เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ระบบประมูลบอสวายร้าย ตอนที่ 090 เทพยุทธ์จุติ มหาเคราะห์สะเทือนฟ้า

ระบบประมูลบอสวายร้าย ตอนที่ 090 เทพยุทธ์จุติ มหาเคราะห์สะเทือนฟ้า

ระบบประมูลบอสวายร้าย ตอนที่ 090 เทพยุทธ์จุติ มหาเคราะห์สะเทือนฟ้า


ระบบประมูลบอสวายร้าย ตอนที่ 090 เทพยุทธ์จุติ มหาเคราะห์สะเทือนฟ้า

“เป็นไปไม่ได้!”

ชายชราแห่งเผ่าเทพอุทานออกมาด้วยความตกตะลึง ดวงตาของเขาจับจ้องเขม็งไปยังหม้อดำใบเล็ก ๆ ใบนั้น เมื่อครู่กลับมีเจตจำนงจักรพรรดิสายหนึ่งเล็ดลอดออกมาจากข้างใน ทำให้เขาตกใจจนดวงจิตแทบจะระเบิดออก ไม่ทันได้คิดก็รีบถอยกลับไปอย่างรวดเร็ว

จักรพรรดิ

เพียงแค่มีความเกี่ยวข้องกับจักรพรรดิแม้เพียงเล็กน้อยก็ล้วนไม่ธรรมดาแล้ว

แต่เมื่อครู่เขากลับสัมผัสได้ถึงเจตจำนงจักรพรรดิสายหนึ่งที่ทำให้สรวงสวรรค์ทั้งปวงต้องพังทลาย มิอาจรองรับได้

“เกิดอะไรขึ้น!” ยอดฝีมือระดับศักดิ์สิทธิ์มากมายที่เดิมทีนั่งขัดสมาธิรอคอยอย่างเงียบงันพลันเบิกตาขึ้น ทุกคนล้วนเผยแววประหลาดใจออกมา ผู้สูงสุดแห่งเผ่าเทพผู้นั้นตกใจกับสิ่งใดกัน เหตุใดจึงถอยกลับไปไกลถึงเพียงนั้น?

“ตึง!”

“ตูม!”

หม้อหลอมจักรพรรดิที่สูงเพียงครึ่งฉื่อสั่นสะเทือนขึ้นมา ราวกับมีสัตว์ร้ายบรรพกาลตนหนึ่งที่ถูกกักขังอยู่ภายในกำลังอาละวาด ดิ้นรน ราวกับว่าแม้แต่อาวุธจักรพรรดิอันน่าสะพรึงกลัวก็มิอาจกักขังเทพมารตนนี้ไว้ได้

“เกิดอะไรขึ้น!” พระพุทธะแห่งนิกายพุทธก็เผยสีหน้าตกใจ เนตรเวทก็เบิกออก ดวงตาของเขาส่องประกายเจิดจรัสอย่างที่สุด มีอักษรสันสกฤตของนิกายพุทธนับหมื่นพันปรากฏขึ้น พยายามที่จะมองดูฉากภายในหม้อดำนั้น

แต่หม้อดำน่าสะพรึงกลัวเกินไป นั่นคืออาวุธจักรพรรดิ เคยหลอมกลั่นยอดฝีมือระดับจักรพรรดิมาแล้วตนหนึ่ง ไหนเลยจะให้เขาที่เบิกเนตรเวทมองทะลุได้ ทำได้เพียงสัมผัสถึงอำนาจที่ไร้ขอบเขตปกคลุมอยู่ได้อย่างเลือนราง

“ลึกลับเกินไป มองไม่ทะลุ นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่!” ยอดฝีมือของสถาบันก็กล่าวอย่างประหม่า ก่อนหน้านี้สงบสุขมาหลายวัน เดิมทีคิดว่าจะจบลงแล้ว ไม่คาดคิดว่าจะเกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้นอย่างกะทันหัน

“หรือว่าจะเป็นการดิ้นรนครั้งสุดท้ายก่อนตาย?” ก็มียอดฝีมือเอ่ยปากขึ้น แต่คนรอบข้างกลับเงียบไป รู้สึกว่ามีความเป็นไปได้แต่ก็หวังไม่มาก

ดวงตาทั้งสองข้างของชายชราแห่งเผ่าเทพส่องประกายเจิดจรัส คมกล้าจนน่ากลัว เขาย้อนนึกถึงกลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวที่สัมผัสได้เมื่อครู่อย่างละเอียดถี่ถ้วน เป็นระดับจักรพรรดิอย่างแน่นอน เพียงแต่ เจตจำนงจักรพรรดิสายนี้มาจากผู้ใดกัน?

