั่นสะเทือน การที่สามารถสังหารสามผู้สูงสุดได้อย่างเงียบเชียบ ทั้งยังเซ่นไหว้เป็นธงแขวนไว้นอกประตูเมือง หากมิใช่เจ้าของลานประมูลพวกเขาก็นึกไม่ออกว่ายังมีผู้ใดทำได้อีก ท้ายที่สุดแล้ว ไม่ว่าจะเป็นบ่าวชราชุดเทาหรือจักรพรรดินีเหยาฉือก็เป็นเพียงระดับผู้สูงสุดเท่านั้น

ทันใดนั้น

รูม่านตาของเจ้านิกายเต๋าหดเล็กลง จับจ้องเขม็งไปยังสามคนที่ถูกสังหาร ใจสั่นสะท้านอย่างไม่มีที่สิ้นสุด กล่าวว่า “สามคนนี้ ยังไม่ตาย!”

“อะไรนะ?”

“เจ้ากำลังล้อกันเล่นหรือ?”

“ร่างไร้วิญญาณก็แขวนอยู่ที่นั่นแล้ว เจ้ากลับบอกว่ายังไม่ตายหรือ?”

เจ้าภูเขาไท่หางมุมปากกระตุก เห็นได้ชัดว่าไม่ค่อยจะเชื่อ แต่เมื่อใช้จิตใจสัมผัสไป สีหน้าบนใบหน้าก็หายไป แข็งค้างอยู่ ณ ที่แห่งนั้น กล่าวอย่างติดอ่างว่า “ยังไม่ตายจริง ๆ!”

ซวบ! ซวบ! ซวบ!

กลุ่มคนไม่นัดหมายก็ถอยกลับไปหลายสิบลี้

จะน่าหวาดหวั่นเพียงใดก็หวาดหวั่นเพียงนั้น

ผู้สูงสุดที่ยังมีชีวิตอยู่หรือ?

ไม่!

อยู่ในสภาพกึ่งเป็นกึ่งตายแล้ว

พวกเขาเมื่อค่อย ๆ สัมผัส ก็เข้าใจสาเหตุของเรื่องราวอย่างเลือนราง ประมุขสถาบันฉายแววซับซ้อน ดวงตาที่ขุ่นมัวเล็กน้อยทอดถอนใจกล่าวว่า “เมื่อครู่ข้าก็สังเกตเห็นบางอย่างผิดปกติแต่ไม่ได้คิดให้ละเอียด ร่างไร้วิญญาณของผู้สูงสุด แม้จะสิ้นชีพไปแล้ว ลอยอยู่ในความว่างเปล่าดวงดาวใหญ่เข้าใกล้ก็จะแหลกสลาย เมืองหนึ่งเมืองจะสามารถทนรับอำนาจหลังความตายของผู้สูงสุดสามคนได้อย่างไร?”

“ตอนนี้ข้าเข้าใจแล้ว!”

“นี่คือมียอดฝีมือเหลือดวงจิตของพวกเขาไว้หนึ่งสาย ให้พวกเขาควบคุมกลิ่นอายระดับผู้สูงสุดด้วยตนเอง สามารถทำให้ยอดฝีมือสัมผัสได้ แต่ก็จะไม่ทำร้ายคนธรรมดา ช่างเป็นฝีมือที่ยิ่งใหญ่โดยแท้!”

เจ้านิกายเต๋า

เจ้าตำหนักหลิวหลี

เจ้าแคว้นโหลวหลาน

หลังจากได้ยิน

ต่างก็สูดลมหายใจเย็นเยียบ

ครู่ต่อมา

พวกเขาเดินเข้าไปในเมือง ทั้งยังมีความรู้สึกเลื่อนลอยอยู่

เมื่อใดกัน ที่ผู้สูงสุดกลับไม่มีหน้ามีตาถึงเพียงนี้ ถูกคนทุบตีจนเหลือเพียงดวงจิตหนึ่งสาย ถูกคนประจานเป็นธง เพื่อเตือนผู้มาทีหลัง พวกเขามั่นใจว่าหลังจากสงครามครั้งนี้ จะไม่มีผู้ใดกล้าสร้างความวุ่นวายในลานประมูลอีกต่อไป

