- หน้าแรก
- เกิดใหม่ในวงราชการ อำนาจเบ็ดเสร็จล้วนอยู่ในมือฉัน
- บทที่ 282: ความภาคภูมิใจของท่านพ่อตาผู้ยิ่งใหญ่
บทที่ 282: ความภาคภูมิใจของท่านพ่อตาผู้ยิ่งใหญ่
บทที่ 282: ความภาคภูมิใจของท่านพ่อตาผู้ยิ่งใหญ่
ห้องทำงานของเลขาธิการคณะกรรมการตรวจสอบวินัย
เดิมทีคิดจะอ้างว่าปวดหัวเพื่อต้องการจะพักผ่อน แต่ภายใต้การดลใจของ ‘ภารกิจอันยิ่งใหญ่’ ที่ท่านเลขาธิการและท่านนายกเทศมนตรีมอบหมาย ท่านเลขาธิการเย่เฟิงก็จำใจต้องทำงานทั้งที่ป่วย และกำลังมองดูสำนวนคดีที่ท่านผู้กำกับการสถานีตำรวจเมืองส่งมาด้วยตัวเองด้วยจิตใจที่ไม่สงบ
จากนั้น เขาก็พบว่าอาการปวดหัวของตัวเองไม่ใช่เรื่องแกล้งทำ! แต่ปวดจริงๆ! เสี่ยวโจวเอ๊ย! แกนี่มันฝันร้ายของฉันจริงๆ!
เขาเงยหน้าขึ้น สบเข้ากับสายตาที่คาดหวังของท่านผู้กองโจว มุมปากของเย่เฟิงก็เค้นรอยยิ้มที่เหมือนจะร้องไห้ออกมาอย่างยากลำบาก แล้วพูดอย่างฝืนๆ “เอกสารพวกนี้ฉันจะรับไว้นะ... เสี่ยวโจว... ตลอดเวลาที่ผ่านมานี้... ที่เธอคอยสนับสนุนการทำงานของฉันมาโดยตลอด... ฉันนี่มัน... ‘ขอบคุณ’ จริงๆนะ!”
ท่านผู้กองโจวยิ้มอย่างมีความสุข... เห็นไหมล่ะ! ท่านเลขาธิการเย่ขอบคุณฉันอีกแล้ว! อืม... คิดดูก็น่าจะใช่ ในตอนที่ตัวเองกำลังจะจากฉางเทียนไป ก็ยังไม่ลืมที่จะมอบของขวัญชิ้นใหญ่ให้ท่านเลขาธิการเย่ น้ำใจที่ลึกซึ้งขนาดนี้ เปลี่ยนเป็นใครก็ต้องซาบซึ้งใจอย่างยิ่ง น่าเสียดายที่งานของท่านเลขาธิการเย่ยุ่งเกินไปจริงๆ ไม่มีเวลามาเลี้ยงข้าวเราเลย... ไม่เป็นไร... หาโอกาสให้เราเป็นฝ่ายเลี้ยงดีกว่า!
เมื่อคิดถึงตรงนี้ โจวอี้ก็ลุกขึ้นยืน แล้วพูดด้วยสีหน้าที่จริงใจ “ท่านเลขาธิการเย่ไม่ต้องเกรงใจหรอกครับ การที่สามารถช่วยท่านได้ คือเกียรติของผม... งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ ถ้าหากมีหลักฐานใหม่ๆอีก ผมจะส่งมาให้ท่านอีกที!”
รอยยิ้มบนใบหน้าของเย่เฟิงแข็งค้างไปเลย ในใจคิดว่า... บุญคุณแบบนี้ข้ายอมที่จะไม่ต้องให้แกช่วย! เพราะฉะนั้นก็ขอให้แกอย่าได้รู้สึกเป็นเกียรติเลย!
ราวกับส่งเทพแห่งหายนะ เขาก็ได้ส่งท่านผู้กองโจวออกจากห้องทำงานไป
เย่เฟิงกลับมาที่โต๊ะ ดึงรูปถ่ายปึกหนึ่งออกมาจากซองจดหมายแล้วดูอย่างละเอียด สีหน้าก็ค่อยๆ เคร่งขรึมขึ้น รูปถ่ายแบ่งออกเป็นสองประเภท ประเภทหนึ่งคือภาพที่คมชัด ดูแวบเดียวก็รู้ว่าถ่ายโดยกล้องมืออาชีพ ในรูปถ่ายประเภทนี้ ส่วนใหญ่เป็นฉากที่จวงอวี่เชี่ยนกับเซี่ยเฉิงหลินทานข้าวด้วยกัน, เดินเล่น, พูดคุยอย่างใกล้ชิด... อย่างมากก็บอกได้เพียงว่าสองคนเป็นเพื่อนที่คุ้นเคยกัน
ส่วนอีกประเภทหนึ่งคือภาพที่ค่อนข้างจะเบลอหน่อย ดูเหมือนจะถ่ายโดยมือถือหรือกล้องรูเข็ม... แต่แบบนี้นี่แหละที่ร้ายกาจ! ข้างในมีภาพที่เซี่ยเฉิงหลินกับจวงอวี่เชี่ยนกอดจูบและมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกัน ต่อให้ในนี้จะไม่พัวพันกับการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ทางเพศ เพียงแค่ปัญหาพฤติกรรมส่วนตัวที่มั่วสุมทางเพศ ก็พอที่จะทำให้เซี่ยเฉิงหลินต้องเจอดีเข้าให้แล้ว!