เป็นเสี่ยวจิ่วที่ถูกกักขังอยู่หรือ?

หรือเป็นหม้อหลอมจักรพรรดิเอง

เขาค่อนข้างจะคาดเดาไม่ถูก

ในชั่วขณะหนึ่ง เขาก็ทำได้เพียงมองดูจากที่ไกล ๆ ไม่กล้าที่จะเข้าใกล้อีกต่อไป เรื่องนี้ทำให้คนรอบข้างต้องอ้าปากค้าง ผู้สูงสุดผู้สง่างามกลับมองดูจากที่ไกล ๆ ไม่กล้าเข้าใกล้ เกรงว่าที่นั่นคงจะเกิดความเปลี่ยนแปลงที่มิอาจจินตนาการได้ขึ้นจริง ๆ

ภายในหม้อดำ

มีโครงกระดูกที่นั่งขัดสมาธิอยู่บัดนี้ค่อย ๆ ลืมตาขึ้น ดวงตาทั้งสองข้างนั้นกว้างใหญ่ไพศาลอย่างยิ่ง ดวงตะวันและดวงจันทร์ก็ยังเล็กกระจ้อยร่อยดุจหิ่งห้อย เสียงก็ยิ่งเย็นเยียบ “น่าเสียดาย หลังจากที่ได้ตัดเอาอัคคีหยางและไอเย็นหยินแห่งจักรวาลมาปรับใช้แล้ว ผลของมันก็ไม่มากแล้ว!”

แต่เมื่อเขาลุกขึ้นยืน ภายในหม้อดำก็เกิดความเคลื่อนไหวอันน่าสะพรึงกลัวขึ้น เดิมทีสงบนิ่งดุจบ่อน้ำโบราณ ไม่เกิดความผันผวนใด ๆ อีกต่อไป แต่ในชั่วพริบตากลับมีเปลวเพลิงโหมกระหน่ำ เผาไหม้ท้องฟ้า ปกคลุมไปทั่วทั้งโลก เขาราวกับเป็นเทพมารโบราณตนหนึ่งที่ยืนตระหง่านอยู่ ณ ที่แห่งนั้น

เปลวเพลิงนับหมื่นพันยากที่จะเข้าใกล้กาย เจตจำนงจักรพรรดิอันน่าสะพรึงกลัวและน่าหวาดหวั่นเบ่งบานออกมาจากร่างของเขาทีละสาย ๆ ขับไล่เปลวเพลิงที่ไร้ขอบเขตนี้ พลางพึมพำว่า “จักรพรรดิที่ถูกเผาในหม้อนี้ในอดีต เกรงว่าจะเป็นมหาจักรพรรดิผู้ล่วงลับ!”

หากเป็นระดับจักรพรรดิจริง ๆ แม้จะเป็นเขาที่ยังไม่ฟื้นฟูถึงจุดสูงสุดก็สามารถไม่ถูกรุกรานได้ ท้ายที่สุดแล้ว อาวุธจักรพรรดิก็เป็นเพียงสิ่งของชิ้นหนึ่ง จะสามารถใช้สังหารจักรพรรดิได้อย่างไร เว้นแต่ผู้ใช้จะท้าทายสวรรค์

“ตูม!”

เขาเดินไปข้างหน้า เปลวเพลิงที่โหมกระหน่ำรอบกายก็ถอยกลับไป ราวกับยักษ์ใหญ่ค้ำฟ้ากำลังเดิน แต่เจตจำนงจักรพรรดิอันน่าสะพรึงกลัวกลับเบ่งบานอยู่บนร่างของเขาราวกับประกายเทพที่งดงามไร้ผู้ใดเทียมทาน พุ่งทะยานขึ้นสู่เบื้องบน

“เคี๊ยก เคี๊ยก!”