บนภัตตาคารแปดสมบัติ

ห้องส่วนตัวชั้นสามแห่งหนึ่ง

ประมุขสถาบันพวกเขานั่งอยู่ด้วยกัน สายตาที่ซับซ้อนมองไปยังลานประมูลเบื้องหน้า ทอดถอนใจเบา ๆ กล่าวว่า “สืบหาได้แล้ว ก่อนหน้านี้เป็นการลงมือของท่านเจ้าของ!”

เรื่องนี้ไม่มีอะไรต้องปิดบัง กระทั่งในถนนและตรอกซอกซอยของโรงเตี๊ยมก็ยังมีคนมากมายกำลังพูดคุยกันอย่างตื่นเต้น คนธรรมดาเหล่านี้ไม่รู้ว่าผู้ที่ถูกแขวนอยู่บนประตูเมืองนั้นคือตัวตนเช่นไร

รู้เพียงว่าเป็นของที่ไม่รู้จักที่ตาย กล้ามาล่วงเกินวังเซียนแห่งนั้น

ในปากต่อปาก

พวกเขาไม่ได้ใช้คำว่าลานประมูลมาเรียกอีกต่อไปแล้ว

มีคนมองว่านั่นคือโถงเซียน

มีคนมองว่านั่นคือวังเซียน

แต่ล้วนแฝงไว้ด้วยความเคารพยำเกรง

“......”

ติ๊ง!

ภายในลานประมูล

เสียงของระบบที่ไม่ได้ยินมานานก็ดังขึ้น

เมื่อหนึ่งเค่อให้หลัง

ฉู่สวินก็จมดิ่งอยู่ในการครุ่นคิด

ฮั่วเยาเหราที่อยู่ข้างกายก็ค่อย ๆ ถอยออกไปอย่างเงียบเชียบ

หนึ่งชั่วยาม

สองชั่วยาม

สามชั่วยาม

พริบตาเดียวก็ผ่านไปหนึ่งวันเต็ม

กระทั่งจักรพรรดินีเหยาฉือก็ยังเหลือบมองมา นี่เป็นครั้งแรกที่นางได้เห็นเจ้านายครุ่นคิดนานถึงเพียงนี้

“ระบบ เพื่ออะไรกัน?” ฉู่สวินพึมพำเสียงต่ำ เสียงเบามาก กระทั่งจักรพรรดินีเหยาฉือและบ่าวชราชุดเทาก็ยังไม่ได้ยิน เมื่อหนึ่งวันก่อนระบบได้มอบคำสั่งและข้อเรียกร้องใหม่ให้แก่เขา

แปลกประหลาดมาก

เส้นทางจักรพรรดิ!

หรือจะเป็นเส้นทางโบราณสายหนึ่ง

ปรากฏขึ้นนอกลานประมูล

ขอเพียงเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับลานประมูลเล็กน้อยก็จะถูกแพร่ออกไปอย่างรวดเร็ว บัดนี้การปรากฏขึ้นอย่างกะทันหันของเส้นทางโบราณสายหนึ่งก็ทำให้ผู้คนนับไม่ถ้วนตกใจ มีคนเดินผ่าน มีคนธรรมดา ทั้งยังมีผู้บำเพ็ญ ต่างก็มองดูอย่างอยากรู้อยากเห็น

เส้นทางโบราณที่เลือนรางสายหนึ่งแผ่ขยายออกมาจากลานประมูล ราวกับเหยียบย่างเข้าสู่เส้นทางโบราณสายนี้ก็จะสามารถเหยียบย่างเข้าสู่ลานประมูลได้ นี่ทำให้ผู้คนทั้งประหลาดใจทั้งสงสัย ไม่รู้ว่าเหตุใด

ซวบ!

ซวบ!

ซวบ!