เปลี่ยนเป็นคนอื่น ท่านเลขาธิการเย่ไม่พูดมากความ สอบสวนทางวินัยทันที แต่... เซี่ยเฉิงหลิน... เซี่ยเจิ้ง... ตระกูลเซี่ย... จำเป็นต้องดำเนินการอย่างรอบคอบ!
เย่เฟิงคิดอยู่ครู่หนึ่ง รีบหยิบมือถือขึ้นมาโทรหาเบอร์ของท่านเลขาธิการหานทันที “ท่านเลขาธิการครับ เสี่ยวโจวเอาเอกสารมาส่งให้แล้วครับ มีของบางอย่าง ต้องขอคำสั่งจากท่านครับ... ใช่ครับ งั้นเดี๋ยวผมจะเข้าไปเดี๋ยวนี้!” ความเสี่ยงนี้ ไม่ว่าจะยังไงก็ไม่สามารถให้ข้าแบกรับคนเดียวได้... และผลลัพธ์ของเรื่อง ก็ไม่ใช่ว่าข้าคนเดียวจะสามารถตัดสินใจได้!
หานเจี้ยนกั๋วกับจงเว่ยซินหลังจากที่ได้ดูรูปถ่ายเหล่านั้นแล้ว ก็ตกอยู่ในความเงียบงันเป็นเวลานาน
รู้ไหมว่าในวงราชการ เรื่องที่น่าเศร้าที่สุดคืออะไร? ก็คือการที่จุดอ่อนของคุณถูกคนอื่นจับได้! รู้ไหมว่าเรื่องที่น่าเศร้าที่สุดๆ คืออะไร? นั่นก็คือจุดอ่อนของคุณถูกศัตรูทางการเมืองของคุณจับได้! อย่างแรกอาจจะยังพอมีทางพลิกผัน สำหรับอย่างหลัง... จับโอกาสได้แล้วจะไม่จัดการแกให้ตายเหรอ? เก่งจริงๆนะเสี่ยวโจว! แม้แต่ของแบบนี้ก็ยังหามาได้... สมควรแล้วที่แกจะชนะ...
หานเจี้ยนกั๋วแอบถอนหายใจในใจ รีบตัดสินใจทันที แล้วเอ่ยปาก “หนึ่ง ให้สหายเย่เฟิงออกหน้าไปพูดคุยกับสหายเซี่ยเฉิงหลินด้วยตัวเอง นำเอกสารเหล่านี้... ทั้งหมดเอาไปให้เขาดู... สหายเฉิงหลินเป็นคนฉลาด เขาควรจะรู้ว่าต้องทำอย่างไร!”
“สอง พักงานสหายเซี่ยเฉิงหลินทุกตำแหน่งชั่วคราว เหตุผลคือการจัดการเหตุการณ์ความวุ่นวายในหมู่ชนไม่มีประสิทธิภาพ กำกับดูแลงานรื้อถอนไม่ดีพอ และสร้างผลกระทบในทางลบต่อสังคม... งานด้านการเคหะและการก่อสร้างเมืองทั้งหมดที่เขาดูแลอยู่ มอบคืนให้สหายเวินหว่านรับผิดชอบ!”
“สาม ข้ากับนายกเทศมนตรีเว่ยซิน จะไปพูดคุยกับเสี่ยวโจวด้วยกัน เพื่อขอและรับฟังความเห็นของเขา!” ใช่แล้ว... ตอนนี้ เรื่องนี้ไม่สามารถจะโยนงานลงไปทีละชั้นๆ เหมือนเมื่อก่อนได้แล้ว ต้องให้เขาสองคนผู้นำอันดับหนึ่งของพรรคและรัฐบาลออกหน้าไปถามท่าทีของโจวอี้ให้ชัดเจน
...
เย่เฟิงได้ส่งซองจดหมายให้เซี่ยเฉิงหลิน พร้อมให้สายตาที่ว่าให้ไปทำความเข้าใจเอาเองแล้วก็จากไป
เซี่ยเฉิงหลินพลิกดูรูปถ่ายในซองจดหมาย ใบหน้าหล่อเหลาตอนแรกก็แดงก่ำ จากนั้นก็เปลี่ยนเป็นเขียวคล้ำ... อะไรคือชื่อเสียงที่สั่งสมมาทั้งชีวิตพังทลายลงในพริบตา! อะไรคือเข้าป่าจับนกทั้งวันกลับถูกนกจิกตาบอด!