ภายในหม้อดำยังมีเสียงประหลาดดังขึ้น เห็นได้ชัดว่าหม้อดำมิได้มีเพียงอัคคีหยางและไอเย็นหยินแห่งจักรวาลที่เรียบง่ายเช่นนั้น

“ไม่รู้จักที่ตาย!” ดวงตาของบ่าวชราชุดคลุมเทาเย็นชา ตอนที่เขาเพิ่งจะตกลงมาที่นี่ก็สัมผัสได้แล้ว เพียงแต่กำลังยืมเปลวเพลิงนี้อยู่จึงไม่มีเวลาไปสนใจ บัดนี้กลับมาเข้าใกล้โดยสมัครใจ ช่างเป็นการรนหาที่ตายโดยแท้

ฝ่ามือที่ทรงอำนาจคว้าไปเบื้องหน้า เจตจำนงจักรพรรดิในร่างปลดปล่อยออกมาอย่างไม่เกรงกลัว ในหม้อดำไม่มีการกดดันจากฟ้าดินแห่งนี้ สามารถใช้พลังต่อสู้ระดับจักรพรรดิได้ ฝ่ามือเดียวก็บดขยี้ระเบียบและกฎเกณฑ์ทั้งหมดในหม้อจนแหลกละเอียด

“เปร๊าะ!”

ฝ่ามือจับวิญญาณหยินตนหนึ่งไว้อย่างเย็นชา ดวงตาของบ่าวชราชุดคลุมเทาเย็นชา เขาทั้งเย็นชาทั้งหยิ่งทระนง ราวกับเป็นจอมราชันที่มองลงมายังมดปลวก เฉยเมยอย่างยิ่ง กล่าวอย่างเย็นชาว่า “เป็นเพียงดวงจิตที่ตกค้างก็ยังคิดจะล่วงเกินเปิ่นจั้วหรือ?”

“เป๊าะ!”

ฝ่ามือบีบลง กลุ่มความว่างเปล่าก็ระเบิดออก สิ่งมีชีวิตที่ทำให้แม้แต่ผู้สูงสุดยังต้องรู้สึกหวาดหวั่นก็ถูกสังหารไปเช่นนี้

และข้างนอก

ชายชราแห่งเผ่าเทพยิ่งรู้สึกไม่สบายใจมากขึ้น ดวงตาจับจ้องเขม็งไปยังเบื้องหน้า ความผันผวนอันน่าสะพรึงกลัวนั้นยังคงเล็ดลอดออกมาจากหม้ออย่างต่อเนื่อง เจตจำนงจักรพรรดิ เข้มข้นจนแม้แต่ระดับศักดิ์สิทธิ์ก็ยังสัมผัสได้

“เกิดอะไรขึ้น เหตุใดจึงมีเจตจำนงระดับจักรพรรดิ?” คนในงานต่างก็เผยสีหน้าหวาดหวั่น แม้แต่ยอดฝีมือระดับอริยะก็ยังรู้สึกว่าหัวเข่าอ่อนยวบ อยากจะคุกเข่าลงไป เพื่อสักการะมหาจักรพรรดิ!

“ในหม้อ!”

“ในหม้อมีเรื่องประหลาด!”

“เป็นปัญหาของบ่าวชราผู้นั้นเอง หรือว่าเขาพกอาวุธระดับจักรพรรดิมาด้วย?” ผู้คนมากมายต่างใจสั่น แต่พวกเขากลับยอมเชื่ออย่างหลังมากกว่า เพราะอย่างแรกนั้นน่าสะพรึงกลัวเกินไปหน่อยแล้ว

“แหลก!”

บ่าวชราชุดคลุมเทาราวกับเป็นจอมมารที่ยืนตระหง่านอยู่ระหว่างฟ้าดิน หมัดเทพที่ทรงอำนาจซัดออกไปเบื้องหน้า ในตอนนี้พลังต่อสู้ระดับจักรพรรดิถูกเผยออกมาจนหมดสิ้น ภายใต้การระเบิดพลัง ระเบียบภายในหม้อทั้งใบก็กำลังพังทลาย มหามรรคนับหมื่นพันก็กำลังปรากฏขึ้น

หม้อดำใบนี้เองก็เป็นสิ่งของเทพที่ไม่ธรรมดา ถูกยอดฝีมือระดับจักรพรรดิหล่อสร้างขึ้น ภายในยิ่งหลอมรวมไว้ด้วยความหยั่งรู้ระดับจักรพรรดิและระเบียบแห่งมหามรรค ผู้ที่อยู่ต่ำกว่าระดับจักรพรรดิเข้ามา สิบตายไร้รอด ไม่มีทางที่จะมีชีวิตรอดไปได้