ประมุขสถาบัน

เจ้านิกายเต๋า

เจ้าตำหนักเทพเปลวเพลิง

คนเหล่านี้ก็มาถึงอย่างรวดเร็ว

ยืนอยู่หน้าประตูของลานประมูล มองดูเส้นทางโบราณที่เลือนรางนี้ พลางเผยสีหน้าสงสัยกล่าวว่า “ลานประมูล นี่คือเหตุใดกัน?”

ซวบ!

ข้างหนึ่งมีอักขระมรรคสีทองที่ส่องประกายแวววาวขึ้นมา ราวกับเป็นอักษรขอมโบราณ แต่ในงานไม่มีผู้ใดไม่รู้จักอักษรโบราณ จำได้แล้วก็กล่าวว่า “เส้นทางโบราณมรรคจักรพรรดิ เหยียบย่างเข้ามาได้รับคุณสมบัติเข้าประมูล!”

ผู้คนมากมายโดยรอบต่างก็จิตใจสั่นสะท้านอย่างรุนแรง เงยหน้าขึ้นมองไปยังลานประมูลที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายเซียนแห่งนั้น สูดลมหายใจเย็นเยียบกล่าวว่า “ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป จะไม่สามารถเข้าได้อย่างสบาย ๆ อีกต่อไปแล้วหรือ ต้องได้รับคุณสมบัติด้วยตนเองหรือ?”

หึ่ง!

บันไดโบราณทีละชั้น ๆ ปรากฏขึ้นมา

หากเข้าไป

ก็จะเหยียบย่ำขึ้นไป

ทั้งหมด เก้าพันเก้าร้อยเก้าสิบเก้าชั้น

ทั้งยังมีรางวัลที่แตกต่างกันไป

ผู้ที่เหยียบย่ำขึ้นไปสูงเท่าใด

ก็จะได้รับมากเท่านั้น

สิ่งของเทพที่ไม่ธรรมดาชิ้นแล้วชิ้นเล่าถูกวางไว้บนบันได ในจำนวนนั้นไม่ขาดแคลนสิ่งที่ระดับศักดิ์สิทธิ์ต้องการ แต่เมื่อมองไปยังชั้นที่เจ็ดพัน ประมุขสถาบันก็ยังจิตใจสั่นสะท้าน กล่าวว่า

“สิ่งของเทพระดับผู้สูงสุด!”

ก่อนหน้านี้ผู้สูงสุดสี่คนเหินข้ามมา

หลังจากพวกเขาตายไป

ของบนร่างย่อมต้องเป็นของฉู่สวินโดยธรรมชาติ

บัดนี้กลับกระจัดกระจายอยู่บนเส้นทางโบราณ แปรเปลี่ยนเป็นรางวัล

เจ้านิกายเต๋าก็ยากที่จะสงบจิตใจลงได้ สบตากับประมุขสถาบัน กล่าวว่า “หากเป็นเช่นนั้น บนเส้นทางโบราณจะมีอาวุธจักรพรรดิหรือไม่? ชายชราน้อยแห่งเผ่าเทพพกพาอาวุธจักรพรรดิมาเล่มหนึ่ง หอกจักรพรรดิ!”

แม้จะเป็นระดับจักรพรรดิเทียม

ก็ยังแปดเปื้อนไปด้วยอักษรจักรพรรดิตัวหนึ่ง

เป็นจริงดังคาด

ครู่ต่อมา พวกเขาก็ได้เห็นหอกจักรพรรดิที่เปื้อนเลือดและกร้านโลกเล่มหนึ่งลอยอยู่อย่างสงบนิ่งบนบันไดชั้นที่แปดพัน เจ้าราชาแห่งราชวงศ์อวี่ฮว่าเสียงสั่นเทา “ชั้นที่แปดพันก็ปรากฏรางวัลระดับจักรพรรดิเทียมแล้ว เช่นนั้นชั้นที่เก้าพัน กระทั่ง......การขึ้นสู่ยอดเล่า?”

จบบทที่ ระบบประมูลบอสวายร้าย ตอนที่ 110 เส้นทางจักรพรรดิปรากฏ!

คัดลอกลิงก์แล้ว