เขาฝันก็ไม่คาดคิดว่าครูสาวที่ขาวสวยน่ารักคนนั้นกลับจะแอบถ่ายรูปที่ไม่เหมาะสมมากมายขนาดนี้ในตอนที่เขาไม่ทันได้สังเกต เขารู้สึกว่าตัวเองระมัดระวังพอแล้ว ทุกครั้งที่นัดพบสถานที่ก็เป็นส่วนตัวและปลอดภัย และยังใช้เหตุผลว่าป้องกันโทรศัพท์รบกวน ให้จวงอวี่เชี่ยนปิดมือถือ... เพราะฉะนั้น รูปถ่ายพวกนี้มันถ่ายมาได้อย่างไร? หรือว่าจะเป็น... กล้องรูเข็ม!
เขาเดินไปเดินมาในห้องอย่างร้อนรน ในหัวยุ่งเหยิงไปหมด ถ้าหากคนที่ได้รูปถ่ายเหล่านี้ไปคือคนอื่น เขาก็ยังพอมีความหวังที่จะแก้ไขได้ แต่ตอนนี้เมื่อตกไปอยู่ในมือของโจวอี้... สลับตำแหน่งกันคิด... ข้าจะทำอย่างไร? นั่นก็ต้องจัดการเขาให้ตายเหมือนกับที่เขาจะจัดการข้าสิ! ต่อให้จะจัดการไม่ตาย แต่เส้นทางราชการของเขาก็ต้องมีผลกระทบแน่นอน!
ผู้ใหญ่ในบ้านเคยตักเตือนเขามาแล้วหลายครั้ง—‘การมัวเมาในกามอย่างพอเหมาะมีประโยชน์ แต่การหมกมุ่นในกามทำร้ายร่างกาย... ระวังเรือล่มในหนองน้ำ’ ตอนนี้โชคร้ายที่มันเป็นจริงแล้ว!
เซี่ยเฉิงหลินหลับตาลงอย่างเจ็บปวด เขาราวกับเห็นคุณปู่ของตัวเองมองเขาด้วยสายตาที่ผิดหวัง แล้วพูดเสียงแหบแห้ง ‘หลานเอ๋ย... อากงผิดหวังในตัวแกมาก!’
...
คณะกรรมการพรรคฯ ประจำมณฑลซีหนาน
ในห้องทำงานของเลขาธิการ เว่ยซือฉีกำลังคุยโทรศัพท์อยู่กับเจี่ยนว่านเหยียน
“สหายซือฉี ความรู้สึกในช่วงแรกที่เข้ารับตำแหน่งเป็นอย่างไรบ้าง?” เจี่ยนว่านเหยียนถามด้วยน้ำเสียงติดตลก
จะว่าไป ก็มีกลิ่นอายของศาสตร์เร้นลับอยู่บ้าง เดิมทีความสัมพันธ์ของเจี่ยนว่านเหยียนกับเว่ยซือฉีควรจะไม่ไกลและก็ไม่ใกล้ แต่ตั้งแต่ที่โจวอี้ย้ายไปฉางเทียน การสนทนาทางโทรศัพท์ของสองเลขาธิการคณะกรรมการพรรคฯ ประจำมณฑลก็บ่อยขึ้นโดยไม่รู้ตัว จุดยืนทางการเมืองและแนวคิดในการปกครองที่เหมือนกัน บวกกับความสัมพันธ์ส่วนตัวที่ลึกซึ้งขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลให้บุคคลสำคัญของสองกลุ่มอำนาจสนับสนุนซึ่งกันและกันและร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้น
“ก็พอไปวัดไปวาได้น่ะ... เวิ่นเล่อเฉิงคนนั้นแกก็รู้ ไม่ค่อยจะคบหาง่ายเท่าไหร่... เราก็เพิ่งมาใหม่... ก็ลองคลำสถานการณ์ไปก่อน” เว่ยซือฉีหัวเราะฮ่าๆ พูด จากนั้นก็ย้อนถาม “แล้วทางนั้นแกเป็นไงบ้าง? ฉันได้ยินว่าเรื่องที่แกจะเข้าปักกิ่ง ตระกูลเซี่ยก็มาขวางทางอีกแล้ว?”
เจี่ยนว่านเหยียนถอนหายใจ “เดิมทีก็ใช่ ได้ยินว่าท่านผู้เฒ่าเซี่ยคิดจะออกหน้าไปหาท่านผู้นำใหญ่ด้วยตัวเอง แต่ตอนหลัง... ท่านผู้เฒ่าก็เปลี่ยนใจแล้ว!”
เว่ยซือฉีได้ฟังก็อดไม่ได้ที่จะชะงักไป รีบถาม “ทำไมล่ะ?”
ท่านเลขาธิการเจี่ยนทนไม่ไหวอีกต่อไป มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มที่ภาคภูมิใจ เขาผู้ซึ่งปกติแล้วจะสงวนท่าทีและสุขุม ใช้ถ้อยคำที่ภาคภูมิใจอย่างหาได้ยากพูดว่า...
“แน่นอนว่าเป็นเพราะ... ฉันมีลูกเขยที่ดีแล้ว! ฮ่าๆๆๆๆ!”