แต่เสี่ยวจิ่วมิใช่ เขาเองก็เป็นจักรพรรดิคนหนึ่ง กระทั่งในยามที่รุ่งโรจน์ที่สุดยังเคยสังหารจักรพรรดิมาแล้ว แสงหมัดสอดประสานกัน มหามรรคแห่งจักรพรรดิทีละสาย ๆ ก็ปรากฏขึ้นอย่างเลือนราง ราวกับปรากฏเงามายาโบราณขึ้นมา

นั่นคือเจ้าของคนแรกของหม้อหลอมจักรพรรดินี้ กฎเกณฑ์และมหามรรคของที่นี่ก็หลอมรวมอยู่กับร่างของเขา ในทันทีก็ปรากฏขึ้นมา ใช้พลังต่อสู้ระดับจักรพรรดิสังหารไปยังเสี่ยวจิ่ว เกิดสงครามโลหิตเดือดในหม้อ

“หึ่ง หึ่ง หึ่ง……!”

เสียงปะทะที่ดังขึ้นจากในหม้อ และความผันผวนอันน่าสะพรึงกลัวที่เล็ดลอดออกมาทำให้ท้องฟ้าต้องเปลี่ยนสี ผู้คนที่เดิมทีถอยกลับไปไกลพอแล้วยิ่งหวาดหวั่นถอยกลับไปอีก จับจ้องเขม็งไปยังเบื้องหน้ากล่าวว่า “หม้อนั่น……จะพังแล้วหรือ?”

ตูมสนั่น!

รอยแตกสายหนึ่งแผ่ขยายอยู่บนหม้อดำ ราวกับสายฟ้าที่ฟาดลงกลางใจของชายชราแห่งเผ่าเทพ สมบัติแท้ประจำตระกูลของเผ่าเทพ อาวุธจักรพรรดิที่แท้จริงปรากฏรอยแตกขึ้นมา จะไม่ทำให้เขาเจ็บปวดใจได้อย่างไร?

เปร๊าะ!

เปร๊าะ!

รอยแตกยิ่งรุนแรงขึ้น

มิใช่เพียงปรากฏขึ้นมาสายเดียว แต่เป็นรอยแตกมากมายที่ล้อมรอบอยู่ทั่วทุกทิศทางของหม้อดำใบเล็ก ด้วยตาเปล่าก็สามารถมองเห็นได้ว่าพร้อมที่จะระเบิดออกได้ทุกเมื่อ

“จบสิ้นแล้ว!”

ไม่รู้เพราะเหตุใด ชายชราแห่งเผ่าเทพพลันมีความรู้สึกเช่นนี้ขึ้นมา ส่วนลึกของดวงวิญญาณบังเกิดความหวาดกลัวไร้ที่สิ้นสุด เขาไม่รู้ว่ามันมาจากที่ใด กล่าวอย่างน่าขนลุกว่า “หรือว่าจะเป็นเพราะบ่าวชราผู้นั้น?”

ปัง!

เสียงทุ้มต่ำดังขึ้น หม้อหลอมจักรพรรดินั้นท้ายที่สุดก็ยังคงทนไม่ไหว กฎเกณฑ์จักรพรรดิที่หลงเหลืออยู่ภายในถูกเสี่ยวจิ่วบดขยี้เหยียบย่ำ หม้อใบเล็กเองก็สูญเสียคุณสมบัติระดับจักรพรรดิไป เป็นเพียงสิ่งของเทพที่ล้ำค่าโดยทั่วไป ย่อมมิอาจต้านทานเขาได้

“ตูม!”

เมื่อเขาบดขยี้หม้อหลอมจักรพรรดิแล้วปรากฏกายขึ้นอีกครั้ง ราวกับเป็นเทพมารโบราณตนหนึ่ง ทั้งยังคล้ายกับจอมมารที่เหยียบย่ำฟ้าดิน ดวงตาที่เย็นชาและเฉยเมยทำให้ผู้คนขนหัวลุก ทั่วทั้งร่างแทบจะระเบิดออก

“นั่น……คืออะไร?” ยอดฝีมือที่แข็งแกร่งที่สุดของสถาบันต่างก็หวาดกลัว เขาราวกับเป็นเทพมารผู้ไร้เทียมทาน ราวกับมาจากนรกภูมิ จะเปิดโซ่ตรวน ไม่มีการยับยั้งอีกต่อไป จะสังหารล้างสรรพชีวิต

ปราณอาฆาตอันน่าสะพรึงกลัว เพียงแค่เล็ดลอดออกมาก็ปรากฏนิมิตนับหมื่นพัน มีความโกลาหลแห่งความมืด ดวงดาวแห่งชีวิตทีละดวง ๆ ถูกเสี่ยวจิ่วดูดกลืน หลอมกลั่นเป็นแหล่งกำเนิดแห่งชีวิตที่บริสุทธิ์ เขาเดิมทีก็เป็นตัวร้าย เป็นผู้สูงสุดแห่งความมืดที่หลับใหลอยู่

เพียงแต่ถูกลานประมูลพันธนาการไว้ เพียงแต่ภักดีต่อเจ้านาย แต่วันนี้เขาเกือบจะประสบเคราะห์กรรม ปราณเหี้ยมโหดและปราณอาฆาตในอดีตก็ถูกกระตุ้นขึ้นมา ในตอนนี้เขาราวกับจะสังหารล้างเก้าสวรรค์หมื่นโลก

สายตาที่ดุร้ายเพียงแค่มองชายชราแห่งเผ่าเทพหนึ่งครั้งก็ทำให้คนหลังตกใจจนทั่วทั้งร่างแทบจะระเบิดออก ดวงวิญญาณมีความหวาดกลัวที่มิอาจเอ่ยออกมาได้ จับจ้องเขม็งไปยังบ่าวชราผู้นั้น กล่าวอย่างน่าขนลุกว่า “นั่นคืออะไร?”

ตูม!

บนท้องฟ้ากลับมีอัสนีเทพสายหนึ่งจุติลงมาอย่างกะทันหัน หนาใหญ่ราวกับภูเขาเทพ จุติลงมาสังหารโดยตรง ไม่อนุญาตให้มียอดฝีมือเช่นนี้ปรากฏขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่ไม่สอดคล้องกับฟ้าดินแห่งนี้ ยิ่งต้องขับไล่

“โฮก!”

เสี่ยวจิ่วผมเผ้ายุ่งเหยิงเพียงแค่อ้าปาก อัสนีเทพอันน่าสะพรึงกลัวนั้นก็ถูกเขากลืนลงไป อัสนีเทพที่ทรงอำนาจและเพียงพอที่จะทำลายล้างดวงดาวนับหมื่นพันก็หายไปเช่นนี้ แต่ก็เป็นการกระตุ้นอัสนีเทพเช่นกัน ในทันทีสายฟ้าก็โปรยปรายดุจห่าฝน

มีสายฟ้าขนาดมหึมาที่แฝงไว้ด้วยประกายสีม่วง บางสายก็ปลดปล่อยสีเขียวออกมา ยังมีบางสายที่อบอวลไปด้วยความพินาศสีทอง แต่แต่ละสายล้วนน่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง เพียงพอที่จะทำลายล้างผู้สูงสุดทั่วไปได้

“นั่นคืออะไร?” อย่าว่าแต่คนอื่นเลย แม้แต่ชายชราแห่งเผ่าเทพก็ยังตกใจจนโง่งมไปแล้ว บ่าวชราที่ต่อสู้กับตนเองเมื่อครู่นี้คือสัตว์ประหลาดอะไรกัน เหตุใดจึงน่าสะพรึงกลัวถึงเพียงนี้ เดินเข้าไปในหม้อหลอมจักรพรรดิหนึ่งรอบก็มีภาพที่น่ากลัวเช่นนี้ หรือว่าถูกสิ่งมีชีวิตประหลาดข้างในยึดร่างไปแล้ว?

มิใช่ว่าเขาคิดมากเกินไป แต่เป็นเพราะเมื่อครู่ตอนที่ใช้มัน เขาสัมผัสได้ถึงความไม่เป็นมงคลที่ทำให้ขนหัวลุก

“ตูม!”

อัสนีเทพนับหมื่นสายโปรยปรายดุจห่าฝนลงมา กลืนกินพื้นที่แห่งนั้น โชคดีที่ก่อนหน้านี้ผ่านสงครามใหญ่มาแล้วไม่มีผู้ใดเข้าใกล้ มิเช่นนั้นไม่รู้ว่าจะมีกี่คนที่ต้องประสบเคราะห์กรรม ตายไปภายใต้คลื่นพลังของสายฟ้า

“ตูมสนั่น!”

ณ ขอบของสายฟ้า มีประกายไฟฟ้าเล็ก ๆ เล็ดลอดออกมา เดิมทีไม่มีผู้ใดใส่ใจ แต่เมื่อประกายไฟฟ้านี้กระทบลงบนดวงดาวดวงหนึ่ง ทำให้ดวงดาวทั้งดวงระเบิดออก ผู้คนก็สีหน้าเปลี่ยนไป

นี่มันน่าสะพรึงกลัวเกินไปแล้ว

เพียงแค่ประกายไฟฟ้าที่ขอบซึ่งเจือจางไปนับหมื่นเท่าก็ยังเป็นถึงเพียงนี้ แล้วตรงกลางจะน่าสะพรึงกลัวเพียงใดกัน?

พวกเขามองไป สายฟ้าบนท้องฟ้ามิใช่เพียงอัสนีเทพอีกต่อไปแล้ว มีสายฟ้าที่กลายเป็นตำหนักฟาดฟันลงมา ยิ่งมีสายฟ้าที่ควบแน่นเป็นร่างมนุษย์ พุ่งลงมาสังหาร จะสังหารเสี่ยวจิ่ว ไม่อนุญาตให้เขาปรากฏกาย

“สวรรค์ สายฟ้าในร่างมนุษย์ นี่เคยเห็นเพียงในบันทึก กล่าวกันว่านี่คือเคราะห์สังหารที่จะปรากฏขึ้นเมื่อบรรลุเป็นจักรพรรดิเท่านั้น!” ยังมีคนสีหน้าเปลี่ยนไป อดไม่ได้ที่จะอุทานออกมา ถูกทำให้ตกใจจนสิ้นสติโดยสมบูรณ์

แต่ทั้งหมดนี้ก็ยากที่จะทำอะไรเสี่ยวจิ่วได้

ภายในลานประมูล ฉู่สวินมองดูเทพมารที่อาบไล้ไปด้วยสายฟ้า ใช้มือเดียวฟาดฟันสายฟ้าในร่างมนุษย์และตำหนัก สมุนไพรเทพที่หาได้ยากยิ่งนัก ก็กล่าวอย่างไม่แปลกใจว่า “นี่เป็นการบีบคั้นเสี่ยวจิ่วจนเกินไปแล้ว”

จักรพรรดินีเหยาฉือก็พยักหน้าเบา ๆ กล่าวว่า “แต่หม้อใบนั้นแม้จะประหลาดแต่ท้ายที่สุดก็เป็นเพียงอาวุธจักรพรรดิ ยังไม่มีผู้ใดควบคุม แม้จะหลอมกลั่นร่างกายเนื้อก็ช่วยเขาฟื้นฟูไปได้ไม่เท่าใดนัก ต่อไปเกรงว่าจะทนไม่ไหวแล้ว……!”

“ตูม!”

เสี่ยวจิ่วที่อาบไล้ไปด้วยสายฟ้าทั่วฟ้ากลายเป็นเทพมาร เทพสังหาร ต่อสู้กับสายฟ้าในร่างมนุษย์และตำหนัก ทั้งหมดนี้ยากที่จะทำร้ายเขาได้ แต่ต่อไปกลับปรากฏเงาร่างที่น่าสะพรึงกลัวขึ้นมา

พวกเขาแต่ละคนล้วนราวกับมหาจักรพรรดิโบราณ แขวนอยู่ทั่วทุกทิศทาง

ซี้ด!

“เป็นตราประทับโบราณ!”

ยอดฝีมือของสถาบันจำได้แล้ว กล่าวอย่างน่าขนลุกว่า “ในคัมภีร์โบราณมีบันทึกไว้ การฝ่าเคราะห์ของยอดคนท้าทายสวรรค์บางคนจะปรากฏตราประทับของผู้บรรลุเป็นจักรพรรดิในอดีต ที่นั่นบันทึกไว้ด้วยพลังต่อสู้และกระบวนท่าในชีวิตของพวกเขา บัดนี้ที่ปรากฏขึ้นมาหลายคนก็ราวกับเป็นมหาจักรพรรดิหลายคน!”

เมื่อร่วมกันสังหาร ฟ้าดินก็ถูกอัสนีเทพกลืนกิน แม้จะเป็นตราประทับโบราณก็สามารถใช้วิชาในอดีตของพวกเขาได้ ราวกับเป็นมหาจักรพรรดิหลายตนกำลังล้อมสังหารเสี่ยวจิ่ว

“พรวด!”

ไม่นานนักก็มีโลหิตสีแดงฉานย้อมท้องฟ้า ไม่ต้องสงสัยเลย นี่คือโลหิตผู้สูงสุดอย่างแท้จริง และก็เป็นโลหิตผู้สูงสุดที่หยดลงมาจากร่างของเสี่ยวจิ่ว เพราะสายฟ้าเหล่านั้นไม่มีทางที่จะหลั่งโลหิตได้

“เขาอาจจะจบสิ้นแล้ว!”

พระพุทธะโบราณแห่งนิกายพุทธก็สีหน้าเปลี่ยนไป ไม่คิดว่าจะมีผู้ใดทนได้ เว้นแต่จะเป็นมหาจักรพรรดิที่แท้จริง และคนเบื้องหน้าเห็นได้ชัดว่ามิใช่

นิกายเต๋าก็ไม่รู้ว่ามาถึงเมื่อใด มีผู้ยิ่งใหญ่ที่แข็งแกร่งที่สุดคนหนึ่ง สวมชุดนักพรต มองดูฉากนี้อย่างสงบนิ่ง พยักหน้าช้า ๆ กล่าวว่า “หากเขาเป็นมหาจักรพรรดิ ก่อนหน้านี้ก็คงจะไม่มีการต่อสู้ที่ดุเดือดถึงเพียงนั้นแล้ว ควรจะมีเรื่องประหลาด แต่ก็ยังคงทนรับการสังหารเช่นนี้ไม่ได้!”

โลหิตผู้สูงสุดย้อมท้องฟ้า โลหิตแต่ละหยดราวกับเปลวเพลิงที่ลุกไหม้ เพียงแค่ไอระเหยที่ลอยขึ้นมาก็ราวกับจะเผาไหม้สรวงสวรรค์ เผาไหม้ทุกสิ่งในโลก

“พรวด!”

มีโลหิตสีแดงสดสาดกระเซ็นลงมาจากท้องฟ้าอย่างต่อเนื่อง

ผู้คนมากมายต่างก็ตกใจ ไม่ได้ซ่อนเร้นอีกต่อไป มองดูคนที่กำลังต่อสู้อยู่ในอัสนีเทพอย่างเคร่งขรึม

พึมพำเสียงต่ำว่า “ผู้ยิ่งใหญ่ที่น่าสะพรึงกลัวไร้เทียมทานผู้หนึ่ง จะต้องมรณภาพแล้วหรือ?”

พรวด!

เมื่อสายฟ้าอีกสายหนึ่งฟาดลงบนอกของเสี่ยวจิ่วเกือบจะทะลุทะลวง เสี่ยวจิ่วก็กระอักโลหิตข้นคลั่กออกมา ดวงตาที่คมกล้าดุจเทพมาร กล่าวเสียงต่ำว่า “หากมิใช่เพราะยังไม่ได้ก้าวเข้าไปอย่างสมบูรณ์ กระทั่งพลังต่อสู้สูงสุดของผู้สูงสุดก็ยังไม่ฟื้นฟู ไหนเลยจะมาทนรับความอัปยศเช่นนี้ได้!?”

ในหม้อหลอมจักรพรรดิ ที่นั่นมีกฎเกณฑ์มรรคจักรพรรดิคอยขวางกั้นทุกสิ่งเขาจึงสามารถฟื้นฟูพลังต่อสู้สูงสุดได้ แต่เมื่อออกมาในชั่วขณะนั้นระดับของเขาก็ถูกฟ้าดินแห่งนี้กดดัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเจตจำนงจักรพรรดิที่แผ่ออกมาก็ยิ่งถูกต่อต้าน จึงได้มีฉากนี้

หากให้เวลาเขาอีกสักหน่อย เงามายาตราประทับที่แขวนอยู่ทั่วทุกทิศทางเขาก็จะฉีกกระชากจนแหลกละเอียด แต่ตอนนี้ ทำได้เพียงอดทนต่อไปอีกสักหน่อย สูดหายใจเข้าลึก ๆ กดข่มระดับบนร่างลงไป

เจตจำนงจักรพรรดิสลายไป

อัสนีเทพบนท้องฟ้าราวกับหาคู่ต่อสู้ไม่เจอแล้ว

ตราประทับโบราณนั้นก็กำลังค่อย ๆ สลายไป

อัสนีเทพทั่วฟ้าก็กำลังค่อย ๆ ถอยกลับไป

“นี่……!” ผู้ชมมากมายรูม่านตาหดเล็กลง อัสนีเทพนั้นเหตุใดจึงสลายไปอย่างกะทันหัน?

ผู้สูงสุดตัวน้อยแห่งเผ่าเทพก็ใจสั่นสะท้าน สายตาจับจ้องเขม็งไปยังอีกฝ่าย เขายังคิดว่าจะถูกอัสนีเทพสังหาร ไม่คิดว่าจะรอดชีวิตมาได้ แต่ตอนนี้จิตสังหารของเขาก็พลันเกิดขึ้นอีกครั้ง

แม้จะไม่รู้ว่าเมื่อครู่เกิดเรื่องประหลาดอะไรขึ้น แต่เสี่ยวจิ่วในตอนนี้ดูอ่อนแอมาก ผ่านการหลอมกลั่นในหม้อหลอมจักรพรรดิหนึ่งรอบ ออกมาก็ถูกอัสนีเทพโจมตี ดูแล้วบาดเจ็บสาหัส พลังอำนาจลดลงอย่างมาก

เขามีจิตสังหารขึ้นมา

เรื่องนี้ทำให้คนรอบข้างตกใจอย่างยิ่ง หากเป็นพวกเขา เกรงว่าสิ่งแรกที่คิดก็คือการหลบหนี จะหลบหลีกอย่างไร แต่ผู้สูงสุดกลับแตกต่างออกไป กลับฉวยโอกาสที่ศัตรูอ่อนแอที่สุดคิดจะสังหาร!

“ไม่ว่าเมื่อครู่เจ้าจะเกิดเรื่องประหลาดอะไรขึ้น ไม่ใช่จักรพรรดิก็ดี หากเป็นจักรพรรดิจริง ๆ สังหารไปก็เป็นเกียรติ!” ชายชราแห่งเผ่าเทพในดวงตาปรากฏความบ้าคลั่งและความตื่นเต้นออกมา ความบ้าคลั่งนั้นทำให้ผู้คนต้องร้องอุทานออกมาอย่างบ้าคลั่ง

ผู้สูงสุดกระทำการ บ้าคลั่งถึงเพียงนี้เชียวหรือ?

ดวงตาที่เย็นชาของเสี่ยวจิ่วกวาดมองไป แม้จะไม่มีเจตจำนงจักรพรรดิดวงตานั้นก็ยังคงกดดันดุจมหาจักรพรรดิ ทำให้ชายชราแห่งเผ่าเทพรู้สึกกดดันอย่างมาก แต่หลังจากความกดดันก็คือความตื่นเต้นที่ไร้ขอบเขต

สังหารจักรพรรดิ

ไม่ว่าจะเป็นหรือไม่ก็สามารถนำไปโอ้อวดได้แล้ว

“ข้าขอเตือนเจ้าว่าอย่าได้เคลื่อนไหวโดยพลการ ไม่ต้องพูดถึงว่าตอนนี้เจ้าจะสังหารเขาได้หรือไม่ เพียงแค่รู้ชื่อของเขาข้าคิดว่าเจ้าก็คงจะไม่มีความคิดนี้แล้ว!” ผู้ยิ่งใหญ่ที่แข็งแกร่งที่สุดของนิกายเต๋าที่ปรากฏกายขึ้นเอ่ยปาก

[จากผู้แปล: เรื่องนี้คนแต่งใช้ สำนักเต๋า นิกายเต๋า ผสมนะครับ เจออันไหนผมใช้ตามนั้นนะครับ ไม่ได้มั่วนะ ตามต้นฉบับ (นิกาย)道门 (สำนัก)道家]

จบบทที่ ระบบประมูลบอสวายร้าย ตอนที่ 090 เทพยุทธ์จุติ มหาเคราะห์สะเทือนฟ้า

คัดลอกลิงก์แล้ว